ตอนแรกที่เห็นหลี่ซือถง เจียงเซี่ยรู้สึกว่าคราวนี้คงรอดชีวิตมาได้อย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน ทว่าเมื่อภาพหลี่ซือถงตรงหน้าพร่ามัวและแยกออกเป็นสองคน เจียงเซี่ยก็ตระหนักได้ว่านี่เป็นเพียงภาพลวงตาที่เกิดจากพิษของดอกไม้กินคน ความหวังที่จะรอดชีวิตอันน้อยนิดนั้นแตกสลายลงราวกับฟองสบู่
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!
ดอกไม้กินคนพ่นเถาวัลย์เลือดอาบหนามออกมาสองสามเส้น มันพันธนาการเข้าที่ใบหน้าของเจียงเซี่ย หนามแหลมกรีดทลายผิวหนัง เถาวัลย์เลือดเหล่านั้นดูดกลืนเลือดที่ซึมออกมาประดุจหลอดดูดน้ำ
ก้อนเนื้อดอกไม้กินคนทั้งก้อนสั่นสะท้านอย่างรุนแรงยิ่งขึ้น!
"ทำไม ทำไมเลือดของแกถึงได้มีสารอาหารมากมายขนาดนี้ ทำให้ฉันตื่นเต้นได้ขนาดนี้ แกเป็นตัวอะไรกันแน่?"
"สารอาหาร... สารอาหารเยอะแยะไปหมด..."
"แกทำให้ฉันรู้สึกดีจังเลย รู้สึกดีสุดๆ!"
เจียงเซี่ยมองดูหลี่ซือถงสองคนที่ยืนอยู่ข้างกาย ซึ่งตอนนี้จากสองคนได้แยกออกกลายเป็นสี่คนแล้ว
หลี่ซือถงทั้งสี่คนส่งยิ้มให้เขาพลางเอ่ยว่า "ที่รัก นายใกล้จะทนไม่ไหวแล้วใช่ไหมล่ะ อยากให้ฉันช่วยหรือเปล่า ฉันเองก็อยากช่วยนายนะ แต่ช่วยไม่ได้หรอก!"
ในจิตใต้สำนึก เจียงเซี่ยเข้าใจดีว่า หลี่ซือถงที่ปรากฏตัวขึ้นในภาพลวงตานั้น แท้จริงแล้วก็คือสิ่งที่เขาปรารถนาอย่างยิ่งยวดในชั่วขณะนี้!
เขาปรารถนาให้หลี่ซือถงปรากฏตัวขึ้นมาช่วยชีวิตเขา!
เมื่อตระหนักถึงเรื่องนี้ได้ ความรู้สึกอัปยศอดสูในความไร้พลังก็เอ่อล้นขึ้นมาในใจ หรือว่าฉันจะทำได้เพียงพึ่งพาหลี่ซือถงเท่านั้น? ถ้าไม่มีเธอฉันก็ต้องยอมรับความตายอย่างนั้นหรือ? ถ้าไม่มีเธอ หรือว่าฉันจะเป็นได้แค่เนื้อปลาบนเขียงที่ปล่อยให้คนอื่นสับโขกตามอำเภอใจ?
ม่านสีเลือดชั้นหนึ่งปกคลุมดวงตาทั้งสองข้างของเจียงเซี่ย ศีรษะทั้งใบของเขาเกิดการกลายสภาพเป็นมารในชั่วพริบตา
หางสีเขียวคล้ำเส้นหนึ่งแทงทะลุกางเกงของเขา พุ่งพรวดออกจากพันธนาการของเถาวัลย์เลือด แล้วแทงฉึกเข้าไปในปากของดอกไม้กินคน!
ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงทำให้ดอกไม้กินคนแผดเสียงคำรามอันน่าสะพรึงกลัว ใจกลางดอกไม้ทั้งดอกสั่นสะท้านอย่างรุนแรง!
ภายใต้การควบคุมของเจียงเซี่ย หางรูปกรวยที่แทงทะลุเข้าไปในเลือดเนื้อของดอกไม้กินคนนั้น ก็เบ่งบานออกราวกับดอกไม้ในยามรุ่งอรุณ มันหมุนคว้างอย่างบ้าคลั่งราวกับเลื่อยไฟฟ้าอยู่ภายในเนื้อหนังตรงปากของดอกไม้กินคน!
ฉูด~!!
เลือดสีดำคล้ำราวกับยางมะตอยสาดกระเซ็นใส่ใบหน้าของเจียงเซี่ย โลลิร่างอวบแผดเสียงร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดรวดร้าวแทบขาดใจ
"หยุดนะ! รีบหยุดเดี๋ยวนี้! อ๊ากกก!!"
กรงเล็บทั้งสองข้างของเจียงเซี่ยจิกทึ้งปากของดอกไม้กินคนเอาไว้แน่น เขาทุ่มเทเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีเพื่อไม่ให้มันดิ้นหลุดและหดตัวกลับไปได้ ใบเลื่อยที่ปลายหางหมุนวนด้วยความเร็วสูง อาละวาดอย่างบ้าคลั่งราวกับเครื่องบดเนื้อ!
เจียงเซี่ยตกอยู่ในสภาวะบ้าคลั่ง!
ภายใต้ความเจ็บปวดที่ไม่อาจทนรับไหว เถาวัลย์เลือดที่พันธนาการอยู่บนร่างของเจียงเซี่ยก็คลายออกเอง เวลาเพียงสิบกว่าวินาทีสั้นๆ ปากของดอกไม้กินคนทั้งปากก็ถูกเลื่อยหางหั่นจนกลายเป็นเศษเนื้อนับชิ้นไม่ถ้วน!
ร่างต้นของดอกไม้กินคน ซึ่งก็คือก้อนเนื้อสีดำขนาดมหึมาก้อนนั้น ล้มลงไปนอนดิ้นทุรนทุรายก่ายกองอยู่บนพื้นด้วยความเจ็บปวด
เจียงเซี่ยยืดกรงเล็บแหลมคมออกจากมือทั้งสองข้าง เขาก้าวเท้ายาวๆ สองก้าวพุ่งพรวดเข้าไปหา กรงเล็บทั้งสองฉีกทึ้งเลือดเนื้อ ภายใต้การฉีกกระชากอย่างรุนแรงและบ้าคลั่ง เศษเนื้อสีดำเป็นชิ้นๆ ก็ปลิวว่อนไปในอากาศ!
"ไม่ใช่ว่าจะกินฉันหรอกเหรอ เข้ามาสิ! เข้ามาเลย!!"
ในวินาทีนี้ ความหวาดกลัวในใจของเจียงเซี่ยมลายหายไปจนสิ้น สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือการไม่นำพาต่อความเป็นความตายอีกต่อไป!
จนกระทั่งทำลายก้อนเนื้อสีดำจนแหลกเหลวกลายเป็นกองเศษเนื้ออย่างสมบูรณ์ เจียงเซี่ยถึงได้หยุดมือลง เขาสูดลมหายใจหอบแฮ่กๆ อย่างหนักหน่วง
เศษเนื้อสีดำราวกับว่ายังมีชีวิต มันเต้นตุบๆ เหมือนเนื้อวัวที่เพิ่งถูกแล่มาสดๆ หลังจากดิ้นรนอยู่ครู่หนึ่ง พลังชีวิตก็ค่อยๆ ดับสูญไป
กระแสความอบอุ่นสายแล้วสายเล่าปรากฏขึ้นในร่างกายของเจียงเซี่ย มันแตกฉานซ่านเซ็นออกเป็นเส้นสายนับพันนับหมื่น แทรกซึมเข้าไปในทุกเซลล์ในร่างกายของเขา กล้ามเนื้อกำยำแข็งแรงขึ้น เกล็ดบนร่างส่องประกายแสงสีเขียวคล้ำราวกับระลอกคลื่น
หากมีการแบ่งแยกเลเวลล่ะก็ หลังจากฆ่าโลลิร่างอวบตัวนั้นแล้ว เจียงเซี่ยรู้สึกว่าเลเวลของตัวเองอย่างน้อยก็ต้องเพิ่มขึ้นมาหนึ่งเลเวล
เขาไม่ได้วิ่งหนี แต่หันกลับไปเข้าร่วมการต่อสู้ระหว่างหยางเจี๋ยกับหวังเฟย!
เมื่อนักรบในร่างมังกรปรากฏตัวขึ้นข้างกาย หยางเจี๋ยที่หน้าตาบูดเบี้ยวเขียวช้ำและใกล้จะทนไม่ไหวรอมร่อก็เผยแววตาอิจฉาออกมา บ้าเอ๊ย ทำไมร่างกลายสภาพเป็นมารของหมอนั่นถึงได้เท่ขนาดนี้วะ?
เมื่อเห็นเศษเนื้อเป็นชิ้นๆ กองอยู่บนพื้นไม่ไกลนัก หวังเฟยก็รู้สึกประหลาดใจในตอนแรกที่เจียงเซี่ยมีฝีมือถึงเพียงนี้ จากนั้นเขาก็แสยะยิ้มเย็นเยียบ
"ถึงกับทำลายอาหารที่ฉันอุตส่าห์ฟูมฟักมาตั้งนานซะพังยับเยิน แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน หน้าตาอัปลักษณ์แบบยัยนั่น ฉันเองก็กินไม่ค่อยจะลงอยู่แล้ว"
"กินพวกแกสองคนก็ไม่เลวเหมือนกัน!"
สิ้นเสียง ใต้ซี่โครงของหวังเฟยก็พองหนาขึ้น ตามมาด้วยเสียงขยุกขยิกเหนอะหนะ กรงเล็บสีดำลื่นไหลสองข้างแทงทะลุเสื้อผ้าออกมา!
กรงเล็บมารที่งอกออกมานั้นมีความยาวประมาณหนึ่งเมตรครึ่ง กรงเล็บมารทั้งหกข้างพุ่งโจมตีออกไปพร้อมกัน!
ทว่าสิ่งที่ต้อนรับกรงเล็บมารทั้งหกข้างของเขาก็คือ ร่างกายทั้งร่างของเจียงเซี่ย!
หวังเฟยมีประสบการณ์การต่อสู้โชกโชน การประมือกับเขา โอกาสชนะมีไม่มากนัก ดังนั้นเจียงเซี่ยจึงเลือกใช้วิธีการที่บ้าระห่ำเช่นนี้
เขาอยากรอดชีวิต!
ทว่าในเวลาแบบนี้หากยังกลัวตาย ทั้งเขาและหยางเจี๋ยก็คงไม่มีใครรอดไปได้!
หวังเฟยคิดไม่ถึงเลยว่าเจียงเซี่ยจะพุ่งเข้าใส่เขาด้วยวิธีนี้ ราวกับพยัคฆ์ร้ายที่กระโจนตะครุบเขาจนล้มกลิ้งลงไปบนพื้น!
ทันทีที่ล้มลง หางอันแหลมคมเส้นหนึ่งก็แทงตรงดิ่งมาที่กลางหว่างคิ้วของเขา!
เขาตื่นตระหนกจนร่างกายสั่นสะท้าน ก่อนที่จะสิ้นใจตาย เขารีบใช้มือทั้งสองข้างคว้าจับหางที่แทงเข้ามาเอาไว้!
"บัดซบ! รอนหาที่ตาย!"
หวังเฟยแผดเสียงคำราม หมายจะใช้กรงเล็บแหลมคมแทงทะลุหัวใจไอ้คนที่คร่อมทับอยู่บนร่างให้ตายตกไปตามกัน
แต่ขณะที่เขากำลังจะขยับตัว หนวดสีม่วงเข้มเป็นเส้นๆ ก็พุ่งพรวดเข้ามาพันธนาการกรงเล็บข้างอื่นๆ ของเขาเอาไว้ ทั้งที่เกือบจะแทงทะลุร่างของเจียงเซี่ยอยู่รอมร่อ แต่กลับถูกดึงออกไปดื้อๆ!
"เจียงเซี่ย! ฆ่ามันเลย!" หยางเจี๋ยตะโกน เส้นเลือดดำบนหน้าผากปูดโปน
เจียงเซี่ยยืดกรงเล็บแหลมคมออกไป เขาไม่สนใจธรรมเนียมการทักทายใดๆ กรงเล็บอันแหลมคมประเคนเข้าใส่ใบหน้าและศีรษะของหวังเฟยสารพัดรูปแบบ การตวัดกรงเล็บทั้งสองข้างในแต่ละครั้งล้วนควักเอาเศษเลือดเนื้อติดมือมาด้วย!
ศีรษะของหวังเฟยกลายสภาพเป็นมารในทันที ดูคล้ายกับหัวสุนัขสีดำที่ไร้ขน ทว่ามันกลับไม่อาจต้านทานกรงเล็บแหลมคมที่กำลังตวัดทึ้งใบหน้าของเขาได้เลยแม้แต่น้อย!
ความเจ็บปวดลึกถึงกระดูกทำให้หวังเฟยแผดเสียงร้องโหยหวน มือทั้งสองข้างซึ่งเป็นส่วนเดียวที่ขยับได้จับหนามหางรูปกรวยที่จ่ออยู่ตรงกลางหว่างคิ้วเอาไว้แน่น
จนกระทั่งฉีกกระชากใบหน้าของหวังเฟยจนยับเยิน เจียงเซี่ยถึงได้ตระหนักว่า กะโหลกศีรษะของหวังเฟยนั้นแข็งแกร่งผิดมนุษย์มนา การจะกะเทาะเปิดกะโหลกของเขานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
สายตาเลื่อนต่ำลงไปหยุดอยู่ที่ตำแหน่งหัวใจบนร่างของหวังเฟย เจียงเซี่ยเงื้อกรงเล็บแหลมคมขึ้นแล้วจ้วงแทงลงไปอย่างแรง กรงเล็บเจาะทะลุเลือดเนื้อเสียงดังฉึก เจียงเซี่ยสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า ปลายนิ้วของเขาแตะโดนหัวใจที่กำลังเต้นเร่าและร้อนระอุรดวงนั้นแล้ว เพียงแค่ดันไปข้างหน้าอีกเบาๆ ก็ดูเหมือนจะพรากชีวิตของหวังเฟยไปได้แล้ว!
ทว่าหวังเฟยผู้ซึ่งมีความปรารถนาที่จะมีชีวิตรอดอย่างแรงกล้ากลับใช้กลไกอะไรบางอย่าง ทำให้เลือดเนื้อบริเวณหน้าอกบีบรัดกรงเล็บของเจียงเซี่ยเอาไว้แน่น!
เมื่อมีกรงเล็บจ่อทะลวงหัวใจอยู่ หวังเฟยก็ไม่กล้าปากแข็งอีกต่อไป "ฉันยอมแพ้แล้ว! ฉันยอมแพ้แล้ว!"
ดวงตาทั้งสองข้างของเจียงเซี่ยแดงก่ำ หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง เขาสูดลมหายใจหอบแฮ่กๆ!
ใบหน้าของหวังเฟยดูไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ตั้งแต่หน้าผากจรดปลายคางไม่มีส่วนไหนที่ยังดูดี ลูกตาข้างซ้ายถูกกรงเล็บแทงจนแตก มีของเหลวสีดำคล้ำไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย แม้ลูกตาข้างขวาจะรอดพ้นมาได้ แต่เนื้อรอบเบ้าตากลับถูกกรงเล็บควักออกไปจนแทบหมด กะโหลกศีรษะสีขาวซีดบนใบหน้าเผยให้เห็นรำไรสลับกับสีดำและแดง ดูน่าเกลียดน่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง!
น้ำเสียงของเขาแหบพร่า ลมหายใจรวยริน
"ฉันผิดไปแล้ว... เรื่องในคืนนี้ ให้มันจบลงแค่นี้เถอะ..."
หวังเฟยอ้อนวอนด้วยความอ่อนแรง เขาคิดไม่ถึงเลยว่าคนทั้งสองจะร่วมมือกันจัดการเขาด้วยวิธีนี้
หากยังไม่ยอมอ่อนข้อ เขาคงรู้สึกได้ว่าตัวเองจะต้องตายด้วยน้ำมือของเจียงเซี่ยแน่ๆ!
"ฆ่ามันซะ!" น้ำเสียงเย็นเยียบสายหนึ่งดังแว่วมาจากป่าด้านข้าง
หลี่ซือถงกอดอกเดินออกมา นัยน์ตาเย็นชาตวัดมองไปที่หวังเฟย
การปรากฏตัวของหลี่ซือถงทำให้หวังเฟยสิ้นหวังยิ่งขึ้นไปอีก เขารู้จักนิสัยของหลี่ซือถงดี หากสั่งให้เขาตาย เธอก็จะไม่มีวันปล่อยให้เขามีชีวิตรอดไปได้อย่างเด็ดขาด
การร้องขอชีวิตจากหลี่ซือถงนั้นเปล่าประโยชน์ หนทางรอดเพียงหนึ่งเดียวคือต้องหาทางจากเจียงเซี่ยเท่านั้น
เขารีบฝืนเค้นเสียงพูดกับเจียงเซี่ยอย่างยากลำบาก "เจียงเซี่ย พวกเราล้วนเป็นเพื่อนร่วมชั้นกัน ฉันยังนั่งอยู่หลังนายด้วยซ้ำ ถึงแม้ปกติความสัมพันธ์จะไม่ค่อยดีนัก แต่ก็ไม่เห็นจะต้องฆ่าแกงกันให้ตายไปข้างเลยนี่ ฉันขอรับรองว่าต่อไปนี้จะอยู่ให้ห่างจากนาย"
"เหอะ! ตอนที่กูเพิ่งพูดเรื่องนี้กับมึง ทำไมไม่เห็นมึงจะคิดได้แบบนี้บ้างวะ?" หยางเจี๋ยถ่มเลือดปนน้ำลายออกมาพลางสบถด่า
หลี่ซือถงเดินเข้าไปหาเจียงเซี่ย แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา "เขาไม่ใช่คนอีกต่อไปแล้ว นายเองก็ไม่ใช่ ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเรามันเปลี่ยนไปตั้งนานแล้ว หากคืนนี้นายปล่อยเขาไป ไม่ช้าก็เร็วสักวันหนึ่งนายจะต้องตายด้วยน้ำมือของเขา!"
"ไม่ ไม่ ไม่! ไม่มีทาง! เจียงเซี่ย ฉันขอสัญญา ขอแค่นายปล่อยฉันไป พรุ่งนี้ฉันจะไปจากเมืองซิงเหอ และตั้งแต่นี้ต่อไปจะไม่มาปรากฏตัวต่อหน้านายอีก!" หวังเฟยเป็นดั่งคนจมน้ำที่พยายามไขว่คว้าฟางเส้นสุดท้ายเอาไว้สุดชีวิต