ตุ้บ ตั้บ ตุ้บ—
เสียงเตะต่อยดังก้องไปทั่วทั้งห้อง
ฆ่าได้หยามไม่ได้!
หยางเจี๋ยพยายามขัดขืน แต่การขัดขืนก็ล้มเหลว...
หลังจากโดนซ้อมอย่างหนักไปอีกยก หยางเจี๋ยก็ยอมถือโทรศัพท์มือถือของชายคนนั้นเพื่อนัดบอดคนในเน็ตแต่โดยดี ในใจลอบสาบานว่าสักวันหนึ่งเขาจะต้องแก้แค้นให้ได้!
ชายคนนั้นมองหยางเจี๋ยแล้วก็ให้รู้สึกโมโหจนแทบคลั่ง เดิมทีเขาเตรียมตัวจะรับประทานอาหารอยู่แล้ว แต่พอมาถึงกลับพบว่าเป็นพวกเดียวกัน อารมณ์อยากอาหารดีๆ จึงถูกทำลายป่นปี้ไปหมด!
น่าเสียดายที่เขาไม่ใช่ปีศาจกลายพันธุ์ ไม่อย่างนั้นคงจับไอ้เด็กนี่กินไปแล้ว
เวลาล่วงเลยไปทีละนาที เมื่อแสงยามเช้าสาดส่องลอดรอยแยกของผ้าม่านผืนหนาเข้ามา ชายคนนั้นก็หมดอารมณ์อยากอาหารไปโดยสิ้นเชิง และยิ่งสูญเสียความอดทนในการรอคอยไปด้วย
สายตาของเขาตวัดมองไปยังหยางเจี๋ย—
เขาจะฆ่าไอ้เด็กนี่ซะ!
เพื่อระบายอารมณ์และลดจำนวนคู่แข่งสายพันธุ์มารลงไปอีกหนึ่ง!
ทว่าในตอนที่เขากำลังจะลงมือ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
เขามีโทรศัพท์มือถือสองเครื่อง เครื่องหนึ่งอยู่ในมือของหยางเจี๋ยเพื่อใช้หาเหยื่อทางอินเทอร์เน็ต ส่วนอีกเครื่องเป็นเครื่องส่วนตัวที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
คนที่โทรมาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นลูกพี่เฉินข่าย คนที่เคยรับปากว่าขอแค่เชื่อฟังคำสั่ง หลังจากโลกตกอยู่ในความโกลาหลก็จะพาเขาไปอยู่ด้วยและมอบตำแหน่งให้เขา!
ในระหว่างการสนทนา เขาเผลอพูดถึงสถานการณ์ทางนี้ขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ
หลังจากรู้ว่าคนที่ชื่อหยางเจี๋ยมีประวัติการแชตกับเจียงเซี่ยมากมายและมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดา เฉินข่ายก็บอกให้เขาอย่าเพิ่งวู่วาม และให้รอเขามาจัดการเอง!
...
ชั้นล่างของโรงแรมจุ้ยเมิ่ง
จากที่ต่อต้านในตอนแรก จนถึงตอนนี้เจียงเซี่ยกลับรู้สึกผูกพันกับโรงแรมแห่งนี้อย่างบอกไม่ถูก
มันให้ความรู้สึกเหมือนได้กลับบ้านของตัวเอง
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่านี่เป็นเรื่องดีหรือไม่
บางทีนี่อาจแสดงให้เห็นว่า ตัวเขาได้ค่อยๆ หลอมรวมเข้ากับโลกอันแปลกประหลาดใบนี้แล้ว
ภายในลิฟต์ หลี่ซือถงเอ่ยเตือน "จำที่ฉันเพิ่งบอกนายไปได้ไหม เดี๋ยวพอขึ้นไปข้างบน ฉันให้นายทำอะไร นายก็ทำตามนั้น"
"ทำไมล่ะ หรือเธอเดาว่าจะมีอันตราย?"
หลี่ซือถงในตอนนี้ทำให้เจียงเซี่ยรู้สึกเหมือนเธอเป็นผู้หยั่งรู้ ราวกับว่าเธอรู้ล่วงหน้าแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นในห้องของโรงแรม
"แค่เชื่อฟังฉัน ก็จะไม่มีอันตรายอะไรทั้งนั้นแหละ!" หลี่ซือถงพูดด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม
ห้อง 608
ทันทีที่เดินเข้าไป เจียงเซี่ยก็เห็นหยางเจี๋ยสวมเพียงกางเกงในตัวเดียว ถูกมัดอย่างแน่นหนาและแขวนห้อยต่องแต่งอยู่บนเตียงกรงนก
เขายังจำได้ลางๆ ว่า เมื่อวานตอนที่หยางเจี๋ยมองดูตะขอเกี่ยวด้านบนเตียงกรงนกของโรงแรมยังพูดอยู่เลยว่า อยากรู้จริงๆ ว่าถ้าเอาคนไปแขวนไว้ข้างบนนั้นจะออกมาเป็นยังไง
ตอนนี้ ความฝันของเขาเป็นจริงแล้ว!
หยางเจี๋ยมีผ้าขนหนูยัดปากอยู่ พอเห็นเจียงเซี่ยก็ตื่นเต้นดีใจมากจนส่งเสียงอู้อี้ดังออกมาจากลำคอ
สภาพใบหน้าของเขาดูไม่ได้เลย ไม่อยากจะจินตนาการเลยว่าต้องผ่านการถูกซ้อมอย่างทารุณมาขนาดไหน ตามเนื้อตัวมีรอยฟกช้ำดำเขียวเป็นจ้ำๆ คนลงมือช่างโหดเหี้ยมเหลือเกิน
(ถือซะว่าเป็นบทเรียนให้หมอนี่ก็แล้วกัน ดูสิว่าวันหลังยังจะกล้านัดคนในเน็ตมั่วซั่วอยู่อีกไหม...) เจียงเซี่ยคิดในใจ สายตาเบนไปมองเฉินข่าย
เฉินข่ายนั่งอยู่ตรงริมหน้าต่าง เอนหลังพิงโซฟาพลางนั่งไขว่ห้าง ข้างกายเขามีชายร่างบึกบึนกำยำสวมเสื้อยืดสีดำยืนอยู่ อายุราวๆ สามสิบเจ็ดสามสิบแปดปี
หน้าตาดุดันเหี้ยมเกรียม ดูคล้ายกับนักเลงขาใหญ่ มีกลิ่นอายของคนในวงการมืดอย่างเห็นได้ชัด ที่คอสวมสร้อยทองเส้นโต
หลี่ซือถงปรายตามองหยางเจี๋ยแวบหนึ่ง แล้วหันไปมองเฉินข่ายพลางยิ้มตาหยี "พี่ใหญ่เฉิน นี่มันอะไรกันคะ ทำไมถึงซ้อมเพื่อนฉันจนมีสภาพแบบนี้ แถมยังจับแขวนไว้อีก?"
เฉินข่ายถอนหายใจเฮือกหนึ่ง "ช่วยไม่ได้นี่นา เพื่อนของพวกเธอไปนอนกับเมียลูกน้องฉัน เดิมทียังไงก็ต้องเอาให้ตาย แต่พอรู้ว่าเป็นเพื่อนพวกเธอ ฉันก็รีบสั่งให้หยุดมือทันที ยังไงซะทุกคนก็คนกันเอง ถึงเรื่องนี้จะร้ายแรงมาก แต่ฉันคิดว่าน่าจะไว้หน้าพวกเธอแล้วมานั่งคุยกันดีกว่า"
ระหว่างที่พูด สายตาของเฉินข่ายก็กวาดมองสลับไปมาระหว่างเจียงเซี่ยกับหลี่ซือถง "พวกเธอสองคน ใครจะเป็นคนเจรจาแทนเขาล่ะ?"
"อู้อี้ๆ!"
หยางเจี๋ยพยายามดิ้นสุดแรง เขามองเจียงเซี่ยแล้วส่ายหน้าปะหลับปะเหลือก
เขาอยากจะบอกว่า เขาไม่ได้ไปนอนกับเมียของไอ้หมอนั่นเลยสักนิด!
ในใจของหยางเจี๋ยช่างขมขื่นเหลือเกิน
เขาคิดว่าตัวเองก็ถือเป็นคนดีคนหนึ่งไม่ใช่หรือไง?
ถึงจะกลายเป็นสัตว์ประหลาดไปแล้ว แต่เขาไม่เคยมีความคิดที่จะทำร้ายใครเลยสักครั้ง วิธีการหาอาหารของเขาก็ระมัดระวังตัวมาตลอด ไม่เคยเอาชีวิตใคร หรือแม้แต่ไปหลอกให้ใครตกใจกลัว
แล้วทำไมคนดีถึงไม่ได้ดีล่ะ?
เขาก็รู้ตัวดีว่าพฤติกรรมบ้ากามของตัวเองมันก็เหมือนกับที่เจียงเซี่ยเคยว่าไว้ ว่าเหมือนหมาตัวผู้ที่กำลังติดสัด
แต่นี่มันไม่ใช่ความผิดของเขาเสียหน่อย! เป็นเพราะพลังของเมล็ดพันธุ์มารต่างหากที่ทำให้เขาหยุดตัวเองไม่ได้! อีกอย่างเขาไม่เคยบังคับขืนใจผู้หญิงคนไหนเลย! เขาใช้ความสามารถของตัวเองล้วนๆ ในการจีบสาวออกมา!
หลี่ซือถงทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวข้างๆ "ฉันเอง ว่ามาสิ จะคุยยังไง?"
"ไม่ๆๆ ต้องถามว่าพวกเธออยากจะคุยยังไงมากกว่า ในเมื่อเพื่อนของพวกเธอเป็นคนทำผิด พวกเธอก็ต้องเป็นคนเสนอทางออกให้ลูกน้องฉัน เพื่อให้เขารู้สึกดีขึ้นมาบ้าง" เฉินข่ายโยนเผือกร้อนไปให้หลี่ซือถง
สายตาของหลี่ซือถงจ้องมองไปที่ชายที่อยู่ข้างกายเฉินข่าย ก่อนจะเอ่ยถาม "อยู่ดีๆ เมียนายไปเสร็จเพื่อนฉันได้ยังไงล่ะ?"
ชายคนนั้นพูดตามบทยที่เฉินข่ายเตี๊ยมเอาไว้ก่อนหน้านี้ "มันนัดเมียฉันออกมาทางเน็ต ฉันเห็นท่าไม่ดีเลยแอบตามมา พอพังประตูเข้ามาก็เห็นสองคนนั้นนอนแก้ผ้าอยู่บนเตียงแล้ว!"
หลี่ซือถงพยักหน้าช้าๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ถ้างั้นนายก็ผิดด้วยไม่ใช่หรือไง นายดูแลเมียตัวเองไม่ดีเอง ปัญหาหลักๆ มันอยู่ที่ตัวนายนั่นแหละ"
เจียงเซี่ยชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ก้มหน้ามองหลี่ซือถง
คำพูดนี้แม่งโคตรเจ๋ง!
เจ๋งสุดๆ ไปเลย!
"อะไรนะ ฉันผิดงั้นเหรอ! สองคนนั้นลักลอบคบชู้กัน แต่เธอมาบอกว่าฉันผิดเนี่ยนะ?" ชายคนนั้นชี้หน้าตัวเองด้วยความโกรธจัด นึกไม่ถึงเลยว่าหลี่ซือถงจะโยนความผิดมาสวมหัวเขาแบบนี้
"แล้วเมียนายล่ะ เรียกออกมาให้ฉันดูหน้าหน่อยสิ" หลี่ซือถงมองไปรอบๆ
"กินไปแล้ว นังร่านแบบนั้นจะเก็บเอาไว้ทำไมล่ะ? มันลงไปอยู่ในท้องฉันเรียบร้อยแล้ว!" ชายคนนั้นพูดอย่างเต็มปากเต็มคำ
หลี่ซือถงพูดอย่างไม่สะทกสะท้าน "เอาอย่างนี้ ในเมื่อนายเป็นผู้เสียหายหลัก นายลองเสนอทางออกมาก่อนสิ ฉันจะลองฟังดู"
ชายคนนั้นก้มหน้าลงปรายตามองเฉินข่าย เมื่อพบว่าเฉินข่ายมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่ได้ส่งสัญญาณใดๆ ตอบกลับมา เขาก็เกิดอาการลังเล
"ทำไม พูดไม่ออกงั้นเหรอ? ถ้านายเสนอทางออกไม่ได้ งั้นฉันจะถือซะว่านายไม่ได้อยากจะเอาเรื่องอะไร แล้วฉันก็จะพาคนของฉันกลับล่ะนะ!" หลี่ซือถงลุกขึ้นยืน ส่งสัญญาณให้เจียงเซี่ยไปปล่อยตัวหยางเจี๋ยลงมา
"เดี๋ยวก่อน ใครบอกว่าฉันไม่อยากเอาเรื่อง? ยังไงซะไอ้หมอนี่ก็ทำระยำกับเมียฉัน เห็นแก่หน้าเธอหรอกนะ เอาเป็นว่า ระหว่างตอนมันซะ กับให้มันคุกเข่าโขกศีรษะยอมรับผิดกับฉันสามครั้ง เธอเลือกมาอย่างหนึ่งก็แล้วกัน!"
หลี่ซือถงยิ้มบางๆ "เบาขนาดนี้เลยเหรอ?"
ชายคนนั้นชะงักไปครู่หนึ่ง "เธอคิดว่าเบาไปงั้นเหรอ? ช่างเถอะ ฉันก็แค่อยากจะดูท่าทีของพวกเธอเท่านั้นแหละ เลือกมาสักอย่าง จะตอนมัน หรือจะให้มันคุกเข่าโขกศีรษะยอมรับผิดกับฉันสามครั้ง!"
หลี่ซือถงไม่สนใจชายคนนั้นอีก แต่หันไปมองเจียงเซี่ย "จำได้ไหมว่านายเคยรับปากอะไรฉันไว้?"
"หา?"
เจียงเซี่ยไม่รู้ว่าหลี่ซือถงกำลังพูดถึงเรื่องไหน แต่ในสถานการณ์แบบนี้เขาจะบอกว่าไม่รู้ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นมันจะดูเสียฟอร์มสุดๆ เขาจึงพยักหน้ารับ
"นายบอกว่าจะฆ่าคนที่มีเมล็ดพันธุ์มารสิบคนมาให้ฉัน" หลี่ซือถงพูดพลางทอดสายตาไปหยุดที่ชายคนนั้นอย่างช้าๆ "ฉันคิดว่าหมอนี่ก็ดูเข้าทีดีนะ ให้เขาเป็นคนที่สามก็แล้วกัน!"