หมอจ้าวมองฉีเซี่ยอย่างลำบากใจ ส่วนฉีเซี่ยก็ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรดี
"อันนี้ใช้ได้ไหมครับ" ฉีเซี่ยถามเสียงเบา
"ไม่น่ามีปัญหา" หมอจ้าวพยักหน้า "เข็มเย็บแผลทางการแพทย์ก็มักจะใช้เข็มโค้งอยู่แล้ว ขอแค่คมพอก็ใช้ได้"
ฉีเซี่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยกับพนักงานหญิงว่า "คุณครับ พวกเราไม่มีเงิน ขอเอาของมาแลกกับคุณได้ไหมครับ"
"เงินเหรอ" พนักงานหญิงเบิกตาโพลงจ้องมองฉีเซี่ย ราวกับกำลังทำความเข้าใจว่า 'เงิน' หมายถึงอะไร ผ่านไปเนิ่นนานเธอถึงเอ่ยปาก "ฉันไม่เอาเงิน คุณมานอนกับฉันสิ"
"นอน...?" ฉีเซี่ยขยับริมฝีปากเล็กน้อย "หมายความว่ายังไง"
"พอนอนด้วยกันเสร็จ พวกเราก็จะได้กินลูกหมูแล้ว!" พนักงานหญิงเผยสีหน้าบ้าคลั่งออกมาสายหนึ่ง ก่อนจะน้ำลายไหลย้อย
พูดจบเธอก็ดิ่งไปที่เตียงสกปรกซอมซ่อ โน้มตัวลงนั่ง แล้วตบที่ว่างข้างกาย
ตรงนั้นมีคราบเลือดแห้งกรังวงใหญ่พอดี
"มาสิ รีบมาเร็วเข้า"
พนักงานหญิงถอดเสื้อตัวบนออกอย่างคล่องแคล่ว ข้างในเธอไม่ได้ใส่อะไรเลย ร่างกายผอมแห้งเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนและคราบเลือด ดูราวกับโครงกระดูก
เฉียวเจียจิ้นเงียบไปพักใหญ่ ถึงได้ใช้ข้อศอกกระทุ้งฉีเซี่ยแล้วพูดว่า "นายก็พลีเรือนร่างซะสิ"
"ทำไมนายไม่ไปล่ะ" ฉีเซี่ยพูดอย่างหงุดหงิด
"เถ้าแก่เนี้ยเขาเจาะจงนายต่างหาก" เฉียวเจียจิ้นพูดอย่างสะใจบนความทุกข์คนอื่น "ไม่ได้ยินเหรอ ขอแค่นายนอนกับเธอ พวกเราก็จะได้กินลูกหมูในหม้อ แถมคุณนักเขียนก็กำลังรอเบ็ดตกปลานั่นไปช่วยชีวิตอยู่นะ ไม่ว่าจะพูดยังไงนายก็ถือว่าได้บุญมหาศาล..."
ยังไม่ทันที่ฉีเซี่ยจะตอบกลับ พนักงานหญิงก็เหมือนจะได้ยินสิ่งที่เฉียวเจียจิ้นพูด จึงหันขวับมาบอกเขาว่า "คุณก็มาได้นะ! พวกคุณทั้งสี่คนมาได้หมดเลย!"
"หา?" เฉียวเจียจิ้นชะงัก "ฉัน...?"
"บ้าอะไรเนี่ย..." ในที่สุดสารวัตรหลี่ก็ทนไม่ไหว เป็นตำรวจมาหลายปี สถานการณ์ตรงหน้าเกินกว่าความเข้าใจของเขาไปมาก "แม่หนู เธอหวังอะไรกันแน่ พวกเรามาซื้อของ ทำไมถึงต้องเอาตัวเองเข้าแลกด้วย"
"ฉัน..." พนักงานหญิงเบิกตากว้าง จู่ๆ ก็แผดเสียงตะโกน "ฉันอยากกินลูกหมูโว้ย!!"
พูดจบเธอคล้ายจะนึกอะไรขึ้นได้ จึงรีบวางเบ็ดและเอ็นตกปลาในมือลงบนเตียง แล้ววิ่งไปชะโงกดูในหม้อเหล็ก
"ลูกหมู... อย่าเพิ่งต้มจนเละนะ..."
เธอหยิบกิ่งไม้ขึ้นมาเขี่ยในหม้อสองสามทีด้วยความกังวล
ฉีเซี่ยอาศัยจังหวะนี้แอบเดินไปที่เตียง หยิบเบ็ดและเอ็นตกปลาขึ้นมา หันไปส่งให้หมอจ้าวพลางกล่าวว่า "ไปช่วยคนก่อน ทางนี้พวกเราจัดการเอง"
"ตกลง!"
หมอจ้าวถือเบ็ดและเอ็นตกปลาออกมาข้างนอก หาหินที่ค่อนข้างสะอาดจากพื้นมาจัดการกับเบ็ดตกปลา เขาเล่าสถานการณ์ในบ้านให้พวกผู้หญิงฟังอย่างคร่าวๆ
แม้เถียนเถียนจะเป็นผู้เชี่ยวชาญ แต่ก็ยังไม่เข้าใจพฤติกรรมของพนักงานในบ้านอยู่ดี
"ช่างเรื่องพวกนั้นเถอะ ฉีเซี่ยพูดถูก ช่วยคนก่อนดีกว่า" หลินฉินรับเอ็นตกปลามา แล้วหันกลับไปดูอาการของหานอีม่อ
หมอจ้าวใช้หินขัดสนิมบนเบ็ดตกปลาออก แล้วพยายามฝนให้มันคมขึ้นที่สุดเท่าที่จะทำได้ หลินฉินก็ช่วยจัดระเบียบเอ็นตกปลาที่พันกันยุ่งเหยิงอยู่ข้างๆ
"น่าจะใช้ได้แล้ว..." หมอจ้าวพอแน่ใจว่าทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็หันไปพูดกับหานอีม่อ "ผมจะดึงฉมวกออกให้คุณ แล้วจะเย็บแผลเลยนะ"
"ครับ..." หานอีม่อพยักหน้าเบาๆ
"แต่พวกเราไม่มียาชา" หมอจ้าวบอกอย่างหนักใจ "ความเจ็บปวดนี้อาจจะเกินกว่าที่คุณจะจินตนาการได้"
"ไม่เป็นไร... อย่างน้อยผมก็รอดชีวิตใช่ไหมล่ะ" หานอีม่อฝืนยิ้มถาม
"ถ้าแผลไม่ติดเชื้อ... รอดชีวิตก็ไม่ใช่ปัญหา"
"ก็ดีแล้ว... เอาเลย..."
...
ภายในบ้าน ผู้ชายสามคนยืนอยู่ข้างหลังพนักงานหญิง มองดูเธอคนของในหม้อ
เธอไม่ได้ใส่เสื้อผ้าสักชิ้น ทว่าในใจของชายทั้งสามกลับไร้ระลอกคลื่นใดๆ ซ้ำยังอยากจะหนีไปให้พ้นๆ
"นี่ พ่อจอมลวงโลก" เฉียวเจียจิ้นถามเสียงเบา "นายขโมย 'สินค้า' ของเขามา เดี๋ยวพอเธอโกรธขึ้นมาจะทำยังไง"
"ฉันไม่รู้" ฉีเซี่ยส่ายหน้า
สารวัตรหลี่ที่อยู่ข้างๆ เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกระซิบว่า "พวกเรายังมี 'เต๋า' ไม่ใช่เหรอ ไม่รู้ว่าเธอจะเอาไหม"
"แบบนั้นจะได้ยังไงล่ะ!" เฉียวเจียจิ้นพูดอย่างไม่สบอารมณ์ "'เต๋า' นั่นแลกมาด้วยชีวิตของพวกเราทุกคนนะ คุณจะยกให้ยัยบ้านี่ง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ"
"พวกเราก็กำลังช่วยชีวิตคนอยู่เหมือนกันนะ!"
ขณะที่ทั้งสองกำลังเถียงกัน พนักงานหญิงก็ค่อยๆ หันกลับมา
เธอทำท่าราวกับวางใจแล้ว เดินกลับมาที่เตียงด้วยสีหน้าเรียบเฉย ตรงนั้นที่เคยมีเบ็ดและเอ็นตกปลาวางอยู่ ตอนนี้กลับว่างเปล่า
เธอลังเลเล็กน้อยขณะมองดูเตียง คล้ายจะรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง "เอ๊ะ?"
แต่ไม่นานเธอก็ส่ายหน้า แล้วพูดว่า "จริงสิ... นอน พวกคุณสี่คนใครจะมาก่อน"
พนักงานหญิงเงยหน้าขึ้น มองดูคนทั้งสามตรงหน้า สีหน้าเหม่อลอยไปชั่วขณะ พลางถามว่า "ไม่ใช่สี่คนเหรอ พวกคุณมีสามคนมาตลอดเลยเหรอ ช่างเถอะ สามคนก็ได้"
เฉียวเจียจิ้นส่ายหน้า กระซิบว่า "เห็นไหมล่ะ ยัยนี่บ้าหนักกว่าที่ฉันคิดไว้ซะอีก"
"อืม..." ฉีเซี่ยอึ้งไปพักใหญ่ ก่อนจะเปิดปากพูด "พวกเราไม่อยากนอนกับคุณ พวกเราแค่มาซื้อของ"
พูดจบ เขาก็ล้วงเอา 'เต๋า' ที่ทอประกายสีทองวาววับออกมาจากกระเป๋า วางลงข้างตัวพนักงานหญิง แล้วพูดต่อ "ฉันไม่รู้ว่าของสิ่งนี้มีค่าพอไหม แต่พวกเรามีแค่นี้"
ตามที่ฉีเซี่ยคิด คนที่อาศัยอยู่ที่นี่จะต้องรู้จักพวกหน้ากากสัตว์อย่างแน่นอน และก็น่าจะเคยได้ยินเรื่องของ 'เต๋า' มาบ้างไม่มากก็น้อย ของที่ต้องเอาชีวิตเข้าแลกแบบนี้ ไม่ว่าจะคิดยังไงก็ต้องมีมูลค่าบ้างแหละ
พนักงานหญิงมองดูเม็ดลูกปัดนั้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก่อนจะหยิบขึ้นมาบีบสองสามที
จากนั้นภายใต้สายตาตกตะลึงของคนทั้งสาม เธอก็โยนลูกปัดเข้าปาก
ได้ยินเพียงเสียง 'กร้วม' ดังขึ้น ลูกปัดถูกเธอกัดแตก เคี้ยวๆ แล้วกลืนลงท้องไป
"ไม่อร่อยเลย..." พนักงานหญิงส่ายหน้า "สู้ลูกหมูไม่ได้สักนิด"
"นี่..."
ผู้ชายอกสามศอกสามคนไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าของที่พวกตนเอาชีวิตเข้าแลกจะถูกคนเอามาทำเป็นขนมกินเล่น ถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
"ไม่นอน... งั้นพวกคุณก็ไปเถอะ..." พนักงานหญิงถอนหายใจอย่างจนปัญญา สีหน้าผิดหวังอย่างยิ่ง "เดี๋ยวก็มีคนมานอนกับฉันเองแหละ"
แม้สถานการณ์จะทำให้ทั้งสามคนไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้อย่างน้อยก็ถือว่าไปได้แล้ว
ทั้งสามคนเดินออกจากบ้านไปด้วยท่าทีเจื่อนๆ กำลังคิดคำนวณว่าจะบอกทุกคนอย่างไรดีว่าพวกเขาเสีย 'เต๋า' ไปแล้วหนึ่งเม็ด แต่กลับเห็นหมอจ้าวดึงฉมวกออกจากตัวหานอีม่อเรียบร้อยแล้ว ในตอนนี้เลือดของเขาพุ่งกระฉูด เหงื่อกาฬแตกพลั่กเต็มหน้า
"รีบมาช่วยเร็วเข้า!" หลินฉินร้องเรียก
เฉียวเจียจิ้นและสารวัตรหลี่รีบพุ่งเข้าไปช่วยจับแขนขาของหานอีม่อกดไว้
ในสถานการณ์ที่เจ็บปวดแสนสาหัสเช่นนี้ คนเราย่อมดิ้นรนอย่างควบคุมไม่ได้
"หานอีม่อ คุณมองผม!" หมอจ้าวพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ยังรู้ไหมว่าผมคือใคร!"
"คุณคือหมอจ้าว..." หานอีม่อขมวดคิ้ว กัดฟันพูด
"ถูกต้อง คุณต้องประคองสติเอาไว้นะ!" หมอจ้าวร้อยเอ็นเข้ากับเบ็ดตกปลา แล้วแทงทะลุผิวหนังของเขาในฉับพลัน
หานอีม่อร้องครางอู้อี้อีกครั้ง
"คุณชวนผมคุยสิ!" หมอจ้าวพูดอย่างไม่รีบร้อน "คุยเรื่องที่คุณสนใจเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจไง!"
"เรื่องที่ผมสนใจ...?" หานอีม่อฝืนยิ้ม
"คุณเป็นนักเขียนนิยายไม่ใช่เหรอ" หมอจ้าวพูด "คุยเรื่องผลงานของคุณเป็นไง"