เจียงเซี่ยเหนื่อยมาก หากมีสถานที่เงียบสงบให้เขา เขาก็แทบจะล้มตัวลงนอนหลับได้ทันที
วันนี้มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายเหลือเกิน
ตอนเช้าฆ่าลูกน้องของเฉินข่ายในโรงแรม ตอนค่ำก็ไปที่คลับมารแล้วได้เห็นความลับเรื่องฐานะผู้ตื่นรู้ของคุณแม่ถูกเปิดเผย หัวใจเต้นระทึกจนแทบจะหลุดออกมาจากคอหอย หัวทั้งหัวหนักอึ้งเพราะเลือดคั่งจากความตึงเครียดและกังวลขั้นสุด เมื่อครู่ก็เพิ่งต่อสู้ชี้เป็นชี้ตายกับฉางเหวินที่นี่จนมีบาดแผลเต็มตัวไปหมด
อุตส่าห์จัดการฉางเหวินได้โดยต้องแลกมาด้วยอาการบาดเจ็บสาหัส ให้ตายเถอะ ผู้ตื่นรู้ดันโผล่มาอีก
ชั่วขณะหนึ่ง เจียงเซี่ยที่เหนื่อยจนแทบจะหมดแรงถึงกับเกิดความคิดอยากปล่อยจอย ปล่อยให้ผู้ตื่นรู้คนนี้ทำอะไรก็ทำไปเถอะ
แต่เขารู้ดีว่า ตัวเองจะตายไม่ได้!
วินาทีที่เห็นปืนลูกโม่เปล่งแสงสีขาวในมือของชายสวมหน้ากาก เจียงเซี่ยก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาหันหลังแล้ววิ่งหนีทันที
"คิดจะหนีเหรอ?"
ชายสวมหน้ากากหัวเราะเยาะเย้ย ยกปืนลูกโม่สีเงินที่เปล่งแสงสีขาวในมือขึ้นมา เล็งไปที่แผ่นหลังของเจียงเซี่ย
【ลำดับเทพ 098——ผู้คุมกฎ】
ปืนลูกโม่สีเงินในมือของเขาสามารถยิงกระสุนที่มีผลลัพธ์แตกต่างกันได้หกนัด——
ข่มขวัญ; ปลดอาวุธ; จับกุม; คุมขัง; สอบสวน; ประหาร!
นอกจากการประหารแล้ว กระสุนอีกห้านัดที่เหลือล้วนพุ่งเป้าไปที่พวกมารทั้งสิ้น!
เขาไม่ได้เหนี่ยวไกในทันที แต่รอจนกระทั่งมารตัวนั้นวิ่งเกือบจะถึงปากตรอกถัดไปถึงค่อยลงมือ ราวกับตั้งใจจะมอบความหวังในการรอดชีวิตให้มันสักเล็กน้อย แล้วค่อยดับความหวังนั้นทิ้งซะ!
ปัง!
พร้อมกับการเหนี่ยวไก กระสุนแสงสีฟ้าหนึ่งนัดก็พุ่งทะลวงออกจากปากกระบอกปืน กลายสภาพเป็นตาข่ายแสงสีฟ้าขนาดใหญ่ คล้ายกับฝ่ามือยักษ์ที่พุ่งเข้าไปตะครุบมารที่กำลังหลบหนีตัวนั้นด้วยความเร็วของลูกปืน!
กระสุนนัดนี้คือ "จับกุม"!
ขอเพียงสัมผัสโดนร่างกายของมารก็จะรัดตัวมันเอาไว้ ราวกับปลาที่ติดตาข่ายและไม่สามารถดิ้นหลุดได้!
เขาไม่ได้ตั้งใจจะฆ่ามารที่บาดเจ็บสาหัสตัวนี้ในทันที แต่ตั้งใจจะจับกุมมันไว้ก่อน แล้วค่อยใช้ "สอบสวน" ล้วงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ออกมาจากปากของมัน
หลังจากยิงตาข่ายแสงออกไป ชายคนนั้นก็ไม่ได้เตรียมจะยิงนัดที่สอง ราวกับมั่นใจใน "จับกุม" ที่เพิ่งยิงออกไปเมื่อครู่นี้มาก!
ทว่าครั้งนี้ ความมั่นใจของเขากลับทำให้เขาต้องผิดหวัง!
ตาข่ายแสงสีฟ้าครอบลงบนร่างของมารที่กำลังหลบหนีด้วยความเร็วของลูกปืน ทว่ามารตัวนั้นเพียงแค่ตวัดมือเบาๆ กรงเล็บอันแหลมคมก็ฉีกตาข่ายแสงจนขาดวิ่น จากนั้นร่างกายของมันก็หันขวับเข้าไปในตรอกด้านข้างอย่างรวดเร็ว
วูบ!
ชายคนนั้นรู้สึกหน้ามืด ดวงตาภายใต้หน้ากากสีขาวเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ!
"เป็นไปได้ยังไง!"
เขาแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตัวเองเพิ่งเห็น
แค่ตวัดมือเบาๆ ตาข่ายแสงก็ถูกฉีกขาดแล้วเนี่ยนะ!
เป็นไปไม่ได้!
กระสุน "จับกุม" นัดนี้ ขอเพียงตกลงบนร่างของมารก็จะรัดตัวมันไว้อย่างแน่นหนา ต่อให้เป็นมารที่เคยผ่านการวิวัฒนาการมาแล้วหนึ่งครั้ง หากถูกรัดเอาไว้ก็ยังยากที่จะดิ้นหลุดได้ในเวลาอันสั้น!
แต่มารตัวนี้ ทำไมถึงดิ้นหลุดได้อย่างง่ายดายขนาดนี้ล่ะ?
เขาไม่เข้าใจว่ามีอะไรผิดพลาด และไม่ยอมตัดใจปล่อยให้มารที่ตกถึงมือแล้วหนีรอดไปได้แบบนี้
พอขยับเท้าหมายจะตามไป หนวดเส้นหนึ่งที่มีส่วนปลายคล้ายใบมีดก็ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าอย่างแรง กระแทกพื้นตรงหน้าเขาจนพื้นซีเมนต์ยุบเป็นหลุมลึก
ชายคนนั้นตกใจสุดขีด เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นว่าที่ริมดาดฟ้าตึกสูงแปดชั้น มีมารสองตัวกำลังก้มมองเขาจากเบื้องบน นัยน์ตาของพวกมันทอแสงสีแดงพิลึกพิลั่น
มารตัวหนึ่งมีหัวเป็นแพะสีดำ ส่วนมารอีกตัวดูเหมือนจะเป็นผู้หญิง? บนใบหน้าสวมหน้ากากสีดำ หนวดที่ฟาดลงมาจากดาดฟ้าก็คือมือซ้ายของผู้หญิงคนนี้นี่เอง!
"แม่งเอ๊ย!"
ชายคนนั้นสบถในใจ เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่ามารสองตัวที่ยืนอยู่บนดาดฟ้านั้นแข็งแกร่งจนน่ากลัว หากสู้แบบตัวต่อตัวเขาอาจจะพอรับมือไหว แต่ถ้าต้องสู้แบบหนึ่งต่อสอง เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้อย่างแน่นอน
เมื่อมองดูชายสวมหน้ากากสีขาวเบื้องล่างที่รีบหนีไปอย่างรวดเร็ว หลี่ซือถงก็ไม่ได้คิดจะตามไป
เฉินข่ายล้วงมือทั้งสองข้างไว้ในกระเป๋ากางเกงแล้วถามขึ้น "ทำไม ไม่คิดจะตามไปกินเขาเหรอ?"
หลี่ซือถงตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ไม่ทันแล้ว เสียงต่อสู้เมื่อกี้ทำให้คนที่พักอาศัยอยู่แถวนี้ตื่นขึ้นมา จะต้องมีคนแจ้งตำรวจแน่ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด อีกเดี๋ยวก็คงมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาจัดการ ฉันไม่อยากถูกปิดล้อมอยู่ในตรอกข้างล่างนั่นเพียงเพราะผู้ตื่นรู้แค่คนเดียวหรอกนะ"
เฉินข่ายหันไปมองหลี่ซือถง แล้วพูดเรียบๆ "ฉันเดาว่าก่อนจะถึงคืนนี้ เพื่อให้แน่ใจว่าฉันจะไม่ลงมือกับคุณแม่ของเขา เจียงเซี่ยคงเกิดความคิดที่จะฆ่าฉันขึ้นมาสินะ"
"ใช่ เขาอยากให้ฉันฆ่านาย และฉันก็รับปากเขาไปแล้ว"
เฉินข่ายร้องอ้อออกมาคำหนึ่ง "แล้วเธอตั้งใจจะฆ่าฉันจริงๆ อย่างนั้นเหรอ?"
"ทำไม ฉันฆ่านายไม่ได้หรือไง?"
เฉินข่ายยิ้มบางๆ แล้วหันหลังเดินจากไป "พรุ่งนี้ค่ำในห้องครัวของฉัน ฉันจะเตรียมงานเลี้ยงมื้อค่ำสุดหรูเอาไว้ ถ้ามีเวลาก็พาแฟนหนุ่มตัวน้อยของเธอมาเข้าร่วมด้วยกันสิ"
……
ภายในตรอกแคบยาว เจียงเซี่ยเดินโซซัดโซเซ เขาไม่แน่ใจว่าผู้ตื่นรู้คนนั้นตามมาหรือเปล่า จึงเอาแต่วิ่งหน้าตั้งตรงไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียว
จนกระทั่งร่างของเขาชนเข้ากับใครบางคนถึงได้หยุดลง
"ฉันเอง!" ท่ามกลางความมืด หลี่ซือถงประคองร่างของเจียงเซี่ยเอาไว้
เขาพยายามลืมตาขึ้น เมื่อแน่ใจว่าเป็นหลี่ซือถง สมองที่มึนเบลอของเจียงเซี่ยก็ทนต่อไปไม่ไหวอีก เขาทิ้งตัวทิ่มหน้าลงบนความนุ่มหยุ่นขุมหนึ่งแล้วสลบไป
หลี่ซือถงร้องเรียกเบาๆ สองครั้ง "นี่... นี่... ตาบ้าเอ๊ย จงใจใช่ไหมเนี่ย"
ในความฝัน หนวดจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังโบกสะบัด ราวกับฝูงปีศาจร่ายรำ!
ใบหน้าโชกเลือดอันแสนดุร้ายน่ากลัวแต่ละใบหน้าโฉบผ่านเข้ามาในหัว
สวีคุน, โลลิร่างอ้วน, หวังเฟย, ลูกน้องของเฉินข่าย, ฉางเหวิน...
พวกเขาทั้งหมดกำลังแสยะยิ้มชั่วร้าย ในลำคอเปล่งเสียงหัวเราะที่ชวนให้ขนลุกซู่!
วินาทีต่อมา เลือดสีแดงสดอันเชี่ยวกรากก็ถาโถมเข้ามาดั่งเกลียวคลื่น เจียงเซี่ยอยากจะหนี แต่ขาทั้งสองข้างกลับหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่วจนก้าวไม่ออก และถูกทะเลสีเลือดกลืนกินเข้าไปอย่างรวดเร็ว!
เฮือก!
เขาลืมตาโพลงขึ้นมา ความเจ็บปวดแสนสาหัสถาโถมเข้าใส่ทั่วร่างในพริบตา เจียงเซี่ยเจ็บจนต้องสูดลมหายใจเข้าลึกในวินาทีต่อมา
สิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาก็คือเพดานสีขาว
เมื่อมองไปรอบๆ เขาพบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนเตียงคู่ที่อ่อนนุ่ม แสงแดดยามเช้าอันอบอุ่นสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ตกกระทบลงบนปลายเตียง
หลี่ซือถงนั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ตรงที่นั่งริมหน้าต่าง เธอเปิดลำโพงเสียงดังมาก
เจียงเซี่ยมั่นใจว่าสิ่งที่ทำให้เขาตื่นขึ้นมาไม่ใช่ฝันร้าย แต่เป็นเสียงโทรศัพท์มือถือที่เปิดลำโพงอยู่นี่ต่างหาก
เขาก็ว่าอยู่ว่าตอนฝันร้ายเมื่อกี้ ทำไมถึงได้ยินเสียงแว่วๆ เหมือนคำว่า "ตั้งกระทะใส่น้ำมัน" อะไรทำนองนั้น!
"เมื่อก่อนตอนที่ยังไม่ได้เป็นมาร ฉันก็ชอบดูคลิปทำอาหารพวกนี้อยู่เหมือนกันนะ" หลี่ซือถงไม่ได้แม้แต่จะเงยหน้าขึ้น แต่เธอกลับรู้ว่าเจียงเซี่ยตื่นแล้ว
เจียงเซี่ยพยุงตัวลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก แล้วสำรวจร่างกายตัวเอง
บาดแผลส่วนหนึ่งเริ่มสมานตัวแล้ว แต่ยังมีบาดแผลอีกหลายแห่งที่บาดเจ็บสาหัสเกินไปจนยังคงเผยให้เห็นเนื้อสีแดงสดอย่างชัดเจน
เขาเลียริมฝีปาก รู้สึกเหมือนมีรสหวานจางๆ อยู่ในปาก เมื่อกวาดสายตามองไป ก็เห็นชามเปล่าใบหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง ภายในชามมีสีแดงฉานประดุจเลือด!
เจียงเซี่ยหันไปมองหลี่ซือถง และถามขึ้นเป็นประโยคแรก "โทรศัพท์ฉันล่ะ?"
หลี่ซือถงลุกขึ้นยืน ล้วงโทรศัพท์มือถือที่แตกจนแทบไม่เหลือชิ้นดีออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้วยื่นให้เจียงเซี่ย
"มันแตกยับเยินเลยล่ะ แต่ก็ยังพอโทรออกได้ ตอนที่นายสลบอยู่ คุณแม่ของนายโทรมาสองสายนะ"
"เธอได้รับหรือเปล่า?"