เมื่อได้ยินว่าเงื่อนไขที่เจียงเซี่ยเสนอเป็นแบบนี้ หลี่ซือถงก็หัวเราะออกมา
“น่าสนใจดี ตกลง ฉันยอมรับ!”
“แต่ยังมีอีกเงื่อนไขหนึ่ง!”
“อะไรเหรอ?”
“ตอนที่ฉันฆ่าพวกเผ่าพันธุ์อสูรพวกนั้น เธอต้องคอยดูอยู่ห่างๆ ถ้าฉันสู้ไม่ไหว... เธอต้องออกมาช่วยชีวิตฉัน!”
“ได้! แค่เธอไม่ไปเลือกตัวที่แข็งแกร่งเกินไปก็พอ แบบนั้นฉันก็ช่วยเธอไม่ได้เหมือนกัน ได้แต่ยืนมองเธอตายตาปริบๆ แล้วค่อยไปแก้แค้นให้ทีหลัง!”
“วางใจได้ ไม่ทำแบบนั้นหรอก ฉันจะเริ่มจากพวกไก่อ่อนก่อน...”
เจียงเซี่ยรู้สึกว่าข้อตกลงนี้ไม่เลวเลย
ไม่เพียงแต่จะได้ฆ่าเฉินข่าย ดูเหมือนว่าตนเองจะช่วยหลี่ซือถงล่าเผ่าพันธุ์อสูรสิบตนเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน แต่ความจริงแล้วตอนที่ตนเองฆ่าเผ่าพันธุ์อสูรเหล่านี้ก็ยังสามารถแข็งแกร่งขึ้นได้ แถมยังมีหลี่ซือถงคอยคุ้มกันอยู่ลับๆ อีกด้วย
การฆ่าเผ่าพันธุ์อสูรให้มากขึ้น ก็ถือเป็นการกำจัดภัยเพื่อประชาชนด้วยสินะ?
“ไม่ต้องสิบตน แปดตนก็พอ หวังเฟยกับผู้หญิงอ้วนคนนั้นก่อนหน้านี้ ก็นับเป็นสองตน”
ฟังจากความหมายในคำพูดของหลี่ซือถงแล้ว หวังเฟยกับผู้หญิงอ้วนคนนั้นคงกลายเป็นสารอาหารที่ทำให้เธอแข็งแกร่งขึ้นไปแล้ว
“ได้ งั้นก็แปดตน เธอจะลงมือเมื่อไหร่?”
หลี่ซือถงคิดอยู่ครู่หนึ่ง “สองวันนี้คงยังไม่ได้ เฉินข่ายไม่ได้อ่อนแอ ฉันต้องรักษาอาการบาดเจ็บที่ได้รับตอนสู้กับผู้อำนวยการหวงให้หายดีเสียก่อน เอาเป็นภายในสามวันแล้วกัน”
“ได้ งั้นก็ภายในสามวัน ภายในสามวัน... ฉันจะจ่ายมัดจำให้เธอก่อนครึ่งหนึ่ง!”
“ได้ทั้งนั้น”
ชั่วขณะหนึ่ง เจียงเซี่ยถึงกับรู้สึกว่าแฟนสาวของตัวเองคนนี้ก็พูดจารู้เรื่องดีเหมือนกันนี่?
คิดแล้วเขาก็พูดอย่างเป็นกังวลว่า “เฉินข่ายอยู่องค์กรเดียวกับเธอนะ ฆ่าเขาแล้วเธอจะไม่เดือดร้อนเหรอ?”
หลี่ซือถงตบหน้าผากของเจียงเซี่ยทีหนึ่ง “โง่จริง! หลังจากฆ่าเขาแล้วฉันต้องเที่ยวไปป่าวประกาศหรือไงว่าฉันเป็นคนฆ่า?”
“ก็จริง” เจียงเซี่ยพยักหน้า แล้วถามต่อ “แล้วถ้าเกิดถูกจับได้จริงๆ ล่ะ?”
“จับได้ก็จับได้สิ”
ทันทีที่หลี่ซือถงพูดจบ เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ในกระเป๋าของเจียงเซี่ยก็ดังขึ้น
พอรับสาย เสียงกรีดร้องโหยหวนจนใจจะขาดของหยางเจี๋ยก็ดังมาจากปลายสาย
“หยางเจี๋ย? หยางเจี๋ย!” เจียงเซี่ยตะโกนเรียกสองครั้ง
“ช่วยด้วย! ช่วยฉันด้วย!!”
“โรงแรมจุ้ยเมิ่ง 608 เพื่อนของแกไปนอนกับเมียลูกน้องฉัน ถ้าไม่อยากให้มันตาย ก็มาคุยกันหน่อย!”
เสียงจากปลายสายนั้นคุ้นเคยมาก
เฉินข่าย!
เจียงเซี่ยกำลังจะพูด แต่โทรศัพท์ก็ถูกตัดสายไปแล้ว พอโทรกลับไปอีกครั้งก็ไม่มีคนรับ
“เวรเอ๊ย!” เจียงเซี่ยสบถออกมา แล้วมองไปทางหลี่ซือถง “เป็นเฉินข่าย หยางเจี๋ยอยู่ในมือเขา ให้พวกเราไปที่โรงแรมจุ้ยเมิ่ง 608... พูดให้ถูกก็คือเหมือนจะให้ฉันไปคนเดียว?”
“เกิดอะไรขึ้น?”
“เฉินข่ายบอกว่า หยางเจี๋ยไปนอนกับเมียลูกน้องเขา...”
เจียงเซี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาเชื่อว่านี่เป็นเรื่องที่หยางเจี๋ยในตอนนี้สามารถทำได้
พูดตามตรง เรื่องแบบนี้เขาค่อนข้างไม่อยากจะยื่นมือเข้าไปช่วยหยางเจี๋ยเลย
ถึงไปก็ไม่มีเหตุผลอยู่ดี!
เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น สมควรแล้วที่เขาจะโดนซ้อม!
ซ้อมเขาให้หนักอีกหน่อย ให้เขาหลาบจำบ้างก็ดี!
แต่เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายคงไม่เพียงแค่ซ้อมเขาง่ายๆ แค่นั้นแน่!
“แล้วเธอจะไปไหม?”
“ไปดูหน่อยแล้วกัน!” ไม่ไปไม่ได้ อย่างไรเสียหยางเจี๋ยก็มีน้ำใจกับเขาจริงๆ คืนนั้นเขาสามารถพุ่งออกมาขวางหวังเฟยเพื่อปกป้องตนเองได้ หากเป็นคนอื่นคงทำไม่ได้แน่นอน
“เธอไม่กังวลเหรอว่านี่อาจจะเป็นกับดัก?”
เจียงเซี่ยส่ายหน้า “ถ้าเฉินข่ายอยากจะจับหรือฆ่าฉัน ฉันว่าคงไม่จำเป็นต้องลำบากขนาดนี้”
หลี่ซือถงคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วยิ้มอย่างมีความหมาย เหมือนจะนึกถึงเรื่องอื่นขึ้นมาได้ “ได้ งั้นก็ไปดูกัน ฉันจะไปกับเธอด้วย”
...
ต้นสายปลายเหตุของเรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปเมื่อคืนวาน
หลังจากออกมาจากบ้านของเจียงเซี่ย หยางเจี๋ยก็ตรงไปยังโรงแรมที่นัดไว้กับเน็ตไอดอลสาวคนนั้นทันที
แต่ไม่รู้ทำไม พอไปถึงโรงแรมกลับติดต่อเน็ตไอดอลสาวคนนั้นไม่ได้กะทันหัน
รอจนถึงเที่ยงคืน ก็ยังไม่ได้รับข้อความจากเน็ตไอดอลสาว
ทันใดนั้นเอง ผู้หญิงคนหนึ่งที่คุยเล่นหยอกล้อกับเขามาหลายวันก็ส่งข้อความมาหา
เพราะเบื่อๆ เลยคุยด้วย
เมื่อบทสนทนาเริ่มลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับคิดว่าเน็ตไอดอลสาวคนนั้นคงไม่มาแล้ว เขาจึงส่งตำแหน่งและหมายเลขห้องให้ผู้หญิงคนนี้ไป
อย่างไรเสียโรงแรมนี้ก็คืนละสองพันกว่า เงินจะเสียไปเปล่าๆ ไม่ได้ใช่ไหมล่ะ?
ถ้าในระหว่างนั้นเน็ตไอดอลสาวคนนั้นมาด้วย ก็ยิ่งดี!
เขาสาบานได้ว่าเขาถามผู้หญิงคนนี้หลายครั้งแล้ว เธอบอกตลอดว่าไม่มีสามี
แต่หลังจากรอไปกว่าหนึ่งชั่วโมง ฟ้าก็ใกล้จะสว่างแล้ว ผู้หญิงคนนั้นไม่มา แต่สามีของเธอมาแทน!
หลังจากพังประตูเข้ามา เขาก็ถูกซ้อมอย่างหนักอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน!
เขาสู้กลับ และเปิดเผยลักษณะของเผ่าพันธุ์อสูรของตนเองออกมาโดยตรง เพราะเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของพวกเดียวกันจากชายคนนี้ และชายคนนี้ก็เผยเขี้ยวเล็บออกมาหมายจะกินเขาทันที!
เพราะเขาเป็นอสูรเร้นกาย ตอนแรกชายคนนั้นจึงไม่รู้ว่าเขาเป็นเผ่าพันธุ์อสูร แต่หลังจากเห็นลักษณะของเผ่าพันธุ์อสูรที่เขาแสดงออกมาแล้ว ก็พบว่ากินเขาไปก็ไม่มีประโยชน์ เลยซ้อมเขาอย่างหนักอีกรอบ!
หลังจากสู้กับชายคนนั้นไปได้สองสามกระบวนท่า เขาก็พลันรู้สึกว่าการต่อสู้ฆ่าฟันมันไม่ดี ควรจะพูดคุยกับชายคนนั้นดีๆ มากกว่า
จึงคิดจะเจรจาสงบศึกกับชายคนนั้นด้วยท่าทีที่อ่อนน้อมลง อย่างไรเสียก็เป็นตนเองที่ผิดก่อน ท่าทีอ่อนน้อมลงหน่อยก็สมเหตุสมผล
เขาก้มลงคุกเข่าบนพื้น สภาพบอบช้ำหน้าตาปูดบวมเงยหน้ามองชายคนนั้น พูดอย่างน่าสงสารว่า “พี่ใหญ่ อย่าตีเลยครับ อย่าตีเลย ผมผิดไปแล้ว! เป็นผมที่ตาไม่มีแวว ผมขอโทษพี่ เรื่องนี้ให้มันจบกันไปเถอะนะครับ!”
ชายคนนั้นมองหยางเจี๋ยอย่างโมโหจัด แล้วพูดเสียงเย็นชาว่า “แกเป็นเผ่าพันธุ์อสูร นัดเมียฉันออกมาเพราะอยากจะกินเธอ ยังจะให้ฉันปล่อยแกไปอีกเหรอ?”
“พี่ใหญ่! ผมสาบานเลย! ผมนัดพี่สะใภ้ออกมาไม่ใช่เพราะจะกินเธอแน่นอน ผมแค่อยากจะนอนกับเธอ!”
พูดจบ หยางเจี๋ยก็ชะงักไป รู้สึกเหมือนจะพูดอะไรผิดไป
หลังจากถูกซ้อมอีกรอบ ชายคนนั้นก็เตะเขาไปที่ข้างเตียง แล้วสั่งให้เขาปลดล็อกโทรศัพท์
เมื่อเห็นรายชื่อแชทในโทรศัพท์ของเขา ชายคนนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย “หลี่ซือถง... แกรู้จักเธอเหรอ? แกอยู่โรงเรียนมัธยมซิงเหอหมายเลขหนึ่ง?”
“ใช่ๆๆ ผมรู้จักเธอ เธอเป็นหัวหน้าห้องผมเลยนะ ปกติสนิทกันสุดๆ พี่ใหญ่ก็รู้จักเธอเหรอ? งั้นเราก็คนกันเองแล้วสิเนี่ย คนกันเองไม่รู้จักกันเองซะได้!”
“อย่ามาตีซี้!” ชายคนนั้นเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์ของหยางเจี๋ย “โฮ่ คุยกับผู้หญิงทีเดียวเยอะขนาดนี้เลย ไอ้หนูอย่างแกนี่ก็ไม่เบานี่หว่า!”
พลางพูด ชายคนนั้นก็หยิบโทรศัพท์ของตัวเองยื่นให้หยางเจี๋ย “ผู้ชายในรายชื่อแชทของฉันพวกนี้ ให้เวลาแกชั่วโมงครึ่ง นัดมาที่นี่ให้ได้คนหนึ่ง!”
รับโทรศัพท์มา มองดูกล่องแชทในรายชื่อของชายคนนั้น หยางเจี๋ยก็พลันเข้าใจในบัดดล!
ที่แท้ไม่มีผู้หญิงอะไรเลย คนที่คุยกับเขามาตลอดก็คือชายคนนี้นี่เอง
ชายคนนี้ก็เหมือนกับเขา คือนัดคนทางออนไลน์ เรียกคนออกมาแล้วก็กินในห้องโรงแรมเพื่อเติมท้องให้อิ่ม!
ที่ต่างกันก็คือชายคนนี้ใช้ตัวตนของผู้หญิง
เพราะเทียบกับผู้ชายแล้ว หญิงม่ายทรงเสน่ห์ย่อมสามารถนัดคนออกมาได้ง่ายกว่า
เพียงแต่ครั้งนี้ชายคนนั้นคาดไม่ถึงว่าผู้ชายที่เขาตกเบ็ดได้ แท้จริงแล้วเป็นพวกเดียวกันกับเขานั่นเอง!
“เวรกรรมอะไรของกูวะเนี่ย!” หยางเจี๋ยสบถออกมา
“อย่าพูดมาก รีบนัดมาให้กู! นัดออกมาได้กูก็จะปล่อยมึงไป ไม่งั้นถึงกูกินมึงไม่ได้ กูก็จะฆ่ามึงให้ตาย!”
หยางเจี๋ยกัดฟัน ฝืนใจส่งข้อความไปหาชายคนหนึ่งที่ใช้รูปโปรไฟล์เป็นรถสปอร์ต: พี่ชาย อยู่ไหมคะ?
ชายโปรไฟล์รถสปอร์ต:【มีอะไรเหรอ?】
หยางเจี๋ย:【เฮ้อ... เพิ่งเข้าห้องกับสามีมา แต่เขาดันทั้งเล็กทั้งไม่สู้...】
ในตอนนั้น หยางเจี๋ยรู้สึกว่าตัวเองเหมือนเป็นผีร้ายที่ช่วยเสือทำชั่ว
ถ้าช่วยชายคนนี้ล่อคนออกมาได้จริงๆ ก็เท่ากับว่าตนเองได้ทำร้ายคนทางอ้อมไม่ใช่หรือ?
เขาไม่อยากทำร้ายคน ถ้าเขาอยากทำร้ายคน ป่านนี้จะยังอ่อนแออยู่ได้อย่างไร คงจะแข็งแกร่งจนเหลือเชื่อ ต่อยไอ้คนที่ “ปลอมเป็นผู้หญิงล่อผู้ชาย” นี่ตายไปตั้งนานแล้ว!
เขาอยากจะส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือไปให้เจียงเซี่ย แต่โทรศัพท์อยู่ในมือชายคนนั้น และเขาก็จำเบอร์ของเจียงเซี่ยไม่ได้
คิดไปคิดมา เขาก็นึกถึงวิธีที่ยอดเยี่ยมวิธีหนึ่งขึ้นมาได้: ดาวน์โหลดเกมบนมือถือของชายคนนี้ แล้วใช้เบอร์โทรศัพท์ของชายคนนี้ล็อกอินเข้าไป
ปกติวันหยุดสุดสัปดาห์เวลานี้ เจียงเซี่ยควรจะออนไลน์เกมอยู่
ตนเองจำไอดีเกมของเจียงเซี่ยได้ ขอแค่เขาออนไลน์อยู่ แล้วแอดเขาเป็นเพื่อน เขาก็น่าจะตอบรับ
ถึงตอนนั้นก็สามารถขอความช่วยเหลือได้แล้ว!
ถ้าไม่ได้ผลจริงๆ ค่อยหาวิธีอื่น!
ต่อให้สู้ชายคนนี้ไม่ได้ เขาก็ไม่เชื่อว่าห้องเล็กๆ แค่นี้จะขังเขาไว้ได้!
ด้วยความคิดที่จะลองดู เขาจึงเปิดแอปสโตร์แล้วกดดาวน์โหลดเกม
แต่ช่างโชคร้าย ชายคนนั้นเดินมาอยู่ข้างหลังเขาพอดี เมื่อเห็นเขาดาวน์โหลดเกมก็ขมวดคิ้วเข้าหากัน
“ไอ้หนู ติดเกมไม่เบาเลยนะ ให้แกไปล่อผู้ชายมาให้ฉัน แกกลับเอาโทรศัพท์ฉันมาเล่นเกมงั้นเหรอ? ไม่รู้สถานการณ์ของตัวเองตอนนี้หรือไง?”