บริเวณทางเข้าโรงจอดรถใต้ดินมีเงาคนขวักไขว่
หลี่ตงเจ๋อมือหนึ่งถือไม้เท้า อีกมือถือปืน หลังจากพุ่งพรวดเข้าไปในโรงจอดรถใต้ดิน สายตาเฉียบคมก็กวาดมองสถานที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว
เขาเห็นสวีอิ๋งอิ๋งที่สลบไสลไม่ได้สติเป็นอันดับแรก จากนั้นก็เป็นรอยเลือดที่ไม่ชัดเจนนักบนพื้น และรถยนต์ส่วนบุคคลสองสามคันที่มีร่องรอยความเสียหาย ในฐานะที่เป็นสายลับ หลี่ตงเจ๋อดูออกไม่ยากว่าที่นี่เพิ่งผ่านการต่อสู้ที่สั้นทว่าอันตรายมา
ทว่าการที่สวีอิ๋งอิ๋งยังไม่ตาย ก็แสดงว่าสถานการณ์ยังไม่ถึงขั้นเลวร้ายที่สุด
ผู้ท่องแดนวิญญาณอีกหลายคนก็กวาดสายตามองสถานที่เกิดเหตุอย่างระแวดระวังและรวดเร็วเช่นกัน ทันใดนั้น พวกเขาก็เห็นร่างหนึ่งเดินออกมาจากเงามืดท้ายรถยนต์ที่อยู่ไม่ไกลนัก
ชั่วพริบตา ทุกคนก็หันปากกระบอกปืนเล็งไปที่เขาตามสัญชาตญาณ
"อย่าเพิ่งยิง ผมเอง..."
จางหยวนชิงรีบยกมือทั้งสองข้างขึ้นสูง ขณะเดียวกันก็พิจารณาผู้ท่องแดนวิญญาณคนอื่นๆ นอกเหนือจากกวนหย่าและหลี่ตงเจ๋อ
ชายร่างกำยำในชุดออกกำลังกาย ดูเหมือนเทรนเนอร์ฟิตเนส ส่วนสูงอย่างน้อยหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตร กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ปูดโปนเปี่ยมไปด้วยพลัง ที่มือสวมถุงมือแบบครึ่งนิ้วสีแดง
หญิงวัยกลางคนหน้าตาสะสวยในชุดกี่เพ้าลายภาพวาดหมึกจีน เกล้าผมมวยแบบโบราณ รูปร่างอรชรอ้อนแอ้น อายุอานามดูไม่น้อยแล้วแต่ใบหน้ากลับได้รับการดูแลอย่างดีจนขาวเนียนไร้ริ้วรอย
ชายวัยกลางคนสวมหมวกคนงานเหมืองและชุดคนงานก่อสร้างสีน้ำตาลเข้ม ผิวคล้ำดำกร้าน ใบหน้าเต็มไปด้วยร่องรอยความยากลำบาก
หญิงสาวในชุดแข่งรถสีขาว ใบหน้ารูปไข่ ผิวขาวสะสวย คิ้วเข้มชี้ขึ้นดูห้าวหาญ ในมือถือดาบยาวสีดำเล่มหนึ่ง
ส่วนผู้ถือปืนอีกสองคน บุคลิกและหน้าตาไม่มีอะไรโดดเด่น
เมื่อเห็นจางหยวนชิงเดินออกมาจากเงามืด สีหน้าตึงเครียดของหลี่ตงเจ๋อและกวนหย่าก็ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด ราวกับยกภูเขาออกจากอก
หลังเลิกประชุม พวกเขาก็ได้รับโทรศัพท์จากหวังไท่ บอกว่าหยวนสื่อพบโอวเซี่ยงหรงที่มหาวิทยาลัยซงไห่ อีกฝ่ายจับตัวสวีอิ๋งอิ๋งไปเพื่อหมายจะทำมิดีมิร้าย
หลี่ตงเจ๋อและกวนหย่าตกใจมาก จึงรีบเรียกหัวหน้าทีมอีกหลายคนที่ยังไม่แยกย้ายกันไป แล้วรีบเร่งมาที่มหาวิทยาลัยซงไห่ทันที
ตลอดทางหลี่ตงเจ๋อหน้าตึงเครียด จิตใจหนักอึ้ง กลัวว่าหยวนสื่อจะเลือดร้อนแล้วลงมือโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม
หลังจากหน้าใหม่กลายเป็นผู้ท่องแดนวิญญาณ เมื่อได้สัมผัสกับพลังเหนือธรรมชาติเป็นครั้งแรก มักจะเกิดอาการหลงระเริง ประกอบกับประสบการณ์ที่ยังน้อย ไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง ก็มักจะทำอะไรเกินตัวได้ง่าย
ตอนนี้เมื่อเห็นว่าจางหยวนชิงปลอดภัยดี ทั้งสองคนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
"เขาคือเทพท่องราตรีคนนั้นงั้นเหรอ?"
จ้าวแห่งกล้ามผู้ใจร้อนถามหลี่ตงเจ๋อขึ้นก่อน เมื่อได้รับคำตอบยืนยัน เขาก็มองไปรอบๆ โรงจอดรถใต้ดิน แล้วถามด้วยน้ำเสียงห้าวหาญว่า
"ไอ้หนู แล้วโอวเซี่ยงหรงล่ะ หนีไปทางไหนแล้ว?"
ในสายตาของเขา ปีศาจล่อลวงเลเวล 3 ไม่ใช่สิ่งที่เทพท่องราตรีเลเวล 1 จะรับมือได้ หลังจากการปะทะกันช่วงสั้นๆ โอวเซี่ยงหรงคงจะกลัวว่าผู้ท่องแดนวิญญาณของทางการจะตามมา จึงรีบหนีไป
หากโอวเซี่ยงหรงเพิ่งหนีไปได้ไม่นาน การไล่ตามตอนนี้ ด้วยความสามารถในการสะกดรอยของสายลับ อาจจะยังตามทัน
หลี่ตงเจ๋อ กวนหย่า และบุคคลระดับหัวหน้าทีมอีกหลายคนจ้องมองจางหยวนชิง รอฟังคำตอบของเขา
"เขาไม่ได้หนีรอดไปหรอกครับ!" จางหยวนชิงตอบ
ไม่ได้หนี? ทุกคนใจหายวาบ ต่างยกปากกระบอกปืนขึ้น หันซ้ายแลขวาด้วยความตกตะลึงและระแวดระวัง
จากนั้นก็เห็นไอ้หน้าใหม่ที่เพิ่งเข้าวงการคนนี้ ชี้ไปที่เงามืดด้านหลังแล้วพูดว่า "ถูกผมจัดการไปแล้วครับ"
เขาพูดว่าอะไรนะ? ผู้ใช้ไฟจ้าวแห่งกล้ามแทบจะแคะหู สงสัยว่าตัวเองหูฝาดไปหรือเปล่า ทันใดนั้นอารมณ์ฉุนเฉียวก็พุ่งปรี๊ด เขาตวาดเสียงอู้อี้ด้วยความโกรธว่า
"อย่ามาล้อเล่นกับฉันนะ นี่ไม่ใช่เวลามาเล่นมุกตลก"
หลี่ตงเจ๋อและคนอื่นๆ ก็ชะงักไปเช่นกัน จากนั้นก็ขมวดคิ้ว สายตาที่มองจางหยวนชิงแฝงความระแวดระวังมากขึ้น
คุณจะดุไปทำไม พูดกันดีๆ ไม่ได้หรือไง? หมอนี่คงไม่ได้มาจากพรรคอัคคีแดงหรอกนะ... จางหยวนชิงอธิบายอย่างใจเย็นว่า
"ผมไม่ได้โกหก ศพของเขาอยู่หลังรถนั่น ถ้าไม่เชื่อ คุณก็เดินไปดูเองสิครับ"
จ้าวแห่งกล้ามชะเง้อมองไปทางนั้น เสาที่ยื่นออกมาจากผนังและตัวรถทำให้เกิดเงามืดพาดทับกัน จากตำแหน่งของเขามองไม่เห็นสถานการณ์ในมุมนั้น
เขาจึงเตรียมจะเดินเข้าไปดูทันที
"เดี๋ยวก่อน" ชายวัยกลางคนที่สวมหมวกคนงานเหมืองก้าวออกมา กวาดตามองจางหยวนชิงแวบหนึ่ง แล้วพูดกับชายร่างกำยำว่า "ฉันไปดูเอง"
จ้าวแห่งกล้ามเห็นเพื่อนร่วมงานมีสีหน้าเคร่งเครียด ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงมองจางหยวนชิงอย่างระแวดระวังแล้วพยักหน้า
จางหยวนชิงสังเกตเห็นว่าสีหน้าของหลี่ตงเจ๋อและกวนหย่าดูแปลกไปเล็กน้อย ส่วนสายตาของคนอื่นๆ กลับแฝงความระแวดระวังอย่างไม่ปิดบัง
ตอนนี้เอง ชายวัยกลางคนที่สวมหมวกคนงานเหมืองก็เดินเข้าไปใกล้ท้ายรถด้วยก้าวที่เชื่องช้าแต่มั่นคง จากนั้น เขาก็จ้องมองไปที่จุดหนึ่งอย่างเหม่อลอย เบิกตากว้างราวกับรูปปั้นดินเหนียว
"เถ้าแก่ถัง?"
จ้าวแห่งกล้ามมองดูเพื่อนร่วมงานที่เผยสีหน้าตกตะลึงและงุนงง ใจก็กระตุกวาบ กล้ามเนื้อท่อนบนปูดโปนขึ้นทันที เตรียมพร้อมลงมือทุกเมื่อ
เถาวัลย์เขียว มังกรขาว และหัวหน้าทีมอีกหลายคนก็ตื่นตัวขึ้นมาทันที
ท่าทางของถังกั๋วเฉียงแบบนี้ ดูเหมือนคนที่กำลังถูกล่อลวงไม่มีผิด
แต่ไม่นาน พวกเขาก็เห็นถังกั๋วเฉียง "ได้สติ" กลับมา เขาค้อมตัวลากศพๆ หนึ่งออกมา ลากมาอยู่ใต้แสงไฟ ลากมาให้ทุกคนเห็นประจักษ์แก่สายตา
ศพนี้สวมกางเกงลายพรางตัวโคร่ง เสื้อกล้ามสีดำ เสื้อคลุมสีดำ ใบหน้าเละเทะจนจำไม่ได้ เบ้าตากลวงโบ๋ แต่โครงหน้ายังพอระบุตัวตนได้เลือนรางว่าเป็นโอวเซี่ยงหรงจริงๆ
โรงจอดรถใต้ดินเงียบสงัดลงทันที ทุกคนจ้องมองศพของโอวเซี่ยงหรงอย่างตื่นตะลึง
สีหน้าของหลี่ตงเจ๋อเปลี่ยนจากเคร่งขรึมเป็นตกตะลึงทีละน้อย เขาพึมพำกับตัวเองว่า
"โอ้ พระเจ้าช่วย พระเจ้าช่วย..."
กวนหย่ามองดูศพ สลับกับมองจางหยวนชิง ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้และมีท่าทีครุ่นคิด
หญิงวัยกลางคนหน้าตาสะสวยในชุดกี่เพ้าลายภาพวาดหมึกจีนสวมรองเท้าส้นสูงเดินจ้ำอ้าวเข้ามา เธอหยุดอยู่ข้างศพ หลังจากพินิจพิเคราะห์อย่างละเอียด ก็เม้มปากพูดว่า
"เป็นโอวเซี่ยงหรงจริงๆ"
พูดจบ เธอก็เงยหน้ามองจางหยวนชิงด้วยสายตาที่ซับซ้อนเล็กน้อย
จ้าวแห่งกล้ามเบิกตากว้างจนแทบถลน อ้าปากโพล่งออกไปว่า "นายทำได้ยังไง?"
สายตาของบรรดาหัวหน้าทีมล้วนจับจ้องไปที่จางหยวนชิง พวกเขาพิจารณาเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า โอวเซี่ยงหรงถูกเด็กน้อยเลเวล 1 จัดการไปแล้วจริงๆ ถึงแม้ว่าคนผู้นั้นจะบาดเจ็บสาหัสและไม่ได้อยู่ในช่วงท็อปฟอร์มก็ตาม
คราวนี้ทีมสองสร้างผลงานชิ้นใหญ่แล้ว หลี่ตงเจ๋อไปเหยียบขี้หมาโชคดีมาจากไหนกัน? ถึงได้ดึงตัวลูกน้องที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้มาได้
ทำได้ยังไงน่ะเหรอ? นี่มันก็แค่มีรองเท้าก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ... จางหยวนชิงไม่ได้ตอบ แต่หันไปมองหัวหน้าของตัวเองแทน
หลี่ตงเจ๋อก้าวออกมาทันที กระแอมไอครั้งหนึ่ง
"หยวนสื่อ ทำได้ดีมาก นายสร้างผลงานชิ้นใหญ่แล้ว เมื่อกี้ตอนที่นายติดต่อพวกเราไม่ได้ พวกเรากำลังโดนเบื้องบนด่ายับอยู่ในห้องประชุมพอดี"
คำพูดนี้เบี่ยงเบนความสนใจได้ดีทีเดียว หัวหน้าทีมหลายคนเผยรอยยิ้มผ่อนคลายบนใบหน้า ราวกับได้ยกภูเขาออกจากอก
จางหยวนชิงปรายตามองเขา "แล้วเมื่อกี้พวกคุณเอาปืนเล็งผมทำไมล่ะครับ"
"ปีศาจล่อลวงในระดับเหนือธรรมชาติ สามารถส่งผลกระทบต่อจิตใจคนได้ชั่วขณะ หากปล่อยให้พวกเขามีเวลาล่อลวงซ้ำๆ เพื่อเพิ่มอิทธิพล ก็จะสามารถควบคุมเป้าหมายได้ เทียบกับการเชื่อว่านายฆ่าโอวเซี่ยงหรง พวกเราคิดว่ามีความเป็นไปได้มากกว่าที่นายจะถูกล่อลวง" หญิงสาวในชุดแข่งรถสีขาวถือดาบเดินเข้ามา พิจารณาจางหยวนชิงตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
"พวกเราคิดผิดไปเอง ขอแนะนำตัวหน่อยนะ ฉันมังกรขาว ผีพรายเลเวล 3"
หัวหน้าทีมหญิงคนนี้มีความห้าวหาญที่บรรยายไม่ถูก ในตัวเธอไม่เห็นความสงวนท่าทีและเหนียมอายของลูกผู้หญิงเลย เวลาที่เธอมองไปรอบๆ ดูมีชีวิตชีวา ราวกับว่าใครๆ ก็เป็นแค่น้องชายตัวเหม็นของเธอทั้งนั้น
"เทพบรรพกาลครับ" จางหยวนชิงบอก
หัวหน้าทีมหลายคนชะงักไปครู่หนึ่ง "ชื่อดีนี่..."
ดีจริงๆ ฟังแล้วก็อดไม่ได้ที่จะอยากอัดเขาสักที
มังกรขาวหัวเราะ "เรียกนายว่าหยวนสื่อก็แล้วกัน ยังดีนะ ฉันคิดมาตลอดว่าเด็กผู้ชายวัยอย่างนายจะตั้งชื่ออะไรแปลกๆ พิลึกๆ ซะอีก"
"อย่างเช่นอะไรล่ะครับ?" จางหยวนชิงยิ้มพลางยักไหล่
มังกรขาวอึ้งไปเล็กน้อย ไม่คิดว่าไอ้หนุ่มนี่จะตีสนิทเก่งขนาดนี้ ถึงกับย้อนถามเธอซะด้วย ตามหลักแล้ว เมื่อเผชิญหน้ากับการหยอกล้อของหัวหน้า คนปกติควรจะถ่อมตัวสักสองสามประโยค หรือไม่ก็ทำหน้าเจื่อนๆ ไม่ใช่เหรอ
"อย่างเช่นจ้าวแห่งกล้ามไง" กวนหย่าเดินอมยิ้มเข้ามา รับช่วงต่อบทสนทนาแทนมังกรขาว
จ้าวแห่งกล้าม "......ความหมายของชื่อฉันคือ กล้ามเนื้ออันทรงพลังต่างหาก"
"ฉันก็หมายความตามนั้นแหละ" กวนหย่าทำหน้าตาไร้เดียงสา
จ้าวแห่งกล้ามถึงกับพูดไม่ออก
ระหว่างที่พูดคุยกัน ผู้ท่องแดนวิญญาณของทางการอีกหลายคนก็รีบเร่งเข้ามา ในมือมีเปลหามและถุงห่อศพ
พวกเขาเพิ่งได้รับโทรศัพท์บอกว่าคนร้ายถูกวิสามัญแล้ว จึงรีบมาเก็บศพ และถือโอกาสหามสวีอิ๋งอิ๋งออกไปส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาด้วย
หลี่ตงเจ๋อไม่รอช้าอีกต่อไป กล่าวว่า "หยวนสื่อ นายกลับไปกับพวกเราหน่อย ไปดูความทรงจำของโอวเซี่ยงหรงกัน"
"ไม่ได้ ห้ามให้เขาทำ" ถังกั๋วเฉียงส่ายหน้า
"โอวเซี่ยงหรงถูกพลังชั่วร้ายปนเปื้อน พวกเราไม่แน่ใจว่าวิญญาณของเขาก็ถูกปนเปื้อนด้วยหรือไม่ นอกจากนี้ ปีศาจล่อลวงยังกระหายเลือดและโหดเหี้ยม วิญญาณมีพลังงานด้านลบอย่างรุนแรง นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะรับไหว หยวนถิงจะกลับมาซงไห่ตอนบ่าย ยกให้เขาจัดการก็พอ"
จางหยวนชิงนึกถึงเหตุการณ์กลืนกินวิญญาณในโรงพยาบาลขึ้นมาทันที รู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมาวูบหนึ่ง แต่พอลองคิดดูอีกที หากกระบวนการที่เขาฆ่าโอวเซี่ยงหรงถูกเทพท่องราตรีคนอื่นเห็นเข้า
รองเท้าเต้นรำสีแดงก็คงจะซ่อนไว้ไม่อยู่ แน่นอนว่าไม่ได้หมายความว่าเมื่อถูกเปิดเผยแล้ว จะต้องดึงดูดการแย่งชิงและความโลภมาเสมอไป แต่ควรจะทำตัวให้ไม่เป็นจุดสนใจไว้จะดีกว่า
"นี่ไม่ใช่ปัญหา ฉันจะหาวิธีคลี่คลายให้เขาเอง" หลี่ตงเจ๋อโบกมือ ท่าทีแข็งกร้าว กล่าวว่า
"ความทรงจำของโอวเซี่ยงหรงสำคัญมาก ยิ่งถามวิญญาณเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี พวกเราไม่สามารถตัดสินได้ว่าวิญญาณที่ถูกปนเปื้อน จะยังคงเก็บรักษาความทรงจำไว้ได้มากแค่ไหน"
ถังกั๋วเฉียงคิดดูแล้ว ก็พยักหน้าเล็กน้อย
เขายังคงไม่เห็นด้วยกับวิธีของหลี่ตงเจ๋อ แต่คนเป็นฝีมือของทีมสองที่ฆ่า พวกเขาย่อมมีสิทธิ์จัดการ
ตอนนี้เอง หญิงวัยกลางคนหน้าตาสะสวยในชุดกี่เพ้าก็เดินเข้ามา ถามด้วยความเป็นห่วงว่า
"บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า? ต้องการให้รักษาไหม"
น้ำเสียงอ่อนโยน ท่าทีกระตือรือร้น ราวกับว่าจางหยวนชิงเป็นคนสนิทของเธออย่างไรอย่างนั้น
หลี่ตงเจ๋อยิ้มและแนะนำว่า
"ท่านนี้คือหัวหน้าทีมเถาวัลย์เขียวแห่งสมาคมร้อยบุปผา เชี่ยวชาญด้านการรักษา ภายในพันธมิตรห้าธาตุ พวกปีศาจไม้ก็ถูกเรียกว่านักเวทสายฟื้นฟู นายมีแผลตรงไหนก็บอกเธอได้เลยไม่ต้องเกรงใจ"
นักเวทสายฟื้นฟู? จางหยวนชิงคิดในใจว่านักเวทสายฟื้นฟูของพวกคุณปกติดีหรือเปล่าเนี่ย จะบังคับให้คนอื่นไขว่คว้าอนาคตหรือเปล่า?
หลี่ตงเจ๋อแนะนำชายร่างกำยำและชายสวมหมวกคนงานเหมืองต่อ
"จ้าวแห่งกล้ามแห่งพรรคอัคคีแดง ถังกั๋วเฉียงแห่งศูนย์กลาง หัวหน้าทีมทั้งสองท่านล้วนเป็นผู้ท่องแดนวิญญาณที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์"
มาจากพรรคอัคคีแดงจริงๆ ด้วย... จางหยวนชิงกล่าวทันที "สวัสดีครับหัวหน้าทีมทั้งสอง ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ"
จ้าวแห่งกล้ามพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
"แอดเฟรนด์กันหน่อยไหม?"
"ได้เลย!" เถาวัลย์เขียวและมังกรขาวพยักหน้าเห็นด้วย
ถังกั๋วเฉียงพูดไม่มาก แต่ล้วงโทรศัพท์ออกมาเป็นคนแรก
มุมปากของหลี่ตงเจ๋อกระตุก
รอจนจางหยวนชิงและหัวหน้าทีมหลายคนแอดเฟรนด์กันเสร็จ หลี่ตงเจ๋อก็กล่าวว่า
"พวกเราจะส่งศพกลับไปก่อน ให้ลูกทีมคนอื่นอยู่ต่อ เพื่อช่วยเจ้าหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยเคลียร์สถานที่เกิดเหตุ หยวนสื่อ นายนั่งรถกวนหย่ากลับไปที่หน่วย แล้วเขียนรายงานส่งมาฉบับหนึ่ง"
ครู่ต่อมา ผู้ท่องแดนวิญญาณของทางการก็ขับรถตู้เอนกประสงค์และรถสปอร์ตสีน้ำเงินเข้ามาในโรงจอดรถใต้ดิน
"หัวหน้าครับ ผมขอนั่งรถตู้ของคุณได้ไหมครับ" จางหยวนชิงมีเรื่องอยากคุยกับหลี่ตงเจ๋อเป็นการส่วนตัว อย่างเช่นให้เขาลบภาพจากกล้องวงจรปิด
"ไม่ได้ ตอนนี้นายสกปรกเกินไป ไม่สง่างามพอ" หลี่ตงเจ๋อส่ายหน้าปฏิเสธ แล้วหันไปมองหัวหน้าทีมทั้งหลาย "กลับกันเถอะครับ"
จางหยวนชิงอ้าปาก เหมือนอยากจะพูดอะไรแต่ก็หยุดไป สุดท้ายก็ได้แต่มองหลี่ตงเจ๋อและบรรดาหัวหน้าทีมนั่งรถตู้ออกไปอย่างจนใจ
กวนหย่าตวัดสายตาหวานเยิ้มเหลือบมองเขา แล้วหัวเราะ
"หัวหน้าพาพวกเกะกะออกไปหมดแล้ว ไปเถอะ ฉันจะพานายไปลบกล้องวงจรปิดเอง"
......จางหยวนชิงหลุบตาลงมองจมูก จมูกมองใจ ทำสมาธิสงบสติอารมณ์
.......
รถสปอร์ตสีน้ำเงินแล่นฉิวไปตามท้องถนนอันกว้างขวาง กวนหย่าสวมแว่นกันแดด จับพวงมาลัย ปากฮัมเพลงเบาๆ ดูเหมือนอารมณ์จะดีไม่น้อย
เธอเดาะลิ้นเบาๆ กล่าวว่า
"นายนี่โชคดีจริงๆ เพิ่งกลายเป็นผู้ท่องแดนวิญญาณก็ได้ไอเทมประเภทกฎเกณฑ์มาซะแล้ว"
เธอรู้สึกว่าตัวเองก็โชคดีเหมือนกัน เพิ่งจะขาดแคลนผลงาน ก็มีผลงานลอยมาหาถึงที่
"พวกคุณรู้ตั้งนานแล้วใช่ไหมครับ?" จางหยวนชิงไม่รู้สึกกระอักกระอ่วนเลยสักนิด กลับประจบประแจงไปว่า "สายลับสมกับเป็นอาชีพที่สมบูรณ์แบบที่สุดจริงๆ"
ในฐานะที่เป็นคนเก่งด้านการเข้าสังคม เขาสามารถปรับสภาพจิตใจของตัวเองได้เป็นอย่างดี
"ก่อนหน้านี้แค่เดาน่ะ อ้อ ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเป็นพรสวรรค์ของสายลับ" กวนหย่าหัวเราะ "นายฟังคำใบ้ของฉันออก แล้วปิดบังเรื่องไอเทมประเภทกฎเกณฑ์ไว้ แสดงว่ายังไม่โง่นัก"
จางหยวนชิงรีบพูดหยั่งเชิงทันที
"องค์กรคงไม่ให้ผมส่งมอบไอเทมหรอกนะครับ"
"ไม่บังคับหรอก แต่ถ้านายสมัครใจส่งมอบ องค์กรก็จะยินดีรับไว้ พร้อมกับตบรางวัลเป็นผลงานและเงินก้อนโตให้ แต่ว่าจิตใจคนมันซับซ้อน หน้าใหม่อย่างนายมีไอเทมประเภทกฎเกณฑ์อยู่ในมือ ถ้าแพร่งพรายออกไป จะต้องดึงดูดให้บางคนยอมเสี่ยงอันตรายมาแย่งชิงไปแน่"
กวนหย่าพร่ำสอนอย่างอดทน "หัวหน้าช่วยนายปิดบังได้แค่ชั่วคราว ปิดบังไม่ได้ตลอดไปหรอก นายลองพิจารณาหาที่พึ่งให้ตัวเองดูสิ อย่างเช่นหัวหน้าของหัวหน้าไง"
"ผู้กองร้อยท่านนั้นจะคุ้มครองผมได้เหรอครับ?" จางหยวนชิงคิดในใจว่า คุณจะรับประกันได้ยังไงว่าหัวหน้าของหัวหน้าจะไม่เกิดความโลภเมื่อเห็นของวิเศษ
"หมอนั่นเกิดในตระกูลเศรษฐี คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดตั้งแต่เด็ก หยิ่งยโสโอหัง ผู้บริหารคนอื่นฉันไม่รู้หรอกนะ แต่นิสัยใจคอของเขา ฉันรับประกันได้" กวนหย่าหัวเราะ
"แถมหมอนั่นยังชอบยกยอตัวเองว่าใช้คุณธรรมสยบผู้คน แต่ความจริงคือชอบหว่านเงิน เป็นเศรษฐีหน้าโง่ ไอเทมประเภทกฎเกณฑ์แค่ชิ้นเดียว ไม่ถึงกับทำให้ความเย่อหยิ่งของเขาสั่นคลอนหรอก
"แต่เขาสายตาสูงมาก คนธรรมดาเขาไม่มองหรอก ชอบแต่คนระดับหัวกะทิ"
จางหยวนชิง "อืม" รับคำหนึ่ง ไม่ได้รับปากและไม่ได้ปฏิเสธ ปล่อยผ่านหัวข้อนี้ไป
กวนหย่าฮึ่มแฮ่สองเสียง
"วันนี้นายเด่นมากเลยนะ ต่อไปถ้าเรื่องนี้แพร่กระจายออกไป ภายในพันธมิตรห้าธาตุ จะต้องมีคนมาดึงตัวนายทั้งต่อหน้าและลับหลังแน่ ระวังแผนนางนกต่อไว้ให้ดีล่ะ เมื่อก่อนก็เคยมีตัวอย่างการใช้มารยาหญิงยั่วยวนมาแล้ว หัวหน้าทีมหญิงสองคนนั้นก็ดูสนใจนายไม่เบานี่"
จางหยวนชิงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง "ผมซื่อสัตย์ต่อทีมสองอย่างสุดซึ้ง ไม่มีทางหลงกลแผนนางนกต่อเด็ดขาด"
ยกเว้นว่าจะทนไม่ไหว! เขาเติมประโยคนี้ในใจ
"แต่นายราศีพิจิกนะ" กวนหย่าเบ้ปาก
หา? แล้วมันเกี่ยวอะไรกับราศีพิจิกล่ะ... จางหยวนชิงทำหน้างง
"เคยได้ยินสุภาษิตราศีไหมล่ะ ผู้ชายราศีมีนหมายังไม่คุยด้วย ผู้ชายราศีพิจิกหมายังเอา"
"......."
............
ในรถตู้เอนกประสงค์สีดำ หลี่ตงเจ๋อขับรถด้วยตัวเอง เขามองตรงไปข้างหน้า พูดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มว่า
"แหมๆ เผลอแป๊บเดียวก็แย่งงานทุกคนทำซะหมดเลย ลูกทีมของผมนี่ ไม่รู้ประสีประสาเอาซะเลย ขอโทษด้วยนะครับทุกท่าน ที่ไม่ได้ปล่อยให้พวกคุณได้สร้างผลงานเลย"
แกจะภูมิใจอะไรนักหนา... หัวหน้าทีมทั้งสี่หน้าดำทะมึน
"รอโบนัสออก ผมจะเลี้ยงข้าวทุกคนเอง" หลี่ตงเจ๋อหัวเราะ "ทุกคนไม่ต้องอิจฉาหรอกครับ มันเป็นเรื่องบังเอิญทั้งนั้น ไอ้หนูนี่บังเอิญผ่านด่านอุโมงค์เสอหลิงได้ บังเอิญวิสามัญโอวเซี่ยงหรงได้ ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่หรอกครับ"
"ท่าทางตอนแกพูดนี่มันน่าโดนอัดชะมัด" จ้าวแห่งกล้ามพูดเสียงอู้อี้
"ต้องสง่างามสิครับ อย่าอารมณ์ร้อนนักเลย ผมขอรายงานผู้กองร้อยฟู่ก่อนนะ"
เขาล้วงโทรศัพท์ออกมาท่ามกลางสายตาที่อยากจะจับคนมาอัดของบรรดาหัวหน้าทีม แล้วกดโทรออกหาผู้กองร้อยฟู่
ในคดีของโอวเซี่ยงหรง เนื่องจากความผิดพลาดของพวกเขา ผู้กองร้อยฟู่จึงต้องแบกรับความเสี่ยงไม่น้อย
ตอนนี้โอวเซี่ยงหรงถูกวิสามัญแล้ว ในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชา เขาต้องรีบรายงานขึ้นไปให้ทันท่วงที
หยวนสื่อไอ้หนูนี่ ทำให้เขาหน้าบานสุดๆ ไปเลย