ขณะที่ทุกคนในสนามกำลังจ้องมองคติพจน์ของโรงเรียนอย่างเหม่อลอย
“ย่า! ย่าย่าย่าย่าย่า!!!” เด็กน้อยอีกคนก้มหน้าวิ่งไป เหมือนเตรียมตัวจะโดนตีอยู่แล้ว เขาเอามือกุมหัวแล้วนั่งยองๆ ลงข้างขวาของหัวเม่นทะเล
อาจจะบอกว่ามีความกล้าอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มากนัก
จี๋เสี่ยวเสียงขดตัวบังใบหน้า นั่งยองๆ กับพื้นหลับตาตะโกนว่า:
“เจิ้งรุ่ยซิง ฉันจะบอกนายให้!
“ถ้ามีแค่หน่วยแนวหน้าเข้ามาคนเดียว ก็แปลว่าในแดนลับยังคงแออัด...
“พวกเราทั้งกลุ่ม เป็นไปได้มากว่ายังไม่มีใครเสียชีวิต!
“ไม่มีใครตายเลย รวมทั้งหานชุนด้วย!
“แต่ถ้าปล่อยให้หน่วยแนวหน้ากำจัดผู้บงการไปได้ คนอื่นจะกลับมาได้หรือเปล่าฉันไม่รู้...
“แต่ที่แน่ๆ หานชุนกลับมาไม่ได้แน่นอน!!
“ดังนั้นวิธีที่จะช่วยทุกคนได้ ก็มีแค่วิธีนี้วิธีเดียวแล้ว!
“พวกเราต้องทำเป้าหมายของแดนลับให้สำเร็จ!
“ต้องสามัคคีร่วมใจกันฝ่าฟันอุปสรรค!
“ต้องปกป้องอาจารย์และขับไล่ศัตรูที่แข็งแกร่ง!
“เจิ้งรุ่ยซิง! เข้าใจหรือยัง???”
ทันใดนั้น เสียงตะโกนกึกก้องก็ดังตามมาติดๆ
“เข้าใจ!!! แจ่มแจ้ง!!! แดงแจ๋เลยโว้ย!!!”
เมื่อมองตามเสียงไป เจิ้งรุ่ยซิงก็น้ำตานองหน้าแล้ว ราวกับน้ำตกก็ไม่ปาน
“ยังจะรอห่าอะไรอีก!!!” เขาตะโกนใส่คนรอบข้างจนน้ำมูกกระเด็น เหวี่ยงแขนคำรามลั่น “ลุยสิวะ!!! ปกป้องเพื่อนร่วมชั้น ปกป้องอาจารย์ ปกป้องม.6 ห้อง 4 ของพวกเรา! สามัคคีปรองดอง ร่วมกันฝ่าฟันอุปสรรค! ลุยให้หมด! ลุยเข้าไปโว้ย!!!”
ภายใต้เสียงคำรามปลิดชีพที่ดังต่อเนื่อง ในที่สุด...
“กูไม่เข้าใจโว้ย!! ทำไมมันไม่จบไม่สิ้นสักที!! ทำไมมันไม่จบไม่สิ้น!!” นักเรียนชายคนหนึ่งตะโกนลั่นแล้วลุกขึ้นยืน ขยุ้มหัวตัวเองอย่างแรงแล้ววิ่งโซเซไปข้างหน้า ยืนตัวสั่นเทาปกป้องอยู่หน้าหัวเม่นทะเล ด้วยสีหน้าสิ้นหวังพลางตะโกนใส่คนที่เหลือ “ไม่สนแล้ว! ลุยเลย!! ไอ้สัดลุยแม่ง! กูมันโง่เอง กูจะตามหลี่ชิงหมิง!!”
“อ๊าาาาาา!! ไม่สนแล้ว!” นักเรียนหญิงคนหนึ่งก้มหน้าตามขึ้นไป ปกป้องอยู่อีกด้านหนึ่ง พลางเอามืออุดหูแล้วกรีดร้อง “ทรงพระเจริญ!! ทรงพระเจริญ!!!”
ผู้คนเริ่มกรูกันเข้าไปมากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับสูญเสียการควบคุมร่างกายของตัวเอง
“อะไรก็ไม่รู้อะ... แต่ควบคุมตัวเองไม่ได้เลย!!”
“ยังไงชีวิตนี้หลี่ชิงหมิงก็เป็นคนพามา... แม่งเอ๊ย ลงนรกไปด้วยกันเลยแล้วกัน!!”
“ความฝันของข้าคือการโดนจางชิงอีเหยียบหน้าโว้ย! จะยอมให้เธอล้มลงตรงนี้ได้ยังไง!!”
“ความฝันของข้า! อยู่เหนือกว่าเจ้า! ช่วยกลับมา!! ช่วยกลับมาให้หมดทุกคนเลยนะโว้ย!!”
ในตอนนี้ ม.6 ห้อง 4 คือโรงพยาบาลบ้าที่บ้าคลั่งที่สุดในใต้หล้า!
ทุกคนที่ยังตื่นอยู่ ล้วนปกป้องอยู่เบื้องหน้าหัวเม่นทะเลอย่างบ้าคลั่งโดยไม่มีข้อยกเว้น
เมื่อเทียบกับพวกเขา หลี่ชิงหมิงที่ยืนอยู่หน้าสุด กลับกลายเป็นคนที่ปกติที่สุด
เป็นครั้งแรกในชีวิต ที่เขารู้สึกชื่นชมกลุ่มคนขึ้นมานิดหน่อย
ส่วนหัวเม่นทะเลนั้นร้องไห้จนพูดไม่เป็นคำ ถึงขั้นรู้สึกภาคภูมิใจขึ้นมาไม่น้อยเลยทีเดียว
“ฮือ... ฮือๆๆ...
“สามัคคีปรองดอง... พอใจ พอใจ พอใจ พอใจ!!
“พวกเธอ... เป็นรุ่นที่ครูเคยสอน...
“ที่ดีที่สุด!”
เมื่อมองดูภาพรอยยิ้มและเสียงหัวเราะอันปรองดองของอาจารย์และนักเรียน ชายสวมหมวกที่มาเพื่อ “ช่วยเหลือ” ก็ถึงกับงงเป็นไก่ตาแตกไปเลย
“บ้าไปแล้วเหรอ... พวกแกบ้ากันไปหมดแล้วเหรอ...” เขายกไม้เบสบอลชี้ไปที่ทุกคนแล้วพูดว่า “สมองพวกแกเพี้ยนไปแล้วรึไง? ข้ามาเพื่อช่วยพวกแกนะ!”
“ตอแหล!” เย่เฉี่ยนเบิกตาโพลงตะคอก “การโจมตีครั้งแรกของแกตั้งใจจะทะลวงร่างของหลี่ชิงหมิงเพื่อโจมตีผู้บงการ! นี่เรียกว่าช่วยเหลือเหรอ?”
เมื่อได้ยินเสียงโต้กลับนี้ ชายสวมหมวกจึงแน่ใจว่าคนพวกนี้ยังเป็นคนอยู่ สีหน้าจึงค่อยๆ กลับมาคงที่เล็กน้อย เขาขยับหมวกให้เข้าที่แล้วยิ้มพูดว่า “เวลาผู้ใหญ่ทำงาน ก็ต้องมีการเสียสละกันบ้าง เอาล่ะ รีบหลีกทางได้แล้ว ไม่มีเวลามาเสียเวลากับพวกแก”
ไม่มีใครขยับ
“ข้าอุตส่าห์เดิมพันทุกอย่างเพื่อให้ได้โอกาสสังหารครั้งนี้มา ถ้าพลิกสถานการณ์ไม่ได้ก็จบเห่กันพอดี” ชายสวมหมวกไม่เคยเป็นคนที่มีความอดทนอยู่แล้ว ใบหน้าของเขาพลันดุร้ายขึ้นมาทันที เลียริมฝีปากที่แห้งผากแล้วพูดว่า “เลือกข้างให้ดีๆ ล่ะ เด็กโง่ ถ้าพวกแกจะปกป้องผู้บงการ ข้าฆ่าพวกแกทั้งหมดเลยก็ได้นะ ยังไงเรื่องที่นี่ข้างนอกก็ไม่มีใครรู้ ตายหมดทุกคนยิ่งดี จัดการง่ายขึ้น พลังงานที่กระจายออกมาจากการสังหารผู้บงการจะได้เป็นของข้าคนเดียวพอดี”
ไม่มีใครขยับ
“ได้ ได้ ได้... ข้าเข้าใจแล้ว...” ชายสวมหมวกยิ้มอย่างชั่วร้าย ยกมือขึ้นกลับด้านหมวก เผยให้เห็นใบหน้าที่เน่าเฟะส่งกลิ่นเหม็น เขากำไม้เบสบอลแน่น เลียริมฝีปากแล้วเดินเข้ามาหาทุกคนทีละก้าว “หวังว่ากะโหลกพวกแกคงไม่แข็งเกินไป จะได้ไม่ต้องเปลืองค่าความทนทานของข้าไปหลายแต้ม...”
ยังคงไม่มีใครขยับ แม้แต่ความลังเลก็ไม่มีสักนิด
ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน พวกเขาคงเผ่นไปนานแล้ว
แต่ตอนนี้
ไม่มีใคร สงสัยในอำนาจครอบงำของหลี่ชิงหมิงในห้องนี้
หากยมทูตได้สร้างห้องเรียนลอบสังหารขึ้นมาสักห้อง
ก็คงจะเป็นที่นี่อย่างไม่ต้องสงสัย
และตัวตนของยมทูตผู้นั้น ในตอนนี้ได้ข่มความตื่นเต้นไว้แล้วหันหน้าไปครึ่งหนึ่ง “อาจารย์ครับ ปิดไฟสักหนึ่งนาทีได้ไหมครับ?”
“ได้สิ... ตอนนี้เลยเหรอ?” หัวเม่นทะเลพูดอย่างเหม่อลอย
“ตอนนี้ครับ”
วืด!
ห้องเรียนที่สว่างไสวพลันมืดมิดลงในทันที
ในขณะเดียวกัน เสียงลมวูบหนึ่งก็พัดผ่านไป
ยมทูต เขาเคลื่อนไหวแล้ว
แกรก!
เสียงหักขาโต๊ะ...
ฟู่—ฟิ้ว—
คือลูกดอกเป่า!!
มีลูกดอกเป่าจริงๆ ด้วยโว้ย!!
“อ๊าก!!” ชายสวมหมวกร้องลั่น “คอ... อะไรบางอย่าง...”
ฟู่—ฟิ้ว—
“ลอบโจมตี!! แกมันลอบโจมตี...”
ฟู่—ฟิ้ว—
ฟู่—ฟิ้ว—
“อ๊าก!! ...ดาวกระจายเรอะ?”
หลังจากเสียงลูกดอกเป่าอีกสองสามครั้ง สายลมแห่งความตายก็พัดมาจากอีกทิศทางหนึ่ง
ฟิ้ว—ฉึก
“อ๊าก ไอ้เวร... แน่จริงก็เตะมาอีกทีสิ!!”
ฟิ้ว—ฉึก
“ไอ้สารเลว!!! เปิดไฟสิวะ!! อ๊า... เจ็บ... เลือด... เดี๋ยว... ปลายรองเท้าแกเป็นมีดเรอะ????”
ฟิ้ว—ฉึก
“อ๊าาา... อะไรกันวะเนี่ย... ไอ้แม่เย็*... แกนั่นแหละคือผู้บงการ...”
จากนั้น
เพล้ง—ซ่า—
เสียงโคมไฟเพดานแตกละเอียด มีผงอะไรบางอย่างโปรยปรายลงมา
“ตา... ตาของข้า......... อ๊าาา... ไม่เล่นแล้ว... ข้ายอมแพ้!!”
ฟิ้ว—เพียะ—
“ไอ้เ**้ย... ทำไมถึงมีแส้ด้วยวะ???”
ฟิ้ว—เพียะ—
“อ๊าาา... อย่าเฆี่ยนแล้ว... ศาสตราวิเศษให้แก... ข้าไม่เอาแล้ว... ข้ายอมแพ้!”
ฟิ้ว—เพียะ—
“ทำไม... ถึงมีคนแบบนี้... ทำไมถึงมีห้องเรียนแบบนี้...”
ฟิ้ว—เพียะ—
“อ๊าาาา... ใครก็ได้ช่วยข้าด้วย......... ฮือๆๆ...”
ฟิ้ว—เพียะ—
“ข้าไม่เข้าใจ... ข้าไม่เข้าใจเลย......... อ๊าา...”
ในที่สุด หนึ่งนาทีก็ผ่านไป
วืด!
ห้องเรียนกลับมาสว่างไสวอีกครั้ง
เมื่อทุกคนลืมตาขึ้นอีกครั้ง ชายสวมหมวกก็ขดตัวกุมใบหน้าอยู่บนพื้น ร่างกายครึ่งหนึ่งเปื้อนเลือด อีกครึ่งหนึ่งเต็มไปด้วยรอยแส้ เสื้อผ้าถูกเฆี่ยนจนขาดรุ่งริ่ง บนหัวก็มีแต่ผงสีขาว บนตัวยิ่งมีลูกดอกเป่าปักอยู่ระเกะระกะนับไม่ถ้วน
เขาไม่มีแม้แต่แรงจะร้องขอชีวิต เหลือเพียงอาการสั่นเทา
ส่วนหลี่ชิงหมิงกำลังเหยียบบ่าของเขาอยู่ ในมือถือไม้เบสบอลของอีกฝ่ายชี้ไปที่หัวของเขา หอบหายใจอย่างแรงด้วยใบหน้าที่ตื่นเต้น ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ดูเหมือนยังไม่หนำใจ
น่าเสียดายที่ภายใต้ผลของยาชาจากลูกดอกเป่า ในที่สุดชายสวมหมวกก็มือตก ร่างกายอ่อนระทวยและหมดสติไป
เสียงที่เปี่ยมด้วยความพอใจของหัวเม่นทะเลก็ดังขึ้นตามมา
“อุปสรรค... อุปสรรค...
“ทุกคน... สามัคคีปรองดอง ร่วมกันฝ่าฟันอุปสรรค!
“ครู... ซาบซึ้ง... น้ำตา... พอใจ!!
“ยินดีกับทุกคนด้วย...
“ทุกคน... ด้วยกัน...
“จบการศึกษา!!”