"น่าขยะแขยงชะมัด..." เฉียวเจียจิ้นขมวดคิ้วมองสิ่งสกปรกบนพื้น "กลิ่นเหม็นเตะจมูกแบบนี้ คงไม่ใช่สิ่งปฏิกูลหรอกนะ?"
สิ่งปฏิกูล?
ฉีเซี่ยหันขวับไปมองเฉียวเจียจิ้นทันที
นี่เป็นมุมมองที่น่าสนใจมาก
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ นอกจากพวกเขาทั้งเก้าคนและหน้ากากสัตว์แล้ว ที่นี่ยังมีคนอื่นอยู่อีก
หรือจะพูดอีกอย่างก็คือ... มี 'สิ่ง' อื่นอยู่
คนผู้นี้หรือ 'สิ่ง' นี้ดูเหมือนจะอาศัยอยู่ที่นี่มานานแล้ว มิเช่นนั้นก็คงไม่ทิ้งสิ่งปฏิกูลไว้เต็มพื้นไปหมด
ทุกคนรื้อค้นดูรอบๆ แต่ก็ไม่พบเข็มด้ายและผ้าก๊อซเลย ส่วนภายนอกร้านสะดวกซื้อก็มองไม่เห็นร้านขายยาหรือคลินิก หากออกไปตามหาอย่างมืดบอด เกรงว่าหานอีม่อคงทนได้ไม่นานขนาดนั้น
"จะทำยังไงดีล่ะเนี่ย..." สารวัตรหลี่ยืนเท้าเอว มองไปทางหมอจ้าวอย่างจนปัญญา คล้ายจะขอความเห็นจากเขา
ยังไม่ทันที่หมอจ้าวจะได้เอ่ยปาก ก็เกิดเสียงดังขึ้นหลังเคาน์เตอร์คิดเงินของร้านสะดวกซื้อ ประตูห้องพักพนักงานค่อยๆ เปิดออก
ทั้งเก้าคนหน้าถอดสี รีบถอยหลังไปหลายก้าวทันที พลางจ้องมองประตูบานนั้นที่กำลังค่อยๆ เปิดออก
ร่างผอมบางร่างหนึ่งโผล่พรวดออกมาจากหลังประตู
เมื่อเพ่งมองดูดีๆ คนที่เดินออกมากลับเป็นหญิงสาวที่ผอมโซจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม มองไม่ออกเลยว่าอายุเท่าไร
แก้มของหล่อนตอบลึก ดวงตาโปนถลน ราวกับว่าบนใบหน้าไม่มีเนื้อหนังเหลืออยู่เลย
หล่อนเม้มริมฝีปากที่แห้งผาก มองมายังพวกเขาทั้งหลายด้วยความอยากรู้อยากเห็น
หลังจากชะงักไปครู่หนึ่ง หล่อนก็ดูเหมือนจะตั้งสติได้ รีบจัดแจงเสื้อผ้าที่สกปรกซอมซ่อของตัวเองให้เข้าที่ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าว่า "ยินดีต้อนรับค่ะ..."
ยินดี... ต้อนรับ?
สารวัตรหลี่ลองทำความเข้าใจความหมายของประโยคนี้อย่างละเอียด ดูเหมือนว่าจะเข้าใจแล้ว
"คุณคือ... พนักงานร้านเหรอ?"
หญิงสาวพยักหน้า "อืม"
ทุกคนไม่ได้พูดอะไรอีก เพราะเรื่องนี้ดูมีความไม่สมเหตุสมผลแฝงอยู่
ไม่ต้องพูดถึงว่าทำไมถึงยังมีมนุษย์คนอื่นอยู่ที่นี่ ต่อให้หล่อนจะเป็น 'พนักงานร้าน' จริงๆ แล้วทำไมถึงมาทำงานอยู่ในร้านสะดวกซื้อที่พังทลายย่อยยับไปหมดแล้วล่ะ?
พนักงานร้านเห็นทุกคนไม่ขยับเขยื้อน จึงทำได้เพียงพูดหยั่งเชิงว่า "เชิญเลือกซื้อตามสบายเลยนะคะ"
แม้จะพูดแบบนั้น แต่ที่นี่ยังมีอะไรให้ 'เลือกซื้อ' ได้อีก?
บนชั้นวางแทบไม่มีสินค้าเหลืออยู่เลย ของที่มีอยู่เพียงน้อยนิดก็ล้วนเน่าเปื่อยและเต็มไปด้วยสิ่งสกปรก
แววตาของพนักงานร้านเหม่อลอย จ้องเขม็งมาที่พวกเขา
สายตานั้นทำให้พวกผู้หญิงรู้สึกหวาดกลัวอยู่บ้าง
"มีเข็มกับด้ายไหม?" ฉีเซี่ยถามพนักงานร้านด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"เข็ม... ด้าย?" ดวงตาที่ไร้แววของพนักงานร้านขยับเล็กน้อย จากนั้นก็ยื่นมือออกมาระบุท่าทางร้อยด้ายเข้าเข็ม "คุณหมายถึง... เข็มกับด้ายแบบนี้เหรอคะ?"
ทุกคนถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าบนมือของหล่อนเต็มไปด้วยคราบเลือดสีดำที่แห้งกรัง ดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
ฉีเซี่ยเดินไปข้างหน้าอีกก้าวหนึ่งแล้วพูดว่า "เข็มกับด้ายแบบนี้แหละ คุณมีขายไหม?"
"ไอ้สิบแปดมงกุฎ นาย..." ก่อนที่จะรู้จักกับฉีเซี่ย เฉียวเจียจิ้นเคยคิดว่าตัวเองเป็นคนที่กล้าหาญที่สุดในโลก แต่ตอนนี้แม้แต่เขาก็ยังไม่กล้าคุยกับผู้หญิงคนนี้ "ผู้หญิงคนนี้ไม่ปกติ นายดูไม่ออกหรือไง?"
"ดูออกแล้วยังไงล่ะ?" ฉีเซี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "สถานการณ์ของพวกเรามันแย่ไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว"
พนักงานร้านสาวเหม่อลอยครุ่นคิดอยู่อีกครู่หนึ่ง จู่ๆ ก็เปิดแผ่นกั้นตรงเคาน์เตอร์แล้วพุ่งพรวดออกมา
ทุกคนถึงเพิ่งเห็นรูปร่างหน้าตาของหล่อนได้อย่างชัดเจน
บนร่างของหล่อนสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ทั้งสกปรกและตัวใหญ่โคร่ง ดูไม่เข้ากับตัวเอาเสียเลยราวกับเสื้อผ้าที่แขวนอยู่บนไม้แขวนเสื้อ
บนเสื้อเชิ้ตเลอะเทอะไปด้วยสิ่งใดก็ไม่อาจทราบได้ ดูคล้ายคราบน้ำมัน และก็คล้ายคราบเลือด
เสื้อเชิ้ตตัวนี้ยาวเกือบถึงเข่า ท่อนล่างของหล่อนดูเหมือนจะไม่ได้สวมกางเกง บนต้นขาเต็มไปด้วยคราบเลือดแห้งกรัง
ฉีเซี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย คิดจะถอยหลังไปสักก้าว แต่กลับถูกพนักงานร้านสาวคว้าข้อมือเอาไว้แน่น
เขารู้สึกเหมือนข้อมือของตัวเองถูกเถาวัลย์แก่ๆ พันธนาการไว้ ทั้งแห้งกร้านและเจ็บปวด
"ที่นี่มีค่ะ!!" พนักงานร้านสาวอ้าปาก เผยให้เห็นฟันที่เหลืองอ๋อย "มี 'เข็มกับด้าย' ค่ะ! คุณตามฉันมาสิ!"
มือของหล่อนชี้ไปทาง 'ห้องพักพนักงาน' ไม่หยุด ราวกับอยากให้ฉีเซี่ยตามหล่อนเข้าไป
ทุกคนถูกหล่อนทำให้ตกใจกลัวเข้าจริงๆ ดูจากพฤติกรรมของผู้หญิงคนนี้ในตอนนี้แล้ว การเดินตามหล่อนเข้าไปไม่ใช่ความคิดที่ดีเลย
"ช่างเถอะ... พวกเราไม่ซื้อแล้ว!" เฉียวเจียจิ้นเดินเข้าไปพยายามแกะมือของผู้หญิงคนนั้นออก "เธอปล่อยมือก่อนสิ"
แต่พนักงานร้านสาวกลับทำราวกับไม่ได้ยิน หล่อนดึงฉีเซี่ยให้ก้าวเดินไปพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างอย่างดีใจ
"ในห้องนี้มี 'เข็มกับด้าย'! คุณมาสิคะ!"
เรี่ยวแรงของหล่อนนั้นมากเสียยิ่งกว่าผู้ชายอกสามศอกอย่างเฉียวเจียจิ้นและฉีเซี่ยรวมกันเสียอีก
"เฮ้ย!! รีบมาช่วยหน่อยสิ!" เฉียวเจียจิ้นหันกลับไปตะโกนลั่น
สารวัตรหลี่กับหมอจ้าวได้สติกลับมา ก็รีบพุ่งตามเข้าไปช่วย
พนักงานร้านสาวอดไม่ได้ที่จะเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น
ฉีเซี่ยรู้สึกเพียงว่ามีเรี่ยวแรงมหาศาลกำลังลากตัวเขาไป ไม่อาจดิ้นรนให้หลุดพ้นได้เลย
ทั้งสองคนอยู่ห่างจากห้องพักพนักงานนั้นไม่ไกลนัก ตอนนี้เพียงแค่หกเจ็ดก้าวก็เข้ามาถึงในห้องแล้ว
หมอจ้าวกับสารวัตรหลี่กำลังดึงตัวฉีเซี่ยออกไปข้างนอก แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจู่ๆ พนักงานร้านสาวก็ปล่อยมือ
"อ๊ะ!"
เสียงอุทานดังขึ้น หลายคนเกือบจะล้มคะมำ
หลังจากที่แต่ละคนทรงตัวยืนได้อย่างมั่นคงแล้ว กลับเห็นว่าพนักงานร้านสาวไม่ได้สนใจพวกเขาเลย กลับหันหลังไปรื้อค้นข้าวของในห้องแทน
ผู้ชายทั้งสี่คนก็มองสำรวจห้องนี้อย่างอกสั่นขวัญแขวน
ที่นี่ดูสะอาดกว่าข้างนอกเล็กน้อย ที่มุมห้องมีเตียงพับวางอยู่หนึ่งเตียง เครื่องนอนล้วนเหลืองอ๋อยไปหมดแล้ว
ด้านบนยังมีกองเลือดขนาดใหญ่อยู่กองหนึ่ง ดูค่อนข้างสดใหม่
อีกมุมหนึ่ง บนเตาแบบเรียบง่ายมีหม้อเหล็กขึ้นสนิมเขรอะวางอยู่ ด้านในกำลังเดือดปุดๆ ต้มอะไรบางอย่างอยู่
แต่พนักงานร้านสาวกลับทำเป็นมองไม่เห็นสิ่งเหล่านี้ หล่อนกำลังรื้อค้นอยู่ในกล่องเก่าๆ ใบหนึ่ง
"อยู่ไหนนะ... เข็มกับด้าย..." หล่อนโยนของในกล่องออกมาไม่หยุด ในนั้นมีทั้งกระป๋องน้ำ นิตยสารเก่าๆ และยังมีหม้อไหกะละมัง
เฉียวเจียจิ้นลูบจมูกตัวเอง มองไปที่หม้อเหล็กใบนั้น
"พูดก็พูดเถอะ ฉันชักจะหิวขึ้นมาจริงๆ แล้วสิ" เขากระซิบกับฉีเซี่ย "ถ้าหล่อนไม่ใช่ผู้หญิงบ้าก็คงดี ฉันอยากจะถามหล่อนว่าขอฉันกินข้าวด้วยสักมื้อได้ไหม"
ฉีเซี่ยมองหม้อเหล็กแวบหนึ่ง ข้างในกำลังต้มอะไรขาวๆ อยู่
เขาก็รู้สึกหิวเล็กน้อยเหมือนกัน
"ของในที่แบบนี้นายยังกล้ากินอีกเหรอ?" สารวัตรหลี่ถาม "ใครจะรู้ว่าของนั่นมันสกปรกแค่ไหน..."
"แต่มันกลิ่นหอมมากเลยนะ"
เฉียวเจียจิ้นพูดไม่ผิด ต้องขอบคุณหม้อเหล็กใบนี้ที่ทำให้กลิ่นในห้องหอมฟุ้งจนกลบกลิ่นเหม็นเน่าไปได้
"เธอต้มอะไรอยู่น่ะ?" เฉียวเจียจิ้นรวบรวมความกล้าถาม ดูเหมือนเขาอยากจะแบ่งมากินสักคำจริงๆ
"ลูกหมูน่ะ" พนักงานร้านสาวตอบ
"ลูกหมู?"
เฉียวเจียจิ้นเกิดความสนใจขึ้นมา กำลังคิดจะเดินไปดูที่หม้อเหล็กสักหน่อย แต่พนักงานร้านสาวกลับส่งเสียงอุทานออกมา
"อ๊ะ! เจอแล้ว!"
เห็นเพียงหล่อนหันขวับกลับมา สองมือประคองของสิ่งหนึ่งไว้ เอ่ยกับทุกคนด้วยความตื่นเต้นดีใจว่า "ดูสิคะ! เข็มกับด้าย!"
สารวัตรหลี่เดินเข้าไปดู สีหน้าค่อนข้างลำบากใจ
นี่ไม่ใช่ 'เข็มกับด้าย' อะไรเลย แต่เป็นเบ็ดตกปลาที่ขึ้นสนิม กับเอ็นตกปลาที่พันกันยุ่งเหยิงอีกหนึ่งมัดเล็ก
เขาหันกลับไปมองหมอจ้าว ส่งสายตาเป็นเชิงบอกใบ้ให้เขา
หมอจ้าวครุ่นคิดเล็กน้อย จ้องมองเบ็ดและเอ็นตกปลาแล้วเอ่ยถามว่า "แม่หนู ยังมีเข็มกับด้ายอย่างอื่นอีกไหม?"
"ไม่มีแล้วค่ะ" พนักงานร้านสาวส่ายหน้า "มีแค่นี้ พวกคุณจะซื้อไหมคะ?"