"สามหาว!"
สีหน้าของโจวหยางเคร่งขรึมลง ต้นเฟิ่งหัวระเบิดพลังตามปราณของเขาที่ปะทุขึ้นมา ในชั่วพริบตา กิ่งก้านก็ร่ายรำพร้อมกระบี่วิเศษนับร้อยเล่ม ราวกับเทพอสูรร้อยแขน พุ่งแทงเข้าหาสวี่อิง!
กระบี่วิเศษเหล่านั้นพลิ้วไหวขึ้นลง บ้างช้าบ้างเร็ว พลิ้วไหวถึงขีดสุดจนชวนให้ตาลาย!
สวี่อิงเคยเห็นเพลงกระบี่ของเทพเจ้ายักษ์มาก่อน เทพเจ้ายักษ์สามารถควบคุมกระบี่สี่เล่มได้พร้อมกัน สองมือถือไว้ข้างละเล่ม และใช้พลังจิตควบคุมกระบี่บินอีกสองเล่ม
เพลงกระบี่ของเทพองค์นั้นทำให้สวี่อิงเสียเปรียบครั้งแล้วครั้งเล่า กระทั่งกระดูกสะบักถูกแทงทะลุ เกือบเอาชีวิตไม่รอด!
ทว่าเมื่อเทียบกับกระบี่สังหารมารโจวเทียนของโจวหยาง เพลงกระบี่ของเทพเจ้ายักษ์ก็ไม่ควรค่าแก่การเอ่ยถึงเลย
เมื่อใช้วิชากระบี่สังหารมารโจวเทียน กระบี่วิเศษนับร้อยเล่มก็พุ่งสลับไปมา ร่ายรำวิชากระบี่ที่แตกต่างกัน ราวกับมีเทพที่ใช้วิชากระบี่บินได้นับร้อยองค์กำลังร่ายรำเพลงกระบี่ต่างกันโจมตีเข้าหาสวี่อิงพร้อมกัน!
หากไม่เคยเรียนวิชากระบี่มาก่อน เกรงว่าแค่เผชิญหน้ากันครั้งแรกก็คงถูกฟันแขนขาและศีรษะขาดสะบั้น ร่างกายถูกแทงจนพรุนไปทั้งร่าง!
สวี่อิงถือท่อนหลิวในมือ ขยับฝีเท้า ใช้ท่อนหลิวในมือต่างกระบี่ แทนที่จะถอยกลับพุ่งทะยานเข้าหาค่ายกลกระบี่สังหารมารโจวเทียนที่มีกระบี่วิเศษนับร้อยเล่ม!
"เคร้ง!"
ท่อนหลิวของเขาปะทะกับกระบี่วิเศษเล่มแรก จังหวะที่ท่อนหลิวชนกับกระบี่และดีดกระบี่เล่มนั้นออกไป ปลายท่อนหลิวก็ทอแสงกระบี่สว่างวาบ ฟันกิ่งไม้ที่อยู่หลังด้ามกระบี่จนขาดสะบั้น!
สวี่อิงก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว หลบกระบี่วิเศษที่ลอบโจมตีจากด้านหลัง ท่อนหลิวในมือตวัดกลับไปปัดกระบี่วิเศษอีกเล่ม ปราณกระบี่ตวัดผ่านกิ่งไม้ กระบี่วิเศษอีกล่มก็ร่วงหล่นลงพื้น
กระบี่วิเศษกว่ายี่สิบเล่มโจมตีมาจากทิศทางต่างๆ สวี่อิงตกอยู่ในอันตรายทันที ต่อให้เพลงกระบี่ของเขาล้ำเลิศเพียงใด เขาก็ไม่มีสามหัวหกแขนที่จะรับมือกับการโจมตีมากมายพร้อมกันได้
ทันใดนั้น ท่อนหลิวในมือก็หลุดลอยออกไป วาดเส้นโค้งอันงดงามกลางอากาศ รวดเร็วดั่งลูกธนู ฟันกิ่งไม้ที่กำลังร่ายรำจนขาดกระจุย!
"วิชากระบี่บิน!"
โจวหยางตกใจ เพียงชั่วพริบตา กระบี่วิเศษที่โจมตีสวี่อิงก็ถูกฟันร่วงไปกว่าสามสิบเล่ม ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อสวี่อิงขยับตัว กระบี่วิเศษก็ร่วงหล่นลงมามากขึ้นเรื่อยๆ
ร่างของสวี่อิงพลิกตัวขึ้น ราวกับปลาหลีฮื้อกระโดดข้ามประตูมังกร ทะลวงผ่านกระบี่วิเศษทีละเล่ม ท่อนหลิวบินวนรอบตัวเขา หากมีกระบี่วิเศษเล่มใดเข้ามาในระยะหนึ่งจั้ง ท่อนหลิวจะตัดกิ่งไม้ที่อยู่หลังด้ามกระบี่ทันที!
เมื่อกระบี่วิเศษไร้กิ่งไม้คอยค้ำจุน ก็จะสูญเสียการควบคุมและร่วงหล่นลงพื้นทันที
ได้ยินเพียงเสียงเคร้งคร้างดังไม่ขาดสาย วินาทีที่เขาร่อนลงพื้น ด้านหลังก็เต็มไปด้วยกระบี่วิเศษที่ร่วงหล่น ล้วนแต่ถูกฟันกิ่งไม้ตรงด้ามกระบี่จนขาดทั้งสิ้น!
โจวหยางแค่นหัวเราะ เห็นเพียงกระบี่วิเศษที่ร่วงหล่นเหล่านั้น กิ่งไม้ตรงด้ามกระบี่หยั่งรากลงดินและเติบโตอย่างรวดเร็ว กิ่งไม้แต่ละกิ่งยาวขึ้นเรื่อยๆ พลิ้วไหวไร้ที่เปรียบ กวัดแกว่งกระบี่วิเศษพุ่งเข้าสังหารสวี่อิงจากด้านหลัง!
"สวี่อิง เจ้าไม่รู้เลยว่ากระบี่สังหารมารโจวเทียนของตระกูลโจวข้าร้ายกาจเพียงใด! อย่าว่าแต่ราชันมารอย่างเจ้าเลย ต่อให้เป็นเทพมารที่รับเครื่องเซ่นไหว้มาก็ต้องกลืนความแค้น!"
หลังจากสวี่อิงร่อนลงพื้น เขาอยู่ห่างจากโจวหยางเพียงไม่กี่จั้ง เขายกมือชี้ออกไป เสียง 'ฟิ้ว' ดังขึ้น ท่อนหลิวเพิ่มความเร็วพุ่งเข้าจู่โจมโจวหยางโดยตรง!
โจวหยางตวาดลั่น "กายวัชระคงกระพัน!"
ร่างกายของเขาขยายใหญ่ขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ไม่นานก็สูงราวหนึ่งจั้งสองฉื่อ ทั่วร่างเปล่งแสงสีทอง มือเท้าใหญ่โต ฝ่ามือมีปราณสีทองบางๆ ปกคลุม พุ่งเข้ารับท่อนหลิว!
วินาทีที่ฝ่ามือของเขาสัมผัสกับท่อนหลิว แสงกระบี่จากท่อนหลิวก็สว่างวาบ เสียง 'ฉึก' ดังขึ้น ปราณกระบี่ทะลวงปราณสีทองกลางฝ่ามือของเขาจนทะลุ
วินาทีต่อมา ท่อนหลิวยันฝ่ามือของเขาไว้ พลังมหาศาลปะทุขึ้น บริเวณที่ฝ่ามือของโจวหยางสัมผัสกับท่อนหลิว แสงสว่างกระเพื่อมไหวราวกับระลอกคลื่น
ในเวลาเดียวกัน สวี่อิงทะลวงผ่านวงล้อมกระบี่วิเศษ ฝ่ามือคว้าปลายอีกด้านของท่อนหลิว แล้วแทงกระบี่ออกไปอย่างแรง!
โจวหยางตวาดลั่น โคจรพลังเวท ได้ยินเพียงเสียง 'กร๊อบ' ท่อนหลิวแทงทะลุกระดูกนิ้วกลางกลางฝ่ามือของเขา ทะลุออกทางหลังมือทั้งอัน หลุดจากมือสวี่อิงบินออกไปอีกครั้ง พุ่งตรงไปยังหว่างคิ้วของเขา!
โจวหยางรีบถอยร่น เหวี่ยงหมัดอีกข้างออกไปทุบท่อนหลิวจนแหลกละเอียด ทันใดนั้นสวี่อิงก็คว้ากระบี่วิเศษเล่มหนึ่งที่ตกอยู่บนพื้น ใช้นิ้วดีด กระบี่ยาวบินแหวกอากาศส่งเสียงหวีดหวิว ปราณกระบี่พุ่งทะยาน ฟันเข้าใส่เขา!
โจวหยางเพิ่งสังเกตเห็นว่า ด้านหลังสวี่อิงมีกระบี่วิเศษกว่าสิบเล่มลอยอยู่ บินวนรอบตัวเด็กหนุ่ม ปัดป้องกระบี่วิเศษแต่ละเล่มที่ต้นเฟิ่งหัวโจมตีมาจนหมดสิ้น!
กระบี่วิเศษเหล่านี้ไม่ใช่ของวิเศษ เขาใช้ได้ สวี่อิงก็ย่อมใช้ได้เช่นกัน
โจวหยางใช้มือเปล่าคว้าจับ ทันใดนั้นฝ่ามือก็เจ็บปวด นิ้วทั้งห้าขาดกระเด็น!
โจวหยางกระตุ้นขุมทรัพย์ลับหนีหวัน นิ้วที่ขาดงอกกลับมาใหม่ ในตอนนั้นเอง สวี่อิงก็ชกหมัดเข้ามา ด้านหลังปรากฏร่างเทพพญาช้าง พลังเทพปะทุขึ้น
โจวหยางโดนหมัดเข้าที่ศีรษะ ร่างกายอันใหญ่โตลอยละลิ่ว ปลิวกระเด็นไปด้านหลัง!
"ขุนนางโฉด! ตอนที่เจ้าขูดรีดชาวบ้านหลิงหลิง เคยคิดบ้างไหมว่าจะมีวันนี้"
สวี่อิงวิ่งพุ่งไปข้างหน้า ราวกับพญาช้างข้ามแม่น้ำ ทุกก้าวที่เหยียบลงพื้น พื้นดินก็ระเบิดออก เสียงดังสนั่นหวั่นไหว กระบี่วิเศษด้านหลังเขาพุ่งออกไปราวกับลำแสง แฝงไปด้วยพลังมังกรและช้าง พุ่งแทงเข้าใส่โจวหยาง!
โจวหยางทั้งตกใจทั้งโกรธ รีบตะโกนลั่น "ยังไม่รีบมาช่วยอีก!"
กระบี่วิเศษพุ่งมาถึงตรงหน้า เขาพยายามยื่นมือปัดป้อง เพิ่งจะกันกระบี่วิเศษได้สามเล่ม สวี่อิงก็หมุนตัว เตะกวาดเข้าที่ใบหน้าของเขา
"ตูม! ตูม! ตูม!"
โจวหยางกลิ้งหลุนๆ กระแทกเข้าไปในป่าเขา ตามมาด้วยแสงกระบี่ที่พุ่งเข้าไปในป่าเขา ปราณกระบี่ปะทุขึ้น ฟาดฟันตัดสลับไปมา ตัดต้นไม้ใหญ่จนขาดสะบั้นทีละต้น!
ขุนนางจากที่ว่าการอำเภอหลิงหลิงรีบพุ่งเข้ามา ตะโกนว่า "คนร้ายอย่าได้กำเริบเสิบสาน!"
ยังพูดไม่ทันขาดคำ แสงสีเขียวก็สว่างวาบ ท่อนหลิวท่อนหนึ่งก็แทงทะลุศีรษะคนผู้หนึ่ง!
แสงสีเขียวนั้นราวกับงูวิเศษ พุ่งทะยานกลางอากาศอย่างรวดเร็ว รวดเร็วจนน่าตาลาย ขุนนางที่เหลืออีกสิบสองคนรีบกระตุ้นวิชาหนัวของตน เถาวัลย์สีเขียวรอบด้านปลิวว่อน พยายามขัดขวางแสงสีเขียวนั้น
แสงสีเขียวพุ่งผ่านไปส่งเสียง 'ฟิ้วๆ' พร้อมกับเสียงหวีดหวิวประหลาด รวดเร็วอย่างยิ่ง ทุกที่ที่พุ่งผ่าน เถาวัลย์สีเขียวก็ระเบิดกระจาย
ทันใดนั้น ศีรษะของขุนนางเจ้าหนึ่งก็เอียงไป แสงสีเขียวทะลุผ่านขมับซ้ายไปทะลุออกขมับขวา เถาวัลย์สีเขียวรอบตัวเขาสูญเสียการควบคุมทันที ร่ายรำราวกับงูคลั่ง จนกระทั่งสมองของเขาตาย เถาวัลย์สีเขียวนับไม่ถ้วนที่กำลังร่ายรำจึงหมดแรงและร่วงหล่นลงพื้น
ขุนนางชุดเขียวคนหนึ่งได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวทางด้านซ้าย จึงหันไปมอง ทันใดนั้นกลางหลังก็เจ็บแปลบ ท่อนหลิวแทงทะลุจากกลางหลังทะลุออกทางหน้าอก
หัวใจของขุนนางชุดเขียวผู้นั้นถูกปราณกระบี่ที่พุ่งพล่านในท่อนหลิวระเบิดจนแหลก กระอักเลือดล้มลงกับพื้น
แสงสีเขียวนั้นราวกับยันต์ทวงวิญญาณ ไม่นานก็กวาดล้างไปทั่วป่า เสียงหวีดร้องแหลมสูงค่อยๆ แผ่วลง ความเร็วค่อยๆ ช้าลง มาอยู่ด้านหลังสวี่อิงอย่างไม่รีบร้อน
ด้านหลังสวี่อิง เถาวัลย์สีเขียวขนาดยักษ์ทะลวงผ่านป่าเขา เติบโตอย่างบ้าคลั่ง ร่ายรำ จากนั้นก็ค่อยๆ หมดแรง แล้วล้มลง
ใต้เถาวัลย์สีเขียว ปิดบังศพของขุนนางทั้งสิบสามเจ้าไว้
เบื้องหน้าสวี่อิง โจวหยางมีเลือดท่วมตัว ถูกหมัดซัดติดหน้าผาฝั่งตรงข้าม
บนหน้าผา ไม่รู้ว่าผู้ใดเขียนไว้ เขียนคำว่า "ไร้มายา" สองคำ
"ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!"
กระบี่วิเศษสี่เล่มพุ่งออกไป ตรึงแขนขาของโจวหยาง ตรึงเขาไว้กับหน้าผา
โจวหยางพยายามดิ้นรน คำรามลั่น พยายามดิ้นให้หลุด
"นายอำเภอโจว ข้าเคยอิจฉาพวกท่านที่เป็นขุนนางมาก"
กลิ่นอายอันบ้าคลั่งของสวี่อิงค่อยๆ สงบลง เขามองโจวหยางที่ถูกตรึงอยู่บนหน้าผา กล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า "พวกท่านสวมเสื้อผ้าหรูหราขี่ม้าชั้นดี อยู่สูงส่งเหนือใคร เป็นพ่อแม่พี่น้องของประชาชน ทุกที่ที่พวกท่านผ่านไป ทุกคนต้องคุกเข่าคำนับ ยำเกรงพวกท่านราวกับเทพเจ้า เพียงพวกท่านสั่งคำเดียว มีหนังสือราชการแผ่นเดียว ก็ทำให้ชาวบ้านต้องถวายทรัพย์สิน มอบภรรยาและลูกให้! พวกท่านใช้ชีวิตสุขสบายยิ่งกว่าเทพเจ้าเสียอีก!"
โจวหยางหยุดดิ้นรน หัวเราะฮ่าๆ กล่าวว่า "สวี่อิง เจ้าอยากเป็นขุนนาง ทำไมไม่บอกแต่แรกเล่า ข้าเป็นคนตระกูลโจว การจัดหาตำแหน่งขุนนางให้เจ้าไม่ใช่เรื่องง่ายดายหรอกหรือ"
แววตาของเขาเป็นประกาย ต้นเฟิ่งหัวม้วนกระบี่วิเศษที่ตกกระจัดกระจายขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ กิ่งก้านปลิวว่อน ในตอนนั้นเอง แสงกระบี่สายหนึ่งก็ฟันต้นไม้มารนี้จนขาดสะบั้นถึงราก
สีหน้าโจวหยางเคร่งเครียดลง ไม่กล้าขยับเขยื้อนสิ่งใดอีก
สวี่อิงนึกถึงชีวิตของตัวเองที่ทุ่งตระกูลเจี่ยง กล่าวว่า "เทพเจ้าเป็นเพียงผู้นั่งอยู่หลังโต๊ะเซ่นไหว้ บนแท่นบูชา รับการกราบไหว้และเครื่องเซ่นไหว้จากผู้คน เดือนหนึ่งกินข้าวแค่สองมื้อในวันขึ้นหนึ่งค่ำและวันสิบห้าค่ำ พวกเขายังต้องรับคำอธิษฐานจากชาวบ้าน คอยควบคุมลมฝน และตอบสนองความปรารถนาของผู้คน แต่ขุนนางกลับรับเบี้ยหวัดจากราชสำนัก สวมเสื้อผ้าหรูหรากินอาหารเลิศรส เดินไปที่ไหนผู้คนก็คุกเข่าให้ที่นั่น เหนือกว่าเทพเจ้าเสียอีก! ตอนเด็กๆ พวกท่านสวมเสื้อผ้าหรูหราขี่ม้าผ่านมา ข้ายืนอยู่ริมถนน ใบหน้าเต็มไปด้วยโคลน เป็นโคลนที่กีบม้าของพวกท่านเหยียบย่ำสาดกระเด็นใส่หน้าข้า ข้าอิจฉาพวกท่านมาก ข้าเคยใฝ่ฝันว่าข้าจะเป็นเหมือนพวกท่านได้"
โจวหยางแอบกระตุ้นวิชาหนัวอย่างลับๆ หัวเราะกล่าวว่า "ตอนนี้ก็ยังไม่สายเกินไป ตระกูลโจวของข้ากับเจ้าเดิมทีก็ไม่มีความแค้นเคืองต่อกัน เพียงแต่เจ้าเป็นผู้มีพรสวรรค์ จึงตั้งใจจะใช้กำลังบีบบังคับให้เจ้ายอมจำนน ในเมื่อเป็นเรื่องเข้าใจผิด ทำไมต้องแตกหักกันด้วย ตระกูลโจวของข้าสามารถจัดหาตำแหน่งขุนนางให้เจ้าได้"
สวี่อิงพูดต่อไปโดยไม่สนใจ "ตอนที่ข้าตามพ่อบุญธรรมกับท่านปู่ไปเป็นคนจับงู ตอนกลางคืนนอนหลับมักจะไม่สนิท มักจะตกใจตื่นกลางดึก ได้ยินเสียงขุนนางจับคน เสียงผู้หญิงร้องครวญคราง เสียงเด็กร้องไห้ตอนกลางคืน เสียงหญิงชรากระโดดข้ามกำแพงหนีเอาชีวิตรอด พอตกกลางวัน ข้าเห็นขุนนางขี่ม้าเข้าหมู่บ้าน วางอำนาจบาตรใหญ่ ปล้นสะดมราวกับโจร ตอนนั้น ข้ามีความฝัน ข้าอยากจะน่าเกรงขามเหมือนขุนนางบ้าง"
โจวหยางหัวเราะร่วน "เจ้าทำได้ ขอเพียงเจ้าจงรักภักดี ตระกูลโจวของข้าจะไม่ปฏิบัติแย่กับเจ้าแน่นอน"
สวี่อิงกล่าวต่อ "แต่พอวันรุ่งขึ้น ข้าเห็นผู้หญิงกระโดดน้ำตาย ผู้ชายผูกคอตายหน้าประตูบ้านตัวเอง ตอนนั้นข้าก็รู้สึกว่า การเป็นขุนนางดูเหมือนจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่"
โจวหยางถอนหายใจ กล่าวว่า "ข้าเองก็มักจะซาบซึ้งใจว่าชีวิตชาวบ้านนั้นไม่ง่าย ขุนนางกังฉินกุมอำนาจ จนทำให้เบื้องล่างเอาเยี่ยงอย่าง สวี่อิง ในเมื่อเจ้ามีความคิดที่จะปฏิรูปการเมือง ก็ยิ่งควรเป็นขุนนาง หลังจากเจ้ากุมอำนาจแล้ว ปฏิรูปสิ่งเก่าสร้างสิ่งใหม่ ดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน แบบนั้นไม่สามารถทำตามปณิธานได้หรอกหรือ"
สีหน้าของสวี่อิงหม่นหมองลง "ต่อมาท่านปู่ไปจับงู ถูกกัด พิษกำเริบตาย พ่อของข้าจึงรับหน้าที่ดูแลข้า พ่อของข้าไม่ใช่พ่อแท้ๆ แต่กลับดูแลข้าอย่างดี ทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำอยู่หลายปี เก็บเงินได้ก้อนหนึ่ง ซื้อที่ดินมาสองหมู่ เขาบอกข้าว่า อาอิ้ง อย่าจับงูอีกเลย หากเจ้าจับงู ไม่ช้าก็เร็วจะต้องตายในปากงู เขาบอกว่า เจ้าทำนาเถอะ วันที่สองหลังจากเขาซื้อที่ดิน ขุนนางก็มาเก็บภาษีต้นกล้า"
มุมปากของเขากระตุก นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วกล่าวว่า "เขาไม่มีเงินจ่าย ที่ดินจึงถูกยึดไป ขายให้เศรษฐีเจี่ยง"
โจวหยางขมวดคิ้วเล็กน้อย กล่าวว่า "การจ่ายภาษีเป็นกฎหมายของบ้านเมือง ไม่เกี่ยวกับขุนนางหลิงหลิงของข้า"
สวี่อิงกล่าวว่า "พ่อบุญธรรมของข้าร้องไห้อยู่นาน บอกว่าเงินที่ซื้อที่ดินคือชีวิตของท่านปู่ที่แลกมา ควรเก็บไว้ให้ข้า ให้ข้าเก็บไว้แต่งเมียตอนโต เขาบอกว่าเขาขอโทษข้า ขอโทษท่านปู่ เขาจะหาเงินก้อนนี้กลับมาให้ได้ เขาก็เลยเข้าป่าไปจับงูประหลาด เขาไม่กลับมาหลายวัน ต่อมาข้าก็หาเขาพบ เขาตายแล้ว ตายเพราะพิษ แม้แต่ปีศาจก็ยังไม่กล้ากินเขา ข้าแบกเขากลับมา ฝังไว้ข้างๆ ท่านปู่"
โจวหยางกล่าวว่า "เจ้ามีอดีตที่น่ารันทดเช่นนี้ ยิ่งควรพึ่งพาตระกูลโจวของข้า เป็นขุนนาง หากเจ้าเป็นขุนนาง ก็สามารถหลีกเลี่ยงไม่ให้มีคนเป็นแบบเจ้าได้มากขึ้น"
"นายท่านโจว ท่านเข้าใจผิดแล้ว ที่ข้าพูดกับท่านมากมายขนาดนี้ ไม่ใช่เพื่อเรียกร้องความสงสาร หรือขอตำแหน่งขุนนางมาทำ"
สวี่อิงเงยหน้าขึ้น จ้องมองเข้าไปในดวงตาของเขาโดยตรง กล่าวเบาๆ ว่า "ที่ข้าพูดมากมายขนาดนี้ เป็นเพราะคนในหมู่บ้านบอกข้าว่า คนที่ตายอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราวจะกลายเป็นผีอาฆาต และหยวนชีเพื่อนรักของข้าก็บอกข้าว่า การอธิบายให้ศพฟังดูเป็นเรื่องไร้สาระเกินไป"
ท่อนหลิวค่อยๆ บินออกมาจากด้านหลังของเขา
"ดังนั้น ก่อนที่ข้าจะฆ่าท่าน ข้าจึงอธิบายให้ท่านฟังชัดๆ ว่าทำไมข้าถึงฆ่าท่าน"
สวี่อิงหันหลังกลับ ท่อนหลิวพุ่งทะลุหว่างคิ้วของโจวหยางราวกับรุ้งสีเขียว
ไร้มายา คือความจริงใจถึงที่สุด
สิ่งที่เรียกว่าไร้มายา คือความจริงใจจากใจจริง
การกระทำของสวี่อิงเป็นเพียงความจริงใจจากใจและรวดเร็วในการกระทำ บอกว่าจะให้เขาตายตาหลับ ก็ต้องให้เขาตายตาหลับ
โจวหยางเบิกตากว้าง แผดเสียงคำรามก้องฟ้าสะเทือนดิน ตายไม่หลับตา
สวี่อิงหันกลับไปมองท่าทางของเขา ส่ายหน้าพลางกล่าวว่า "คนในหมู่บ้านส่วนใหญ่คงหลอกข้า ข้าอธิบายชัดเจนขนาดนี้ เขาก็ยังตายตาไม่หลับ วันหลังฆ่าเสร็จแล้วค่อยอธิบายจะปลอดภัยกว่า"
ตอนนั้นเอง ระฆังใหญ่ก็บินออกมาจากด้านหลังศีรษะของสวี่อิง กล่าวว่า "อาอิ้ง เจ้าบอกได้ไหมว่าเหตุใดพลังฝีมือของเจ้าจึงพัฒนาได้รวดเร็วปานนี้ ถึงสามารถสังหารผู้ใช้วิชาหนัวมากมายได้ในเวลาอันสั้น?"
สวี่อิงไม่เข้าใจ
"เพราะเจ้าคือผู้บำเพ็ญปราณ"
ระฆังใหญ่กล่าวเสียงแผ่ว "ขั้นรวบรวมปราณของเจ้าบรรลุถึงจุดสูงสุดแล้ว มองเห็นจุดด่านในร่างกาย กำลังจะทลายด่านเพื่อทะลวงสู่แม่น้ำสวรรค์ เมื่อถึงขั้นนั้น ครอบครองฤทธานุภาพ ถึงจะเป็นผู้บำเพ็ญปราณที่แท้จริง"
"ก้าวนี้เดินออกไป เจ้าจะไม่เหมือนคนทั่วไปในโลกหล้าอีกต่อไป"