เก้าโมงเช้าวันต่อมา
กู้ฝานมาถึงร้านกาแฟและพบว่าซูถงมารออยู่ก่อนแล้ว
"วันหลังไม่ต้องมาเช้าขนาดนี้หรอก เวลาทำงานบริษัทเราคือเก้าโมงเช้าถึงห้าโมงเย็น การมาถึงก่อนเวลาหรือเลิกงานช้าล้วนเป็นเรื่องไม่จำเป็น"
"ยังไงซะบริษัทก็เป็นของเจ้านาย มนุษย์เงินเดือนอย่างพวกเราก็แค่ทำงานรับเงินเดือนตายตัวไปวันๆ ถึงเวลาอู้งานก็ต้องอู้"
คำพูดนี้ทำเอาซูถงฟังแล้วถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก
ฟังเผินๆ เหมือนเป็นคำพูดจากใจจริงของรุ่นพี่ในบริษัทที่คอยสอนรุ่นน้อง แต่ปัญหาคือ...
ตัวกู้ฝานเองไม่ใช่เจ้านายของบริษัทหรอกเหรอ?
ทำไมเขาถึงทำตัวเหมือนเป็นมนุษย์เงินเดือนซะเองล่ะ
ทว่าพอดูจากท่าทีที่แสนจะจริงใจของกู้ฝานแล้ว ก็ดูไม่เหมือนว่าเขากำลังประชดประชันอยู่เลย
ไม่เข้าใจเลยจริงๆ
ซูถงรู้สึกว่าบริษัทนี้ดูจะมีความแปลกประหลาดชอบกล ราวกับว่าบรรยากาศแตกต่างจากบริษัทเกมที่เธอเคยไปสัมภาษณ์มาโดยสิ้นเชิง
"เกมใหม่ที่บริษัทเรากำลังจะพัฒนาต่อไปมีชื่อว่า 'ซิซีฟัส' นี่คือเอกสารออกแบบเกม"
"งานพัฒนาเกมคุณไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ ถ้าไม่มีอะไรทำ คุณจะลองอ่านเอกสารออกแบบเกมเล่นๆ ดูก็ได้ หรือจะลองเล่นเกม 'วิถีนรก' ซึ่งเป็นเกมก่อนหน้านี้ของบริษัทเราดูก็ได้นะ"
กู้ฝานพูดพลางวางเอกสารอีกชุดที่พรินต์เตรียมไว้ล่วงหน้าลงบนโต๊ะของซูถง
แน่นอนว่าเอกสารออกแบบของเกมนี้ ลิลิธเป็นคนให้มาเมื่อคืน
กู้ฝานยังคงต้องทำเหมือนที่ผ่านมา คือพัฒนาเกมออกมาอย่างซื่อสัตย์ ห้ามทำการแก้ไขดัดแปลงใดๆ ทั้งสิ้น
ไม่นาน กู้ฝานและซูถงก็เริ่มอ่านเอกสารออกแบบเกมในมือของตัวเอง ชั้นสองของร้านกาแฟกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
ตามชื่อเลย เกมนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก 'ซิซีฟัส' ในตำนานเทพเจ้ากรีก
ในเรื่องเล่าปรัมปรา ซิซีฟัสเดิมทีเป็นกษัตริย์องค์หนึ่ง แต่เขาไปทำให้เหล่าทวยเทพพิโรธ ทวยเทพจึงเนรเทศเขาลงสู่นรก และลงทัณฑ์ให้เขาผลักก้อนหินยักษ์ขึ้นไปบนยอดเขา ทว่าก้อนหินนั้นหนักเกินไป ทุกครั้งที่ยังไม่ทันถึงยอดเขามันก็จะกลิ้งตกลงมา ทำให้ความพยายามทั้งหมดสูญเปล่า
ดังนั้นซิซีฟัสจึงต้องทำเรื่องนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เหล่าทวยเทพมองว่าไม่มีการลงทัณฑ์ใดจะโหดร้ายไปกว่าการใช้แรงงานที่ทั้งไร้ผลและสิ้นหวังเช่นนี้อีกแล้ว
ซิซีฟัสมีชื่อเสียงในโลกมนุษย์ค่อนข้างมาก หลายคนตีความตำนานเรื่องนี้ในแบบของตัวเอง บ้างก็ใช้เปรียบเปรยถึงชีวิตที่ต้องทำอะไรซ้ำซากจำเจและไร้ซึ่งความหวัง หรือไม่ก็ใช้ตัวละครโศกนาฏกรรมนี้เพื่อแสดงออกถึงจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้
แต่ไม่ว่าจะพูดอย่างไร 'ก้อนหินของซิซีฟัส' ก็ถือเป็นรูปแบบการลงทัณฑ์ที่โด่งดังมากอย่างหนึ่ง
"สมแล้วที่เป็นปีศาจนรกที่เข้าใจเรื่องเกมมากที่สุด ลิลิธนี่ฉลาดไม่เบาเลยนะ รู้จักหยิบยืมวัตถุดิบใกล้ตัว ลอกคำตอบมาตรฐานเป็นซะแล้ว" กู้ฝานอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ
ในเกมนี้ สิ่งที่ผู้เล่นต้องทำก็คือสวมบทบาทเป็นซิซีฟัส ไปผลักก้อนหินยักษ์ที่ไม่มีวันขึ้นไปถึงยอดเขาก้อนนั้น
เพียงแต่ในเกม 'ภูเขา' จะมีรายละเอียดที่เพิ่มมากขึ้น
มันไม่ใช่แค่ยอดเขาเล็กๆ ที่มีความลาดชันคงที่แบบเรียบง่ายอีกต่อไป แต่เป็นเทือกเขาขนาดมหึมาที่ถูกสร้างขึ้นจากทรัพยากรนับไม่ถ้วน มีสภาพภูมิประเทศที่ซับซ้อนสุดขีด และมีความสูงที่น่าตกตะลึง
อีกทั้งหากสังเกตรายละเอียดของภูเขาลูกนี้ให้ดีก็จะพบว่า มันไม่ใช่ 'ภูเขา' ที่ตั้งอยู่ในนรก แต่เป็น 'แดนชำระ' นั่นเอง
นรกและแดนชำระเป็นสองแนวคิดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง นรกคือสถานที่สำหรับคนบาปมารับโทษ ส่วนแดนชำระคือสถานที่สำหรับคนบาปมาไถ่บาป
เห็นได้ชัดว่าในเอกสารออกแบบเกม 'ซิซีฟัส' ลิลิธได้นำตำนานของซิซีฟัสมาผสมผสานกับการตั้งค่าการไถ่บาปในแดนชำระ ประกอบกันเป็นโครงสร้างพื้นฐานของโลกทัศน์ในเกมนี้
และบังเอิญเหลือเกินที่รูปลักษณ์ภายนอกของแดนชำระ ก็คือภูเขาลูกหนึ่งพอดี
ใน 'เดอะดิไวน์คอมเมดี' ที่ประพันธ์โดยดันเต แดนชำระยังถูกเรียกว่า 'แดนบริสุทธิ์' มันลอยอยู่กลางทะเลในซีกโลกใต้ เป็นเทือกเขาขนาดยักษ์ที่แบ่งออกเป็นสิบสองชั้น แต่ละชั้นจะสอดคล้องกับบาปหนึ่งประการ
ในเอกสารออกแบบมีภาพวาดต้นฉบับขนาดใหญ่แผ่นหนึ่ง ซึ่งวาดโครงสร้างออกมาได้อย่างชัดเจนมาก
ด้านล่างสุดคือท้องทะเลและหาดทราย ดวงวิญญาณที่เร่ร่อนอยู่ริมชายหาดเป็นสัญลักษณ์ของผู้ที่ถูกขับไล่ ผู้ที่สารภาพบาปก่อนตายและได้รับการอภัยโทษจากพระเจ้า
ถนนคดเคี้ยวลัดเลาะขึ้นไปตามหน้าผา ส่วนสามชั้นถัดมาได้แก่ ผู้ที่เกียจคร้านจนล่าช้าในการสารภาพบาปก่อนตาย ผู้ที่ตายโหงและสารภาพบาปก่อนตาย และผู้ที่ยุ่งอยู่กับเรื่องทางโลกจนล่าช้าในการสารภาพบาปก่อนตาย ตามลำดับ
ที่แห่งนี้ถูกเรียกรวมๆ ว่า 'รอบนอกแดนชำระ'
จากนั้นเมื่อผ่าน 'ประตูแดนชำระ' ขึ้นไปด้านบน ก็คือสถานที่ไถ่บาปสำหรับคนบาปอย่างแท้จริง โดยเรียงจากล่างขึ้นบนคือ 'เย่อหยิ่ง' 'ริษยา' 'โทสะ' 'เกียจคร้าน' 'โลภะ' 'ตะกละ' และ 'ราคะ'
แต่ละชั้นจะมีตัวแทนที่สอดคล้องกัน เช่น กุยนิเซลลี เบลัคควา เบียทริซ เป็นต้น
แต่ละชั้นยังมีสไตล์และธีมที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่นในชั้น 'ตะกละ' คำบรรยายใน 'เดอะดิไวน์คอมเมดี' คือ: วิญญาณของผู้ที่ตะกละนั้นจะผ่ายผอมเป็นอย่างมาก เพราะตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ได้ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับความอยากอาหาร บัดนี้จึงต้องทนทุกข์ทรมานจากความหิวโหย
การจัดฉากของแต่ละชั้นก็จะสอดคล้องกับสไตล์ของชั้นนั้นๆ โดยตรง
ยกตัวอย่างเช่นในชั้น 'ตะกละ' ฉากส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วยอาหารเลิศรสขนาดยักษ์ ผู้เล่นจำเป็นต้องผลักก้อนหินยักษ์เดินหน้าไปบนอาหารเหล่านี้
ในทำนองเดียวกัน ชั้นของ 'โลภะ' ก็จะเต็มไปด้วยของวิเศษล้ำค่าต่างๆ ส่วนชั้นของ 'ราคะ'... อะแฮ่ม ลงรายละเอียดไม่ได้ ขืนลงรายละเอียดลึกกว่านี้เดี๋ยวจะไม่ผ่านการเซ็นเซอร์เอา
สรุปก็คือ หลังจากมาถึงยอดเขาของแดนชำระทั้งหมดแล้วก็จะเป็นสรวงสวรรค์บนดิน หรือที่เรียกกันว่า 'สวนอีเดน'
ใน 'เดอะดิไวน์คอมเมดี' ตอนที่ดันเตเดินผ่านประตูภูเขาแดนชำระ เขาถูกเทวทูตผู้พิทักษ์สลักตัวอักษร p เจ็ดตัว (อักษรตัวแรกของคำว่าบาปในภาษาละติน) ไว้บนหน้าผาก จากนั้นทุกครั้งที่ขึ้นไปบนแดนชำระหนึ่งชั้น ตัวอักษรบนหน้าผากก็จะถูกล้างออกไปหนึ่งตัว ซึ่งเป็นตัวแทนของการชำระล้างบาปไปหนึ่งประการ
และ 'การปีนขึ้นไปถึงสวนอีเดนบนชั้นสูงสุดของแดนชำระ' กับ 'การที่ซิซีฟัสผลักก้อนหินขึ้นไปบนภูเขา' ก็มีจุดร่วมหลายอย่างที่คล้ายคลึงกันพอดี เห็นได้ชัดว่านี่ได้กลายเป็นแหล่งแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสองประการสำหรับเกม 'ซิซีฟัส' เกมนี้
สิ่งที่ผู้เล่นต้องทำก็คือสวมบทบาทเป็นซิซีฟัสผลักก้อนหินยักษ์ขึ้นภูเขา ตั้งแต่ชายหาดชั้นล่างสุด ผลักขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงสวนอีเดนที่อยู่ชั้นบนสุดของแดนชำระ
ในระหว่างกระบวนการนี้ จะต้องพบเจอกับเส้นทางที่คดเคี้ยวมากมาย หากไม่ระวังเพียงนิดเดียวก้อนหินยักษ์ก็จะกลิ้งตกลงไปที่ตีนเขา และทุกอย่างก็ต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่
อืม ช่างเป็นวิธีทรมานคนที่ยอดเยี่ยมจริงๆ
ส่วนระบบการควบคุมที่เฉพาะเจาะจงของเกมนี้ค่อนข้างจะเรียบง่าย
สิ่งที่ผู้เล่นสามารถควบคุมได้มีเพียงสามอย่างเท่านั้น ได้แก่ 'เคลื่อนที่' 'ยกหิน' และ 'กระโดด' แน่นอนว่าการควบคุมทั้งสามอย่างนี้จะเกิดการโต้ตอบกับก้อนหินยักษ์ที่แตกต่างกันออกไป
หากดูจากรูปลักษณ์ภายนอก นี่คือหินทรงกลมก้อนหนึ่ง แต่มันไม่ได้เรียบเนียนเหมือนทรงกลมบริสุทธิ์ ทว่ายังคงมีเหลี่ยมมุมหลงเหลืออยู่บ้าง เพื่อให้แน่ใจว่ามันจะไม่กลิ้งตกลงมาอย่างง่ายดายในมุมที่ค่อนข้างราบเรียบ ยังคงหลงเหลือความหวังที่จะผลักขึ้นไปจนถึงยอดเขา
ขนาดของมันใหญ่โตเอาการ ดังนั้นเมื่อตอนที่ซิซีฟัสผลักก้อนหินยักษ์ก้อนนี้เดินหน้าต่อไป เอฟเฟกต์ทางภาพที่ออกมาจึงดูน่าตื่นตาตื่นใจมาก
ทว่าซิซีฟัสก็ถือเป็นตัวละครในตำนาน พละกำลังของเขาเหนือกว่าคนทั่วไปมาก ในสถานการณ์พิเศษ เขายังสามารถยกก้อนหินยักษ์ก้อนนี้ขึ้นมาแบกไว้บนบ่าได้อย่างยากลำบาก
การกระทำแบบนี้จะทนอยู่ได้ไม่นานนัก แต่ก็สามารถทำให้เขากระโดดข้ามสิ่งกีดขวางหรือร่องลึกบางอย่างไปได้
แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นรูปแบบการนำเสนอผ่านภาพ ผู้เล่นไม่จำเป็นต้องควบคุมให้ซิซีฟัสกระทำการเฉพาะเจาะจงบางอย่างกับก้อนหินยักษ์ก้อนนี้ เพียงแค่ทำตามการควบคุมพื้นฐานให้สำเร็จก็พอแล้ว
แต่เมื่อเทียบกับ 'เคลื่อนที่' 'ยก' และ 'กระโดด' ของเกมทั่วไป การเคลื่อนไหวในเกมนี้จะมีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด
เนื่องจากต้องผลักก้อนหินขนาดใหญ่ การเคลื่อนที่ในเกมนี้จึงได้รับผลกระทบจากแรงเฉื่อยของก้อนหินยักษ์ โดยจะแสดงให้เห็นชัดๆ คือ: สามารถเลี้ยวได้ในมุมแคบๆ เท่านั้น (คล้ายกับการขับรถนิดหน่อย) และการเลี้ยวจะมีความหน่วงในระดับหนึ่ง ยิ่งความชันตอนขึ้นเนินมีมากเท่าไหร่ ความเร็วในการเคลื่อนที่ก็จะยิ่งช้าลงเท่านั้น เมื่อผ่านร่องลึกเล็กๆ บางแห่ง แม้ว่าจะสามารถผลักผ่านไปได้โดยตรง แต่ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร แถมยังมีความเสี่ยงที่ก้อนหินยักษ์จะหลุดมืออีกด้วย
ผู้เล่นสามารถขยับก้อนหินยักษ์และแบกมันขึ้นมาได้ชั่วครู่ แต่จะประคองไว้ได้ไม่นานนัก
เนื่องจากแบกก้อนหินยักษ์ไว้บนตัว ดังนั้นเวลาที่ซิซีฟัสกระโดดจึงอันตรายกว่าการกระโดดทั่วไป หากเหยียบพลาดตรงขอบและยืนไม่มั่นคง ก็อาจจะเสียสมดุลและร่วงหล่นลงมาได้โดยตรง
สรุปก็คือ ระบบการเล่นพื้นฐานของเกมนี้เรียบง่ายมาก มันค่อนข้างคล้ายกับ 'เกมตะลุยด่านกระโดด' ในบางเกม ความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดก็คือ ผู้เล่นจำเป็นต้องผลักก้อนหินก้อนหนึ่งไปตลอดทางเพื่อทำสิ่งเหล่านี้ให้สำเร็จ แถมยังมีความยากที่สูงกว่า
ทว่าสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นก็คือ ภายในเกมยังมีสัตว์ประหลาดที่จะเข้ามาโจมตีซิซีฟัสด้วย!
ลิลิธไม่ได้ออกแบบให้มีมอนสเตอร์ตัวเล็กตัวน้อยจำนวนมากในเกม เธอทำเกินไปกว่านั้น ด้วยการโยนมังกรยักษ์เข้ามาโดยตรง
มังกรยักษ์ตัวนี้ถูกเรียกว่า 'มังกรยักษ์แดนชำระ' รูปลักษณ์ภายนอกของมันน่ากลัวเป็นอย่างมาก ไม่เพียงแต่มีร่างกายอันใหญ่โตและปีกขนาดยักษ์ที่พบเห็นได้ทั่วไปในโลกแฟนตาซีตะวันตกเท่านั้น เกล็ดทั่วทั้งตัวยังมีรอยแยกและลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงนรก
มันจะไม่โจมตีซิซีฟัสก่อน แต่มันจะบินวนเวียนอยู่ในแดนชำระซ้ำแล้วซ้ำเล่า และเมื่อซิซีฟัสไปถึงจุดที่กำหนด มันก็จะปรากฏตัวขึ้นที่จุดเกิดบริเวณใกล้เคียง แล้วบินโฉบผ่านตัวซิซีฟัสไป
บางครั้งมันก็ยังสุ่มหยุดอยู่ตรงจุดใดจุดหนึ่ง แล้วพ่นเปลวเพลิงนรกใส่พื้นดินเพื่อแผดเผาคนบาป
หากมังกรยักษ์นรกบินมา แล้วผู้เล่นกำลังเคลื่อนที่หรือกระโดดอยู่ ก็มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะถูกลมกระโชกแรงที่พัดมาจากปีกของมังกรยักษ์พัดจนเสียสมดุล ทำให้ก้อนหินยักษ์กลิ้งตกลงไปและความพยายามทั้งหมดสูญเปล่า
การยืนนิ่งอยู่กับที่สามารถต้านทานลมกระโชกแรงได้ก็จริง แต่อาจจะถูกปีกของมังกรยักษ์เฉี่ยวชนเอา หรืออาจจะโชคร้ายโดนเปลวเพลิงนรกพ่นใส่ ผลลัพธ์ก็คือก้อนหินยักษ์กลิ้งตกลงไปและความพยายามทั้งหมดสูญเปล่าอยู่ดี
สรุปก็คือ กู้ฝานไม่เคยเห็นซิซีฟัสตัวจริง จึงไม่รู้ว่าระดับความยากที่แน่ชัดในการท้าทายของเขาเป็นอย่างไร
แต่สิ่งหนึ่งที่สามารถยืนยันได้ก็คือ เกรงว่าระดับความยากของเกมนี้คงจะสูงยิ่งกว่าความยากที่แท้จริงในตำนานของซิซีฟัสเสียอีก!