"เกมนี้ดูสุดยอดไปเลย! มีความเป็นศิลปะมากเลยค่ะ!"
ซูถงอ่านเอกสารการออกแบบเกมจบแล้ว แต่ยังคงรู้สึกไม่จุใจ ถึงขั้นอยากจะอ่านอีกรอบ
เห็นได้ชัดว่าในสายตาของเธอ เกมนี้ได้นำเอาตำนานของซิซีฟัสมาผสมผสานกับฉากแดนชำระในคัมภีร์ 'เดอะดีไวน์คอเมดี' ได้อย่างสร้างสรรค์ ทั้งยังเติมเต็มรายละเอียดต่างๆ จนสมบูรณ์และสร้างออกมาเป็นเกม ซึ่งถือเป็นการสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเกมคือ 'ศิลปะแขนงที่เก้า'
ก่อนหน้านี้ ซูถงเคยไปสัมภาษณ์กับบริษัทเกมมาบ้าง และได้ทำความรู้จักกับเกมที่บริษัทเหล่านั้นสร้างขึ้น
แต่เกมเหล่านั้นส่วนใหญ่เป็นเพียงเกมมือถือที่เน้นความเรียบง่ายและไม่ค่อยมีเทคนิคอะไรซับซ้อน ต่อให้มีเกมพีซีอยู่บ้าง ส่วนใหญ่ก็เน้นเอาชนะกันด้วยค่าสถานะ น้อยนักที่จะทุ่มเทความสนใจหลักไปที่ความเป็นศิลปะเช่นนี้
ดังนั้น ซูถงจึงยิ่งรู้สึกยินดีและคิดว่าตัวเองโชคดีเหลือเกินที่ได้เข้ามาอยู่ในบริษัทที่แตกต่างไม่เหมือนใครแบบนี้
กู้ฝานเงียบไปครู่หนึ่ง "แล้วคุณคิดว่าระบบการเล่นพื้นฐานของเกมนี้เป็นยังไงบ้างครับ?"
"ระบบการเล่นพื้นฐานเหรอคะ?" ซูถงรู้สึกสับสนเล็กน้อย เธอหันไปมองเอกสารการออกแบบอีกครั้ง "ระบบการเล่นพื้นฐาน ฉันว่า... มันก็ดูดีนี่คะ?"
กู้ฝานพยักหน้าและไม่ได้พูดอะไร
อืม ตรงตามคาแรคเตอร์เป๊ะ...
เห็นได้ชัดว่าในฐานะมือใหม่ที่แทบไม่เคยเล่นเกมเลย ซูถงนั้นเรียกได้ว่าไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับการออกแบบระบบการเล่นพื้นฐาน การออกแบบระดับความยาก และประสบการณ์ทางอารมณ์ที่เกมจะมอบให้กับผู้เล่น
เกมนี้หากมองแค่เปลือกนอกก็ถือว่าดูดีทีเดียว ทว่านั่นเป็นเพราะลิลิธหยิบเอาวัตถุดิบใกล้ตัวมาใช้ ซึ่งสำหรับปีศาจแล้ว นี่เป็นข้อได้เปรียบโดยธรรมชาติชัดๆ
ยิ่งไปกว่านั้น ทรัพยากรด้านศิลปะของเกมนี้ก็ยังคงอลังการงานสร้างสุดๆ
สำหรับกู้ฝาน นี่คือสไตล์แฟนตาซีตะวันตก แต่สำหรับทีมอาร์ตที่อยู่ในนรก นี่คงเป็นสไตล์สมจริงที่วาดง่ายที่สุด วัตถุดิบมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง แค่วาดตามที่เห็นก็พอแล้ว
สรุปง่ายๆ คำเดียวเลยคือ ตรงสาย!
ก่อนหน้านี้กู้ฝานเคยเสนอลิลิธไปว่า ทรัพยากรด้านศิลปะจริงๆ แล้วไม่จำเป็นต้องทำให้ออกมาดีขนาดนั้นก็ได้ เห็นได้ชัดว่าลิลิธไม่ได้รับเอาคำแนะนำนี้ไปใช้
ถ้างั้นทำไมลิลิธถึงมั่นใจขนาดนั้นว่า 'ซิซีฟัส' จะสามารถขับไล่ผู้เล่นและสร้างอารมณ์ด้านลบได้มากกว่า 'วิถีนรก' กันล่ะ?
เห็นได้ชัดว่าเธอตั้งใจจะลงมือกับระบบการเล่นพื้นฐานของเกมนั่นเอง!
ความสำเร็จของ 'วิถีนรก' เกิดจากบั๊กกระสุนเลี้ยวได้ และสาเหตุที่บั๊กนี้หลุดรอดมาได้ ท้ายที่สุดแล้วก็เป็นเพราะกลไกพื้นฐานของเกม FPS นั้นค่อนข้างซับซ้อน
แต่กลไกพื้นฐานของ 'ซิซีฟัส' นั้นเรียบง่ายมาก
มีแค่การควบคุมพื้นฐานอย่างการเดินและกระโดดเท่านั้น
ไม่เพียงเท่านั้น ลิลิธยังจงใจปรับลดความสามารถในการเคลื่อนไหวของตัวละครซิซีฟัสลงอีกด้วย
เห็นได้ชัดว่า 'วิถีนรก' ทำให้เธอตระหนักได้ว่า แทนที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้ศัตรู สู้ทำให้ตัวเองอ่อนแอลงจะดีกว่า!
แถมการทำให้สเตตัสอ่อนแอลงแบบนี้ก็ยังมีเหตุผลรองรับ ซิซีฟัสแม้จะเป็นบุคคลในตำนานที่มีร่างกายกำยำล่ำสัน แต่ถึงยังไงเขาก็ต้องเข็นหินก้อนเบ้อเริ่ม การจะเดินช้าหรือกระโดดไม่ขึ้นก็ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดามาก
ในสถานการณ์เช่นนี้ ทุกย่างก้าวที่ผู้เล่นควบคุมซิซีฟัสเรียกได้ว่าเป็นความทรมาน
และเกมนี้ก็จะไม่มีความสนุกใดๆ หลงเหลืออยู่เลย
ไม่ว่าเมื่อไหร่ การที่ตัวเองอ่อนแอ ย่อมสร้างความรู้สึกพ่ายแพ้ให้กับผู้เล่นได้มากกว่าการเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งเสมอ
หากอยากให้เกมนี้กลายเป็นเกมปกติที่มีความสนุกและสามารถโด่งดังพลุแตกได้ มันยังขาดสิ่งสำคัญบางอย่างไป
สิ่งนั้นคืออะไรกันนะ?
กู้ฝานตกอยู่ในภวังค์ความคิด
...
...
หนึ่งเดือนต่อมา กู้ฝานก็ดำเนินการพัฒนาเกม 'ซิซีฟัส' ไปตามขั้นตอน
เมื่อเทียบกันแล้ว ความยากในการพัฒนา 'ซิซีฟัส' ถือว่าสูงกว่า 'วิถีนรก' เล็กน้อย เพราะในฐานะที่ 'วิถีนรก' เป็นเกม FPS ที่มีระบบการทำงานค่อนข้างง่าย จึงมีเทมเพลตให้หยิบมาใช้ได้มากกว่า
แต่การควบคุมให้ตัวละคร 'กลิ้งหิน' ใน 'ซิซีฟัส' นั้น ไม่มีเทมเพลตสำเร็จรูปให้ดึงมาใช้ได้โดยตรง กฎเกณฑ์และกลไกรายละเอียดทั้งหมด กู้ฝานจึงต้องเป็นคนเขียนโค้ดขึ้นมาเองกับมือ
โชคดีที่ระบบการเล่นของ 'ซิซีฟัส' นั้นเรียบง่ายมาก เนื้อหาของเกมมีแค่การ 'เข็นหินขึ้นภูเขา' เพียงอย่างเดียว ดังนั้นจึงยังสามารถพัฒนาให้เสร็จได้ภายในเวลาหนึ่งเดือน
ส่วนซูถง งานในแต่ละวันของเธอก็ค่อนข้างยุ่งทีเดียว
นักศึกษาระดับหัวกะทิคนนี้ใช้เวลาเพียงแค่วันเดียวก็ท่องจำเอกสารการออกแบบของ 'ซิซีฟัส' ได้ขึ้นใจแทบจะทุกบรรทัด จากนั้นเธอก็เริ่มเล่น 'วิถีนรก' ตามคำขอของกู้ฝาน
ส่วนเรื่องที่ว่าเล่นเป็นยังไงบ้าง... คงใช้คำอธิบายได้แค่ว่า 'เน้นเข้าร่วม'
กู้ฝานตัดสินใจทำการทดสอบซูถงง่ายๆ เพื่อให้แน่ใจว่าการจ้างเธอมาเป็นหัวหน้าทีมทดสอบเกมนั้นเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องหรือไม่ ดังนั้น กู้ฝานจึงจงใจไม่บอกเธอเรื่อง 'กระสุนเลี้ยวได้' ในเกมนี้
เขาเพียงแค่มอบหมายงานให้เธอเล่นโหมดผู้เล่นคนเดียวของเกม 'วิถีนรก' ให้ผ่านก่อน โดยห้ามไปค้นหาบทสรุปบนอินเทอร์เน็ต
หลังจากนั้น กู้ฝานก็ได้เห็นซูถงตายซ้ำตายซากอยู่ตรงหน้ามอนสเตอร์ตัวแรกอย่างไม่ลดละเป็นเวลากว่าสองชั่วโมง
สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นถึงสองประเด็น
ประการแรก ทักษะพื้นฐานในการเล่นเกมของซูถงนั้นแย่มากจริงๆ ตอนเล่นเกม เธอใช้เมาส์กับคีย์บอร์ดได้ไม่ค่อยคล่องด้วยซ้ำ ฝีมือการยิงปืนในเกม FPS ยิ่งเข้าขั้นย่ำแย่ เธอใช้เมาส์กับคีย์บอร์ดเล่นแต่ออกมาดูเหมือนใช้จอยสติ๊กเล่นไม่มีผิด
ประการที่สอง ความสามารถในการหาบั๊กของซูถงก็ไม่ได้แข็งแกร่งอะไรนัก หากให้เธอมาเป็นคนทดสอบ คาดว่าบั๊ก 'กระสุนเลี้ยวได้' นี้น่าจะทดสอบไปอีกสักสัปดาห์ก็คงหาไม่เจอ
กู้ฝานรู้สึกพอใจกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก
การตอบโจทย์ทั้งสองข้อนี้ได้ แสดงว่าเขาหาพนักงานทดสอบเกมมาได้ถูกคนแล้ว!
...
...
เวลาหนึ่งเดือนกับอีกสองสัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็วโดยไม่รู้ตัว
กู้ฝานใช้เวลาหนึ่งเดือนในการพัฒนาเกม 'ซิซีฟัส' จนเสร็จสมบูรณ์ และใช้เวลาอีกสองสัปดาห์ในการทดสอบเกมอย่างครอบคลุมร่วมกับซูถง
การทดสอบส่วนใหญ่ดำเนินการผ่านเครื่องมือทดสอบที่ชื่อว่า 'ai-debug' ซึ่งบั๊กผิวเผินเหล่านั้นก็ถูกค้นพบและแก้ไขอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ กู้ฝานและซูถงในฐานะผู้ทดสอบเกมทั้งสองคนยังได้ทำการ 'ทดสอบด้วยมนุษย์เสริม' อีกด้วย
พูดภาษาคนก็คือการเข้าไปสัมผัสกระบวนการเล่นเกมทั้งหมดในฐานะผู้เล่น เพื่อค้นหาบั๊กที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ด้วยวิธีการ 'พึ่งดวง'
จะว่าไป บั๊กที่ 'หาเจอ' ก็มีเยอะอยู่เหมือนกัน
ครั้งนี้กู้ฝานจัดการบันทึกประวัติการแก้ไขบั๊กของตัวเองลงในระบบหลังบ้านอย่างละเอียดยิบทุกขั้นตอน เพื่อขับเน้นให้เห็นถึงผลงานชิ้นโบแดงที่ตัวเขาและทีมทดสอบได้สร้างไว้ให้กับบริษัทเกมต้านสวรรค์
สรุปก็คือ เกมนี้มีความสมบูรณ์เพียงพอแล้ว และตรงตามความคาดหวังแรกเริ่มของลิลิธทุกประการ
ทุกอย่างพร้อมแล้ว วางจำหน่ายได้เลย!
จนถึงตอนนี้ บัญชีของบริษัทเกมต้านสวรรค์ก็มีเงินทุนก้อนโตพอสมควรแล้ว
เกม 'วิถีนรก' วางจำหน่ายมาได้หนึ่งเดือนกับอีกสามสัปดาห์ และสร้างรายได้สุทธิให้กับบริษัทเกมต้านสวรรค์ประมาณ 7 ล้านหยวน
จากรายได้เหล่านี้ 70% จะต้องถูกนำไปใช้เป็นทุนในการพัฒนาและโปรโมตเกมใหม่ ซึ่งก็คือประมาณ 5 ล้านหยวน
ในระหว่างขั้นตอนการสร้างเกม 'ซิซีฟัส' กู้ฝานได้ซื้อเทมเพลตเกมและปลั๊กอินฟังก์ชันที่มีราคาแพงมาจำนวนหนึ่ง ทั้งยังจ้างบริษัทเอาต์ซอร์ซให้พัฒนาฟังก์ชันง่ายๆ บางส่วน เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่นๆ แล้ว เขาใช้เงินไปประมาณ 2 ล้านหยวน
ในสถานการณ์ที่ลิลิธเป็นคนจัดหาทรัพยากรด้านศิลปะให้ ค่าใช้จ่ายระดับนี้สำหรับเกมอินดี้เกมหนึ่งก็ถือว่าสูงมากแล้ว
อีก 5% เป็นโบนัสส่วนตัวของกู้ฝาน ซึ่งก็คือ 3.5 แสนหยวน แน่นอนว่าเงินก้อนนี้กู้ฝานรีบโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของตัวเองทันทีเพื่อความอุ่นใจ
และอีก 25% ซึ่งก็คือ 1.75 ล้านหยวน จะต้องถูกนำไปใช้สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่นๆ เช่น การจ่ายเงินเดือน ค่าเช่าสถานที่ การจัดซื้อคอมพิวเตอร์สำนักงาน เป็นต้น
เงินก้อนนี้ กู้ฝานใช้จ่ายอย่างประหยัดมาก เขาทำทุกอย่างให้เรียบง่ายที่สุด จนถึงตอนนี้เพิ่งจะใช้ไปแค่สามหมื่นกว่าหยวน ยังเหลืออีก 1.7 ล้านหยวน
สรุปก็คือ ปัจจุบันในบัญชีของบริษัทยังมีเงินนอนนิ่งอยู่อีกประมาณ 4.7 ล้านหยวน
ในจำนวนนี้มี 1.7 ล้านหยวนที่เป็นงบปฏิบัติการซึ่งสามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายวัตถุประสงค์ กู้ฝานจึงยังไม่คิดจะแตะต้องมันในตอนนี้ ส่วนอีก 3 ล้านหยวนที่เหลือคืองบสำหรับโปรโมตเกม
ปัจจุบันการโปรโมตเกมยังคงเป็นหน้าที่ที่ลิลิธรับผิดชอบโดยตรง กู้ฝานเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอจะใช้เงิน 3 ล้านหยวนนี้ยังไง
แต่กู้ฝานก็ยังหวังว่าลิลิธจะผลาญเงินก้อนนี้ให้หมดเกลี้ยงไปเลย เพราะถึงเก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์ มันใช้ได้แค่กับการพัฒนาและโปรโมตเกมเท่านั้น แถมถ้าเงินไม่พอลิลิธก็จะคอยเติมให้อีก มีให้ใช้ก็ใช้ไปเถอะ
...
เวลา 6 โมงเย็น
กู้ฝานกินข้าวเย็นข้างนอกเสร็จ เพิ่งจะกลับมาถึงห้องเช่าของตัวเอง ก็เห็นลิลิธนั่งอยู่บนบีนแบ็กในห้องนั่งเล่น เธอกำลังกินมันฝรั่งทอดไปพลางและทดลองเล่นเกม 'ซิซีฟัส' บนคอมพิวเตอร์ไปพลาง
อารมณ์ของเธอดูเหมือนจะค่อนข้างดี
"ทำเกมออกมาได้ดีนี่" ลิลิธเอ่ยขึ้น
กู้ฝานพยักหน้า "แน่นอนครับ ผมเป็นโปรแกรมเมอร์ที่มีจรรยาบรรณ ไม่ว่าผู้จัดการผลิตภัณฑ์หรือนักออกแบบจะเสนอความต้องการฟังก์ชันที่หลุดโลกแค่ไหน ผมก็จะพยายามทำให้สำเร็จอย่างสุดความสามารถ"
ลิลิธปรายตามองเขา แววตาเต็มไปด้วยความสงสัย
"นี่ ทำไมคุณถึงมองผมด้วยสายตาแบบนั้นล่ะ ผมรู้สึกว่าตัวเองถูกปรักปรำยิ่งกว่าโต้วเอ๋อซะอีกนะ" กู้ฝานพูดพลางหยิบโค้กกระป๋องออกจากตู้เย็นมาเปิด แล้วนั่งลงบนโซฟาเดี่ยวตัวใหม่ที่เพิ่งซื้อมา
ลิลิธถึงกับพูดไม่ออก "เกม 'วิถีนรก' มีปัญหาใหญ่ขนาดนั้น นายยังกล้าพูดแบบนี้อีกเหรอ?"
กู้ฝานตอบกลับอย่างมั่นใจ "ทำไมจะไม่กล้าล่ะ? คุณก็ตอบมาสิว่าผมทำตามความต้องการของฟังก์ชันเสร็จหมดแล้วหรือเปล่า"
ลิลิธใบ้กินไปชั่วขณะ อืม ความต้องการของฟังก์ชันก็ทำเสร็จหมดแล้วจริงๆ แถมยังทำเกินความต้องการไปบ้างเพราะมีบั๊กด้วย พูดแบบนี้ดูเหมือนจะไม่มีอะไรผิดแปลกไป...
เธอคิดอยู่พักใหญ่ ก่อนจะพูดได้เพียงว่า "เอาเถอะ หวังว่าครั้งนี้ 'ซิซีฟัส' จะไม่เกิดปัญหาแบบเดียวกันอีกนะ!
"พอดีเลย ก่อนที่เกมจะผ่านการตรวจสอบและวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ฉันจะจัดการแผนการตลาดของเกมนี้ นายเอาไปทำให้เป็นรูปเป็นร่างด้วยล่ะ!"