บนท้องถนน
บรรดาคุณชายสี่คนซึ่งนำโดยเผยเจียนและเกาฉี พาเหล่านักเรียนตัวน้อยในชุดหลานซานนับสิบคนเดินจับกลุ่มผ่านไป
ภาพเช่นนี้ย่อมดึงดูดสายตาของผู้คนบนท้องถนนนับไม่ถ้วนให้หันมามอง
จะเห็นได้ว่ากลุ่มเด็กนักเรียนที่โตพอรู้ความเหล่านั้นเดินไปพลาง ปรึกษาหารือเรื่อง ‘ทำเรื่องใหญ่’ กันอย่างเป็นจริงเป็นจังไปพลาง
"เดี๋ยวพอถึงหมู่บ้านเหอซี พวกเราเห็นพืชผลเมื่อไหร่ ก็ลงมือดึงมันขึ้นมาแรงๆ เลยนะ"
"แต่ห้ามถอนออกมาจนหมดนะ พืชผลจะตายเอา"
"ใช่ๆ ดึงขึ้นมาแค่ครึ่งหนึ่งก็พอ วันนี้ดึงเสร็จ อีกสองวันพืชผลก็สุกงอมแล้ว"
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ผู้สัญจรไปมาหลายคนแทบไม่เชื่อหูตัวเอง
ให้ตายเถอะ ‘ท่านอาจารย์น้อย’ กลุ่มนี้อ่านหนังสือจนเพี้ยนไปแล้วหรือเปล่า!
หากปล่อยให้พวกเขาทำเช่นนี้จริงๆ พืชผลในนาคงได้บรรลัยกันพอดี
ชายชราคนหนึ่งรีบเข้ามาตักเตือน "ไอ้หนูเอ๊ย อย่าได้ทำอะไรเหลวไหลเชียว พืชผลมันงอกงามอยู่ในดินดีๆ พวกเอ็งไปดึงมัน จะทำให้มันตายคาดินเอานะ!"
เมื่อเผยเจียนได้ยินดังนั้นก็ก้าวออกมาทันทีแล้วพูดเสียงดัง "ตาเฒ่า ท่านไม่เคยเรียนหนังสือ ท่านไม่รู้วิธีปลูกพืชผลหรอก"
"ท่านรู้จักชุยเซี่ยน เด็กอัจฉริยะวัยแปดขวบที่เขียนนิทานเรื่อง ‘เจ็ดจอมยุทธ์แมวรุ้ง’ กับแต่งกวี ‘บทสรรเสริญห่าน’ ไหม? เขาเป็นเพื่อนร่วมชั้นของพวกเรา"
"เขาบรรลุคัมภีร์ปราชญ์แล้ว บอกว่าการดึงต้นกล้าจะทำให้พืชผลสุกงอมเร็วขึ้น!"
เกาฉี หลี่เฮ่ออวี้ และจวงจิ่นทั้งสามคนรีบเออออห่อหมก ช่วยกันโหมกระแส
กลุ่มเด็กหนุ่มยิ่งได้ใจ ถึงกับหัวเราะคิกคักเยาะเย้ยชายชราว่า ‘ไม่รู้จักการทำนา’
นักเรียนน้อยคนอื่นๆ เมื่อได้ยินข่าวก็แห่กันมาจากสำนักศึกษาของแต่ละตระกูลเพื่อเข้าร่วมขบวน
พวกเขาเดินขบวนผ่านย่านการค้าที่พลุกพล่านอย่างเอิกเกริกราวกับ ‘เดินขบวนพาเหรด’
ดึงดูดสายตาผู้คนนับไม่ถ้วนให้หันมอง
ชายชราที่ถูกกล่าวหาว่า ‘ไม่รู้จักการทำนา’ แทบจะโกรธจนจมูกเบี้ยว ข้าดูแลพืชผลมาทั้งชีวิต กลับมาบอกว่าข้าไม่รู้จักทำนาเนี่ยนะ
พวกแกกำลังสอนข้าปลูกผักงั้นเรอะ?
ช่างไร้เหตุผลสิ้นดี!
แต่เรื่อง ‘ดึงต้นกล้าให้โตไว’ ช่างเป็นอะไรที่แปลกประหลาดจนเป็นที่โจษจัน
ไม่ว่าใครที่ได้ยินเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นชายชรา หรือสตรีและเด็กที่ยังไม่รู้ประสีประสา ต่างก็หัวเราะจนท้องคัดท้องแข็งและพูดคุยถึงเรื่องนี้
วันนี้ชาวเมืองหนานหยางเมื่อรวมตัวกัน หัวข้อสนทนาล้วนเป็นเรื่อง:
"นี่ ได้ยินหรือยัง? ท่านอาจารย์น้อยเป็นร้อยคนนั่น จะไปดึงต้นกล้าในนาเพื่อให้พืชผลสุกเร็วขึ้นล่ะ ไม่รู้ว่าหมู่บ้านเหอซีอยู่ที่ไหน นาของพวกเขากำลังจะซวยแล้ว"
ถึงขั้นมีคนชอบสอดรู้สอดเห็น เดินตามกลุ่มอาจารย์น้อยพวกนั้นไปจริงๆ เพื่อเตรียมดูเรื่องสนุก
ผนวกกับชื่อเสียงของ ‘แมวรุ้ง’ และ ‘บทสรรเสริญห่าน’
ไฟกองนี้ย่อมลามจากชาวบ้านร้านตลาด ไปจนถึงกลุ่มบัณฑิตในหนานหยาง
"ดึงต้นกล้าให้โตไว? เหลวไหล!"
"ชุยเซี่ยนคนนั้นแต่ง ‘แมวรุ้ง’ แล้วยังแต่ง ‘บทสรรเสริญห่าน’ อีก เดิมทีคิดว่าหนานหยางมีเด็กอัจฉริยะถือกำเนิดขึ้นแล้ว นึกไม่ถึงว่าจะทำเรื่องเหลวไหลเช่นนี้ได้!"
"น่าขัน น่าขันจริงๆ"
ในตอนแรก เหล่าบัณฑิตเพียงแค่ด่าทอและตำหนิอย่างรุนแรง
จนกระทั่ง
บ่าวไพร่และฮูหยินในจวนของตนร้องห่มร้องไห้มาแจ้งข่าว "นายท่าน แย่แล้วนายท่าน! คุณชายน้อยบ้านเราไปดึงต้นกล้าแล้วเจ้าค่ะ!"
อะไรนะ?
เหล่าบัณฑิตถึงกับตื่นตระหนกทันที!
โดยเฉพาะในสำนักศึกษาของอำเภอหนานหยาง บัณฑิตที่มีตำแหน่งถงเซิงหลายคนต่างหน้าซีดเผือด
ลูกทรพีที่บ้าน ช่างหาเรื่องใส่ตัวเก่งนัก
หากเข้าไปมีส่วนร่วมในเรื่องดึงต้นกล้าให้โตไวจริงๆ เส้นทางขุนนางในวันข้างหน้าก็จบสิ้นกันพอดี
ท่ามกลางความตื่นตระหนกวุ่นวาย
สองพี่น้องชุยโป๋ซานและชุยจ้งหยวนที่เพิ่งเข้าเรียนใหม่ก้าวออกมาอย่างใจเย็น แล้วกล่าวว่า "สหายร่วมเรียนทุกท่านอย่าได้ตื่นตระหนก ข้ารู้ว่าหมู่บ้านเหอซีอยู่ที่ไหน พวกเราจะพาทุกท่านไปเอง"
นักเรียนคนอื่นๆ ได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก และรู้สึกดีกับพี่น้องตระกูลชุยคู่นี้เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ
ในช่วงเวลาสำคัญ สองพี่น้องคู่นี้พึ่งพาได้จริงๆ
ดังนั้น
กลุ่มบัณฑิตจากสำนักศึกษาอำเภอจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเพราะห่วงลูกหลานตัวเอง หรือแค่อยากดูเรื่องสนุก ต่างก็พากันมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านเหอซีอย่างเอิกเกริก
เรื่องราวเริ่มบานปลายใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ
เห็นได้ชัดว่าคนทั้งอำเภอกำลังวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้
เจ้าหน้าที่ที่ลาดตระเวนตามท้องถนนสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงรีบไปรายงานผู้บังคับบัญชา
ท่านเจ้าเมืองได้รับข่าวเป็นคนแรก ตอนแรกก็โกรธจัด จากนั้นก็รีบชิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว "ข้ามีธุระส่วนตัวต้องจัดการ วันนี้ขอลาหยุด ไปหาท่านผู้ช่วยอู๋ ดูสิว่าเขาจะจัดการอย่างไร"
พวกจิ้งจอกเฒ่าในแวดวงขุนนางต่างรู้ดีว่า เรื่องใดที่เกี่ยวข้องกับ ‘กระแสสังคม’ มักจะจัดการยากที่สุด
เพราะมันควบคุมไม่ได้เลย
อีกทั้งท่านเจ้าเมืองยังรับรู้ได้อย่างเฉียบแหลมว่า เรื่องนี้ไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่เห็นภายนอกเด็ดขาด
โยนเรื่องนี้ออกไปก่อน ให้คนข้างล่างไปลุยน้ำขุ่นๆ ลองหยั่งความลึกดู แล้วค่อยตัดสินใจ
บังเอิญเสียจริง
ทางฝั่งท่านเจ้าเมืองเพิ่ง ‘ลาหยุด’
ทางฝั่งท่านผู้ช่วยอู๋ ก็อ้างว่าจู่ๆ ท้องเสีย ไปหาหมอเสียแล้ว
คดีนี้จึงถูกโยนมาที่ที่ว่าการอำเภอ
นายอำเภอเยี่ยหวยเฟิงเพิ่งจะยึดอำนาจสำเร็จ กำลังเตรียมจะแสดงฝีมือเสียหน่อย พอได้ยินลูกน้องมารายงานเรื่องนี้ เหงื่อเย็นก็ไหลซึมออกมา
กลุ่มนักเรียนหนุ่มสาวพากันไปดึงต้นกล้าให้โตไวเนี่ยนะ?
สวรรค์!
ถ้ายอมให้พวกนั้นดึงพืชผลสักสองสามหมู่จริงๆ ขุนนางพ่อเมืองอย่างเขา คงได้กลายเป็นตัวตลกในแวดวงขุนนางและบัณฑิตแน่ๆ
"ดูสิ นั่นคือนายอำเภอเยี่ย นักเรียนตัวน้อยภายใต้การปกครองของเขา ถึงกับทำเรื่องเหลวไหลอย่างดึงต้นกล้าให้โตไวเชียวนะ!"
แค่คิด นายอำเภอเยี่ยก็รู้สึกขนหัวลุกแล้ว
หากเอาจริงเอาจังขึ้นมา นี่มันเป็นความผิดฐาน ‘ละเลยการอบรมสั่งสอน’ อย่างมหันต์เลยนะ!
ตอนนี้ ความขมขื่นของการเป็นนายอำเภอในเมืองที่ตั้งที่ว่าการของเมืองเอกก็บังเกิด
ผลประโยชน์ไม่ค่อยตกถึงมือ แต่เวลามีเรื่องต้องออกไปรับหน้า
นายอำเภอเยี่ยรีบร้อนไปที่จวนเจ้าเมือง ผลปรากฏว่าท่านเจ้าเมืองไม่อยู่ ท่านผู้ช่วยก็ไม่อยู่
หมดหนทาง นายอำเภอเยี่ยทำได้เพียงนั่งเกี้ยว รีบมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านเหอซีอย่างเร่งด่วน
เอ๊ะ? หมู่บ้านเหอซี?
ทำไมฟังดูคุ้นหูจัง?
นายอำเภอเยี่ยนั่งอยู่ในเกี้ยว ครุ่นคิดอย่างหนัก รู้สึกอยู่เสมอว่าชื่อสถานที่นี้คุ้นหูพิกล
วินาทีต่อมา ก็ได้ยินลูกน้องพูดว่า "ท่านนายอำเภอ เมื่อครู่ผู้ข้าน้อยไปสืบมาอีกรอบ ในที่สุดก็สืบเรื่องราวได้กระจ่างแล้วขอรับ!"
"เรื่องดึงต้นกล้าให้โตไว ล้วนเกิดจากชุยเซี่ยน ผู้แต่ง ‘แมวรุ้ง’ และ ‘บทสรรเสริญห่าน’! ตอนนี้พวกนักเรียนเหล่านั้น ล้วนแต่ไปที่หมู่บ้านเหอซี เพื่อช่วยดึงต้นกล้าให้บ้านของชุยเซี่ยนขอรับ"
นายอำเภอเยี่ย: ???
ชั่วขณะหนึ่ง เหงื่อเย็นของเขาก็ไหลหลั่งลงมา
ถึงขั้นอยากจะบอกลูกน้องว่า ช่างเถอะ พวกเราไม่ต้องไปแล้ว กลับบ้านกันเถอะ
เขาอุตส่าห์ปิดบังตัวตนมาตั้งนาน ทำไมวันนี้ถึงจะถูกเปิดโปงแบบไม่ทันตั้งตัวได้ล่ะ!
อีกอย่าง น้องเซี่ยน อ๊ะ ไม่ใช่สิ ชุยเซี่ยน
ชุยเซี่ยนจะทำเรื่องโง่เขลาไร้สาระอย่าง ‘ดึงต้นกล้าให้โตไว’ ได้อย่างไร? เป็นไปไม่ได้!
ต่อให้เยี่ยหวยเฟิงจะตอบสนองช้าแค่ไหน ก็ยังพิจารณาออกว่าในเรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำอะไรซ่อนอยู่อย่างแน่นอน
แต่เขาคิดไม่ออก!
เอาล่ะ นี่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ
ประเด็นคือ ประเดี๋ยวหากเขาสวมชุดขุนนาง ไปพบกับครอบครัวชุยเซี่ยนท่ามกลางสายตาผู้คนมากมาย มันจะน่าอึดอัดและน่าอับอายขนาดไหนกัน
เมื่อเห็นสีหน้าของเยี่ยหวยเฟิงเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ลูกน้องจึงถามด้วยความกระวนกระวายใจ "ท่านนายอำเภอ ท่านเป็นอะไรไปหรือขอรับ?"
ไม่ได้เป็นอะไร
แค่กำลังจะตายเท่านั้นแหละ
ตายทางสังคมน่ะ
เยี่ยหวยเฟิงฝืนยิ้มออกมา กัดฟันพูดว่า "ไม่เป็นไร พวกเราออกเดินทางกันเถอะ"
งานในวันนี้ เขาปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆ!
สำนักศึกษาสกุลเผย
อาจารย์อู๋มาสอนหนังสือที่สำนักศึกษา พบว่าวันนี้ข้างในว่างเปล่า เหลือเพียงนักเรียนไม่กี่คน ส่วนคนอื่นๆ กลับไม่อยู่เลย
พอเขาไปสอบถามคนอื่นดู ภาพตรงหน้าก็มืดดับไปวูบหนึ่ง แทบจะล้มพับลงกับพื้น
อู๋ชิงหลานกำไม้บรรทัดในมือแน่น พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครืออย่างไม่อยากเชื่อ "พวกเจ้าหมายความว่า ชุยเซี่ยนขอความช่วยเหลือจากพวกเจ้า ให้พวกเจ้าไปช่วยดึงต้นกล้าให้โตไว จากนั้นเผยเจียนกับคนอีกสองสามคนก็ขานรับ พาคนทั้งสำนักศึกษา ไปช่วยที่หมู่บ้านเหอซีอย่างนั้นรึ?"
หลังจากได้รับคำตอบยืนยัน
อู๋ชิงหลานสูดหายใจเข้าลึกๆ สบถคำหยาบออกมาอย่างหาได้ยาก "ผายลม! ไร้สาระสิ้นดี! ข้ายอมเชื่อว่าตัวเองทำเรื่องบ้าบออย่างดึงต้นกล้าให้โตไว ยังดีกว่าให้เชื่อว่าศิษย์อัจฉริยะของข้าจะทำเรื่องแบบนี้ได้!"
แม้จะพูดเช่นนั้น แต่อาจารย์อู๋ก็ยังโกรธจัดอยู่ดี
เขาสะบัดแขนเสื้อ รีบร้อนมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านเหอซี
ในขณะเดียวกัน
เกี้ยวขุนนางของท่านนายอำเภอ และเจ้าหน้าที่ที่ว่าการกลุ่มใหญ่ ก็ออกเดินทางอย่างเอิกเกริก
เห็นได้ชัดว่า กำลังไปจัดการกับกลุ่มอาจารย์น้อยที่ ‘ดึงต้นกล้าให้โตไว’ เหล่านั้น
คราวนี้ ชาวเมืองนับไม่ถ้วนต่างตื่นเต้นกันใหญ่ พากันเรียกเพื่อนฝูงตามไป เตรียมตัวไปมุงดูท่านนายอำเภอคนใหม่ ‘ตัดสินคดี’ อย่างใกล้ชิด
นอกเมืองหนานหยาง หมู่บ้านที่ท่านผู้เฒ่าชุยเคยไป
หญิงชราที่เคยร้องห่มร้องไห้อยู่หน้าจวนของจ้าวจื้อ และเคยพูดคุยกับชุยอวี้ นึกถึงคำกำชับที่ท่านผู้เฒ่าชุยเคยบอกไว้ก่อนหน้านี้ นางปาดน้ำตาพลางเคาะประตูชาวบ้านบ้านแล้วบ้านเล่า ร้องไห้พลางกล่าวว่า "พี่น้องชาวบ้าน พวกเรามีทางรอดแล้ว พวกเรามีทางรอดแล้ว!"
"วันนี้ จะมีคนอยู่ที่หมู่บ้านเหอซี ออกหน้าแทนพวกเรา จับกุมจ้าวจื้อขุนนางกังฉินนั่น!"
"พวกเราไปกันเถอะ ไปดูจุดจบของจ้าวจื้อด้วยตาตัวเองกัน!"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้
ชาวบ้านนับไม่ถ้วนที่มีใบหน้าซูบซีดและแววตาเลื่อนลอย ต่างก็มีประกายแห่งความหวังและความเคียดแค้นฉายชัดในดวงตา
เวทีงิ้วถูกจัดเตรียมไว้พร้อมแล้ว ทุกฝ่ายต่างมารวมตัวกัน
งิ้วโรงใหญ่ กำลังจะเริ่มแสดงแล้ว!