ในตอนนี้หมอจ้าวก็เดินออกมาด้วย สีหน้าหลบเลี่ยง
ดูท่าทางของเขาแล้ว ไม่เหมือนมาเพื่อขัดขวาง แต่กลับเหมือนมาเพื่อเสริมทัพ
“ไม่มี"เต๋า"สี่ลูกแล้ว มีแค่สามลูก” ฉีเซี่ยพูด
“สามลูก?!” เซียวหร่านขมวดคิ้วมุ่น “คุณทำหายไปลูกหนึ่งเหรอ?”
ฉีเซี่ยเหลือบมองหมอจ้าวที่อยู่ด้านหลังเซียวหร่าน แววตาฉายแววอำมหิต
ดูเหมือนหมอจ้าวจะสังเกตเห็นสายตาของฉีเซี่ยเช่นกัน จึงได้แต่เอ่ยปากพูดว่า:
“เซียวหร่าน ไม่ใช่ว่าฉีเซี่ยทำหายหรอก แต่เขาใช้"เต๋า"ลูกหนึ่งไปแลกเบ็ดตกปลากับสายเอ็นกับพนักงานหญิงคนนั้นแล้ว”
“อะไรนะ...” ดวงตาของเซียวหร่านขยับเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจแล้วพูดกับฉีเซี่ยอีกครั้ง “ก็ได้ คุณจะใช้"เต๋า"ไปแลกเปลี่ยนอะไรก็เป็นเรื่องของคุณ แต่ตอนนี้ฉันต้องการให้คุณคืนสองลูกที่เป็นของทีมเรามาให้พวกเรา”
“สองลูกที่เป็นของพวกคุณ...?” สีหน้าของฉีเซี่ยเย็นชาลง
“เซียวหร่าน...” เถียนเถียนที่เงียบอยู่นานก็พูดแทรกขึ้นมาทันที “จะพูดแบบนั้นไม่ได้นะ ถ้าจะให้คิดบัญชีกันให้ชัดๆ ล่ะก็ "เต๋า"ที่เสียไปลูกหนึ่งนั่นก็เพื่อช่วยหานอีม่อของ ‘ทีมพวกคุณ’ ไม่ได้เกี่ยวกับพวกเราสักหน่อย”
“ฉันบอกแล้วไงว่านั่นเป็นการแลกเปลี่ยนที่ฉีเซี่ยตัดสินใจทำเอง ไม่เกี่ยวกับทีมของเรา”
“แม่มึง...” เฉียวเจียจิ้นก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว สีหน้าดุร้าย ภาษาจีนกลางที่ไม่ค่อยจะมาตรฐานแต่เดิมเปลี่ยนเป็นภาษากวางตุ้งไปโดยสิ้นเชิง “ปกติกูไม่เคยต่อยผู้หญิง แต่ผู้หญิงอย่างมึงนี่มันหน้าไม่อายจริงๆ!”
“เฮ้... ใจเย็นๆ ก่อน!” หลินฉินเข้าไปดึงเฉียวเจียจิ้นไว้แล้วพูดว่า “"เต๋า"พวกนั้นเป็นของที่ฉีเซี่ยชนะมา ก็ให้เขาเป็นคนตัดสินใจเถอะว่าจะแบ่งยังไง”
เฉียวเจียจิ้นเม้มริมฝีปากอย่างขุ่นเคือง พยายามสะกดกลั้นความโกรธเอาไว้
ฉีเซี่ยค่อยๆ ยกมือขึ้นลูบจมูกของตัวเองแล้วพูดว่า:
“"มนุษย์มังกร"เคยบอกไว้ว่า "เต๋า"พวกนี้เป็นทั้งรางวัลของพวกเรา และเป็น ‘ชิปเดิมพัน’ สำหรับเข้าร่วมเกม พวกคุณคิดจะรอความตายอยู่ที่นี่ ดังนั้นผมจะไม่ให้พวกคุณแม้แต่ลูกเดียว”
“อะไรนะ ไม่ใช้ ‘การหลอกลวง’ แต่เปลี่ยนมาใช้ ‘การปล้น’ แล้วเหรอ?” เซียวหร่านหัวเราะอย่างโกรธเคือง “บนโลกนี้ไม่มีที่ไหนเป็น ‘แดนเถื่อนไร้กฎหมาย’ หรอกนะ ฉันขอเตือนให้คุณคิดให้ดีๆ ว่าทำแบบนี้มันถูกแล้วเหรอ? ที่นี่มีตำรวจอยู่นะ!”
สารวัตรหลี่ได้ยินเสียงทะเลาะกันนอกบ้านในตอนนี้ ก็เดินออกมาเช่นกัน
เดิมทีทั้งสองทีมไม่ได้มีเรื่องบาดหมางกัน แต่ตอนนี้กลับมีบรรยากาศตึงเครียดราวกับชักดาบประจันหน้ากันเพียงเพราะครูอนุบาลที่ชื่อเซียวหร่านคนนี้
“เกิดอะไรขึ้น?” สารวัตรหลี่ถามหมอจ้าว “ผมอยู่ในบ้านยังได้ยินเสียงดังมาจากทางนี้เลย”
“ไม่มีอะไรครับ... เซียวหร่านมีเรื่องจะคุยกับฉีเซี่ยน่ะ” หมอจ้าวยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน
“เธอ ‘มีเรื่องจะคุยกับผม’ งั้นเหรอ?” สีหน้าของฉีเซี่ยเย็นชาลง “หมอจ้าว คุณนี่มันแน่จริงๆ... คุณแน่ใจเหรอว่าเป็นเซียวหร่านที่มีเรื่องจะคุยกับผม?”
ฉีเซี่ยรู้ว่าเซียวหร่านเป็นเพียง ‘กระบอกปืน’ ส่วนหมอจ้าวต่างหากที่เป็นผู้ริเริ่มเรื่องนี้ เพราะด้วยสติปัญญาและความกล้าของเซียวหร่านแล้ว หากไม่มีคนยุยงส่งเสริม ก็ไม่มีทางออกมาเผชิญหน้ากับฉีเซี่ยและพรรคพวกอีกสามคนได้
การทำลาย ‘กระบอกปืน’ ของอีกฝ่ายสามารถหยุดการโจมตีได้ แต่การล้ม ‘ตัวการ’ ของอีกฝ่ายต่างหากถึงจะจัดการได้อย่างสิ้นซาก
“ผม...” หมอจ้าวชะงักไป ก่อนจะพูดกับฉีเซี่ยอย่างละอายใจเล็กน้อย “ฉีเซี่ย บางทีคุณอาจจะไม่พอใจ... "เต๋า"พวกนั้นก็เป็นคุณที่ช่วยพวกเราชนะมาจริงๆ... แต่มันเป็นของพวกเราทุกคน พวกเราก็ทุ่มเทไปไม่น้อย... คุณควรจะให้พวกเราครึ่งหนึ่ง”
“อย่างนั้นเหรอ?” ฉีเซี่ยได้ฟังก็พยักหน้าอย่างจริงจังแล้วตอบกลับ “แต่ว่าหมอจ้าว เมื่อคืนตอนที่คุณฆ่าหานอีม่อพร้อมกับผม คุณไม่ได้พูดแบบนี้นี่นา”
“อะไรนะ?!” หมอจ้าวได้ยินประโยคนี้ ลูกตาก็เบิกกว้างทันที “แก... ไอ้สารเลว แกพูดบ้าอะไรของแก?! ฉันไปฆ่าหานอีม่อกับแกตอนไหน?!”
สีหน้าของสารวัตรหลี่และเซียวหร่านเปลี่ยนไปในทันที
“ไม่ใช่คุณพูดเหรอ?” ฉีเซี่ยถูมือไปมาอย่างไม่ใส่ใจ “คุณบอกกับผมว่า ‘บาดแผลของคนคนนั้นยังไม่ได้เย็บเลย ต้องไม่รอดแน่ๆ คนน้อยลงก็ภาระน้อยลง คนที่เหลือก็จะมีหวังที่จะออกไปได้มากขึ้น’ ”
“พูดจาเหลวไหล!!” หมอจ้าวถูกฉีเซี่ยยั่วโมโหจนโกรธจัด เส้นเลือดบนหน้าผากปูดโปนขึ้นมา “แกจะสาดน้ำสกปรกใส่ฉันเหรอ?! ถึงแม้ว่าแผลของหานอีม่อจะรักษายากจริงๆ แต่ฉันก็ห้ามเลือดให้เขาแล้วนะ...! แก... แก...”
“ทำไมถึงโกรธขนาดนี้ล่ะ?” ฉีเซี่ยก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ตบไหล่หมอจ้าวเบาๆ แล้วพูดกับเซียวหร่านและสารวัตรหลี่ว่า “อย่าไปใส่ใจเลยครับ ผมเป็นนักต้มตุ๋น เมื่อกี้ผมก็แค่พูดจาเหลวไหลไปเรื่อย”
“แก...!” หมอจ้าวโกรธจนปากเบี้ยว
“คุณเกลียดการถูกกลับดำเป็นขาวไหม?” ฉีเซี่ยพูดเสียงเบา “ผมก็เกลียดเหมือนกัน ถ้าคุณกับผู้หญิงคนนั้นยังมาตอแยผมอีก มาทวงของที่ไม่ใช่ของพวกคุณ ผมจะให้บทเรียนพวกคุณแน่”
หมอจ้าวถูกประโยคนี้ขู่จนตกใจไม่น้อย และในที่สุดก็รู้ว่าชายหนุ่มตรงหน้าไม่ใช่คนดีมีเมตตาอย่างแน่นอน
ในเกมก่อนๆ แม้ฉีเซี่ยจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือครั้งแล้วครั้งเล่า แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะยอมให้ใครมาข่มเหงรังแกได้ตามใจชอบ
ตอนนี้เองเซียวหร่านก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ พลางพึมพำกับตัวเองว่า “ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง... เพราะคุณเป็นหมอ... ถ้ามีคนเจ็บก็ต้องคอยดูแล คุณเลยฆ่าเขาเพื่อกำจัดภาระนี้ทิ้งไป...”
“ผม...”
“จะเป็นไปได้ยังไงล่ะ?” หมอจ้าวยังไม่ทันได้พูด ฉีเซี่ยก็ส่ายหน้าปฏิเสธ “เซียวหร่าน เมื่อกี้ผมแค่แต่งเรื่องขึ้นมาจริงๆ นะ คุณอย่าไปเชื่อเด็ดขาด”
แต่เมล็ดพันธุ์แห่งความสงสัยได้หยั่งรากลึกลงในใจของเซียวหร่านอย่างเงียบงันแล้ว จะถอนออกไปง่ายๆ ได้อย่างไร?
“ฉีเซี่ย... นี่มันละครฉากไหนกัน? เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?” สารวัตรหลี่ขมวดคิ้วถาม
ฉีเซี่ยมองชายร่างกำยำตรงหน้า ความประทับใจที่เขามีต่อสารวัตรผู้นี้ไม่เลวเลย แค่หวังว่าพวกเขาจะไม่สมรู้ร่วมคิดกันโลภอยากได้"เต๋า"ของเขา
“เซียวหร่านบอกว่า ผมควรจะแบ่ง"เต๋า"ให้พวกคุณสองคน คุณคิดว่ายังไง?” ฉีเซี่ยถาม
สารวัตรหลี่ได้ฟังก็ชะงักไป ก่อนจะส่ายหน้าแล้วพูดว่า “พวกเราทดลองกันแล้ว "เต๋า"ใช้เป็นเงินตราที่นี่ไม่ได้ เก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร อีกอย่างนั่นก็เป็นของที่คุณชนะมาแต่แรกแล้ว คุณเก็บไว้เถอะ”
“จะได้อย่างไรคะ?!” เซียวหร่านพูดอย่างตื่นเต้น “"เต๋า"พวกนั้นใช้ชีวิตของพวกเราแลกมานะคะ!”
สารวัตรหลี่ฝืนยิ้มแล้วพูดว่า “ในเมื่อคุณรู้ว่า"เต๋า"พวกนั้นใช้ชีวิตของคุณแลกมา ก็ยิ่งควรจะขอบคุณฉีเซี่ยที่เคยช่วยชีวิตคุณไว้”
“ฉัน...”
เซียวหร่านถูกพูดแทงใจดำจนพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
ที่สารวัตรหลี่พูดก็มีเหตุผลอยู่ไม่น้อย หากไม่มีฉีเซี่ย เธอก็คงตายในห้องอันน่าสะพรึงกลัวนั่นไปนานแล้ว
ฉีเซี่ยพยักหน้าเงียบๆ แล้วล้วงลูกบอลเล็กๆ ลูกหนึ่งออกมาจากอกเสื้อแล้วโยนไปให้สารวัตรหลี่
สารวัตรหลี่รับไว้ พลิกมือดูก็พบว่าเป็น"เต๋า"ลูกหนึ่ง
“หืม?” เขามองฉีเซี่ยด้วยความสงสัย “คุณทำอะไรน่ะ? ผมไม่เข้าร่วมเกมหรอก ให้"เต๋า"ผมมาก็ไม่มีประโยชน์”
“ฝากไว้ที่คุณชั่วคราวก่อน” ฉีเซี่ยโบกมือ “ถือซะว่าเป็นการฟอกเงินแล้วกัน ลูกนั้นให้คุณไป สองลูกในมือผมก็จะ ‘สะอาด’ พวกคุณจะได้ไม่ต้องมายุ่งกับผมอีก”
“นี่มัน...” สารวัตรหลี่ยังคงสงสัยอยู่บ้าง แต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี
สีหน้าของหมอจ้าวและเซียวหร่านยิ่งซับซ้อนอย่างที่สุด ในใจของคนทั้งสองสับสนวุ่นวายอย่างมาก
ทุกคนรออยู่ครู่หนึ่ง ก็พบว่าสารวัตรหลี่ยังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่จากไปไหน
“คุณตำรวจ? ยังมีธุระอะไรอีกเหรอ?” เฉียวเจียจิ้นถาม