ท่านผู้เฒ่าอวี้ลั่นไกไปหนึ่งแม็กกาซีน กระรอกใบสนก็ส่งเสียงร้องออกมาอย่างเจ็บปวดรวดร้าว
กระสุนของมัน!
อุตส่าห์กักตุนมาตั้งนาน!
หลินจิ้งเองก็กุมขมับ ดูเหมือนว่าต่อไปจะวางของทิ้งขว้างไม่ได้แล้ว... ถุงเก็บของขนาดจิ๋วก็ดี รีบๆ ได้มาสักทีเถอะ
ความโชคดีในความโชคร้ายก็คือ ท่านผู้เฒ่าอวี้หันกลไกยิงขึ้นไปบนฟ้า แม้อานุภาพอันรุนแรงจะยังคงทำให้รอบด้านพังยับเยิน แต่โชคดีที่... ลานบ้านยังอยู่ ไม่ได้ระเบิดบ้านจนพังพินาศ
ทว่าลองคิดในอีกมุมหนึ่ง หากบ้านถูกระเบิดกระจุยไป บางทีอาจจะช่วยให้พวกเขาได้เปลี่ยนไปอยู่ถ้ำพำนักที่ดีกว่านี้ก็ได้
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หลินจิ้งก็รู้สึกเสียดาย
"นี่มันของพรรค์ไหนกันเนี่ย!" ท่านผู้เฒ่าอวี้สะดุ้งโหยง
เขามองไปทางหลินจิ้งและกระรอกใบสนที่กำลังเจ็บปวดรวดร้าว
"ท่านผู้เฒ่าอวี้ขอรับ" หลินจิ้งเงียบไปครู่หนึ่งแล้วเอ่ย "ท่านกดลงไปได้ยังไงกันขอรับ?"
"ฮะๆ" ท่านผู้เฒ่าอวี้รู้สึกกระอักกระอ่วนใจ นึกไม่ถึงว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นนี้
ใครจะไปคิดล่ะว่าผู้ใช้กลไกมือใหม่สองคนอย่างพวกเจ้าจะประดิษฐ์ของแบบนี้ออกมาได้
"ท่านคงจะสังเกตเห็นแล้ว โครงสร้างของปืนไผ่กลไกกระบอกนี้เรียบง่ายมาก ใช้แค่โครงสร้างพื้นฐานระดับเบื้องต้นเท่านั้น สาเหตุที่มันสามารถสะสมไอน้ำ พ่นกระแสน้ำความเร็วสูง และยังระเบิดได้ เป็นเพราะคุณสมบัติของไผ่วิญญาณซึ่งเป็นวัสดุทำกลไก และผลลัพธ์ของระเบิดถั่ววิญญาณที่อยู่ภายในแม็กกาซีนขอรับ"
หลินจิ้งกล่าว "ท่านผู้เฒ่าขอรับ ระเบิดถั่ววิญญาณพืชดุร้ายกลายพันธุ์พวกนี้ เป็นสมบัติทั้งหมดที่เรามีตั้งใจจะเอาไว้ใช้เตรียมตัวสำหรับการทดสอบศิษย์สายในเชียวนะขอรับ..."
"ข้าชดใช้ให้พวกเจ้าก็แล้วกัน" ท่านผู้เฒ่าอวี้พอจะเข้าใจแล้วว่าสิ่งที่ร้ายกาจคือถั่ววิญญาณนั่น โครงสร้างของปืนไผ่กลไกกระบอกนี้ไม่ได้ซับซ้อนอะไรนักจริงๆ เพียงแค่ใช้กลไกง่ายๆ เพื่อเชื่อมต่อไผ่วิญญาณกลายพันธุ์เข้ากับถั่ววิญญาณกลายพันธุ์เท่านั้น!
ถึงจะกล่าวเช่นนั้น... แต่หากมีของสิ่งนี้ และมีถั่ววิญญาณระเบิดที่ว่ามากพอ เกรงว่าแม้แต่คนธรรมดาก็อาจทำให้ผู้บำเพ็ญเพียรระดับต่ำต้องกินบูดกินเบี้ยวได้
นี่คงจะเป็น... ฤทธิ์เดชของสัตว์วิเศษที่ท่านผู้เฒ่าโม่หวูหยาเคยกล่าวไว้สินะ ท่านผู้เฒ่าอวี้กระจ่างแจ้งในใจ สัตว์วิเศษช่างร้ายกาจเสียจริง วัสดุทำกลไกธรรมดาๆ อย่างไผ่วิญญาณ กลับสามารถสร้างผลลัพธ์ที่คล้ายคลึงกับวิชาศรวารีได้โดยไม่ต้องสลักค่ายกลลงไปเลยด้วยซ้ำ
"ท่านผู้เฒ่ากล่าวหนักเกินไปแล้วขอรับ ระเบิดถั่ววิญญาณพวกนั้นก็แค่ดัดแปลงมาจากถั่ววิญญาณธรรมดา มูลค่าไม่ได้สูงส่งอะไรนัก พวกเราค่อยทำขึ้นมาใหม่ก็พอ การที่ท่านยอมถ่ายทอดวิชากลไกให้ พวกเราก็ซาบซึ้งใจมากแล้วขอรับ" หลินจิ้งกล่าว
กระรอกใบสนชะงักงัน ค่าชดเชยหายวับไปแล้วงั้นหรือ?
"จะให้พวกเจ้าเสียเปรียบไม่ได้ เอาอย่างนี้แล้วกัน ข้าเห็นว่าสัตว์กลไกของพวกเจ้าก็สร้างเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาบ้างแล้ว ข้าจะให้สิ่งนี้แก่พวกเจ้าล่วงหน้า การทดสอบศิษย์สายในใกล้เข้ามาแล้ว พวกเจ้ารีบไปบำรุงร่างกายเสียหน่อยเถิด" ท่านผู้เฒ่าอวี้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วโยนป้ายคำสั่งผู้เฒ่าชิ้นหนึ่งออกมาให้
"นี่คือป้ายคำสั่งผู้เฒ่าของข้า หากถือป้ายนี้ไว้ พวกเจ้าสามารถไปรับประทานอาหารที่โรงอาหารของศิษย์สายนอกได้ฟรี นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ป้ายนี้เข้าสู่ยอดเขาสายในได้ในฐานะศิษย์สายนอกอีกด้วย"
เมื่อกล่าวจบ เขาก็สะบัดแขนเสื้ออย่างแรงแล้วเอ่ย "ดูเหมือนจะมีศิษย์ถูกดึงดูดความสนใจจากความวุ่นวายเมื่อครู่ ข้าจะไปไล่พวกเขาให้แยกย้ายกันไป พวกเจ้าก็บำเพ็ญเพียรต่อไปเถอะ"
"ขอบพระคุณท่านผู้เฒ่าอวี้ขอรับ" หลินจิ้งส่งท่านผู้เฒ่าอวี้กลับไปแล้ว จึงโยนป้ายคำสั่งให้กระรอกใบสน "ก็แค่ถั่ววิญญาณไม่กี่เม็ด ท่านผู้เฒ่าอวี้เป็นถึงผู้เฒ่าขั้นจินตัน (แก่นทองคำ) จะยอมให้พวกเราเสียเปรียบได้ยังไง เดี๋ยว... เราไปกินมื้อพิเศษที่โรงอาหารกัน!"
กระรอกใบสนปาดน้ำตา มนุษย์อย่างพวกเจ้านี่เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวเสียจริง ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะ... แต่ถั่ววิญญาณที่มันอุตส่าห์กักตุนมาตั้งนาน ก็หายไปตั้งเยอะอยู่ดี!
……
สายนอก โรงอาหาร!
ว่ากันว่าอาหารที่ธรรมดาที่สุดของที่นี่ ก็คือข้าวสวยที่หุงจากข้าววิญญาณและน้ำพุวิญญาณ
หลังจากที่หลินจิ้งและกระรอกใบสนได้ป้ายคำสั่งผู้เฒ่ามา ก็จัดการเก็บกวาดเล็กน้อย จากนั้นก็พุ่งทะยานไปยังโรงอาหารราวกับผีตายอดตายอยากมาเกิดใหม่
"พี่ใหญ่หลินจิ้ง?" ทันทีที่หลินจิ้งพากระรอกใบสนไปนั่งที่มุมหนึ่งของโรงอาหาร ศิษย์สายนอกหลายคนก็จำพวกเขาได้ ศิษย์สัพเพเหระคนหนึ่งที่มาทำงานหาศิลาวิญญาณถึงกับรีบสาวเท้าเข้ามาหาราวกับได้พบไอดอลในดวงใจ
"พี่ใหญ่หลินจิ้ง ไม่ทราบว่าท่านอยากรับประทานอะไรดีขอรับ นั่นคือเมนูของวันนี้" ศิษย์สัพเพเหระผู้นี้ชี้ไปยังเมนูบนกำแพง พร้อมกับแนะนำอาหารของวันนี้อย่างกระตือรือร้น
"มีเมนู 'บนฟ้าขอเป็นนกปีกร่วม' 'แม่นางเซียนทุ่งหญ้าเขียว' 'เอวพันหมื่นตำลึง'..."
"ศิษย์น้องท่านนี้ ช่วยพูดอะไรที่พวกเราพอจะฟังรู้เรื่องหน่อยได้ไหม?" หลินจิ้งเอ่ยอย่างสุภาพ
"นกพิราบย่างกลิ่นไม้หอมหนึ่งคู่ เห็ดวิญญาณสดผัดน้ำใส เม็ดมะม่วงหิมพานต์เคลือบน้ำตาล..."
"ดี" หลินจิ้งฟังแล้วก็รู้สึกเคลิบเคลิ้ม ฟังดูหอมน่ากินกว่าข้าวผัดใบไม้ตั้งเยอะ เขาเอ่ยว่า "อาหารของวันนี้ เอามาอย่างละหนึ่งจานก่อนก็แล้วกัน"
"เอ๊ะ?" ศิษย์สัพเพเหระเตือนด้วยความหวังดี "พี่ใหญ่ อาหารพวกนี้อัดแน่นไปด้วยพลังวิญญาณมหาศาลนะขอรับ อย่างเช่นเมนู 'บนฟ้าขอเป็นนกปีกร่วม' ขั้นตอนการทำก็ต้องใช้ไม้หอมวิญญาณและเคล็ดควบคุมเพลิง ใช้ระดับไฟที่ยอดเยี่ยมเพื่อกักเก็บคุณค่าทางอาหารของนกพิราบเมฆาเอาไว้อย่างครบถ้วน... ผู้บำเพ็ญเพียรระดับเลี่ยนชี่ (รวบรวมลมปราณ) ขั้นกลางทั่วไป กินแค่ตัวเดียวก็อิ่มแปล้แล้วขอรับ"
"อาหารมากมายขนาดนี้ เกรงว่าจะย่อยและดูดซับได้ยาก อีกอย่าง ราคาของมันก็ไม่ได้ถูกๆ เลยนะขอรับ"
"ไม่เป็นไรหรอก เจ้าดูพวกเราเหมือนคนปกติไหมล่ะ?" หลินจิ้งแย้มยิ้มบางๆ เมื่อเห็นดังนั้น ศิษย์สัพเพเหระก็ทำท่าครุ่นคิด ก่อนจะพยักหน้าแล้ววิ่งไปบอกทางห้องครัว
ไม่นานนัก อาหารก็ทยอยนำมาเสิร์ฟ กระรอกใบสนล้วงเอาข้าววิญญาณสีทองหนึ่งเม็ดออกมาจากกระเป๋าของหลินจิ้ง จากนั้นก็... ใช้กรงเล็บหั่นครึ่ง แบ่งกับหลินจิ้งคนละครึ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้กลืนลงท้องไปทั้งเม็ดรวดเดียว ประเดี๋ยวท่าทางการกินจะดูน่ากลัวเกินไปจนเผลอไปแย่งข้าวของพี่ใหญ่หรือพี่หญิงคนอื่นๆ เข้า
"อึก" หนึ่งคนหนึ่งสัตว์เลี้ยง นำข้าววิญญาณสีทองครึ่งเม็ดใส่ปาก ราวกับกำลังกินยา ก่อนจะกลืนลงท้องตามด้วยชาวิญญาณหนึ่งจอก
……
หนึ่งชั่วยามต่อมา
โรงประดิษฐ์กลไก
"ท่านผู้เฒ่าอวี้ แย่แล้วขอรับ!" นกกระเรียนเซียนตัวหนึ่งบินร่อนลงมา ภาพเหตุการณ์ช่างดูคุ้นตาเสียเหลือเกิน
"มีเรื่องอันใดกัน ถึงได้ลุกลี้ลุกลนปานนี้" ท่านผู้เฒ่าอวี้เดินออกมาแล้วมองไปยังนกกระเรียนเซียน
"ศิษย์สายนอกหลินจิ้งกับกระรอกใบสน ควักป้ายคำสั่งผู้เฒ่าของท่านออกมาที่โรงอาหาร แล้วเรียกร้องขอกินฟรีขอรับ!"
"ตื่นตูมไปได้ ป้ายคำสั่งนั่นข้าเป็นคนให้พวกเขาเอง กายาของหลินจิ้งนั้นพิเศษ มีความต้องการอาหารและทรัพยากรสูงมาก การทดสอบศิษย์สายในก็ใกล้เข้ามาแล้ว ชายชราผู้นี้จะให้สิทธิพิเศษแก่พวกเขาสักหน่อยจะเป็นไรไป มีเสียงซุบซิบนินทาอะไรอย่างนั้นรึ? ศิษย์คนไหนที่ไม่พอใจการกระทำของข้า ก็ให้พวกเขาไปลองเอาชนะมังกรไผ่กลไกดูบ้างสิ!"
นกกระเรียนเซียนกล่าว "ท่านผู้เฒ่าอวี้ ไม่มีศิษย์สายนอกคนไหนมีปัญหาหรอกขอรับ เรื่องนี้มีคนรู้ไม่มากนัก แต่เป็นพ่อครัวใหญ่ฝูคุ่ยแห่งโรงอาหารกับนกกระจอกเพลิงวิญญาณของเขาต่างหากที่เหนื่อยจนล้มพับไปเลย หลินจิ้งกับสัตว์เลี้ยงนั่นกินจุเกินไปแล้วขอรับ ปกติพอหมดวัน โรงอาหารยังเหลือข้าวปลาอาหารอีกตั้งเยอะ... แต่วันนี้ ไม่เหลือเลยแม้แต่นิดเดียวขอรับ"
"ได้ยินมาว่า... หลินจิ้งกลืนลงไปกระทั่งกระดูกติดเนื้อเลยนะขอรับ..."
"เดิมทีอาหารที่เหลือ จะเอาไว้ให้พวกสัตว์วิญญาณพิเศษที่เข้าสำนักมาเพราะเงื่อนไข ‘มีที่พักและอาหารให้กินฟรี’... เดี๋ยวพอพวกมันเห็นว่าไม่มีข้าวเหลือแล้ว พวกมันอาจจะโวยวายเอาได้นะขอรับ"
"ที่สำคัญที่สุดก็คือ... พวกเขากินไปเยอะแยะขนาดนั้น แต่เพราะมีป้ายคำสั่งของท่าน จึงไม่ได้จ่ายศิลาวิญญาณเลยแม้แต่ครึ่งก้อนขอรับ"
"หากกินแบบนี้ทุกวัน งบประมาณของโรงอาหารสายนอก... อาจจะมีปัญหาได้นะขอรับ! ถึงเวลานั้น ท่านผู้เฒ่าคงต้องควักกระเป๋าจ่ายชดเชยเองแล้วล่ะขอรับ"
เมื่อท่านผู้เฒ่าอวี้ฟังจบก็ชะงักงันไปในทันที
อะไรกันวะเนี่ย?
"แย่แล้ว หลงกลเข้าจนได้" ภาพเบื้องหน้าของท่านผู้เฒ่าอวี้มืดดับไปอีกครา ข้านี่มันโง่จริงๆ เจ้ากายาอายุวัฒนะนี่ฉลาดหลักแหลมจะตายไป เรียนรู้อะไรก็ไว มีหรือจะยอมขอพรอะไรที่ทำให้ตัวเองเสียเปรียบ! ฟ้าถล่มลงมาแล้ว
"ท่านผู้เฒ่า ทำอย่างไรดีขอรับ?" นกกระเรียนขนนภาเอ่ยถาม
"จะทำอย่างไรได้ล่ะ ก็ปล่อยให้พวกเขากินไปสิ!" ท่านผู้เฒ่าอวี้กัดฟันกรอดแล้วเอ่ย "รอให้พวกเขาเข้าไปเป็นศิษย์สายในก่อนเถอะ... คงไม่หน้าด้านกลับมากินฟรีที่โรงอาหารสายนอกอีกหรอกมั้ง! ข้าจะไปเร่งรัดทางสายใน... ให้รีบจัดการทดสอบเลื่อนขั้นศิษย์สายในของปีนี้ให้เร็วที่สุด!"