หวังเยว่แห่งว่านเซี่ยงกรุ๊ปอาศัยจังหวะที่ตลาดหุ้นเกิดแฟลชแครชเมื่อวานนี้ ซึ่งฉุดให้หุ้นอันซื่อร่วงลงไปด้วย เขาจึงเข้าไปช้อนซื้อหุ้นในราคาต่ำอย่างมีความสุข
ทว่าหลังจากข่าวนี้หลุดออกไป สำหรับตระกูลอันแล้วกลับยังพอเรียกได้ว่าเป็นข่าวดีอยู่บ้าง เพราะอย่างน้อยเม็ดเงินที่ไหลเข้ามาอย่างมหาศาลเมื่อวานนี้ก็ไม่ใช่ของเทียนเซิ่งแคปปิตอล
นี่แสดงให้เห็นว่าสัดส่วนการถือหุ้นไม่ได้กระจุกตัวอยู่ที่เทียนเซิ่งแคปปิตอลมากขึ้น ว่านเซี่ยงกรุ๊ปเห็นได้ชัดว่าแค่เข้ามากอบโกยผลประโยชน์ เป็นพวกที่ฉวยโอกาสเข้ามาแทรกกลางคัน ไม่ใช่คนดีอะไรนัก
หากบอกว่าเทียนเซิ่งแคปปิตอลคือเด็กเลวหน้าใหม่ ว่านเซี่ยงโฮลดิ้งก็คืออันธพาลเฒ่าตัวจริงเสียงจริง
ข่าวเหนือความคาดหมายนี้ส่งผลให้หุ้นอันซื่อพุ่งสวนกระแส ทะยานขึ้นชนซิลลิ่งติดต่อกันหลายวันจนเกิดเป็นซูเปอร์เทรนด์ขาขึ้นที่แข็งแกร่ง และนี่ยังเกิดขึ้นในสถานการณ์ที่ตลาดหุ้นกำลังดิ่งพสุธาอย่างต่อเนื่องอีกด้วย
หลังจากปลายเดือนสิงหาคม ตลาดหุ้นเริ่มเกิดแฟลชแครชอย่างต่อเนื่อง ร่วงตกลงมาจาก 4,000 จุด ทำจุดต่ำสุดใหม่ และมีความเสี่ยงที่จะหลุดแนวรับสำคัญที่ 3,000 จุด
แต่ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หุ้นอันซื่อกลับเมินเฉยต่อสภาพแวดล้อมโดยรวมของตลาด และพุ่งทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง
วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม หุ้นอันซื่อเร่งเครื่องชนซิลลิ่งเป็นวันที่แปดติดต่อกัน ราคาปิดที่ 30.62 หยวน เพิ่มขึ้น +9.99% มูลค่าตามราคาตลาดรวมอยู่ที่ 483,796 ล้านหยวน
วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม หุ้นอันซื่อชนซิลลิ่งเป็นวันที่เก้า ราคาปิดที่ 33.68 หยวน เพิ่มขึ้น +9.99% มูลค่าตามราคาตลาดรวมอยู่ที่ 532,144 ล้านหยวน
ตลาดต่างตกตะลึงและฮือฮา ราคาหุ้นอันซื่อพุ่งขึ้นอย่างบ้าคลั่ง มูลค่าตลาดรวมทะลุแนวต้าน 500,000 ล้านหยวน และราคาหุ้นก็สามารถทะลุจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์เมื่อเดือนตุลาคมปี 2007 ไปได้ในคราวเดียว
หุ้นอันซื่อที่สำเร็จวิชา "เก้าเอี้ยง" กลายเป็นดาวเด่นที่สุดในเดือนสิงหาคมอย่างไม่ต้องสงสัย และก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดที่ได้รับความนิยมสูงสุดในเดือนนี้
ทุกคนต่างคิดว่าหุ้นปิศาจตัวท็อปของเดือนสิงหาคมคือเท่อลี่ A แต่เท่อลี่ A กลับเริ่มดิ่งลงเหวหลังจากเข้าสู่ปลายเดือนสิงหาคม ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามีเม็ดเงินร้อนบางส่วนในตลาดไหลออกจากเท่อลี่ A และพุ่งตรงมายังหุ้นอันซื่อ เพราะทุกคนต่างก็กำลังโหมกระหน่ำซื้อหุ้นอันซื่ออย่างดุเดือด
ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าหุ้นอันซื่อจะสร้างซูเปอร์เทรนด์ที่ดุดันได้ขนาดนี้ เมื่อเทียบกันแล้ว หุ้นเทพหนานเป่ยเชอทั้งสองตัวในเดือนเมษายนดูอ่อนหัดไปเลย
วันนี้ตลาดหุ้นเกิดแฟลชแครชดิ่งลงไปกว่า 8% ปิดที่ 3,209.91 จุด จากจุดสูงสุดที่ 5,178 จุดจนถึงระดับปัจจุบัน แทบจะเรียกได้ว่าร่วงลงมาจนกลืนกินผลกำไรที่เพิ่มขึ้นตลอดทั้งปีไปจนหมดสิ้น
การที่หุ้นอันซื่อบ้าคลั่งได้ขนาดนี้ ก็แยกไม่ออกจากสภาพแวดล้อมโดยรวม ดังคำกล่าวที่ว่าตลาดหมีมักมีหุ้นปิศาจโผล่มาเสมอ หุ้นอันซื่อกลายเป็นเป้าหมายที่ดีที่สุดสำหรับการรวมตัวกันของเงินทุนเก็งกำไรในปัจจุบันอย่างไม่ต้องสงสัย บริษัทชั้นดี มูลค่าตลาดสูง ปัจจัยพื้นฐานเยี่ยม ปริมาณการซื้อขายคึกคัก ผู้ถือหุ้นรายใหญ่กำลังห้ำหั่นกัน และมีการประกาศกว้านซื้อหุ้นจนถึงเกณฑ์อย่างต่อเนื่อง หากไม่เข้าไปปั่นราคาเล่นเกมส่งไม้ต่อสักรอบ ก็คงรู้สึกผิดต่อบรรดานักเก็งกำไรและเม็ดเงินร้อนในตลาดแล้ว
ส่วนหลังจากนี้มันจะทิ้งซากความพินาศไว้หรือไม่ นั่นก็เป็นเรื่องที่พวกรับเผือกร้อนต้องไปกลุ้มใจกันเอาเอง
ถึงแม้ต้นทุนของลู่หมิงจะต่ำมาก แต่เขาก็ประกาศถือหุ้นถึงเกณฑ์ 5% ไปแล้ว หากเขาอยากจะหนีก็ต้องรอไปอีกครึ่งปี นั่นเป็นเรื่องของอีกหกเดือนข้างหน้า ไม่เป็นอุปสรรคต่อสภาพแวดล้อมการปั่นราคาในปัจจุบัน
สิ่งที่น่ากล่าวถึงคือ เทียนเซิ่งแคปปิตอลถือครองหุ้นอันซื่อสะสมถึง 3.66 พันล้านหุ้นแล้ว หากคำนวณจากราคาปิดวันนี้ที่ 33.68 หยวน มูลค่าตลาดจะอยู่ที่ 123,268 ล้านหยวน ในขณะที่เทียนเซิ่งแคปปิตอลทุ่มเงินลงทุนสะสมไป 59,400 ล้านหยวน โดยมีต้นทุนเฉลี่ยเพียงประมาณ 16.23 หยวนเท่านั้น
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ จากที่เคยขาดทุนในตอนแรก ตอนนี้กลับทำกำไรทางบัญชีไปแล้ว 63,866 ล้านหยวน อัตราผลตอบแทนลอยตัวแตะระดับ +107.52% ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม การจะเปลี่ยนผลกำไรมหาศาลขนาดนี้ให้เป็นเงินสดจากตลาดรองนั้น แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ต่อให้ต้องการขายก็ต้องรอไปอีกครึ่งปีถึงจะขายได้
การที่ลู่หมิงทุ่มเทแรงกายแรงใจไปมากมายขนาดนี้ ก็ไม่ได้เป็นไปเพื่อการเทขายทำกำไรในตลาดทุนแต่อย่างใด
หลังตลาดปิดทำการในวันนี้ เวลาประมาณสองทุ่ม กลุ่มบริษัทตระกูลอันได้รับหนังสือสอบถามจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เกี่ยวกับความผันผวนผิดปกติของราคาหุ้นอันซื่อในช่วงที่ผ่านมา
เดือนนี้หุ้นอันซื่อพุ่งทะยานอย่างบ้าคลั่งเกินไปแล้ว แรงบวกนั้นดุดันเสียยิ่งกว่าหุ้นเทพหนานเป่ยเชอเสียอีก หุ้นเทพในเดือนเมษายนเคยถูกดันให้มีมูลค่าตลาดทะลุ 1.1 ล้านล้านหยวน แต่มาถึงวันนี้กลับเหลือเพียงสามแสนกว่าล้านหยวนเท่านั้น
ส่วนหุ้นอันซื่อในตอนนี้กำลังถูกปั่นราคาอย่างดุเดือด หากไม่เข้าไปจัดการอะไรเลย บรรดานักเก็งกำไรและเม็ดเงินร้อนในตลาดคงดันมูลค่าตลาดให้ทะลุล้านล้านหยวนได้ในพริบตา และมันจะต้องกลายเป็นหุ้นหนานเป่ยเชอตัวต่อไปอย่างแน่นอน
ปล่อยให้ทิ้งซากความพินาศไว้ยังพอทน แต่ประเด็นสำคัญคือการที่มันร่วงลงอย่างฉับพลันจะฉุดให้ตลาดพังทลายตามไปด้วย
ทันทีที่หนังสือสอบถามฉบับนี้ถูกเผยแพร่ออกมา นักลงทุนที่แห่ซื้อตามในวันนี้ต่างก็สั่นสะท้านด้วยความกลัว และเริ่มมีคนเข้าไปด่าทอในช่องแสดงความคิดเห็นของหุ้นอันซื่อ
"สหายที่แห่ซื้อตามเมื่อเช้านี้ ตอนนี้รู้สึกยังไงกันบ้าง?"
"หุ้นเทพดิ่งลงไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ไม่เห็นจะส่งหนังสือไปถามสักฉบับ"
"ตกเท่าไหร่ไม่สน แต่ถ้าขึ้นมากไปต้องเข้ามาคุม อืมมม..."
"ก่อนหน้านี้ตอนที่ราคาดิ่งติดฟลอร์ต่อเนื่องก็เคยสอบถามไปแล้วไม่ใช่เหรอ? รอบนี้ผู้ใหญ่บ้านทำถูกแล้ว"
"พูดกันตามเหตุผล มูลค่าตลาดห้าแสนล้านหยวนของหุ้นอันซื่อในตอนนี้ ค่า PE ไม่ได้ถูกประเมินไว้สูงเกินจริงอย่างแน่นอน นี่คือการกลับคืนสู่มูลค่าที่แท้จริงตามปกติ"
"พรุ่งนี้ชิงเทขายหนีตายแล้วโว้ย!"
"หนีบ้าอะไรล่ะ ลุยสิโว้ย ออลอินตลอดกาล ลุยแหลกตลอดไป!"
……
ผีซ้ำด้ำพลอย โชคร้ายไม่เคยมาเดี่ยว หลังจากที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ฯ ส่งหนังสือสอบถามไปยังหุ้นอันซื่อได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ทางฝั่งว่านเซี่ยงกรุ๊ปก็มีข่าวร้ายดุจสายฟ้าฟาดตามมา
รายงานผลประกอบการครึ่งปีที่คาดการณ์ไว้ของว่านเซี่ยงกรุ๊ปเปิดเผยว่า แพลตฟอร์มธุรกิจปล่อยสินเชื่อเพื่อการลงทุนในเครือเกิดปัญหา มีหนี้เสียกว่า 30,000 ล้านหยวนและยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ลูกค้าที่กู้เงินไปลงทุนหลายรายถูกบังคับขายหลักประกันอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ตลาดเกิดแฟลชแครช หนีตายจากการถูกบังคับชำระบัญชีไม่พ้น ส่งผลให้ขาดทุนอย่างหนัก
ช่องแสดงความคิดเห็นของหุ้นอันซื่อแทบระเบิด!
"เชี่ยเอ๊ย! คนที่เคาะขวาราคาซิลลิ่งวันนี้ จบเห่แล้ว!"
"สายฟ้าฟาดจากว่านเซี่ยง บัดซบเอ๊ย!"
"ไอ้แก่หวังนี่มันโคตรเจ้าเล่ห์เลยว่ะ เข้ามาเทขายทำกำไรนี่หว่า มิน่าล่ะถึงไม่ยอมซื้อเพิ่มจนถึงเกณฑ์ประกาศถือหุ้น แม่งเอ๊ย ป่านนี้คงชิ่งหนีไปแล้วแหงๆ!"
"ธุรกิจปล่อยสินเชื่อมีปัญหา ยังคิดจะมากอบโกยในตลาดหุ้นเพื่ออุดรอยรั่วอีกเหรอวะ? แม่งโคตรเหี้ยเลย!"
"หนีเร็วพี่น้อง เคียวของเหล่าหวังง้างรอแล้ว... [อีโมจิกุมขมับ]"
"พรุ่งนี้คงเกิดการนองเลือดแน่!"
"ข่าวร้ายกระทันหันระลอกนี้ มาเบิ้ลสองแบบนี้ก็กะเอาตายเลยสิ..."
"หุ้นตัวนี้มันโคตรเร้าใจเลยว่ะ!"
"จู่ๆ ก็รู้สึกว่ากราฟของหุ้นอันซื่อแม่งแทบจะเหมือนเท่อลี่ A เป๊ะเลย ชนซิลลิ่งติดๆ กัน แล้วก็ร่วงติดฟลอร์ติดๆ กัน แล้วก็กลับมาชนซิลลิ่งติดๆ กันอีก... แกเป็นถึงหุ้นอันซื่อที่อยู่ในดัชนี 50, 150 และ 300 เชียวนะ เป็นหุ้นบลูชิพตัวใหญ่บิ๊กเบิ้ม ไม่ใช่หุ้นปั่นหุ้นขยะ ช่วยนิ่งๆ หน่อยได้ไหมวะ?"
"ปั่นราคากันไปมา โคตรดุเดือด โคตรน่าดู... [อีโมจิหน้าตลก]"
……
เวลาล่วงเลยมาถึงวันอังคารที่ 25 สิงหาคม หุ้นอันซื่อเปิดการซื้อขายแบบ Call Auction ที่ราคา 30.31 หยวน ร่วงลงมาเปิดที่ราคาฟลอร์เป็นเส้นตรงทันที โดยมีคำสั่งขายทิ้งกองรออยู่กว่า 6 ล้านลอต
วันพุธที่ 26 สิงหาคม วันนี้หุ้นอันซื่อยังคงเปิดตลาดด้วยราคาฟลอร์เป็นเส้นตรง ระหว่างวันมีเม็ดเงินพยายามจะเข้าไปช้อนซื้อเพื่อดันราคาให้หลุดฟลอร์ แต่สุดท้ายก็ถูกฝังกลบทั้งเป็น
วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม หลังจากหุ้นอันซื่อร่วงติดฟลอร์เป็นเส้นตรงมาสองวันติด ในที่สุดก็มีคนเปิดทางให้ขายได้ ผลลัพธ์ก็คือเม็ดเงินจำนวนมหาศาลแห่กันเทขายหนีตาย ช่วงบ่ายราคาดิ่งลงไปแตะฟลอร์อีกครั้ง แต่ก็ยังไม่วายมีคนเข้ามาดักช้อนซื้อ ราคาปิดอยู่ที่ 24.67 หยวน ปิดตลาดด้วยราคาที่ร่วงลง -9.57%
หลังปิดตลาด มีนักเก็งกำไรชื่อดังสองคนออกมาด่ากราดบนบัญชีโซเชียลมีเดียส่วนตัว เห็นได้ชัดว่าพวกเขาถูกหั่นเนื้อในหุ้นอันซื่อ การโดนราคาดิ่งติดฟลอร์สองวันซ้อนก็ถือว่าเจ็บหนักเอาเรื่อง
……
เวลาประมาณ 17:00 น. ณ สำนักงานใหญ่เทียนเซิ่ง
"หวังเยว่ ประธานว่านเซี่ยงกรุ๊ปมาขอพบด้วยตัวเองค่ะ" อันอี้โหรวเดินเข้ามาบอกในห้องทำงานของลู่หมิง ตอนนี้เธอยังคงทำงานอยู่ที่เทียนเซิ่งแคปปิตอล และตำแหน่งก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป
จนถึงตอนนี้ ตระกูลอันก็ยังคงคิดว่าลู่หมิงกักขังอันอี้โหรวไว้เพื่อคอยจับตาดู และคิดว่าเธอกำลังตกระกำลำบากอยู่ที่นี่ แต่ในความเป็นจริงแล้ว อันอี้โหรวมีความสุขจะตายไป
เมื่อลู่หมิงได้ยินว่าประธานว่านเซี่ยงกรุ๊ปมาเยือนด้วยตัวเอง เขาก็รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย เมื่อไม่กี่วันก่อนประธานหวังเพิ่งจะเข้าไปช้อนซื้อหุ้นอันซื่ออย่างเบิกบานใจ ถึงแม้ตอนนี้เขาจะยังไม่ได้เทขายเพื่อหนีตาย แต่ก็ยังอยู่ในสถานะที่ได้กำไร ลู่หมิงคาดการณ์ว่าต้นทุนของว่านเซี่ยงกรุ๊ปน่าจะอยู่ในช่วง 22 หยวน
ที่สำคัญที่สุดคือ ตอนแรกที่ออกประกาศว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเข้าซื้อหุ้นจนถึงเกณฑ์ 5% แต่เวลาผ่านไปหลายวันขนาดนี้แล้วก็ยังไม่เห็นประกาศซื้อเพิ่ม เห็นได้ชัดว่าไม่อยากถือหุ้นเกิน 5% ไม่รู้เหมือนกันว่าอีกฝ่ายอยากจะเข้ามายุ่งกับน้ำขุ่นๆ บ่อนี้จริงๆ หรือแค่กะจะฉวยโอกาสกอบโกยเงินจากตลาดรองแล้วชิ่งหนีไป
ในเมื่อประธานของว่านเซี่ยงอุตส่าห์เดินทางไกลจากต่างถิ่นมาเยือนถึงหนิงโจว ลู่หมิงย่อมไม่กล้าละเลย เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายมาถึงแล้ว เขาจึงวางงานในมือลงและออกไปต้อนรับ
……