“เทพท่องราตรี!”จางหยวนชิงพูดอย่างใจเย็น“ผมถามถึงอาชีพของคุณ”“เทพท่องราตรี”...หลี่ตงเจ๋อชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ยืดหลังตรงอย่างแรง ร่างกายโน้มไปข้างหน้า จ้องมองจางหยวนชิงเขม็งแล้วกล่าวว่า “คุณ คือเทพท่องราตรี?”“ใช่ครับ” จางหยวนชิงพยักหน้า“เฮ้อ...” หลี่ตงเจ๋อขยับก้นเล็กน้อย เขาเงียบไปสิบกว่าวินาทีเพื่อย่อยข่าวนี้ แล้วเปล่งเสียงดังขึ้น ถามอีกครั้งว่า“คุณคือเทพท่องราตรี? นี่ ผม... ผมเพิ่งเก็บเทพท่องราตรีมาได้คนหนึ่งเลยเหรอ?”นี่เป็นสิ่งที่เขาไม่คาดคิดมาก่อนเลย เหมือนกับเมื่อครู่เพิ่งจะบ่นกับคนอื่นว่า “หวังว่าจะถูกลอตเตอรี่สักห้าล้านจัง”แล้วก็ถูกรางวัลขึ้นมาจริงๆ“เจอของดีเข้าแล้ว...” หลี่ตงเจ๋อวางแก้วเหล้าลง พินิจพิจารณาจางหยวนชิงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเทพท่องราตรีทุกคนล้วนเป็นบุคคลที่เป็นที่ต้องการอย่างมากเป็นเป้าหมายที่ทีมผู้ท่องแดนวิญญาณต่างๆ หรือแม้กระทั่งพรรคพวกแย่งชิงกันหลี่ตงเจ๋อรู้ว่ามีคุณนายสาวน้อยคนหนึ่งในสมาคมร้อยบุปผา เพื่อที่จะดึงตัวสายข่าวเทพท่องราตรีคนหนึ่งของพรรคอัคคีแดง ถึงกับยอมใช้เสน่ห์ยั่วยวน ใช้วิธีขึ้นเตียงทำให้อีกฝ่ายเปลี่ยนสังกัด ยอมย้ายมาอยู่กับสมาคมร้อยบุปผาด้วยความสมัครใจ กลายเป็นข้ารับใช้สองนายเพราะเรื่องนี้ พรรคอัคคีแดงกับสมาคมร้อยบุปผาเกือบจะเปิดศึกกัน ขนาดสำนักงานใหญ่ของพันธมิตรห้าธาตุเข้ามาไกล่เกลี่ยก็ยังไม่ได้ผลต่อมาเทพท่องราตรีคนนั้นเสียชีวิตในภารกิจแดนวิญญาณ เรื่องนี้จึงได้ยุติลง“จริงสิ ยังไม่รู้ไอดีแดนวิญญาณของคุณเลย” หลี่ตงเจ๋อซ่อนความตื่นเต้นไว้ในใจ พยายามรักษภาพลักษณ์ที่สุขุมไว้ต่อหน้าลูกน้องในอนาคตจางหยวนชิงยืดอกเชิดหน้า รวบรวมลมปราณที่ปลายลิ้น “เทพบรรพกาล!”...หลี่ตงเจ๋อเงียบไปหลายวินาทีแล้วตบมือ “ชื่อดี”(เฮ้ๆ ชมได้ฝืนใจมากเลยนะ แล้วท่าทางเหมือนอยากจะต่อยผมนี่มันอะไรกัน...) จางหยวนชิงกล่าวอย่างถ่อมตนว่า“แค่ผู้กองชอบก็พอแล้วครับ”ขณะนั้น รถตู้สีดำก็ขับเข้ามาในกรมรักษาความสงบเขตคังหยาง จอดลงในที่จอดรถข้างๆ แนวพุ่มไม้“ตอนนี้ผมจะจัดการเรื่องเอกสารเข้าทำงานให้คุณเลย เงินเดือนเดือนละสองหมื่น เวลาออกภารกิจจะมีเบี้ยเลี้ยง ถ้าสร้างผลงานก็จะมีโบนัสพิเศษอีก มีปัญหาอะไรไหม?”หลี่ตงเจ๋อดูเหมือนไม่อยากจะรอช้าแม้แต่วินาทีเดียว เผยให้เห็นความร้อนรนที่อยากจะรีบปิดดีลเงินเดือนพื้นฐานเดือนละสองหมื่น? ดวงตาของจางหยวนชิงเป็นประกาย “ไม่มีปัญหาครับ”เงินเดือนสองหมื่น แม้จะอยู่ในเมืองใหญ่อย่างซงไห่ก็ถือว่าเป็นชนชั้นเงินเดือนสูงแล้วจางหยวนชิงจำได้ว่าบริษัทที่แม่ของเขาทำงานอยู่ เงินเดือนระดับผู้จัดการยังอยู่ที่ 5-10 หมื่นต่อเดือนเท่านั้น แน่นอนว่านี่คือเงินเดือนพื้นฐาน ยังไม่รวมโบนัส ค่าคอมมิชชัน และหุ้นเขาลงจากรถตามหลี่ตงเจ๋อไป เดินอ้อมไปด้านหลังอาคารกรมรักษาความสงบ แล้วหยุดลงหน้าอาคารเล็กๆ สองชั้นหลังหนึ่งอาคารเล็กหลังนี้สร้างขึ้นจากกระจกแผ่นใหญ่ๆ ดูแล้วมีรสนิยมแบบชนชั้นกลางและให้ความรู้สึกเป็นคนชั้นสูงเมื่อเข้าไปในประตูหน้าของอาคารเล็ก ตรงข้ามกับประตูคือบันไดเหล็กที่ทอดตรงไปยังชั้นสองด้านซ้ายของชั้นหนึ่งเป็นพื้นที่ทำงาน มีผู้หญิงเจ็ดแปดคนนั่งอยู่ข้างโต๊ะทำงาน มีทั้งพี่สาวคนสวยอายุน้อย คุณนายที่ดูเป็นผู้ใหญ่มีเสน่ห์ และคุณป้าที่ดูคล่องแคล่วสุขุมด้านขวาเป็นพื้นที่พักผ่อน มีโซฟา โต๊ะกลม ตู้เย็น เตาแม่เหล็กไฟฟ้า ตู้กดน้ำ และของใช้ในชีวิตประจำวันอื่นๆ วางอยู่พวกเธอ บ้างก็ก้มหน้าทำงาน บ้างก็ใส่หูฟังดูซีรีส์ หรือไม่ก็จับกลุ่มกันสามสี่คนพูดคุยเรื่องซุบซิบเมื่อเห็นหลี่ตงเจ๋อเข้ามา ก็แค่เงยหน้าขึ้นมองแวบหนึ่ง แล้วก็ก้มหน้าเล่นของตัวเองต่อไป ไม่ได้มีความเกรงกลัวที่พนักงานทั่วไปมีต่อหัวหน้าบรรยากาศออฟฟิศแบบนี้ผมชอบแฮะ... จางหยวนชิงพึมพำหลี่ตงเจ๋อไม่ได้หยุดอยู่ตรงนั้น เขาพาจางหยวนชิงเดินไปยังบันไดเหล็ก ทันใดนั้นก็หันกลับมาแล้วพูดว่า“พวกนี้เป็นพนักงานทั่วไป คอยให้บริการพวกเราเหล่าผู้ท่องแดนวิญญาณเท่านั้น ต่อไปถ้าคุณมีอะไรต้องการในชีวิตและการทำงาน ก็สั่งพวกเธอได้เลย”ทำงานควบตำแหน่งเลขาฯ ส่วนตัวด้วยเหรอ? จางหยวนชิงพยักหน้าทั้งสองคนขึ้นมาถึงชั้นสอง เสียงจ้อกแจ้กจอแจเบาลง การจัดวางของชั้นสองเรียบง่ายกว่ามาก ด้านซ้ายทั้งหมดเป็นห้องทำงานส่วนตัวของหลี่ตงเจ๋อ ส่วนด้านขวามีโต๊ะทำงานเก้าตัววางเรียงกันส่วนใหญ่ว่างเปล่า มีคนนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานเพียงสองตัวเท่านั้นพวกเขาคือเจ้าหน้าที่สืบสวนที่มาเยี่ยมบ้านเมื่อวานนี้ พี่สาวขายาว และหนุ่มเนิร์ดสายวิทย์ที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงและสายตาเหม่อลอย“กวนหย่า ช่วยจัดการเรื่องเอกสารเข้าทำงานให้เขาหน่อย”หลี่ตงเจ๋อตะโกนเรียกแต่ไกล แล้วพูดพลางยิ้มว่า “ผมรับเพื่อนร่วมงานใหม่มาให้พวกคุณแล้ว”หนุ่มเนิร์ดสายวิทย์เงยหน้าขึ้น มองจางหยวนชิงแวบหนึ่ง พยักหน้าเล็กน้อย แล้วก็ก้มหน้าทำงานของตัวเองต่อไปส่วนสาวสวยลูกครึ่งกลับเผยรอยยิ้ม ขณะลุกขึ้นก็พูดว่า“ดูเหมือนว่าเธอจะผ่านภารกิจทดสอบได้สำเร็จสินะ เจ้าหนูที่คลั่งรักพี่สาว”เจ้าหนูที่คลั่งรักพี่สาว?! สีหน้าของจางหยวนชิงเหวอไปครู่หนึ่ง แล้วก็ได้ยินหลี่ตงเจ๋อที่อยู่ข้างๆ พูดว่า“กวนหย่าชอบล้อเล่นน่ะ เดี๋ยวก็ชิน”จากนั้นเขาก็ตักเตือนลูกน้องสาว “อย่าพูดอะไรแปลกๆ ต่อหน้านักศึกษาหนุ่มของเราสิ เขายังเป็นเด็กอยู่”เด็กหนุ่มถือโอกาสกวาดตามองพี่สาวลูกครึ่งที่เดินเข้ามา เธอสวมชุดสูทกระโปรงทำงาน ชายเสื้อเชิ้ตถูกสอดเข้าไปในกระโปรง เผยให้เห็นเอวที่เพรียวบาง ขาเรียวยาวกลมกลึงห่อหุ้มด้วยถุงน่องสีดำ ผมยาวดัดลอนสลวยไหวเบาๆ ตามจังหวะการเดินใบหน้าเรียวสวย มีความคมชัดงดงามแบบชาวตะวันตก แต่ผิวกลับขาวเนียนละเอียด“ผู้กองหลี่ ผมอยากจะปรึกษาเรื่องที่เกี่ยวกับแดนวิญญาณทดสอบครับ” จางหยวนชิงยังไม่ลืมเป้าหมายของตัวเองในวันนี้“มีปัญหาอะไรถามกวนหย่าได้เลย ผมยังมีธุระ ต้องไปจัดการก่อน” หลี่ตงเจ๋อพูดอย่างอบอุ่นน้ำเสียงเหมือนกับครูประจำชั้นที่ปฏิบัติต่อนักเรียนดีเด่นหลังจากสั่งเสียเสร็จ เขาก็รีบร้อนกลับเข้าห้องทำงานไป ตั้งใจจะรายงานข่าวที่คว้าตัวเทพท่องราตรีมาได้ให้เบื้องบนทราบ“วันนี้ผู้กองกินยาผิดขนาดรึไงนะ? เดินตัวลอยเชียว”กวนหย่าพึมพำ แล้วหันมามองจางหยวนชิง ยิ้มแล้วพูดว่า“เธอตามฉันมากรอกแบบฟอร์ม แล้วเอาบัตรประชาชนมาให้ฉันด้วย”“ไม่ได้เอาบัตรประชาชนมาครับ”“บอกเลขบัตรประชาชนมาก็ได้”เธอพาจางหยวนชิงไปนั่งที่โต๊ะทำงานว่างตัวหนึ่ง โยนแบบฟอร์มให้เขา หลังจากจดเลขบัตรประชาชนของจางหยวนชิงแล้วก็ลงไปชั้นล่างจางหยวนชิงหยิบปากกาแท่งหนึ่งจากที่ใส่ปากกา ขณะหมุนเปิดฝาปากกา ก็พิจารณาแบบฟอร์มไปด้วยแบบฟอร์มฉบับนี้แตกต่างจากแบบฟอร์มสมัครงานทั่วไป มันสอดคล้องกับหน้าต่างสถานะของผู้ท่องแดนวิญญาณนอกจากข้อมูลพื้นฐานอย่างอาชีพและเลเวลแล้ว ยังมีช่องสำหรับแดนวิญญาณภารกิจทดสอบด้วยพอดีเลย เดี๋ยวค่อยถามว่าด่านอุโมงค์เสอหลิงนี่จะผ่านไปยังไง... จางหยวนชิงกรอกข้อมูลตามความเป็นจริงเมื่อเขากรอกแบบฟอร์มเสร็จ กวนหย่าก็กลับมาพอดี ในมือถือสัญญาอยู่สองฉบับ เธอเลื่อนเก้าอี้ทำงานตัวหนึ่งมานั่งข้างๆ เขา บั้นท้ายกลมกลึงกดลงบนเบาะเก้าอี้จนยุบลงไป“ผู้กองคงจะอบรมพื้นฐานให้เธอแล้วสินะ” เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน ท่าทางนี้ยิ่งขับเน้นหน้าอกที่น่าภาคภูมิใจของเธอให้เด่นชัดยิ่งขึ้นจางหยวนชิงได้กลิ่นหอมสดชื่นจางๆ แอบชำเลืองมองในยุคที่ระดับเฉลี่ยของคนทั่วไปไม่เกินระดับ C การมีผู้แข็งแกร่งระดับ E ก็เพียงพอที่จะทำให้คนซาบซึ้งใจได้แล้ว“เอกสารเข้าทำงานของเธอเรียบร้อยแล้ว นี่คือสัญญา แล้วก็มีข้อตกลงรักษาความลับอีกฉบับ”หลังจากจางหยวนชิงเซ็นชื่อเสร็จ กวนหย่าก็หุบยิ้มที่มุมปาก แล้วพูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า“มีเรื่องสองสามอย่างที่ต้องแจ้งให้เธอทราบ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป บัตรประชาชนเดิมของเธอจะใช้ไม่ได้แล้ว องค์กรจะออกบัตรประชาชนใบใหม่ให้ ภายในสามวันก็จะได้รับ สามารถใช้ซื้อตั๋วรถไฟความเร็วสูง ตั๋วเครื่องบินได้ตามปกติ และยังได้ใช้ช่องทางพิเศษด้วย”“ส่วนซิมโทรศัพท์ใหม่ พรุ่งนี้ก็จะให้เธอได้”“ทำไมล่ะครับ?” จางหยวนชิงไม่เข้าใจการกระทำนี้“ตอนที่เธอตั้งชื่อให้ตัวเอง แดนวิญญาณน่าจะเตือนเธอแล้วว่าห้ามใช้ชื่อจริง”จางหยวนชิงพยักหน้ากวนหย่าพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม“มันมีเหตุผล... เราแบ่งอาชีพในแดนวิญญาณออกเป็นสองประเภท ประเภทแรกคืออาชีพฝ่ายรักษากฎระเบียบ ซึ่งก็คืออาชีพฝ่ายธรรมะ ประเภทที่สองคืออาชีพฝ่ายอธรรม”“ผู้ท่องแดนวิญญาณฝ่ายอธรรม นิสัยของพวกเขาไม่โหดร้ายกระหายเลือด ก็วิปริตอำมหิต และมีรสนิยมร่วมกันอยู่อย่างหนึ่ง คือการล่าผู้ท่องแดนวิญญาณฝ่ายธรรมะ ซึ่งก็คือพวกเรา การที่ผู้ท่องแดนวิญญาณเปิดเผยตัวตนในโลกแห่งความจริงเป็นเรื่องที่อันตรายมาก”คล้ายๆ กับการต่อสู้ระหว่างฝ่ายในเกมเหรอ? สีหน้าของจางหยวนชิงเคร่งขรึมขึ้นเมื่อคืนตอนตั้งชื่อแล้วถูกบอกว่าห้ามใช้ชื่อจริง เขาก็รู้สึกแปลกๆ แล้วถ้าพูดแบบนี้ หลี่ตงเจ๋อ กวนหย่า ก็ไม่ใช่ชื่อจริงสินะ?“แต่เธอไม่ต้องกังวล เราเป็นองค์กรของทางการ ในสถานการณ์ปกติ เราคือนักล่า ส่วนพวกเขาคือเหยื่อ”เมื่อเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเด็กหนุ่มหายไป กวนหย่าก็ปลอบใจ“พี่กวนหย่าต้องเป็นนักล่าที่เก่งกาจแน่ๆ” จางหยวนชิงถอนหายใจอย่างโล่งอก ถือโอกาสยิงกระสุนเคลือบน้ำตาลใส่อีกฝ่ายพูดจาเป็นเหมือนกันนี่นา... รอยยิ้มที่มุมปากของกวนหย่าลึกขึ้นอีกเล็กน้อยแล้วพูดว่า“พูดจาหวานหูดีนี่ คบแฟนมากี่คนแล้ว?”“โสดครับ!”กวนหย่าตกใจ “ถังขยะของเธอดูสะอาดมากเลยนะ ฉันยังนึกว่าเธอมีแฟนแล้วซะอีก”ถังขยะอีกแล้ว พวกผู้หญิงนี่มีความชอบพิเศษอะไรกับถังขยะรึไงนะ? จางหยวนชิงบ่นในใจเงียบๆกวนหย่าหัวเราะคิกคัก “ให้พี่สาวช่วยสั่งซื้อแฟนทางเน็ตให้ไหม”พอเลยนะ คุณผู้หญิงคนนี้ ไม่สิ เจ๊ใหญ่สายเก๋าคนนี้... จางหยวนชิงพูดอย่างไม่สบอารมณ์“ไม่ต้องหรอกครับ ผมชอบแฟนที่สมจริงมากกว่า”กวนหย่าหัวเราะจนตัวโยน “ฉันชอบเจ้าหนูอย่างเธอแล้วสิ”“อืม ไม่ล้อเล่นแล้ว มาคุยเรื่องจริงจังกันต่อ ทั้งเขตคังหยางมีทีมผู้ท่องแดนวิญญาณทั้งหมดสิบทีม เราคือทีมสอง ในทีมมีผู้ท่องแดนวิญญาณทั้งหมดห้าคน ถ้ารวมเธอก็เป็นหกคน ในบรรดาผู้ท่องแดนวิญญาณห้าคน มีแค่ฉันกับผู้กองที่สังกัดกองกำลังพยัคฆ์ขาว เธอเป็นคนที่ผู้กองรับเข้ามา พอเธอผ่านการประเมินแล้ว ก็จะเป็นคนของกองกำลังพยัคฆ์ขาวเหมือนกัน หวังว่าเธอจะจำเรื่องนี้ให้ขึ้นใจ”ฟังดูแล้ว ความบาดหมางระหว่างฝ่ายต่างๆ ในพันธมิตรห้าธาตุลึกซึ้งกว่าที่ฉันคิดไว้เสียอีก... จางหยวนชิงพูดทันทีว่า“ต่อไปนี้ผมจะขอติดตามพี่กวนหย่าแล้วกันครับ”เขาไม่ได้เอ่ยถึงหลี่ตงเจ๋อ เพราะทำแบบนี้จะทำให้พี่สาวคนสวยพอใจได้มากกว่าเป็นไปตามคาด รอยยิ้มของกวนหย่ายิ่งสดใสขึ้น พูดอย่างมีเสน่ห์ว่า“นอกจากฉันกับหวังไท่แล้ว ผู้ท่องแดนวิญญาณคนอื่นปกติจะไม่มาตอกบัตรเข้างาน เธอเป็นนักเรียน ก็ไม่ต้องมาทุกวัน ไม่ต้องเกร็งเกินไป ผู้กองเป็นคนที่ดีมาก เพียงแต่เวลาที่อารมณ์ขึ้น จะมีสำเนียงการพูดที่แปลกๆ หน่อย แล้วก็ยึดติดกับความสง่างามอย่างมาก”“ส่วนหวังไท่ อาชีพของเขาคือ ‘บัณฑิต’ เชี่ยวชาญด้านการเรียนรู้และการวิจัย เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุ๋น ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจก็ไปถามเขาได้ ตอนเรียนจบมหาวิทยาลัย สามารถขอให้เขาช่วยเขียนวิทยานิพนธ์ได้”“แต่เขาไม่ถนัดเรื่องการเข้าสังคม แล้วก็เกลียดการเข้าสังคมด้วย ปกติเธอไม่ต้องไปสนใจเขาหรอก คิดซะว่าเขาเป็นแค่เครื่องมือก็พอ”“ส่วนฉันน่ะเหรอ” เธอยิ้มแล้วพูดว่า “ฉันชอบยุ่งเกี่ยวกับเด็กหนุ่มที่พลังงานล้นเหลือเป็นพิเศษ”จางหยวนชิงแยกไม่ออกชั่วขณะว่าเธอพูดจริงหรือแค่ล้อเล่นเขาติดป้ายให้กับคนในทีมอย่างรวดเร็วตามความเข้าใจของตัวเองผู้กองที่ใส่ใจความสง่างามและพูดจาสำเนียงแปลกๆ เป็นครั้งคราว หนุ่มเนิร์ดสายวิทย์ที่กลัวการเข้าสังคม และเจ๊ใหญ่สายเก๋า“จริงสิ เธอราศีอะไร?” กวนหย่าถาม“ราศีพิจิก!” จางหยวนชิงไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงถามเรื่องนี้ แต่ก็ตอบตามความจริงกวนหย่ามองเขาด้วยสายตาแปลกๆ “เธอไม่มีแฟนจริงๆ เหรอ?”นี่มันเกี่ยวอะไรกับราศีด้วย... จางหยวนชิงมองอย่างงุนงงกวนหย่าทำหน้าไม่เชื่อ แต่ก็ไม่ได้จมอยู่กับหัวข้อนี้ เธอหยิบแบบฟอร์มที่จางหยวนชิงกรอกเสร็จแล้วขึ้นมาดู“เทพบรรพกาล... อายุ 21... เหอะ ไอดีมีบารมีขนาดนี้เลยเหรอ ไม่กลัวออกจากบ้านแล้วโดนกระทืบหรือไง... เทพท่องราตรี...”ใบหน้าสวยหวานของกวนหย่าชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด หลุดปากออกมาว่า “เธอคือเทพท่องราตรีเหรอ?!”จางหยวนชิงเพลิดเพลินกับสีหน้าของเธอมาก“มิน่าล่ะผู้กองถึงเดินตัวลอย...” กวนหย่าพึมพำ จากนั้นก็ทำหน้าดีใจ “ต่อไปนี้ในทีมเราก็มีเทพท่องราตรีแล้วนะ ห้ามหนีตามสาวๆ จากองค์กรอื่นไปล่ะ”จางหยวนชิงสังเกตเห็นว่าหวังไท่ที่อยู่ไม่ไกลก็เงยหน้าขึ้นมองมาทางนี้เช่นกัน“เทพบรรพกาล อืม ต่อไปนี้ฉันจะเรียกเธอว่าหยวนสื่อแล้วกัน” กวนหย่าพูดอย่างดีใจแล้วมองลงไปข้างล่าง พอเห็นเลเวลศูนย์ก็ชะงักไปครู่หนึ่ง กำลังจะถาม ก็เหลือบไปเห็นบรรทัดถัดไปที่เขียนว่า ภารกิจทดสอบอุโมงค์เสอหลิง!สมองของกวนหย่า “หึ่ง” ขึ้นมาทันที ริมฝีปากอ้าค้างเล็กน้อย สีหน้าแข็งทื่อ ตะลึงงันอยู่ตรงนั้นครู่ต่อมา เธอมองเขาด้วยสายตาที่ซับซ้อนอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ “แดนวิญญาณทดสอบของเธอคืออุโมงค์เสอหลิงเหรอ?”เมื่อเห็นสีหน้าของเธอแบบนี้ ใจของจางหยวนชิงก็กระตุกวูบ “ผมกำลังจะปรึกษาเรื่องภารกิจทดสอบอยู่พอดี ในเมื่อเป็นด่าน ก็ต้องมีบทสรุปใช่ไหมครับ”พูดจบ เขาก็เห็นหนุ่มเนิร์ดสายวิทย์ที่ได้ชื่อว่าไม่สนใจเรื่องใดๆ เงยหน้าขึ้นมองมาอีกครั้ง และครั้งนี้ ในดวงตาของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความเห็นใจและสงสาร“เธอ เธอรอแป๊บนึง...” กวนหย่าเดินออกจากพื้นที่ทำงานด้วยสีหน้าย่ำแย่ ตรงไปยังห้องทำงานของหลี่ตงเจ๋อสายตาเหมือนมองคนตายเมื่อกี้นี้มันอะไรกัน? จางหยวนชิงรู้สึกหวั่นใจเล็กน้อยขณะนั้น หวังไท่ที่โต๊ะข้างๆ ก็พูดขึ้นเบาๆ ว่า“มีบทสรุปก็จริง แต่ว่าอุโมงค์เสอหลิงมันต่างออกไปหน่อย เธอดูเองแล้วกัน...”เขายื่นโน้ตบุ๊กเครื่องหนึ่งมาให้จางหยวนชิงรับคอมพิวเตอร์มาด้วยความสงสัยครึ่งหนึ่งและงุนงงครึ่งหนึ่ง บนหน้าจอเป็นเอกสารที่เปิดค้างไว้สรุปแดนวิญญาณทดสอบเทพท่องราตรีแห่งซงไห่:【อันตรายในหมู่บ้านมาจากผีแขวนคอและสุสานร้างนอกหมู่บ้าน เมื่อเผชิญหน้ากับการเอาชีวิตของผีแขวนคอ ผู้ท่องแดนวิญญาณต้องทำท่ายืนกลับหัว จึงจะรอดพ้นจากอันตรายได้ แต่ผู้ที่มีพละกำลังอ่อนแอก็ได้แต่ภาวนาให้โชคดีเท่านั้น】【วิญญาณแค้นในสุสานร้างจะรวมตัวกันเข้าหมู่บ้านตอนเที่ยงคืน ผู้ท่องแดนวิญญาณต้องรีบไปที่ร้านขายของชำเพื่อหาธูปเทียน การจุดธูปเทียนจะช่วยให้รอดพ้นจากการถูกฝูงผีรุมทึ้งได้】.........【อ่างเก็บน้ำหลินกั่ง ระดับ B เงื่อนไขภารกิจ: ข้ามอ่างเก็บน้ำ】【ระหว่างทางข้ามอ่างเก็บน้ำ จะมีผีพรายน้ำพยายามดึงคุณลงไปใต้น้ำ อย่าขัดขืนเด็ดขาด หลังจากดำน้ำกลั้นหายใจสองนาที ผีพรายน้ำจะจากไปเอง】..........【เจ้าสาวผีเป็นสาวงามสะคราญ เธอจะปฏิบัติต่อเจ้าบ่าวทุกคนอย่างป่าเถื่อน เธอจะไม่ทำร้ายเจ้าบ่าวของตัวเอง ตราบใดที่คุณสามารถสนองความต้องการของเธอได้ แต่ในทางทฤษฎีแล้ว ไม่มีผู้ชายคนไหนสามารถสู้รบได้จนถึงรุ่งสาง นี่เป็นแดนวิญญาณที่แทบจะตายแน่นอน ปัจจุบันมีผู้กล้าเพียงคนเดียวที่รอดชีวิตมาได้สำเร็จ แต่หลังจากนั้นก็เกิดความรังเกียจผู้หญิงอย่างรุนแรง】........【สวนสนุกเซียงสุ่ย ระดับ B เงื่อนไขภารกิจ........】จางหยวนชิงยิ่งอ่านก็ยิ่งรู้สึกแปลกๆ ยิ่งอ่านก็ยิ่งสงสัยง่ายเกินไปแล้ว?ภารกิจทดสอบพวกนี้ง่ายเกินไปแล้ว นอกจากเจ้าสาวผีที่ต้องใช้ไตเหล็กแล้ว แดนวิญญาณทดสอบอื่นๆ ล้วนมีอัตราการรอดชีวิตที่สูงมากและเมื่ออ่านดูทั้งหมดแล้ว ระดับความยากสูงสุดคือระดับ A แต่ภารกิจทดสอบของเขาคืออุโมงค์เสอหลิงระดับ Sเขาเลื่อนลงไปดูต่อ ในที่สุดก็เห็นอุโมงค์เสอหลิง【อุโมงค์เสอหลิง, ระดับความยาก: ไม่ทราบ, เงื่อนไขภารกิจ: ไม่ทราบ】【เหตุการณ์แรกเริ่มคือระหว่างการก่อสร้างอุโมงค์ ทีมก่อสร้างได้หลงเข้าไปในแดนวิญญาณโดยไม่ได้ตั้งใจ มีทั้งหมดสิบสองคนเข้าไปในแดนวิญญาณ มีเพียงคนเดียวที่รอดชีวิตมาได้ แต่ได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง สภาพจิตใจผิดปกติ หลังจากนั้น 36 ชั่วโมง ก็เข้าไปในแดนวิญญาณอีกครั้ง และเสียชีวิตในนั้น】【ข้อควรระวัง: ฉากแดนวิญญาณนี้อันตรายอย่างยิ่ง ปัจจุบันยังไม่พบตัวอย่างผู้ที่ผ่านอุโมงค์เสอหลิงได้สำเร็จ】ประโยคสุดท้ายนี้ถูกทำเครื่องหมายเป็นสีแดงสดจางหยวนชิงหน้าเหวอไปเลย......