ผู้โดยสารส่วนใหญ่บนรถเมล์คือเด็กนักเรียนจากโรงเรียนมัธยมซิงเหอหมายเลขหนึ่ง ตอนที่หวังเฟยทรุดตัวลงนั่งด้านหลังเจียงเซี่ยด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ เจียงเซี่ยก็สะดุ้งเฮือก เหงื่อเย็นเฉียบผุดพรายขึ้นเต็มแผ่นหลังในพริบตา
เจียงเซี่ยไม่ได้หวาดกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ เพียงแต่รู้สึกเสียวสันหลังวาบ เมื่อคิดว่าจุดประสงค์ที่หวังเฟยตามมาคือการหาที่ลับตาคนเพื่อกินเขา ขนทั่วร่างก็ลุกซู่ แข็งเกร็งไปหมด!
ความคิดในหัวเขาแล่นพล่าน พยายามหาวิธีรับมือ
ตามที่หลี่ซือถงเคยบอกไว้ เผ่าพันธุ์มารจะไม่เปิดเผยตัวตนในที่สาธารณะเด็ดขาด ดังนั้นหวังเฟยจะไม่มีทางลงมือบนรถเมล์แน่นอน
ตอนนี้ยังปลอดภัยชั่วคราว แต่หลังจากลงรถล่ะ?
การนิ่งเฉยไม่ทำอะไรเลยในตอนนี้คือสิ่งที่โง่เขลาที่สุด
การไปปะทะตรงๆ หลังจากนี้ก็ไม่ใช่เรื่องฉลาดนัก
สามสิบหกกลยุทธ์ หนีคือยอดกุศโลบาย!
วินาทีก่อนที่ประตูรถเมล์จะปิดลง เจียงเซี่ยก็ผุดลุกขึ้นทันที หมายจะพุ่งตัวออกไป แต่ร่างกายยังไม่ทันได้ยืนขึ้นเต็มความสูง ก็ถูกฝ่ามือใหญ่ที่เต็มไปด้วยพละกำลังกดทับลงมาเสียก่อน
หวังเฟยชะโงกหน้าเข้ามาใกล้หูเจียงเซี่ย แล้วกระซิบเสียงต่ำ "อย่าขยับสุ่มสี่สุ่มห้า บนรถมีผู้ตื่นรู้"
แววตาของเจียงเซี่ยสั่นไหว
ผู้ตื่นรู้หรือ?
ถ้าอย่างนั้น ที่หวังเฟยตามมา ก็เพราะพุ่งเป้ามาที่ผู้ตื่นรู้งั้นสิ?
ท้ายที่สุดแล้ว สารอาหารที่ผู้ตื่นรู้มอบให้กับพวกเขานั้น มากมายยิ่งกว่าสิ่งใด!
(คนที่เขาหมายถึงคงไม่ใช่ฉันหรอกมั้ง?) เจียงเซี่ยพึมพำในใจ
ครืด ครืด... หน้าจอโทรศัพท์มือถือสว่างวาบ เป็นข้อความที่หวังเฟยส่งมาให้เขา
นักเรียนไปกลับของโรงเรียนมัธยมซิงเหอหมายเลขหนึ่งได้รับอนุญาตให้พกโทรศัพท์มือถือได้ แต่เมื่ออยู่ในโรงเรียนจะต้องส่งให้หัวหน้าห้องเป็นคนเก็บรวบรวมไว้
หวังเฟย: [นายอาจจะถูกผู้ตื่นรู้คนนั้นเพ่งเล็งเข้าแล้ว]
เจียงเซี่ย: [ผู้ตื่นรู้คนนั้นคือใคร นั่งอยู่ตรงไหน?]
หวังเฟย: [ผู้หญิงที่นั่งอยู่หน้าสุด ตรงเท้ามีถุงส้มวางอยู่น่ะ]
เจียงเซี่ยเงยหน้าขึ้นเหลือบมองอย่างรวดเร็ว ผู้หญิงคนนั้นอายุราวสามสิบต้นๆ สวมชุดเดรสสีชมพูอ่อน ทับด้วยเสื้อโค้ตสีขาวครีม ดูเป็นผู้หญิงประเภทแม่ศรีเรือน
เจียงเซี่ย: [ดูไม่เห็นเหมือนเลย]
หวังเฟย: [พวกผู้ตื่นรู้เก่งเรื่องการตบตามากกว่าพวกเราเสียอีก ขืนเธอดูเหมือนผู้ตื่นรู้ตั้งแต่แรกเห็น ก็คงตายไปตั้งนานแล้ว]
เจียงเซี่ย: [แล้วนายรู้ได้ยังไงว่าเธอเป็นผู้ตื่นรู้?]
หวังเฟย: [เมื่อครึ่งเดือนก่อน ฉันเคยเจอเธอครั้งหนึ่ง เธอฆ่าพวกเราไปคนหนึ่งในตรอกมืดๆ แล้วก็หายตัวไปจนหาไม่เจอ เมื่อกี้ฉันเห็นเธอตามนายขึ้นรถเมล์มา ก็เลยตามมาด้วย]
เจียงเซี่ย: [นายอยากทำอะไร จะกินเธองั้นสิ?]
หวังเฟยส่งอีโมจิหน้าเหลืองเหงื่อตกมาให้: [ไอ้โง่ ก็ต้องมาช่วยนายสิ เกิดเธอไม่ได้บังเอิญขึ้นรถเมล์คันนี้ แต่จงใจเล็งนายไว้ล่ะ?]
เมื่อเห็นข้อความนี้ เจียงเซี่ยก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่สองมือจะพิมพ์ตอบกลับอย่างรวดเร็ว: [ช่วยฉัน? นายหวังดีขนาดนั้นเชียว?]
หวังเฟย: [ทำไมทำเหมือนฉันไม่ใช่คนดีอย่างนั้นแหละ? หลี่ซือถงไปพูดจาใส่ร้ายอะไรฉันให้นายฟังใช่ไหม?]
เจียงเซี่ยยังไม่ได้ตอบกลับ หวังเฟยก็ส่งข้อความมาอีก: [ฉันขอเตือนให้นายอยู่ห่างจากเธอไว้จะดีกว่า ยัยนั่นเป็นมารกลายพันธุ์ นายรู้จักมารกลายพันธุ์ไหม?]
เจียงเซี่ย: [รู้ เธอเล่าให้ฉันฟังแล้ว แต่นายก็เป็นเหมือนกันไม่ใช่หรือไง?]
หวังเฟย: [ใช่ ฉันเป็น แต่ฉันไม่เหมือนยัยนั่น ฉันไม่เคยลงมือกับพวกเดียวกันที่อยู่ข้างกาย แทนที่จะมาฆ่าฟันกันเอง ฉันชอบร่วมมือกันล่าพวกมนุษย์ปกติกับผู้ตื่นรู้มากกว่า! ส่วนยัยนั่นก็แค่คนบ้า นายไม่สังเกตเลยหรือไงว่าตอนที่อยู่ด้วยกันตามลำพัง ยัยนั่นทำตัวเหมือนพวกโรคจิตน่ะ?]
เจียงเซี่ยนึกทบทวนถึงช่วงเวลาหนึ่งวันหนึ่งคืนที่ผ่านมา ตอนที่หลี่ซือถงอยู่กับเขาตามลำพัง เธอก็เป็นคนบ้าจริงๆ นั่นแหละ ซึ่งเขาก็รู้ตัวมานานแล้ว
หวังเฟยส่งข้อความมาอีก: [ที่เธอเข้าหานาย ความจริงก็เพื่อฟูมฟักนาย ยิ่งพวกเดียวกันแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมอบสารอาหารให้เธอได้มากเท่านั้น รอนายเติบโตขึ้นเมื่อไหร่ เธอจะสูบสารอาหารจากนายไปเพื่อวิวัฒนาการตัวเองให้สมบูรณ์]
เจียงเซี่ย: [วิวัฒนาการ?]
หวังเฟย: [ใช่ วิวัฒนาการ พอเราดูดซับสารอาหารได้มากพอ พวกเราก็จะวิวัฒนาการ ทั้งพลังและร่างกายจะถูกยกระดับขึ้น และแข็งแกร่งยิ่งขึ้น!]
เจียงเซี่ยเงียบไป เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพิมพ์ข้อความใหม่ตอบกลับไป: [บอกจุดประสงค์ที่แท้จริงของนายมาเถอะ ที่นายขึ้นรถมา ไม่ใช่เพื่อช่วยฉันแน่นอน]
หวังเฟย: [ก็ได้ ฉันยอมรับ ที่ฉันขึ้นรถมาไม่ได้ตั้งใจจะมาช่วยนาย ฉันแค่จะมาสืบดูว่าผู้ตื่นรู้คนนั้นบ้านอยู่ไหน วันหลังจะได้ลงมือสะดวกๆ]
เจียงเซี่ยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพิมพ์ข้อความส่งไป: [หลี่ซือถงบอกไว้ว่า ถ้าฉันตาย ไม่ว่าใครจะเป็นคนฆ่า เธอจะฆ่านายให้ตายตกไปตามฉัน!]
เมื่อเทียบกับเรื่องผู้ตื่นรู้แล้ว เจียงเซี่ยรู้สึกว่าหวังเฟยพุ่งเป้ามาที่เขามากกว่า
สถานการณ์ตอนนี้ ต้องเผื่อใจไว้สำหรับกรณีที่เลวร้ายที่สุด
เขากำลังเดิมพัน เดิมพันว่าหลี่ซือถงมีพลังแข็งแกร่งมากพอที่จะทำให้หวังเฟยรู้สึกเกรงกลัว!
ท้ายที่สุดแล้ว หลี่ซือถงก็เคยบอกไว้ว่าตอนที่เธอกลายเป็นเผ่าพันธุ์มาร พวกเดียวกันรอบตัวยังมีอยู่น้อยมาก พลังของเธอน่าจะเหนือกว่า 'พวกเดียวกัน' ทั่วไปมากทีเดียว!
หวังเฟย: [ทำไมฉันถึงรู้สึกเหมือนกำลังโดนขู่ยังไงชอบกล]
เจียงเซี่ย: [ฉันก็แค่เตือนนายไว้ก่อน ถ้านายคิดว่าฉันเคี้ยวง่ายนัก ก็เชิญเข้ามาได้เลย ต่อให้ต้องตาย ฉันก็รับรองว่าจะกัดเนื้อนายหลุดออกมาให้ได้สักชิ้น อย่าเห็นว่าฉันเป็นแค่หน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามา]
หวังเฟยที่นั่งอยู่เบาะหลังไม่ตอบข้อความกลับมาเป็นเวลานาน จนกระทั่งใกล้จะถึงป้ายหน้าถึงได้ตอบกลับมา: [นายมั่นใจขนาดนั้นเลยหรือว่าฉันจะลงมือกับนาย?]
เจียงเซี่ย: [เพราะนายเอาแต่โกหกมาตลอด ถ้ามีผู้ตื่นรู้จริง นายคงไม่บอกฉันหรอก เพราะเป็นไปได้ว่าก่อนที่นายจะลงมือสำเร็จ ฉันอาจจะเอาเรื่องนี้ไปบอกหลี่ซือถงจนโดนพวกเดียวกันชิงตัดหน้าไปก่อน แล้วฉันก็ไม่เชื่อด้วยว่านายตัวคนเดียวจะกล้าตามรอยผู้ตื่นรู้อย่างโจ่งแจ้งขนาดนี้ นายก็แค่พยายามถ่วงเวลาให้ฉันตายใจเท่านั้นแหละ]
หลังจากส่งข้อความนี้ไป เจียงเซี่ยก็รีบส่งไปอีกข้อความทันที: [ถ้าป้ายหน้านายไม่ลงรถ ฉันจะถือว่าการกระทำของนายหมายความว่าคืนนี้นายต้องการจะกินฉันให้ได้ แล้วฉันก็จะพุ่งเข้าไปกอดนาย พร้อมกับตะโกนเปิดเผยตัวตนของพวกเราซะ!]
หวังเฟย: [ฉันไม่เชื่อหรอกว่านายจะกล้าทำ!]
เจียงเซี่ย: [นายลองดูก็ได้ ฉันสู้นายไม่ได้หรอก และเพราะแบบนั้น การตายตกไปตามกันจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับฉัน!]
หวังเฟยไม่ได้ตอบกลับมาอีก ใจของเจียงเซี่ยเต้นระทึกจนแทบจะหลุดออกมานอกคอ ถ้าหวังเฟยไม่ยอมลงจากรถแล้วคอยตามเขาไปตลอด เขาก็ไม่รู้จริงๆ ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป
จะให้ลุกขึ้นยืนแล้วเปิดเผยตัวตนของตัวเองกับหวังเฟยจริงๆ น่ะหรือ?
เขาส่งข้อความไปขอความช่วยเหลือจากหลี่ซือถงแล้วเหมือนกัน แต่จนถึงตอนนี้หลี่ซือถงก็ยังไม่ตอบกลับมา
ถ้าหวังเฟยตั้งใจแน่วแน่ว่าจะตามเขาไปให้ได้ ในสถานการณ์ที่ไม่มีทางเลือกอื่น ก็คงทำได้เพียงตายตกไปตามกันกับอีกฝ่ายเท่านั้น
โชคดีที่พอถึงป้ายหน้า ทันทีที่ประตูรถเปิดออก หวังเฟยก็เดินตามฝูงชนลงจากรถไป
ชิ้นเนื้ออันโอชะที่มาจ่ออยู่ถึงปากหลุดลอยไปเช่นนี้ ทำให้หวังเฟยรู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง ทั้งเจ็บใจ โกรธเคือง และเคียดแค้น
แต่ก็ช่วยไม่ได้ หลี่ซือถงเป็นคนบ้า เป็นพวกเดียวกันที่บ้าคลั่งและโหดเหี้ยมที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมา เขาไม่กล้าเดิมพันว่าหลังจากเขมือบเจียงเซี่ยเข้าไปแล้ว ผู้หญิงบ้าคนนั้นจะจับเขาไปฝังรวมกับเจียงเซี่ยจริงๆ หรือเปล่า
อีกอย่าง เจียงเซี่ยก็รู้เท่าทันจุดประสงค์ของเขาและเกิดความระแวดระวังตัวแล้ว ต่อให้เจียงเซี่ยจะเป็นแค่หน้าใหม่ เขาก็คงไม่มีทางลงมือได้ง่ายๆ อีก
ส่วนเรื่องที่เจียงเซี่ยจะลุกขึ้นมายืนเปิดเผยตัวตนของพวกเขาทั้งคู่จริงๆ ไหม เขาคิดว่าเจียงเซี่ยคงไม่ทำหรอก แต่เขาก็คิดว่าไม่ควรเสี่ยงจะดีกว่า ถ้าบีบคั้นจนตรอกเข้าจริงๆ เจียงเซี่ยอาจจะยอมตายตกไปตามกันกับเขาก็ได้? ยังไงเสียก็ไม่ได้มีแค่เจียงเซี่ยคนเดียวที่เป็นเหยื่อชั้นดีเสียหน่อย
เมื่อมองดูหน้าจอแชตกับหวังเฟยในโทรศัพท์มือถือ เจียงเซี่ยก็ยังคงดึงสติกลับมาไม่ได้ไปพักใหญ่
ทั้งที่เมื่อตอนกลางวันยังกอดคอกันเรียกพี่เรียกน้องอยู่แท้ๆ พอตกกลางคืนกลับเผยเขี้ยวเล็บออกมาเสียแล้ว ยังดีที่เขาขู่จนอีกฝ่ายกลัวได้จริงๆ ถึงแม้จะไม่แน่ใจว่าเป็นประโยคไหนที่ทำให้อีกฝ่ายยอมลงจากรถไปก็เถอะ
เมื่อมองดูหน้าจอแชตที่หวังเฟยบอกว่าหลี่ซือถงแค่ต้องการฟูมฟักเขาเพื่อจะได้ดูดซับสารอาหารให้มากขึ้น เจียงเซี่ยไม่ได้เลือกที่จะเชื่อ และก็ไม่ได้เลือกที่จะไม่เชื่อ
ความเชื่อมั่นอันเด็ดขาดประการหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของเขาในเวลานี้—นั่นคือห้ามเชื่อใจใครทั้งนั้น!
ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ปกติ ผู้ตื่นรู้ หรือพวกเดียวกันที่อยู่รอบตัว รวมถึงหลี่ซือถงและหวังเฟยด้วย ล้วนแต่ไว้ใจไม่ได้ทั้งสิ้น!
หากต้องการจะมีชีวิตรอดต่อไป ก็ต้องเชื่อมั่นในตัวเองเท่านั้น—นี่แหละคือวิถีของสายลับ!
เมื่อมองผ่านหน้าต่างรถ เจียงเซี่ยก็เห็นหวังเฟยที่ลงจากรถไปแล้วกำลังกวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะเดินตามหลังเด็กสาวผมสั้นที่กำลังเคี้ยวหมากฝรั่งไป เห็นได้ชัดว่าเขามีเหยื่อรายใหม่แล้ว—มนุษย์ปกติที่ล่าได้ง่ายกว่า 'พวกเดียวกัน'!
เจียงเซี่ยที่แค่เอาตัวเองให้รอดยังลำบากไม่ได้ส่งเสียงเตือนออกไป ทำได้เพียงอวยพรให้เด็กสาวคนนั้นโชคดีอยู่ในใจ!
หลังจากลงจากรถ เจียงเซี่ยก็มุ่งหน้าตรงไปยังบ้านของเมียน้อย เขาไม่ได้ต้องการแค่ไปหาน้องสาวเท่านั้น แต่เขายังต้องเข้าไปสังเกตการณ์ในบ้านของเมียน้อยคนนั้นด้วย เพื่อให้แน่ใจว่าน้องสาวจะไม่ตกอยู่ในอันตราย เขาถึงจะวางใจได้
ความเร็วของเขาเปลี่ยนจากเดินเร็วเป็นวิ่งเหยาะๆ ภายในใจเต็มไปด้วยความห่วงใยน้องสาว
เขาอยากให้แน่ใจว่าน้องสาวปลอดภัยดี แต่สิ่งที่เขากลัวยิ่งกว่าก็คือการได้สัมผัสถึงกลิ่นอายของพวกเดียวกันจากตัวน้องสาว!