ภายใต้สายตาจับจ้องของฝูงชน
เด็กหนุ่มรูปงามในชุดแดงผู้นั้นก้าวลงจากรถม้า
จากนั้น ภายใต้การติดตามเอาอกเอาใจของเจ้าเมืองจ้าวเหิงและผู้ช่วยเจ้าเมืองฉีต้งเหลียง เขาก็ไปยืนชมดอกไม้อยู่ด้านนอกหอหมู่ตาน
นอกเหนือจากนี้ ยังมีเหยียนซือหย่วนและเหล่าแอนตี้แฟนอีกหลายสิบคนคอยเดินตามต้อยๆ
ขุนนางท้องถิ่นสองคนคอยปรนนิบัติ รถม้าเกือบสิบคันคอยเบิกทาง ทั้งยังมีกลุ่มบัณฑิตกลุ่มใหญ่คอยเป็นลูกน้อง
ขบวนที่ยิ่งใหญ่เกินจริงถึงเพียงนี้ ใครเห็นแล้วจะไม่เดาะลิ้นด้วยความตกตะลึงบ้าง
ดังนั้น
เจี่ยเซ่าที่เดิมทีก็ตกเป็นเป้าสายตาอยู่แล้ว ทันทีที่ปรากฏตัว จึงกลายเป็น 'จุดสนใจ' อย่างแท้จริง
"คนผู้นั้นคือเจี่ยเซ่าอย่างนั้นรึ หากดูแค่รูปลักษณ์ภายนอกก็ถือว่าไม่เลว"
"รูปลักษณ์ดีแล้วมีประโยชน์อันใด มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นหมอนปักลาย สวยแต่รูปจูบไม่หอม!"
"ไร้เหตุผลสิ้นดี คนผู้นี้มีเบื้องหลังเป็นมาอย่างไรกันแน่"
"ผู้ที่มาร่วมงานชุมนุมกวีเมืองลั่วหยางในครั้งนี้ นอกจากศิษย์พี่ซูฉีที่ยังเดินทางมาไม่ถึง ศิษย์พี่เหอสวี่ ศิษย์พี่จ้าวอี้ ศิษย์พี่โจวเฝ่ยหราน และศิษย์พี่เมิ่งเซิน มีผู้ใดบ้างที่ไม่ใช่ยอดกวีเลื่องชื่อในแวดวงวรรณกรรม แต่ก็ไม่มีผู้ใดเปิดตัวได้โอ่อ่าเท่าเจี่ยเซ่าผู้นี้เลย"
"นอกจากศิษย์พี่ทั้งห้าท่านนี้แล้ว ก็ยังมีกวีผู้มีชื่อเสียงอีกไม่น้อย เจี่ยเซ่ามีสิทธิ์อะไรถึงได้พักในห้องที่ดีที่สุด!"
"ได้ยินมาว่า ศิษย์พี่หลายท่านไม่พอใจที่เจี่ยเซ่าได้พักห้องหมายเลขหนึ่งอักษรเจี่ย ถึงกับปฏิเสธไม่ยอมเข้าพักในหอหมู่ตานเลยทีเดียว"
เหล่าบัณฑิตมองดูเจี่ยเซ่าจากที่ไกลๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
งานชุมนุมกวีเดิมทีก็เป็นสถานที่ที่พูดคุยกันด้วยพรสวรรค์และชื่อเสียงอยู่แล้ว
คนไร้ชื่อเสียงเรียงนามผู้หนึ่ง นอกจากจะได้พักห้องที่ดีที่สุดแล้ว ยังกล้าเปิดตัวอย่างโอ่อ่าถึงเพียงนี้ ย่อมก่อให้เกิดเสียงบ่นและความรู้สึกต่อต้านนับไม่ถ้วน
แต่เพราะเกรงใจขุนนางท้องถิ่นทั้งสองท่าน จึงไม่มีใครกล้าเข้าไปหาเรื่อง
ทว่าสายตาอันโกรธเกรี้ยวเหล่านั้นกลับดูราวกับมีตัวตน แทบจะ 'ทะลวง' ร่างของชุยเซี่ยนให้เป็นรูอยู่แล้ว
บริเวณหน้าหอหมู่ตาน
ชุยเซี่ยนยิ้มมองจ้าวเหิงและฉีต้งเหลียง พลางกล่าวอย่างจนใจ "ใต้เท้าทั้งสอง นี่พวกท่านกำลังจับเจี่ยผู้นี้ไปย่างบนกองไฟชัดๆ"
ฉีต้งเหลียงได้ยินดังนั้นก็หัวเราะกล่าวว่า "ท่านเจี่ยเซ่า ดังคำกล่าวที่ว่า 'คนที่ไม่ถูกอิจฉาคือคนไร้ความสามารถ' สถานที่อย่างงานชุมนุมกวี มักจะมีการแข่งขันที่ดุเดือดที่สุดเสมอ"
"ณ ที่แห่งนี้ ขอเพียงท่านอยากมีชื่อเสียง ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะทำตัวเงียบๆ ด้วยความสามารถของท่าน การทำตัวให้โดดเด่นเข้าไว้ กลับจะทำให้เรื่องราวต่างๆ ง่ายดายขึ้น"
"เพราะท่านเพียงแค่เอาชนะผู้ที่ไม่ยอมรับให้ได้ก็พอ"
คำพูดนี้ไม่มีปัญหาอันใด
ปัญหาคือ ฉีต้งเหลียงผู้นี้ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเจี่ยเซ่าเลยแม้แต่น้อย! อาศัยแค่การเดาสุ่ม ไปๆ มาๆ กลับทำให้เขา 'เลียแข้งเลียขา' ผู้ยิ่งใหญ่ตัวจริงเข้าให้แล้ว!
คงกล่าวได้เพียงว่าในแวดวงขุนนางไม่เคยขาดแคลนจิ้งจอกเฒ่า และจิ้งจอกเฒ่าที่อยากจะก้าวหน้า!
จ้าวเหิงโกรธจนจมูกแทบเบี้ยว เขาพยายามข่มกลั้นความรู้สึกอยากจะซัดฉีต้งเหลียงให้ตายคามัด แล้วยิ้มประจบเจี่ยเซ่า "ท่านอย่าได้ใส่ใจพวกคนไร้ความสามารถเหล่านี้เลย"
"วันนี้เวลาค่อนข้างเร่งรัด ท่านโปรดพักผ่อนให้สบายก่อนเถิด รออีกไม่กี่วันเมื่องานชุมนุมกวีเริ่มต้นขึ้น ข้าจะแนะนำให้ท่านได้รู้จักกับยอดกวีอันดับต้นๆ สักหลายท่าน"
ชุยเซี่ยนได้ยินดังนั้นก็ยิ้มตอบ "ในเมื่อเป็นเช่นนี้ คงต้องรบกวนใต้เท้าแล้ว"
การที่เขามาเข้าร่วมงานชุมนุมกวีเมืองลั่วหยางในครั้งนี้ เดิมทีก็ตั้งใจจะมาทำความรู้จักกับเหล่าผู้มีพรสวรรค์จากทั่วทุกสารทิศอยู่แล้ว
ดังนั้นเขาจึงไม่รังเกียจที่จะทำตัวโดดเด่น
ขุนนางท้องถิ่นทั้งสองอยู่เป็นเพื่อนชุยเซี่ยนชมดอกไม้ที่หน้าหออยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ขอตัวลาอย่างรู้ความ เพื่อปล่อยให้ชุยเซี่ยนได้ไปพักผ่อน
ก่อนจากไป
จ้าวเหิงยื่นจดหมายฉบับหนึ่งมาให้ พลางยิ้มกล่าว "ท่านเจี่ยเซ่า จดหมายของท่านขอรับ"
ชุยเซี่ยนรู้อยู่แก่ใจ จึงรับมาด้วยรอยยิ้ม
ด้านข้าง
เมื่อเหยียนซือหย่วนและเหล่าแอนตี้แฟนเห็นจดหมายฉบับนั้น พวกเขาก็เบิกตากว้างพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย และอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าลึก
ซองจดหมายที่ดูคุ้นตานี้ พวกเขาเคยเห็นมันที่ที่ว่าการอำเภอเมิ่งจินมาก่อน
จดหมายจากฮ่องเต้!
นอกจากฉบับที่แล้ว ฮ่องเต้ถึงกับเขียนจดหมายหาท่านเจี่ยเซ่าอีกแล้ว!
นี่แสดงว่า ฮ่องเต้กับเจี่ยเซ่ากำลังโต้ตอบจดหมายกันอยู่!
สวรรค์!
เมื่อเห็นสีหน้าของทุกคน ผู้ช่วยเจ้าเมืองฉีต้งเหลียงก็หรี่ตาลง ในใจรู้ดีว่าจดหมายฉบับนี้ต้องมีที่มาไม่ธรรมดาแน่
ต้องหาโอกาสสืบดูให้ดีเสียแล้ว!
เจ้าเมืองและผู้ช่วยเจ้าเมืองกล่าวลาเจี่ยเซ่าด้วยรอยยิ้ม ทว่าเมื่อหันหลังเดินจากมา ทั้งสองก็กรอกตาใส่กัน และแค่นเสียงเย็นชาออกทางจมูก
ชุยเซี่ยนบีบจดหมายในมือ ยิ้มมองไปทางเหยียนซือหย่วนและคนอื่นๆ "ข้าจะกลับห้องไปพักผ่อนแล้ว พวกเจ้าล่ะ จะไปพักค้างคืนที่ใด"
บัณฑิตที่มาร่วมงานชุมนุมกวีหมู่ตานนั้นมีจำนวนมากเกินไปจริงๆ
กลุ่มคนที่มีพรสวรรค์และความสามารถมากที่สุด จะได้พักในหอหมู่ตาน
รองลงมาคือผู้ที่มีชื่อเสียงอยู่บ้าง จะถูกจัดให้พักในห้องนอนบางส่วนของสวนหมู่ตาน หรือไม่ก็ในเพิงพักที่สร้างขึ้นชั่วคราว
ส่วนพวกที่ไร้ชื่อเสียงเรียงนาม 'ผู้จัดงาน' จะไม่รับผิดชอบเรื่องที่พัก พวกเขาทำได้เพียงควักกระเป๋าจ่ายค่าโรงเตี๊ยมเอง
ในช่วงงานชุมนุมกวี ราคาห้องพักในโรงเตี๊ยมจะพุ่งสูงจนน่าตกใจ
นี่ก็เป็นเหตุผลสำคัญอีกข้อหนึ่งว่าเหตุใดการที่เจี่ยเซ่าได้พักในห้องที่ดีที่สุด จึงถูกคนนับไม่ถ้วนรุมโจมตีอย่างหนัก
ทุกคนล้วนแต่เป็นคนไร้ชื่อเสียงเหมือนกัน แล้วเจ้ามีสิทธิ์อะไรถึงได้พักห้องหมายเลขหนึ่งอักษรเจี่ย
เหยียนซือหย่วนได้ยินดังนั้นก็รีบกล่าว "ท่านรีบไปพักผ่อนเถิดขอรับ พวกเราจะไปพักที่โรงเตี๊ยม!"
ชุยเซี่ยนพยักหน้า ก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าไปในหอหมู่ตาน
เมื่อมองดูแผ่นหลังอันสง่างามของเขา เหล่าแอนตี้แฟนก็รู้สึกทั้งเลื่อมใสและต้อยต่ำในเวลาเดียวกัน
ช่องว่างระหว่างพวกเขากับไอดอล ช่างห่างไกลกันเหลือเกินจริงๆ!
เหล่าแอนตี้แฟนพากันไปหาโรงเตี๊ยมพักด้วยความรู้สึกทั้งดีใจและว้าวุ่นใจ ระหว่างทางพวกเขาได้ยินผู้คนมากมายวิพากษ์วิจารณ์เจี่ยเซ่าด้วยความดูแคลน ก็พากันโกรธจนจมูกแทบเบี้ยว
หร่วนซิวเต๋อกัดฟันกรอด "เจ้าพวกโง่เง่า! คอยดูเถอะ เมื่องานชุมนุมกวีเริ่มขึ้น พวกเจ้าทุกคนจะต้องยอมศิโรราบให้กับท่านเจี่ยเซ่า!"
เมื่อนึกถึงว่าในไม่ช้าท่านเจี่ยเซ่าก็จะมีชื่อเสียงสะท้านแผ่นดินในงานชุมนุมกวี เหล่าแอนตี้แฟนก็ตื่นเต้นและคาดหวังจนขนลุกซู่
อีกด้านหนึ่ง
ชุยเซี่ยนเดินเข้าไปในหอหมู่ตาน ภายใต้การนำทางอย่างนอบน้อมของเหล่าคนรับใช้ เขาจึงไปยังห้องหมายเลขหนึ่งอักษรเจี่ย
สมกับเป็นห้องที่ดีที่สุดในงานชุมนุมกวี ห้องนี้ตั้งอยู่บนยอดหอคอยสูงร้อยฉื่อ การตกแต่งภายในห้องดูหรูหราสง่างาม มีกลิ่นหอมอ่อนๆ โชยมา เป็นความหรูหราอย่างหาที่สุดไม่ได้
บริเวณด้านนอกของโถงรับรอง ยังมีระเบียงกว้างขวางอีกด้วย
ชุยเซี่ยนเดินออกไปที่ระเบียง สายลมเย็นสบายพัดผ่านใบหน้า สวนหมู่ตานขนาดร้อยหมู่ปรากฏแก่สายตาทั้งหมด ทะเลดอกไม้อันงดงามตระการตาพากันพลิ้วไหว เป็นความงามที่ชวนให้ตื่นตะลึงยิ่งนัก
เขาเอนกายพิงระเบียง ชื่นชมความงามอย่างผ่อนคลาย พลางแกะจดหมายตอบกลับจากฮ่องเต้อย่างไม่ใส่ใจนัก
มีเพียงคำสั้นๆ คำเดียวว่า 'ดี'
แต่กลับให้กระดาษจดหมายเปล่ามาอีกสองแผ่น
จุ๊
ชุยเซี่ยนรู้อยู่แก่ใจแล้ว
คืนนั้น ชุยเซี่ยนนอนหลับอย่างสบายใจในห้องหมายเลขหนึ่งอักษรเจี่ย ทั้งยังได้ลิ้มรสอาหารเมืองลั่วหยางอันโอชะอีกหนึ่งมื้อ
ทว่าโลกภายนอกกลับวุ่นวายจนแทบพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินเพราะเขา
ชั่วข้ามคืน เกือบทั้งเมืองลั่วหยางต่างก็รู้ว่า มีคนไร้ชื่อเสียงนามว่าเจี่ยเซ่า อาศัยเบื้องหลังอันยิ่งใหญ่ ยึดครองห้องพักที่ดีที่สุดไป
บัณฑิตนับไม่ถ้วนที่ต้องควักเงินจ่ายค่าโรงเตี๊ยมแสนแพง หรือต้องทนพักในเพิงพัก ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห
พวกเขาเขียนคำโคลงคู่ หัวข้อเรียงความแปดขา บทกวี และบทกลอนต่างๆ ตลอดทั้งคืน แล้วส่งไปที่หน้าประตูห้องหมายเลขหนึ่งอักษรเจี่ยราวกับของฟรี ความหมายนั้นเรียบง่ายมาก...
รับคำท้าซะ!
ให้พวกเราดูหน่อยสิ ว่าเจ้ามีความสามารถที่แท้จริงอะไรบ้าง!
หากไม่มีความสามารถ ก็รีบไสหัวออกจากห้องหมายเลขหนึ่งอักษรเจี่ยไปซะ!
เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อชุยเซี่ยนตื่นนอนและผลักประตูออกไป เขาก็ต้องสะดุ้งตกใจ
เหตุใดถึงมีแต่ขยะเต็มพื้นไปหมด
เขาเรียกบ่าวรับใช้มาหา แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม "รบกวนช่วยนำขยะพวกนี้ไปเป็นฟืนเผาที่โรงครัวทีเถิด"
ขยะ?
เผาทิ้ง?
บ่าวรับใช้มองชุยเซี่ยนด้วยความตกตะลึง ยากจะจินตนาการว่าคุณชายรูปงามผู้มีท่าทีอ่อนโยนตรงหน้า จะสามารถทำเรื่องที่โอหังถึงเพียงนี้ได้
เขาถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "คุณชาย จะให้เผาทิ้งจริงๆ หรือขอรับ"
ชุยเซี่ยนพยักหน้า ยิ้มกล่าว "ใช่ เผาทิ้งให้หมด อ้อ แล้วก็รบกวนเจ้าลงไปข้างล่าง ไปหาคนขับรถม้าของข้า บอกให้เขาควบรถม้าไปที่อำเภอเป่าเฟิง เพื่อรับคุณชายแซ่ซูผู้หนึ่งมาที่นี่"
มีลูกกระจ๊อกมาหาเรื่องมากเกินไป ชุยเซี่ยนขี้เกียจจะรับมือ
ที่สำคัญคือ การ 'ประชันบทกวี' กับคนพวกนี้ เป็นการลดตัวลงมาเกินไป ดูไร้ระดับสิ้นดี
โชคดี โชคดีที่เขายังมี 'แฟนคลับตัวยง' อยู่ที่อำเภอเป่าเฟิงอีกหนึ่งคน
ซูฉี อย่ามัวแต่ย่ำอยู่กับที่เลย อย่าปล่อยให้พวกเจ้าหน้าที่สถานีม้าเร็วของอำเภอเป่าเฟิงเอาเจ้าไปนินทาได้อีก!
มาทำตามสัญญาเดิมพันที่เมืองลั่วหยางเถอะ!
บ่าวรับใช้หิ้วตะกร้าใส่ 'ขยะ' จนเต็มสองใบ เดินตัวสั่นงันงกนำไปเผาที่ห้องครัวด้านหลัง
ไม่ผิดจากที่คาด
เพียงชั่วจิบชา เหล่าบัณฑิตทั่วทั้งสวนหมู่ตานก็พากันเดือดดาลขึ้นมาตามๆ กัน!
เจี่ยเซ่าผู้นั้น ถึงกับบอกว่าผลงานที่ทุกคนส่งไปให้ล้วนเป็นขยะ แล้วสั่งให้เอาไปเผาทิ้งทั้งหมด!
ไร้เหตุผลสิ้นดี!
เหตุใดถึงมีคนที่โอหังถึงขีดสุดเช่นนี้ได้?!