ในขณะที่มีการสอบสวนทั้ง 45 รายการ เอกสารและข้อตกลงต่างๆ ก็ถูกร่างขึ้นอย่างรวดเร็ว และส่งถึงมือผู้ประสบเหตุแต่ละคนในเวลาไม่นาน
อย่างแรกคือข้อตกลงรักษาความลับ สำหรับ β1-2103257 หน่วยงานไม่สามารถห้ามผู้ประสบเหตุเปิดเผยสิ่งที่พบเห็นข้างในได้ ทำได้เพียงห้ามระบุชื่อและนามสกุลเท่านั้น
คุณสามารถพูดได้ว่าเพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มถูกครอบงำ เพื่อนนักเรียนคนหนึ่งจึงลงมือทำร้ายเพื่อนนักเรียนอีกคน แต่จะบอกว่าเย่เฉี่ยนทำร้ายไช่จื้อซินไม่ได้
นี่คือการปกป้องผู้ประสบเหตุ
อย่างที่สองคือข้อตกลงอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ IP
สิทธิ์ในการพัฒนา IP ของ β1-2103257 จะถูกนำไปประมูลในอีกไม่ช้า โดยรายได้ 20% จะมอบให้แก่ผู้ประสบเหตุ คาดว่าแต่ละคนจะได้รับส่วนแบ่งประมาณหนึ่งแสน
เดิมทีหลี่ชิงหมิงอยากจะปฏิเสธแผนการนี้ แต่ในทางกฎหมายเขาไม่สามารถห้ามอีก 44 คนเอาเรื่องนี้ไปเล่าได้ สุดท้ายจึงทำได้เพียงมอบอำนาจในระดับต่ำที่สุด โดยการปกปิดข้อมูลตัวตนและกลยุทธ์ของตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
เอาล่ะ มีเหตุผลให้เกลียดการอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มเพิ่มขึ้นมาอีกข้อแล้ว
นอกเหนือจากนี้ หลี่ชิงหมิงยังต้องลงทะเบียน "รางวัลจากแดนลับ" และ "สมบัติวิเศษที่ได้รับมอบ" ของเขาด้วย
ของดีอย่าง 【หัวฉีดอัมพาต】 และ 【หมวกคลุมหัวเม่นทะเล】 ย่อมถูกเขาเก็บเข้าไปในกระเพาะรองตั้งนานแล้ว หลบเลี่ยงการตรวจสอบได้อย่างสมบูรณ์แบบ และลักลอบนำออกมาได้สำเร็จ
ดังนั้นในบันทึกอย่างเป็นทางการ สมบัติของผู้คุมกฎจึงมีเพียงก้อนพลังงานกว่า 500 กรัมนั่นเท่านั้น แม้จะดูขัดสนไปบ้าง แต่ก็สอดคล้องกับระดับความแข็งแกร่งของแดนลับแห่งนี้
ส่วนไม้เบสบอลที่ชายสวมหมวก "มอบให้" นั้นไม่ได้เป็นสมบัติวิเศษที่อันตรายอะไร สิทธิ์ความเป็นเจ้าของก็ยุ่งเหยิงมาก หน่วยงานจึงแสดงท่าทีว่าขี้เกียจเข้าไปยุ่งกับเรื่องไร้สาระพรรค์นี้ รับผิดชอบแค่ลงทะเบียนไว้ในชื่อของหลี่ชิงหมิง หากมีข้อพิพาทในภายหลังก็ให้ไปจัดการกันเอง
ด้วยเหตุนี้ จนกระทั่งเวลาประมาณสี่โมงครึ่งตอนเย็น ขั้นตอนต่างๆ ก็เสร็จสิ้น ในที่สุดทุกคนก็ได้กลับมารวมตัวกันที่ม.6 ห้อง 4 และกลับไปนั่งที่เดิมของตัวเองอีกครั้ง
เพียงแต่คนที่ยืนอยู่หน้าโพเดียมไม่ใช่หานชุนอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นโจวเฉิง
ตอนนี้ความดันโลหิตของโจวเฉิงถือว่าคงที่อย่างสมบูรณ์แล้ว เขายิ้มและเอ่ยปากพูดกับทั้งชั้นเรียนด้วยความฮึกเหิมว่า
"จากการสืบสวนอย่างถี่ถ้วนของกรมเรา นอกเหนือจากไช่จื้อซินที่ต้องสงสัยว่าก่ออาชญากรรมแล้ว สมาชิกที่เหลือทุกคนล้วนทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม!
"และก็เป็นไปตามคติพจน์ของโรงเรียนที่ว่า ทุกท่านสามัคคีปรองดองกัน จนผ่านพ้นวิกฤตมาได้ในท้ายที่สุด"
"พรุ่งนี้ ท่านนายกเทศมนตรีจะมามอบเหรียญตรา 'พลเมืองกิตติมศักดิ์' ให้กับทุกคน!
"รวมถึงหานชุน ครูประจำชั้นของพวกเธอด้วย
"ถ้าอย่างนั้น ฉันขอประกาศว่า การสืบสวนเรื่องแดนลับได้สิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์แล้ว
"เหนื่อยหน่อยนะ นักเรียนทุกคน!"
เสียงปรบมือดังขึ้นรอบทิศทาง แววตาของทุกคนเปี่ยมไปด้วยความยินดีและความสงบสุข
บ่ายวันนี้พวกเขาต้องแบกรับอารมณ์และจุดพลิกผันมามากเกินพอแล้ว ไม่มีเรี่ยวแรงจะร้องไห้หรือหัวเราะอีกต่อไปแล้วจริงๆ
เมื่อมองไปที่หลี่ชิงหมิงในเวลานี้ เขาได้กลายเป็นผู้นำกลุ่ม เป็นซูเปอร์ฮีโร่ไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้สายตาของทุกคนจะไม่คลั่งไคล้เหมือนตอนอยู่ในแดนลับแล้ว แต่ความรู้สึกเทิดทูนบูชานั้นยังคงชัดเจนมาก
เรื่องนี้ทำให้หลี่ชิงหมิงรู้สึกสะอิดสะเอียนมาก เขาจึงสะพายกระเป๋านักเรียนขึ้นมาตรงนั้นเลย
"ใจเย็นๆ ก่อน" โจวเฉิงรีบยกมือขึ้น รั้งหลี่ชิงหมิงเอาไว้ให้สงบสติอารมณ์ก่อนจะพูดว่า
"หลายคนคงรู้แล้วว่า อาจารย์จากแผนกคัดเลือกเจียนปิงก็อยู่ในสถานที่เกิดเหตุนี้ด้วย
"เมื่อรวบรวมผลงานจากแดนลับในครั้งนี้แล้ว คืนนี้ก็จะมีนักเรียนบางคนได้รับคำเชิญจากสถาบันเจียนปิง
"ตรงนี้ฉันขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า สหพันธ์ของเราห้ามไม่ให้มีการจัดตั้งสถานที่ฝึกอบรมเจียนปิงแบบส่วนตัว สถาบันเจียนปิงทั้งสี่แห่งในสหพันธ์ล้วนเป็นสถาบันของรัฐสังกัดหน่วยงาน นี่คือเส้นทางที่เป็นทางการและสมเหตุสมผลที่สุดในการก้าวขึ้นเป็นเจียนปิงที่ยอดเยี่ยมของทุกท่าน
"ภายในสถาบันไม่เพียงแต่มีอาจารย์ผู้ฝึกสอนที่มากด้วยประสบการณ์เท่านั้น แต่ยังได้รับการสนับสนุนทรัพยากรจากหน่วยงานจำนวนมาก และได้รับโอกาสในการสำรวจแดนลับที่มีคุณภาพสูง ขอให้นักเรียนที่ได้รับคำเชิญหวงแหนโอกาสนี้เอาไว้ให้ดี
"นอกจากนี้ หากใครได้รับคำเชิญจากองค์กรผิดกฎหมาย โปรดปฏิเสธอย่างจริงจังและแจ้งเบาะแสด้วย
"หากมีคำเชิญจากสถาบันนอกสหพันธ์ ก็ขอให้นักเรียนพิจารณาอย่างรอบคอบ ตอนนี้แต่ละสหพันธ์กำลังอยู่ในช่วงการแข่งขันแย่งชิงบุคลากรอย่างดุเดือด กรณีที่สถาบันนอกสหพันธ์ดึงตัวบุคลากรชั้นยอดไปแล้วจงใจถ่วงเวลาการฝึกฝนนั้นเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไปมาก
"อีกทั้งนอกสหพันธ์ยังมีสถาบันเอกชนที่บริษัทถือหุ้นอยู่เป็นจำนวนมาก พวกเขาไม่ได้มีความรับผิดชอบต่อสังคมเหมือนหน่วยงานในสหพันธ์ของเรา จะมองการฝึกฝนบุคลากรเป็นเพียงธุรกิจเท่านั้น การเข้าร่วมสถาบันเหล่านี้ไม่เพียงแต่มีความเสี่ยงที่จะต้องเสียสละสูงมาก แต่ยังจะถูกมองว่าเป็นสินค้าแลกเปลี่ยนและต้นไม้เงินต้นไม้ทองอีกด้วย
"สรุปก็คือ เรื่องที่เกี่ยวข้องเหล่านี้หวังว่านักเรียนจะปรึกษาหารือกับผู้ปกครอง และตัดสินใจอย่างรอบคอบ"
แม้ว่าโจวเฉิงจะพูดเหมือนให้ความสำคัญกับทุกคนเท่าเทียมกัน แต่สายตาของเขากลับจ้องเขม็งไปที่หลี่ชิงหมิงตลอดเวลา นี่มันคือการเตือนและข่มขู่เขาชัดๆ
ทว่าคนที่ฟังแล้วตื่นเต้นที่สุดกลับเป็นเจิ้งรุ่ยซิง
ทันทีที่โจวเฉิงพูดจบ เขาก็ยกมือขึ้นด้วยความฮึกเหิมแล้วถามว่า "ผู้อำนวยการโจวครับ คนที่ถูกเลือกสามารถเข้าเรียนที่สถาบันเจียนปิงได้เลยโดยไม่ต้องรอให้เรียนจบมัธยมปลายใช่ไหมครับ?"
ทั้งที่เป็นเจิ้งรุ่ยซิงตั้งคำถาม แต่โจวเฉิงกลับยังคงจ้องหลี่ชิงหมิงแล้วตอบว่า "ใช่แล้ว สถานการณ์ของพวกเธอเป็นกรณีพิเศษ สามารถเข้าเรียนในสถาบันก่อนได้ แล้วค่อยชดเชยการเรียนมัธยมปลายช่วงไม่กี่เดือนสุดท้ายทีหลัง"
อีกคนถามขึ้นมาว่า "อาจารย์ผู้อำนวยการครับ แล้วมีใครบ้างที่ได้รับการเสนอชื่อให้สถาบันเหรอครับ?"
"เรื่องนี้อยู่ในขอบเขตของการรักษาความลับ" โจวเฉิงตอบด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่ก็ยังขยิบตาปิ๊งๆ พร้อมยักคิ้วเข้มๆ ให้หลี่ชิงหมิงอย่างชัดเจน
"อืม..." ยัยแว่นจู่ๆ ก็ยกมือขึ้นพูด "ขอโทษนะคะอาจารย์ผู้อำนวยการ... หนูอ่านข้อตกลงอย่างละเอียดแล้วค่ะ เกี่ยวกับคะแนนประเมินผลงานในแดนลับของแต่ละคน เป็นความลับต่อบุคคลภายนอกก็จริง แต่ภายในชั้นเรียนของเราสามารถเปิดเผยได้ค่ะ"
"............" ใบหน้าของโจวเฉิงแข็งทื่อ
ข้อตกลงบ้าๆ นั่นดันมีคนอ่านจนจบจริงๆ ด้วยแฮะ
"ประกาศหน่อยเถอะครับอาจารย์ผู้อำนวยการ!" เจิ้งรุ่ยซิงพยักหน้าอย่างแรง "ประกาศแค่อันดับแรกๆ ก็พอครับ"
"เฮ้อ..." โจวเฉิงมองออกไปนอกประตูอย่างจนใจ หลังจากส่งสายตาสื่อสารกับคนข้างนอกครู่หนึ่ง เขาถึงได้หันมาถามทุกคนว่า "ทั้งชั้นเรียนเห็นด้วยที่จะให้เปิดเผยใช่ไหม?"
"เห็นด้วยครับ/ค่ะ!"
"บอกแค่อันดับแรกๆ ก็พอแล้วครับ/ค่ะ!"
"บอกแค่อันดับสองถึงห้าก็พอแล้วครับ/ค่ะ!"
เดิมทีหลี่ชิงหมิงอยากจะปฏิเสธ แต่ตอนนี้เขาอยากให้มันจบลงเร็วๆ มากกว่า จึงทำได้เพียงโบกมืออย่างหงุดหงิด เพื่อเป็นเชิงบอกให้โจวเฉิงรีบๆ หน่อย
ภายใต้สถานการณ์ที่ทุกคนกำลังตื่นเต้น โจวเฉิงจึงต้องรับแท็บเล็ตมา เขามองดูรายงานขั้นสุดท้ายแล้วเอ่ยปากพูดเสียงดังฟังชัดว่า
"คะแนนศักยภาพเจียนปิงมีเต็มหนึ่งร้อยคะแนน ในแดนลับที่ผ่านๆ มา คะแนนเฉลี่ยของผู้ประสบเหตุคือ 3 คะแนน หากถึง 20 คะแนนก็จะมีโอกาสได้รับการเสนอชื่อให้สถาบัน หากถึง 40 คะแนนจะมีโอกาสได้รับใบรับรองคุณสมบัติเจียนปิงโดยตรง และถ้าได้ 60 คะแนนขึ้นไปก็จะมีโอกาสได้รับเลือกเข้าสู่สถาบันเจียนปิงอันดับหนึ่ง ซึ่งก็คือสถาบันเจียนเฟิง
"ต่อไปนี้ฉันจะประกาศเฉพาะนักเรียนที่ได้ 10 คะแนนขึ้นไปเท่านั้น
"อันดับที่เจ็ด ถงถง 12 คะแนน"
เมื่อได้ยินคะแนนนี้ ยัยแว่นก็มีสีหน้าผิดหวังขึ้นมาทันที มันคือความรู้สึกผิดหวังแบบเดียวกับตอนที่ทำข้อสอบพัง
โจวเฉิงพยักหน้าให้เธอ แล้วอ่านรายงานในมือต่อไป
"ถงถงแสดงความใจเย็นในแดนลับ วิเคราะห์กฎออกมาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ และช่วยให้ทุกคนเชื่อมั่นในความจริงที่ว่าหลี่ชิงหมิงสามารถควบคุมแดนลับได้อย่างสมบูรณ์แล้ว ซึ่งเป็นปัจจัยทางอ้อมที่ทำให้กลุ่มมีความสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวกัน และช่วยเร่งกระบวนการของแดนลับให้เร็วขึ้น
"แต่เนื่องจากระมัดระวังตัวมากเกินไป ขาดความเด็ดขาดและความคิดสร้างสรรค์ จึงทำให้พลาดโอกาสดีๆ ไปบ้าง
"ท้ายที่สุด ในคาบเรียนรองสุดท้ายเธอก็สูญเสียความเยือกเย็น และถามเป้าหมายกับผู้คุมกฎโดยตรง ซึ่งนี่ถือเป็นข้อห้ามร้ายแรงที่อาจยั่วโมโหผู้คุมกฎได้
"เมื่อรวบรวมมิติต่างๆ ทั้งสมรรถภาพทางร่างกาย ผลการเรียน และอื่นๆ แผนกคัดเลือกจึงให้ 12 คะแนน
"อาจารย์จากแผนกคัดเลือกเห็นว่า ในอนาคตไม่ว่าเธอจะอยู่ในหน่วยงานหรือบริษัทก็สามารถทำผลงานได้ดีเยี่ยม ประกอบกับตัวเธอเองก็ต่อต้านการเข้าไปพัวพันในแดนลับอีกครั้ง ดังนั้นจึงไม่ได้เสนอชื่อไปยังสถาบันทั้งสี่แห่ง"
"ช่างเถอะ" ยัยแว่นหันหลังกลับไป "ยังไงฉันก็ไม่คิดจะเป็นเจียนปิงอยู่แล้ว พวกเดนตายที่ใช้ชีวิตเสี่ยงตายบนคมมีด คนมีฝีมือจริงๆ ที่ไหนเขาจะไปทำเรื่องแบบนั้นกัน ทำเหมือนรังเกียจที่ตัวเองอายุยืนนักแหละ"
ตอนที่พูดประโยคนี้ เธอตั้งใจหรือเผลอก็ไม่ทราบเหลือบมองไปที่หลี่ชิงหมิง ไม่รู้ว่ากำลังสาปแช่ง หรือว่าพอออกจากแดนลับแล้วความกล้าก็กลับมาอีกครั้งกันแน่