14:01:22 ภายในเต็นท์บัญชาการที่สนามฟุตบอล
ไป๋โจ้วยังคงจ้องมองหน้าจอเขม็งโดยไม่ขยับเขยื้อน ตัวเลขนั้นก็ยังคงเป็น 46
ทว่าข้อมูลอื่นๆ กลับถาโถมเข้ามาประดุจห่าฝน
"ผอ.โจว แดนลับปะทุมา 42 นาทีแล้ว จนป่านนี้ยังไม่มีใครสติแตก... เรียกได้ว่าเป็นปาฏิหาริย์เลยครับ"
"สายจากท่านนายกเทศมนตรี จะรับหน่อยไหมครับ? ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป เขาคงติดต่อไปที่กรมใหญ่โดยตรงแน่..."
"กระแสสังคมกำลังวิจารณ์พวกเราหนักมาก มองว่าการที่เรานิ่งเฉยก็เพราะต้องการจับเด็กม.6 ห้อง 4 มาฆ่ากันเองเหมือนแมลงกู่"
"ไม่งั้นก็ให้หน่วยแนวหน้าคนนั้นเข้าไปเถอะครับ... ถึงจะมีโอกาสสำเร็จแค่ 67% แต่ต่อให้ล้มเหลว พวกเราก็ไม่ต้องรับผิดชอบ"
"ผอ.โจว ถึงท่านจะโอนอำนาจการบัญชาการให้คนอื่นไปแล้ว... แต่ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมาจริงๆ ยังไงก็ต้องรับผิดชอบอยู่ดี พวกเราเองก็ด้วย..."
ภายใต้ความกดดันอันหนักอึ้งรอบด้าน โจวเฉิงเหลือบมองนาฬิกาเป็นครั้งสุดท้าย
เลยเวลาที่ตกลงกันไว้มา 2 นาทีแล้ว
เขาให้เวลาม.6 ห้อง 4 มากเกินพอแล้ว หากยื้อต่อไปมีแต่จะดึงให้ตัวเขาเองต้องจมปลักไปด้วย
โจวเฉิงสูดหายใจลึก เอื้อมมือไปตบไหล่ไป๋โจ้วเงียบๆ "มีอะไรจะพูดอีกไหม?"
"..." ไป๋โจ้วสะดุ้งเล็กน้อย เธอจ้องมองตัวเลขนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาอย่างแข็งทื่อและเอ่ยด้วยน้ำเสียงเลื่อนลอย "ต่อให้ผู้ปกครองจะอ่อนแอแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีพลังลับหรือของวิเศษก็ฆ่ามันไม่ได้หรอก เด็กๆ ทำได้ดีมาก แต่พวกเขาก็มาถึงขีดจำกัดแล้วจริงๆ ขืนยื้อต่อไปตายยกตี้แน่"
เธอพูดพลางยกมือขวาที่สั่นเทาไม่หยุดของตัวเองขึ้นมา "แมลงวันอ้วนเอ๊ย ฉันนึกมาตลอดว่าตัวเองเป็นพวก... ยอมสละชีวิตคนหลายสิบคนได้โดยไม่กะพริบตาเสียอีก แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่แฮะ... ฉันเริ่มกลัวซะแล้วสิ"
"ดีมาก เรื่องนั้นให้บทเรียนกับเธอ ทำให้คุณค่าของชีวิตในสายตาเธอเพิ่มขึ้น" โจวเฉิงพูดจบก็หันไปสั่งการใส่ไมโครโฟน "หน่วยแนวหน้า เริ่มปฏิบัติการช่วยเหลือ"
เขารออยู่นานกว่าจะได้ยินเสียงแหบพร่าตอบกลับมาอย่างเชื่องช้า
"สิบล้าน" หน่วยแนวหน้าฟันเหลืองตอบกลับอย่างไม่ยี่หระ "ฉันได้ยินหมดแล้ว คนข้างในกำลังจะตายยกตี้ รอหน่วยแนวหน้าคนต่อไปไม่ไหวแล้วล่ะสิ? สิบล้าน เอามาสิบล้านแล้วฉันจะเข้าไป"
สีหน้าของโจวเฉิงเคร่งเครียดลง "แกกำลัง ข่มขู่ หน่วยงาน งั้นเหรอ?"
"หึๆ ทายสิว่าเกิดอะไรขึ้น เพิ่งโดนคุณด่าไปหยกๆ ฉันก็คิดตกขึ้นมาได้จริงๆ ว่ะ!" หน่วยแนวหน้าฟันผุหัวเราะร่วน "ฆ่าผู้ปกครองระดับหนึ่งได้เงินเต็มที่ก็แค่หลักแสน จะไปสู้บาร์เจ็ตของกรมความปลอดภัยอย่างพวกคุณได้ยังไงล่ะ!"
"คิดให้ดีก่อนพูด" โจวเฉิงพ่นลมหายใจ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา "การละเว้นไม่ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย แกจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตหน่วยแนวหน้าและถูกฟ้องร้อง"
"หึๆ... ยังไงฉันก็มีหนี้เน่าท่วมหัวอยู่แล้ว พวกคุณจะทำอะไรฉันได้ล่ะ?" ชายหนุ่มแค่นหัวเราะเสียงแหบ "แต่คุณไม่เหมือนกันนะท่านผอ. อนาคตคุณยังอีกยาวไกล"
"แกเองก็ยังพอมีทางรอด" โจวเฉิงกำหมัดแน่น พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนลง "ถ้าแกทำภารกิจช่วยเหลือสำเร็จลุล่วงด้วยดี โดยมีความดีความชอบนี้เป็นเครื่องการันตี ฉันสามารถเดินเรื่องขอให้ธนาคารลดหย่อนหนี้บางส่วนให้แกได้ แกยังมีโอกาสกลับตัวกลับใจนะ"
"เลิกไร้สาระเถอะท่านผอ. เอามาสิบล้านให้ฉันตั้งตัวสิถึงจะเรียกว่าได้กลับตัวกลับใจ" ชายหนุ่มหัวเราะหึๆ จุดบุหรี่สูบอย่างใจเย็นแล้วอัดเข้าปอดลึกๆ "ช่วงนี้ฉันได้ยินมาว่าแดนลับปะทุบ่อย ก็เลยทุ่มสุดตัวเช่าของวิเศษมาชิ้นนึง แล้วก็เดินเตร่ไปทั่วเมืองทั้งวันทั้งคืน กะจะพึ่งภารกิจช่วยเหลือนี่แหละเพื่อพลิกชีวิต... ถ้าเทียบกับชีวิตคนสี่สิบกว่าคน เงินสิบล้านมันไม่ใช่ตัวเลขที่เยอะเลยนะ ตกชีวิตละแค่... ยังไงก็ไม่แพงหรอก จริงไหมท่านผอ.?"
"ไอ้เวรเอ๊ย..." โจวเฉิงเริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว
"หึๆ คนที่เลวกว่าฉันมีเยอะแยะไป ฉันก็แค่ขอค่าแรงเพิ่มนิดหน่อยเอง ใครใช้ให้หน่วยงานพวกคุณชอบกดขี่คนธรรมดาอย่างพวกเราล่ะ~"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ไป๋โจ้วที่ถอดใจไปแล้วก็จู่ๆ ก็ตาสว่างขึ้นมา เธอพยักหน้าให้โจวเฉิง
โจวเฉิงเข้าใจความหมายทันที เขาพูดใส่ไมโครโฟนว่า "ในเมื่อเป็นแบบนี้ พวกเราก็คงต้องรอหน่วยแนวหน้าคนต่อไปแล้วล่ะ กฎหมายจะลงโทษแก และคลิปเสียงเมื่อครู่จะถูกใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาล"
"............เฮ้อ... เดี๋ยว... ห้าล้านก็ได้นะ"
"ตัดสายไอ้หมอนี่ทิ้งซะ"
หลังจากตัดสาย ไป๋โจ้วกับโจวเฉิงก็สบตากัน
"คุณเห็นแล้วนะ สวรรค์บีบบังคับฉันเอง" ไป๋โจ้วขยับไมโครโฟนที่ปกเสื้อให้แน่นขึ้นอีกครั้ง แววตากลับมาดุดันราวกับปีศาจ:
"หน่วยแพทย์เตรียมตัวให้พร้อม สแตนด์บายรอเข้าไปได้ทุกเมื่อ หลังจากนี้มีโอกาสสูงมากที่จะเกิดการเสียชีวิตหมู่
"แต่ความเป็นไปได้ที่ทุกคนจะรอดชีวิต และเคลียร์แดนลับได้อย่างสมบูรณ์แบบ ก็ยังคงมีอยู่!
"นากาตะ ทันทีที่มีที่ว่าง ให้เข้าไปช่วยเหลือทันที
"ภารกิจต่อจากนี้มีหลักการเพียงข้อเดียว—
"ชีวิตประเมินค่าไม่ได้!"
…………
β1-2103257 ปะทุ 43 นาที 37 วินาที
ในช่วงพักเบรกครั้งสุดท้ายนี้ ทุกคนได้มาถึงจุดวิกฤตของการสติแตกแล้วจริงๆ
เดิมทีทุกคนสงบสติอารมณ์กันได้แล้ว และปักใจเชื่อที่จะฝากชะตากรรมไว้กับหลี่ชิงหมิง
แต่หัวเม่นทะเลดันพูดขึ้นมาว่า "เป้าหมายไม่สามารถทำให้สำเร็จได้"
ในฐานะครู เขากลับเป็นคนแรกที่ล้มเลิกการสอน
ส่วนหัวหน้าห้องคนนั้น ทรราชคนนั้น หลี่ชิงหมิงคนนั้น กลับยังคงนั่งล้วงกระเป๋าพิงเก้าอี้ โดยไม่แสดงท่าทีใดๆ ต่อเรื่องนี้
จบเห่แล้ว จบเห่กันหมดแล้ว
แดนลับนี่มันไม่มีทางแก้ พวกเราจบสิ้นแล้ว
ภายในห้องเรียนตกอยู่ในความอึดอัดจนแทบขาดใจ
ราวกับเมฆดำทะมึนก่อนพายุฝนจะโหมกระหน่ำ ก่อนที่จะสติแตกกันไปจริงๆ ไม่มีใครกรีดร้อง ไม่มีใครส่งเสียง หรือแม้แต่ไม่มีใครแสดงสีหน้าอะไรออกมามากนัก
อึดอัด มีเพียงความอึดอัด
ท่ามกลางบรรยากาศเช่นนี้ ในที่สุดเจิ้งรุ่ยซิงก็ทนไม่ไหว รวบรวมความกล้าเอ่ยปากถาม "ชิงหมิง โล่ของนายอันนี้... จะรับมือกับผู้ปกครองได้ไหม?"
"เป็นไปไม่ได้หรอก" ไช่จื้อซินกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ชิงตอบขึ้นมา "ผู้ปกครองจะอ่อนแอแค่ไหนก็ไม่มีทางถูกโล่ของเล่นอันเดียวฆ่าตายได้หรอก... เดิมทีฉันยังหวังให้เขาให้ของวิเศษสายโจมตีมาสักชิ้น... คราวนี้จบเห่ของจริง"
เจิ้งรุ่ยซิงได้ยินดังนั้นก็กัดฟันกรอด หันไปถามหลี่ชิงหมิงอีกครั้ง "สรุปว่านายรู้เป้าหมายหรือเปล่า?"
"อย่ามากวน กำลังคิดเรื่องอื่นอยู่" หลี่ชิงหมิงโบกมือไล่ "ทุกคนนั่งอยู่เฉยๆ ห้ามพูดอะไรทั้งนั้น จนกว่าแดนลับจะสิ้นสุด นี่คือคำสั่ง"
เมื่อได้ยินคำสั่งอันโหดร้ายของทรราชผู้นี้ ทุกคนก็ยิ่งรู้สึกอึดอัดและกระวนกระวายมากขึ้นไปอีก
ความสติแตกพร้อมปะทุทุกเมื่อ รอเพียงเสียงฟ้าร้องดังเปรี้ยง
และในตอนนั้นเอง ผู้ชายคนนั้น ไช่จื้อซิน เขาก็ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง
"ฉัน... ฉันนึกวิธีออกแล้ว..." เขาจ้องเขม็งไปข้างหน้า หอบหายใจหนักหน่วง
เจิ้งรุ่ยซิงตกใจจนรีบขยิบตาให้เขา
หลี่ชิงหมิงเพิ่งจะสั่งให้ทุกคนหุบปากไปหยกๆ!
ขัดคำสั่งเขาก็เท่ากับผิดคำสาบาน แกหาที่ตายหรือไง?!
"ฉันรู้ ฉันรู้เรื่องนั้นดี... แต่ฉันคิดวิธีออกแล้ว ฉันน่าจะคิดได้ตั้งนานแล้ว!!" ไช่จื้อซินพูดพลางพุ่งออกไปสองก้าว หยิบดาบเลื่อยที่ไม่มีใครเอาบนพื้นขึ้นมา เบิกตากว้างมองไปรอบๆ:
"สี่สิบกว่านาทีแล้วใช่ไหม... ที่นี่คือใจกลางเมืองนะ ทีมช่วยเหลือน่าจะมาถึงตั้งนานแล้วสิ...
"แต่จนป่านนี้ยังไม่มีหน่วยแนวหน้าเข้ามาเลย...
"งั้นก็มีความเป็นไปได้แค่อย่างเดียว
"แดนลับแห่งนี้คนเต็มแล้ว... เต็มจนไม่มีหน่วยแนวหน้าเข้ามาได้...
"เพราะงั้น... พวกเรา... ต้อง... เคลียร์พื้นที่... ให้พวกเขา"
ไช่จื้อซินพูดพลางยกดาบเลื่อยขึ้น ชี้ไปที่เด็กตัวเล็กที่นอนสลบไสลอยู่ข้างๆ ริมฝีปากของเขาบิดเบี้ยวโดยไม่รู้ตัว พยายามข่มความตื่นเต้นที่อธิบายไม่ถูกเอาไว้แล้วพูดว่า:
"คนพวกนี้แหละ... ที่กินพื้นที่... ขัดขวางการช่วยเหลือ...
"กำจัดทิ้งไปสักสองสามคนเถอะ
"ใครก็ได้สักสองสามคนก็พอ... ไม่ต้องเยอะหรอก...
"แค่ทีมช่วยเหลือเข้ามาได้ ช่างแม่งเป้าหมายแดนลับสิวะ!
"หน่วยแนวหน้ามืออาชีพแค่พริบตาเดียวก็ฆ่าหัวเม่นทะเลตายห่าแล้ว!!"
ครืนนน!
เสียงฟ้าร้องดังกึกก้องไปทั่ว
พวกเขาตื่นขึ้นราวกับแมลงจำศีล
แววตาแต่ละคู่ถูกจุดประกายขึ้นมาอีกครั้ง
ความน่ากลัวของชีวิตก็อยู่ตรงนี้นี่แหละ
ขอเพียงมีโอกาสรอดแม้เพียงริบหรี่ ชีวิตก็ไม่มีวันสิ้นหวัง
มีเพียงความบ้าคลั่งเท่านั้น