วันนี้คือวันที่ตระกูลจ้าวจะมา 'ซื้อ' ที่ดินนาของบ้านท่านผู้เฒ่าชุย
ชาวบ้านต่างรู้สึกเคียดแค้นอยู่ในใจ ทว่าก็ไร้กำลังจะขัดขวาง
ส่วนท่านผู้เฒ่าชุยนั้นยืนรออยู่ที่แปลงนาโดยมีลูกสะใภ้ทั้งสองคอยประคอง พร้อมกับพาเซี่ยนเกอและอวี้เกอมาด้วย
คนทั้งครอบครัวมีสีหน้าเคร่งเครียด
ชาวบ้านคนอื่นๆ คิดว่าพวกเขากำลังทุกข์ใจ จึงพากันเข้ามาปลอบโยน
ทว่าหารู้ไม่ สิ่งที่ตระกูลชุยกังวลก็คือ หลังจากนี้จะสามารถโค่นล้มจ้าวจื้อผู้นั้นได้อย่างราบคาบหรือไม่ต่างหาก!
ในขณะที่ท่านผู้เฒ่าชุยกำลังรู้สึกกระวนกระวายใจอยู่นั้น
นางก็สัมผัสได้ว่าเซี่ยนเกอยื่นมือมาจับมือนางเอาไว้
ย่าหลานสบตากัน แววตาของชุยเซี่ยนเต็มไปด้วยความหนักแน่น
สิ่งนี้ทำให้ท่านผู้เฒ่าชุยรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาก
เวลานั้นเอง
มีชาวบ้านคนหนึ่งกัดฟันพูดขึ้นว่า "ตระกูลจ้าวมาแล้ว!"
จากนั้นก็เห็นรถม้าหรูหราคันหนึ่ง พร้อบกับบ่าวรับใช้หน้าตาเหี้ยมเกรียมอีกหลายสิบคน มุ่งหน้ามาอย่างเอิกเกริกและโอหัง
แม้กระทั่งมาถึงบริเวณแปลงนาแล้ว ก็ยังคงพุ่งชนดะไปทั่วโดยไม่คิดจะรั้งสายบังเหียนม้าเลยแม้แต่น้อย
ทำให้ชาวบ้านนับไม่ถ้วนต้องหลบหลีกด้วยความหวาดกลัว
ชุยเซี่ยนมองดูฉากนี้ด้วยสายตาเย็นชา
หลังจากรถม้าหยุดลง จ้าวเย่าจู่ก็มุดออกมาจากรถเป็นคนแรก นัยน์ตาเป็นประกาย "ที่ดินผืนนี้ใช่ไหม? เร็วเข้า รีบเอาวันเดือนปีเกิดของข้าฝังลงไปเร็ว!"
หลังจากพูดจบ
จ้าวเย่าจู่ถึงเพิ่งสังเกตเห็นชุยเซี่ยน
เขาพูดด้วยท่าทีลำพองใจในทันที "โอ๊ะ ได้เจอกันอีกแล้วนะ วันนั้นเจ้าอวดดีนักไม่ใช่หรือ ข้าอยากจะรู้ว่าวันนี้เจ้ายังจะหัวเราะออกอยู่อีกไหม! ท่านปู่ รีบไล่ครอบครัวตัวซวยนี้ไปเร็วเข้าขอรับ อย่าปล่อยให้พวกมันมาทำลายที่ดินฮวงจุ้ยของข้า!"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ชาวบ้านต่างก็มีสีหน้าโกรธแค้น
ตระกูลจ้าว กำเริบเสิบสานเกินไปแล้ว!
จ้าวจื้อผู้นั้นเดินตามออกจากรถม้าติดๆ กวาดสายตามองตระกูลชุยราวกับมองดูมดปลวก
เขาเป็นรองนายอำเภอมาหลายปี มีอำนาจบาตรใหญ่ล้นฟ้า ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายความน่าเกรงขามของขุนนาง
ชาวบ้านตกใจจนหน้าซีดเผือด ไม่กล้าสบตากับเขา
สายตาของจ้าวจื้อกวาดมองไปรอบหนึ่ง ก่อนจะหยุดลงที่ชุยเซี่ยนและเอ่ยถาม "เจ้าก็คือชุยเซี่ยนงั้นรึ?"
ชุยเซี่ยนไม่หวั่นเกรงแม้แต่น้อย เขาสบตากลับอย่างเย็นชา "เป็นข้า แล้วจะทำไม?"
จ้าวจื้อค่อนข้างประหลาดใจ จากนั้นก็แค่นหัวเราะเยาะ "ใจกล้าดีนี่ วันหน้าไม่แน่อาจจะได้เป็นบุคคลสำคัญจริงๆ ก็ได้ น่าเสียดาย ที่พวกเจ้าไม่มีวันหน้าแล้ว"
"เซ็นสัญญาซื้อขายที่ดินฉบับนี้ซะ แล้วครอบครัวพวกเจ้า ก็จงไปบุกเบิกที่ดินป่าที่ลานเกณฑ์แรงงานเสียเถอะ"
อะไรนะ?
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ชาวบ้านรอบๆ ก็ส่งเสียงฮือฮากันยกใหญ่
ผู้ใหญ่บ้านพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ใต้เท้ารองนายอำเภอ ท่านไม่ได้บอกว่า ขอเพียงตระกูลชุยยอมขายที่ดิน ก็จะปล่อยพวกเขากระนั้นหรือขอรับ?"
จ้าวจื้อได้ยินดังนั้นสีหน้าก็ตึงเครียดขึ้นมาทันที ตวาดลั่น "บังอาจ! ขุนนางอย่างข้าไปพูดคำแบบนั้นตั้งแต่เมื่อใด? ตระกูลชุยขายที่ดินด้วยความสมัครใจ ส่วนการไปบุกเบิกที่ดินที่ลานเกณฑ์แรงงาน ก็เป็นไปตามกฎระเบียบปกติของที่ว่าการอำเภอ"
"เจ้ากล้าใส่ร้ายป้ายสีความบริสุทธิ์ของขุนนางอย่างข้าเชียวรึ?"
ผู้ใหญ่บ้านถูกคำพูดที่แฝงไปด้วยการข่มขู่นี้ทำให้หวาดกลัวจนแข้งขาอ่อนทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้น ตัวสั่นเทาไม่กล้าพูดอะไรอีกแม้แต่ครึ่งคำ
คนตระกูลชุยยิ่งโกรธจนหน้าเขียวคล้ำ
ท่านผู้เฒ่าชุยตัวสั่นเทา พูดด้วยความโกรธแค้น "ท่านออกเงินหนึ่งอีแปะ ก็จะมาซื้อที่ดินสามสิบหมู่ของบ้านข้า แถมยังบอกว่าบ้านข้ายินยอมพร้อมใจอีก? ในใต้หล้านี้ มีการยินยอมเช่นนี้ด้วยหรือ?"
เผชิญกับคำถามของท่านผู้เฒ่าชุย จ้าวจื้อเพียงแค่นหัวเราะเย็นชา ไม่สะทกสะท้านที่จะตอบกลับ
ขุนนางระดับรองนายอำเภออย่างเขา ไฉนต้องไปเปลืองน้ำลายกับหญิงชราบ้านป่าเมืองเถื่อนด้วย
ด้านหลังของจ้าวจื้อ
ลูกน้องคนหนึ่งทำท่าทางยกมือขึ้น "เด็กๆ จับตัวคนตระกูลชุยไว้ ถอดชื่อออกจากทะเบียนราษฎร แล้วส่งไปที่ลานเกณฑ์แรงงาน!"
ดังคำกล่าวที่ว่า ถอนรากถอนโคน
จ้าวจื้อย่อมเข้าใจหลักการนี้ดี
คนตระกูลชุยเผยแววตาตื่นตระหนกและร้อนรน
เมื่อเห็นว่าบ่าวรับใช้ของตระกูลจ้าวกลุ่มนี้กำลังจะลงมือ ชุยเซี่ยนก็รีบตั้งสติอย่างรวดเร็ว เขามองตรงไปยังจ้าวเย่าจู่ จากนั้นก็แสร้งทำเป็นรีบร้อนหันกลับไปมองที่ดินนาของตัวเอง
โชคดีนัก!
เขากลัวว่าจ้าวจื้อจะไม่พูดพร่ำทำเพลง แล้วลงมือขั้นเด็ดขาดในทันที จึงได้เตรียมแผนถ่วงเวลาเอาไว้
และก็เป็นดังคาด จ้าวเย่าจู่เห็นท่าทางของชุยเซี่ยน จึงร้องตะโกนเสียงดัง "ท่านปู่ช้าก่อน! ชุยเซี่ยน วันเดือนปีเกิดของเจ้า ตกลงว่าฝังไว้ที่ไหนกันแน่? รีบไปขุดมันขึ้นมาเดี๋ยวนี้!"
ชุยเซี่ยนถาม "ถ้าข้าบอกเจ้า เจ้าจะปล่อยบ้านข้าไปไหม?"
จ้าวเย่าจู่กลอกตา "แน่นอนสิ!"
ดังนั้น ชุยเซี่ยนจึงพูดขึ้น "ตกลง ข้าจะพาเจ้าไปหา"
เมื่อบ่าวรับใช้ตระกูลจ้าวเห็นเช่นนั้น จึงไม่ได้เข้าไปจับกุมคนในทันที
จ้าวจื้อยืนมองอยู่ด้านข้าง ไม่ได้พูดเห็นด้วยหรือคัดค้าน
ส่วนจ้าวเย่าจู่นั้น กระโดดลงจากรถม้าด้วยตัวเอง โดยมีบ่าวรับใช้สองคนคอยติดตาม เดินตามชุยเซี่ยนไปหาวันเดือนปีเกิดที่ฝังอยู่ในดิน
แต่ชุยเซี่ยนหาอยู่นาน มองตรงนั้นที ดูตรงนี้ที ก็ยังหาไม่เจอเสียที
จ้าวเย่าจู่ถามอย่างร้อนใจ "ตกลงว่าอยู่ที่ไหนกันแน่?"
ชุยเซี่ยนตอบอย่างไม่รีบร้อน "ที่ดินผืนใหญ่ขนาดนี้ จะหาเจอได้ง่ายๆ ได้อย่างไร? ตอนนั้นที่ข้าฝังวันเดือนปีเกิดลงไป มันมีควันสีครามลอยขึ้นมาด้วยนะ!"
พอจ้าวเย่าจู่ได้ยิน สีหน้าก็ยิ่งร้อนรน "แล้วจะรออะไรอยู่อีกล่ะ เจ้ารีบหาเข้าสิ!"
ด้านนอกแปลงนา
จ้าวจื้อรออยู่นาน ก็ยังไม่เห็นชุยเซี่ยนกับหลานชายคนเล็กกลับมา เขาหรี่ตามองไปทางนั้นครู่หนึ่ง จู่ๆ คิ้วก็กระตุก
ทำไมเขาถึงรู้สึกว่า ไอ้เด็กตระกูลชุยคนนั้น กำลังพาหลานชายของเขาเดินวนไปวนมาอย่างจงใจกันนะ
ถ่วงเวลาหรือ?
จ้าวจื้อไม่เชื่อว่าตระกูลชุยจะก่อคลื่นลมอะไรได้
แต่เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาแทรกซ้อน รีบจัดการเรื่องนี้ให้จบๆ ไปเสียจะดีกว่า
ดังนั้น
ภายใต้สายตาหวาดผวาของชาวบ้านนับไม่ถ้วน
จ้าวจื้อสะบัดแขนเสื้อ พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา "จับกุมคนตระกูลชุย บังคับให้พวกมันรีบเซ็นสัญญาซื้อขาย แล้วส่งพวกมันไปในที่ที่ควรไปซะ"
"ขอรับ!"
สิ้นเสียงของเขา บ่าวรับใช้หน้าตาเหี้ยมเกรียมของตระกูลจ้าวหลายสิบคนก็ขานรับเสียงดัง เตรียมจะจับกุมคนตระกูลชุยก่อน
เฉินซื่อและหลินซื่อรีบปกป้องชุยอวี้และท่านผู้เฒ่าชุยไว้ด้านหลังด้วยความหวาดกลัว
ชาวบ้านหมู่บ้านเหอซีถึงกับตกใจจนต้องหลับตาลง
ในแปลงนา
ชุยเซี่ยนคล้ายสัมผัสได้ถึงบางอย่าง เขาเงยหน้าขึ้นอย่างฉับพลัน
และก็เป็นในเวลานี้เอง
ครืน ครืน ครืน!
เสียงกีบเท้าม้าดังกึกก้องกังวาน
รถม้าสิบกว่าคันแล่นตะบึงมาจากแดนไกลอย่างเอิกเกริก
บนรถม้าคันหน้าสุด เผยเจียนนั่งอยู่ตรงตำแหน่งหน้าสุด สีหน้าเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ตะโกนลั่นด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด "ไอ้แซ่จ้าว ถ้าแกกล้าแตะต้องน้องชายข้า บิดาผู้นี้ไม่ปล่อยแกไว้แน่!"
ที่แท้ เพื่อป้องกันไม่ให้มาถึงล่าช้าเกินไป
พวกเผยเจียนทั้งสี่คนจึงออกเงิน จ้างรถม้าสิบกว่าคัน พานักเรียนนับร้อยคนนั่งรถม้ามา
โชคดีที่มาทันเวลา!
รถม้าทยอยจอดลงที่คันนา ปลุกฝุ่นตลบอบอวล
จากนั้น
เผยเจียนก็พุ่งตัวลงมาเป็นคนแรก
เกาฉีรีบพูดตามมาติดๆ "พี่น้องทั้งหลาย แผนการเปลี่ยนแปลง! ผู้แต่ง 'เจ็ดจอมยุทธ์แมวรุ้งกระต่ายคราม' กำลังถูกรังแกแล้ว!"
หลี่เฮ่ออวี้ "คนกลุ่มนี้ที่อยู่ตรงหน้า ก็คือคนเลวอย่างพยัคฆ์ใจดำ พวกมันมาเพื่อแย่งชิงที่ดินนาของบ้านชุยเซี่ยน! ดังนั้นชุยเซี่ยนถึงได้อยากร้องขอให้พวกเรามาช่วยถอนต้นกล้า เพื่อเก็บเกี่ยวเสบียงล่วงหน้า"
จวงจิ่นชูแขนตะโกนลั่น "แต่แค่ถอนต้นกล้ายังไม่พอ! พวกเราต้องช่วยปกป้องชุยเซี่ยน เรียนรู้จากจอมยุทธ์น้อยแมวรุ้ง ต่อต้านอำนาจชั่วร้าย! ข้าขอรับรองว่าพอกลับไป พี่น้องที่เข้าร่วมเรื่องนี้ในวันนี้ จะได้รับตุ๊กตาดินเผาแมวรุ้งคนละหนึ่งตัว"
สวรรค์!
ตุ๊กตาดินเผาแมวรุ้ง!
และพวกเราในตอนนี้ ก็กำลังจะจำแลงกายเป็นจอมยุทธ์น้อยแมวรุ้งผู้ผดุงความยุติธรรม!
กลุ่มเด็กหนุ่มตื่นเต้นจนหน้าแดงก่ำ พากันกระโดดลงจากรถ แล้ววิ่งกรูกันไปที่แปลงนาของบ้านชุยเซี่ยน
"พี่ชุยเซี่ยน ข้ามาปกป้องท่านแล้ว!"
"น่าเจ็บใจนัก คนเลวพวกนี้เป็นใครกัน? ถึงได้กล้ากำเริบเสิบสานเช่นนี้!"
"คอยดูเถอะ พอกลับไปข้าจะไปฟ้องท่านพ่อ!"
จ้าวจื้อถึงกับอึ้งไป
บ่าวรับใช้ตระกูลจ้าวก็อึ้งไปเช่นกัน
ชาวบ้านหมู่บ้านเหอซีมองดูด้วยความตกตะลึงตาค้าง
ส่วนพวกท่านผู้เฒ่าชุย ก็ตกตะลึงจนตาค้างเช่นเดียวกัน
แม้วันนี้จะรู้ว่าเซี่ยนเกอจะต้องไปตามกำลังเสริมมาแน่ๆ แต่ทัพเสริมกลุ่มนี้... จะไม่เด็กเกินไปหน่อยหรือ?
ภาพที่เห็นคือกลุ่มนักเรียนตัวน้อยในชุดบัณฑิต กำลังพุ่งทะยานไปยังแปลงนาของตระกูลชุยอย่างไม่คิดชีวิต
จ้าวเย่าจู่ที่เมื่อครู่ยังทำท่าทางหยิ่งผยอง บัดนี้ตกใจจนฉี่ราด รีบเผ่นหนีโดยมีบ่าวรับใช้คอยคุ้มกัน
พวกเผยเจียนจ้องมองเขาด้วยความโกรธแค้น
แต่ยามนี้ไม่มีเวลาไปสนใจจ้าวเย่าจู่ ทุกคนมาถึงแปลงนาแล้วล้อมกรอบชุยเซี่ยนเอาไว้ตรงกลาง
เผยเจียนหันมองชุยเซี่ยน เอ่ยถามด้วยความร้อนรน "เป็นอย่างไรบ้างน้องเซี่ยน ไม่เป็นไรใช่ไหม?"
ดูออกว่าเขาตึงเครียดจริงๆ ทั้งหอบหายใจ ทั้งมีเหงื่อผุดขึ้นเต็มหน้าผาก
พวกจวงจิ่นทั้งสามคนก็มีสีหน้าหวาดหวั่นไม่แพ้กัน
ส่วนกลุ่มนักเรียนตัวน้อยที่รีบตามมา ต่างก็มีสีหน้าทั้งโกรธแค้นและอยากรู้อยากเห็น พวกเขามองสำรวจผู้แต่งเรื่อง 'แมวรุ้ง' และกวี 'บทสรรเสริญห่าน' ที่ชื่อเสียงโด่งดังทะลุฟ้าในช่วงนี้
"ท่านก็คือพี่ชุยเซี่ยนหรือ?"
"เก่งกาจยิ่งนัก!"
"คนเลวพวกนั้นที่อยู่ข้างนอก มาเพื่อรังแกท่านหรือ?"
"พี่ชุยเซี่ยน ท่านคิดจริงๆ หรือว่า การถอนต้นกล้าจะทำให้เสบียงสุกเร็วขึ้น?"
เมื่อเผชิญกับคำถามเซ็งแซ่ของเหล่านักเรียนตัวน้อย
ชุยเซี่ยนก็รู้สึกอบอุ่นใจเป็นอย่างมาก
เขาส่ายหน้าให้พวกเผยเจียน เป็นเชิงบอกว่าตนเองไม่เป็นอะไร กำลังจะเอ่ยปากพูด ก็เหลือบไปเห็นฝูงชนจำนวนมากกำลังมุ่งหน้ามาอย่างเอิกเกริกอีกครั้งจากแดนไกล
มองเห็นเกี้ยวขุนนางของท่านนายอำเภออยู่ลางๆ
สถานการณ์เข้าข้างแล้ว!
ชุยเซี่ยนถอนหายใจด้วยความโล่งอก จากนั้นก็หัวเราะเสียงดัง "สวัสดีพี่น้องและสหายร่วมเรียนทุกท่าน ข้าก็คือชุยเซี่ยน! ขอบคุณทุกท่านที่มาช่วยเหลือในวันนี้ หลังจากเรื่องนี้จบลง เมื่อกลับไปที่เมืองหนานหยาง ข้าจะเป็นเจ้ามือเลี้ยงอาหารทุกคนเอง!"
"แต่ว่า คนเลวยังไม่ถูกไล่ตะเพิดไป! พวกเรายังต้องเปิดฉากการต่อสู้เหมือนอย่างจอมยุทธ์น้อยแมวรุ้ง!"
"ข้าขอรับรองกับทุกท่าน วันนี้ทุกคนไม่เพียงแต่จะได้รับตุ๊กตาดินเผา แต่ยังจะได้สัมผัสกับความสุขสำราญใจในการกำจัดคนชั่วผดุงความยุติธรรมเยี่ยงจอมยุทธ์น้อยอีกด้วย!"
"ไม่เพียงเท่านั้น พี่น้องทุกคนที่เข้าร่วมเรื่องนี้ในวันนี้ จะต้องกลายเป็นเรื่องราวที่ถูกเล่าขานสืบไปอย่างแน่นอน พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ของพวกท่าน หรือแม้แต่ชาวบ้านนับหมื่นนับพัน ล้วนจะปรบมือโห่ร้องชื่นชมพวกท่าน"
"เหล่าจอมยุทธ์น้อยแมวรุ้งทั้งหลาย พวกท่านยินดีหรือไม่?"
ว้าว!
คำพูดเหล่านี้ ทำให้กลุ่มเด็กหนุ่มเลือดลมสูบฉีดพลุ่งพล่าน นัยน์ตาเป็นประกาย
หนึ่งในนั้นอดใจไม่ไหว พูดด้วยความตื่นเต้น "พี่ชุยเซี่ยน ท่านบอกมาเลย พวกเราต้องทำอย่างไร!"
ชุยเซี่ยนหัวเราะ "ย่อมต้องเป็นการถอนต้นกล้า! แต่ทุกท่านโปรดระวัง แสร้งทำเป็นถอนต้นกล้าก็พอ อย่าถอนจริงๆ ล่ะ บ้านข้ายังต้องกินต้องใช้อยู่นะ"
เอ๋?
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เหล่านักเรียนต่างก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก แต่ก็ยอมทำตามด้วยความสงสัย
บริเวณคันนา
กลุ่มผู้ใหญ่กำลังยืนอึ้งกับการมาถึงของกลุ่มเด็กหนุ่มพวกนี้ ยังไม่ทันตั้งตัว
ก็เห็นว่ามีรถม้าและผู้คนอีกจำนวนมาก กำลังแห่กันมาที่หมู่บ้านเหอซีเป็นขบวน
ทุกคนมองจนอ้าปากค้าง แม่เจ้าโว้ย นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย?
มองจากที่ไกลๆ มีแต่คนเต็มไปหมด!
บ่าวรับใช้ตระกูลจ้าวคนหนึ่งตาไว หรี่ตามองอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าก็เปลี่ยนไป "คือนายอำเภอเยี่ย เขามาได้อย่างไร?"
จ้าวจื้อได้ยินดังนั้นสีหน้าก็เย็นเยียบลง
ไอ้เด็กตระกูลชุยจงใจถ่วงเวลา ก็เพื่อรอนายอำเภอเยี่ยหวยเฟิงสินะ!
รู้อย่างนี้ ช่างเถอะ พูดไปก็ไร้ประโยชน์ ต่อให้เยี่ยหวยเฟิงมาแล้วจะทำไม?
คนอย่างจ้าวจื้อ มีสิ่งใดต้องกลัว!
เยี่ยหวยเฟิงนั่งเกี้ยวมาถึงด้านนอกแปลงนาหมู่บ้านเหอซี มองเห็นกลุ่มเด็กน้อยในชุดบัณฑิตกำลังก้มหน้าก้มตา 'ถอนต้นกล้า' อยู่ในแปลงนาแต่ไกล ก็ตกใจจนหน้าซีดเผือดในทันที
ชาวบ้านที่รีบตามหลังนายอำเภอเยี่ยมาต่างก็วิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่
เหล่านักศึกษาของสถานศึกษาอำเภอ ก็มีสีหน้าเขียวคล้ำเช่นกัน หากไม่ใช่เพราะท่านนายอำเภออยู่ที่นี่ พวกเขาคงแทบอยากจะพุ่งเข้าไปซ้อมลูกทรพีของตัวเองให้หลาบจำไปตั้งนานแล้ว
ส่วนอาจารย์อู๋ที่ตามขบวนใหญ่มา ก็ยิ่งกำหมัดแน่น
ไอ้พวกเด็กบ้าบิ่นพวกนี้ ถึงกับก่อเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ แล้วจะลงเอยอย่างไรล่ะเนี่ย!
ในขณะที่ชาวบ้านหมู่บ้านเหอซีกำลังเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
คนตระกูลชุยก็คลายความกังวลลงไปได้มาก
กำลังเสริมมาแล้ว!
ภายใต้สายตาของทุกคน ท่านผู้เฒ่าชุยก็ส่งเสียงร้องไห้คร่ำครวญออกมาดังลั่นในทันที
จากนั้นก็วิ่งโซเซไปทางเกี้ยวขุนนางของท่านนายอำเภอ วิ่งไปพลางปาดน้ำตาไปพลาง "ใต้เท้าผู้ผดุงความยุติธรรม โปรดให้ความเป็นธรรมแก่หญิงชาวบ้านอย่างข้าด้วยเถิดเจ้าค่ะ! กลางวันแสกๆ เช่นนี้ ตระกูลจ้าวถึงกับจะมาปล้นชิง... เอ๊ะ??"
"ต้าชวน?"
ท่านผู้เฒ่าชุยเสียใจจริงๆ นะ
แม้วันนี้จะเป็นการวางแผนจัดการตระกูลจ้าว แต่ถูกรังแกถึงขั้นนี้ จะไม่ให้อัดอั้นตันใจได้อย่างไร! จะไม่ให้ทุกข์ใจได้อย่างไร!
นางร้องไห้ไปพลาง วิ่งไปใกล้เกี้ยวของท่านนายอำเภอไปพลาง เตรียมจะคุกเข่าโขกศีรษะ
ผลปรากฏว่า พอได้เห็น 'ใต้เท้าผู้ผดุงความยุติธรรม' ที่ลงมาจากเกี้ยว ท่านผู้เฒ่าชุยก็ถึงกับอึ้งไป
นี่มันต้าชวนไม่ใช่หรือ?
เพราะตกตะลึงเกินไป ชั่วขณะหนึ่งน้ำตาของนางถึงกับหดกลับไปจนหมดสิ้น
เยี่ยหวยเฟิงได้ยินเสียงเรียก 'ต้าชวน' นี้แล้ว ก็รู้สึกอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี เขาฝืนข่มความอับอายเอาไว้ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "เจ้ามีความคับแค้นใจอันใด? ก้าวเข้ามากล่าวร้องทุกข์เถิด"