หวังจื่อข่ายมีเชือกผูกอยู่ที่เอว ห้อยหัวลงมาจากหน้าต่างห้อง 601 หน้าอกโดนยิงเข้าอย่างจัง
ชิงหลิงตอบสนองอย่างรวดเร็ว เธอควบคุมมีดสั้นตัดเชือกให้ขาดทันที พร้อมกับรับตัวหวังจื่อข่ายเอาไว้แล้วลากเขาเข้ามาทางหน้าต่าง เธอหันไปตะโกนใส่เกาหยาง "อย่ามัวแต่อึ้ง! มาช่วยสิ!"
……
หนึ่งนาทีก่อนหน้านี้
หวังจื่อข่ายในห้อง 601 หลังจากแพ้เกมลงแรงก์ติดกันสามตารวด ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกทะแม่งๆ!
เรื่องจีบสาวเนี่ย เกาหยางขึ้นชื่อเรื่องความห่วยแตก! ขนาดเพื่อนสมัยเด็กอย่างหลี่เวยเวยที่รู้จักกันมาตั้งกี่ปีมันยังจีบไม่ติด แล้วจู่ๆ ตอนนี้กลับไปกิ๊กกับดาวโรงเรียนอย่างชิงหลิง แถมยังพุ่งตรงเข้าโรงแรมอีกต่างหาก! มันผิดหลักวิทยาศาสตร์ชัดๆ!
สองคนนี้ต้องมีซัมติงกันแน่ๆ!
หรือว่าพวกเขาแอบมาติวหนังสือกันในโรงแรม?!
ไม่สิ ชิงหลิงเป็นนักเรียนโควตากีฬา เกรดวิชาการแย่หน่อยก็ไม่เป็นไร ยังไงก็ได้สิทธิ์เข้ามหาวิทยาลัยอยู่แล้ว ส่วนเกาหยางถึงผลการเรียนจะพอใช้ได้ แต่มันทำอะไรก็ปล่อยวางไปหมด ไม่น่าใช่พวกที่จะแอบมาขยันเรียนหรอก
หวังจื่อข่ายนอนหมอบลงกับพื้น แนบหูฟังทะลุพื้นห้องอยู่นาน ข้างล่างเงียบเกินไป ไม่เห็นเหมือนกำลังมีอะไรกันเลยสักนิด! อีกอย่าง จะทำเรื่องแบบนั้นทั้งคืนก็เป็นไปไม่ได้นี่นา เสร็จกิจแล้วเกาหยางก็น่าจะโทรกลับหาเขาได้สิ
เพราะงั้น ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น!
ไอ้หมอนี่มันต้องหาคู่หูไต่แรงก์คนใหม่ได้แล้วแน่ๆ มันรังเกียจที่ฉันเล่นกาก เลยกะจะทิ้งฉัน! ป่านนี้มันต้องกำลังลงแรงก์กับชิงหลิงอย่างเมามันส์ชัวร์!
บ้าเอ๊ย!
ให้อภัยไม่ได้!
ไปถามต่อหน้าไอ้หมอนั่นต้องไม่ยอมรับแน่ หวังจื่อข่ายจึงคิดแผนการหนึ่งขึ้นมา เขาหาเชือกที่เป็นอุปกรณ์เซ็กส์ทอยในห้องมามัดตัวเองไว้ แล้วตัดสินใจปีนลงมาจากหน้าต่างชั้นหกเพื่อจับให้ได้คาหนังคาเขา!
เขาค่อยๆ รูดตัวลงมา พอเห็นว่าใกล้จะถึงหน้าต่างชั้นห้าแล้ว ตอนนั้นเอง ผ้าม่านห้อง 501 ก็แง้มออกเป็นช่อง จากนั้นก็มีของที่ดูเหมือนปากกระบอกปืนยื่นออกมา
นี่มันบ้าอะไรวะเนี่ย?
หวังจื่อข่ายไม่มีเวลาให้คิดมาก ปลายเท้าที่เหยียบอยู่บนคอมเพรสเซอร์แอร์เกิดลื่น ทำให้เขาร่วงหล่นลงไป จากนั้นเขาก็รู้สึกเจ็บปวดรุนแรงที่ปอด ก่อนที่ภาพตรงหน้าจะดับวูบลง
……
หวังจื่อข่ายนอนอยู่บนพรมในห้อง เลือดพุ่งกระฉูดออกจากหน้าอก เจ้าตัวสลบเหมือดไปแล้ว
"เลือดออกเยอะมาก! หาอะไรมากดไว้!" ชิงหลิงพูด
เกาหยางพุ่งเข้าไปในห้องน้ำ หยิบผ้าขนหนูผืนหนาออกมาอุดหน้าอกเขาไว้ ด้านล่างของผ้าขนหนูถูกย้อมเป็นสีแดงอย่างรวดเร็ว
คนปกติโดนปืนซุ่มยิงยิงใส่ในระยะประชิดขนาดนี้ หน้าอกคงเป็นรูโบ๋ไปแล้ว แต่บาดแผลของหวังจื่อข่ายกลับดูเหมือนแค่โดนยิงธรรมดาๆ
เขาคือ "อสูร" อย่างไม่ต้องสงสัย
"ทำไงดี?" เกาหยางถาม
"ไม่รู้สิ" ชิงหลิงไม่คาดคิดว่าไอ้โง่นี่จะโผล่มา แผนพังไม่เป็นท่าหมดแล้ว
"ต้องช่วยเขา" เกาหยางสรุปอย่างรวดเร็ว
"ถ้านายอยากตายก็อย่าลากฉันเข้าไปเกี่ยว" ชิงหลิงค้าน
"แล้วจะให้ทำไง ปล่อยศพทิ้งไว้ตรงนี้เหรอ? เรามีประวัติเปิดห้องพัก ยังไงก็หนีไม่พ้น ช้าเร็วก็ต้องความแตกอยู่ดี" เกาหยางปรับลมหายใจ ระงับอารมณ์ "เขา... มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นอสูรโมหะ"
อสูรโมหะ ผู้หลงลืม พวกที่คิดว่าตัวเองเป็นมนุษย์ อาจจะตายไปโดยที่ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าตัวเองคืออสูร
แววตาของชิงหลิงวูบไหว ดูเหมือนจะลังเลไปชั่วขณะ แต่ไม่นานสายตาก็กลับมาเย็นชาอีกครั้ง ในมือปรากฏมีดสั้นขึ้นมา "ไม่ได้ จะเสี่ยงไม่ได้เด็ดขาด ถ้าเกิดเขาไม่ใช่ผู้หลงลืม พวกเราได้ตายกันหมดแน่!"
สาเหตุที่ลูกพี่ลูกน้องของเธอต้องตายเมื่อปีก่อน ก็เพราะไปใจอ่อนให้กับผู้หลงลืมคนหนึ่งนี่แหละ
เกาหยางรู้ว่าเกลี้ยกล่อมเธอไม่ได้ เขาเกลี้ยกล่อมแม้กระทั่งตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ เมตตาต่อศัตรู ก็เท่ากับโหดร้ายต่อตัวเอง
หลังจากเงียบไปสามวินาที เขาก็กัดฟัน หันหน้าหนี "ลงมือเถอะ"
"ก๊อก ก๊อก ก๊อก " มีคนเคาะประตู
เกาหยางสะดุ้งตกใจ รีบคว้าผ้าห่มบนเตียงน้ำมาคลุมร่างที่หมดสติของหวังจื่อข่ายเอาไว้
ชิงหลิงลุกขึ้น เดินแกมวิ่งไปที่ประตู แล้วแง้มเปิดออกเล็กน้อย "ใคร?"
คนที่ยืนอยู่หน้าประตู คือเจ้าอ้วนที่อยู่หน้าเคาน์เตอร์
เจ้าอ้วนมีสีหน้าตื่นเต้น เขาลดเสียงลงแล้วพูดว่า "พี่สาว รีบให้ผมเข้าไปหน่อย!"
"ทำไม?" ชิงหลิงมองอย่างระแวดระวัง
เจ้าอ้วนมองซ้ายมองขวา ทำท่าทางลึกลับแล้วกระซิบ "เรื่องในห้องผมรู้หมดแล้ว ผมก็เป็นผู้ตื่นรู้เหมือนกัน... ขอเข้าไปคุยข้างในเถอะ"
ชิงหลิงชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียอยู่สามวินาที
ระหว่างฆ่าเจ้าอ้วนทิ้งทันทีกับปล่อยให้เข้ามาในห้อง เธอเลือกอย่างหลัง
……
สองมือของเจ้าอ้วนกดทับลงบนปอดของหวังจื่อข่าย
ก่อนหน้านี้ กระสุนที่ปอดถูกชิงหลิง "เอา" ออกมาแล้ว มือของเจ้าอ้วนถูกปกคลุมไปด้วยพลังงานสีเขียว อนุภาคสีเขียวกำลังหลั่งไหลเข้าสู่ช่องอกของหวังจื่อข่ายอย่างต่อเนื่อง เลือดค่อยๆ หยุดไหล บาดแผลที่ถูกกระสุนฉีกขาดก็กำลังสมานตัวอย่างช้าๆ จนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ห้านาทีต่อมา การช่วยชีวิตก็สิ้นสุดลง
เจ้าอ้วนร้องโอดครวญ ทรุดตัวลงนั่งแหมะบนพรม เหงื่อเปียกชุ่มไปทั้งตัวเหมือนเพิ่งอาบน้ำมา เขาหอบแฮ่กๆ รู้สึกเหมือนอายุขัยหายไปครึ่งหนึ่ง "โชคดีนะที่ไอ้หมอนี่เป็นอสูร ถ้าเป็นคนล่ะก็ ผมช่วยชีวิตไว้ไม่ได้จริงๆ"
ระหว่างที่ช่วยชีวิต เจ้าอ้วนก็แนะนำตัวไปเรียบร้อยแล้ว
เขาชื่อหานอิงจวิ้น แต่ทุกคนเรียกเขาว่าพั่งจวิ้น กลายเป็นผู้ตื่นรู้เมื่อสี่ปีก่อน พรสวรรค์ 【รักษา】 หมายเลขลำดับ: 45
พ่อแม่ของพั่งจวิ้นเสียชีวิตตั้งแต่เขายังเด็ก เขาโตมากับคุณอา หลังจากคุณอาเสียชีวิต เขาก็เรียนจบแค่มัธยมปลาย ไม่ได้เรื่องได้ราวอะไร จึงรับช่วงต่อโรงแรมของคุณอา และจัดการยกเครื่องใหม่เปลี่ยนให้กลายเป็นม่านรูด
ชิงหลิงย่อตัวลง ยืนยันการเต้นของหัวใจของหวังจื่อข่าย แล้วสั่งเกาหยาง "นายจัดการเคลียร์พื้นที่ซะ ฉันมีเรื่องจะถามไอ้อ้วนเวรนี่"
"แหะๆ ไม่ต้องเรียกสนิทสนมขนาดนั้นก็ได้ เรียกผมว่าจวิ้นพั่งก็พอ"
ชิงหลิงมองไปที่พั่งจวิ้น "นายรู้เรื่องที่เกิดขึ้นในห้องได้ยังไง"
พั่งจวิ้นชะงักไปครู่หนึ่ง รีบยิ้มประจบ "แฮะๆ ความจริงคือ... ผมติดกล้องกับเครื่องดักฟังไว้ในห้องน่ะ..."
พูดยังไม่ทันขาดคำ ดาบถังก็ "ฟึ่บ" มาจ่ออยู่ที่คางสามชั้นอันอวบอูมของพั่งจวิ้น
พั่งจวิ้นร้องลั่น "พี่สาวไว้ชีวิตด้วย! ฟังผมอธิบายก่อน!"
"ให้เวลาสิบวินาที"
"อย่างแรกเลย ผมไม่ได้ติดกล้องในห้องน้ำเด็ดขาด! ผมเป็นคนมีเส้นแบ่งศีลธรรมนะ!" พั่งจวิ้นปาดเหงื่อบนใบหน้าอ้วนท้วน "อีกอย่าง ที่ผมติดกล้อง ก็ไม่ได้ทำไปเพื่อสนองตัณหาของตัวเอง ผมเป็นคนที่หลุดพ้นจากรสนิยมต่ำตมพวกนั้นแล้ว..."
"พูดเข้าประเด็น"
"พวกคุณไม่สงสัยบ้างเหรอ?" เจ้าอ้วนดันดาบที่คอออกไปนิดนึงอย่างสั่นเทา "พวกอสูรเนี่ย เวลาอยู่ลับหลังจะเป็นยังไง?"
"ฟึ่บ" ดาบถังหายไปจากมือของชิงหลิง "นายกำลังสังเกตการณ์อสูรอยู่เหรอ?"
"ใช่ครับ ตั้งแต่ตื่นรู้ โลกทัศน์ผมก็พังทลาย ช็อกสุดขีดไปเลย!" พั่งจวิ้นเหลือบมองหวังจื่อข่ายที่อยู่แทบเท้า "หลังจากยอมรับความจริงได้ ผมก็คิดมาตลอดเลยนะ ว่าพวกอสูรเนี่ยสวมบทบาทเป็นมนุษย์ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยจริงๆ เหรอ?"
"พวกผู้หลงลืมน่ะผมยังพอรับได้ พวกมันโง่ๆ บื้อๆ หลอกได้แม้กระทั่งตัวเอง แต่อสูรตัวอื่นล่ะ? มาเล่นขายของกับพวกเราทุกวันเหมือนกันเหรอ? พวกมันทำแบบนี้ไปทำไมกัน?" พั่งจวิ้นหันไปมองเกาหยาง "คุณไม่สงสัยเหรอ?"
"ฉันเพิ่งตื่นรู้ได้สามวัน ยังไม่ได้คิดอะไรเยอะขนาดนั้น" เกาหยางตอบพลางถูพื้นไปด้วย
"ที่ผมติดกล้อง ด้านหนึ่งก็เพื่ออยากดูว่าพวกอสูรตอนอยู่ลับหลังเป็นยังไง..." พูดถึงตรงนี้ พั่งจวิ้นก็เผยสีหน้าผิดหวังออกมา "คิดไม่ถึงเลยว่า ไอ้พวกนี้ ขนาดอยู่ลับหลังก็ยังทำหน้าที่นักแสดงได้ดีเยี่ยม เรื่องบัดซบที่มนุษย์ทำ พวกมันก็ทำเหมือนกัน"
เกาหยางกับชิงหลิงตกอยู่ในห้วงความคิด
"อีกด้านหนึ่ง ผมก็อยากตามหามนุษย์ด้วย" พั่งจวิ้นถอนหายใจ "พี่ชายที่พาผมตื่นรู้ตายไปแล้ว หลายปีมานี้ผมต้องอยู่ตัวคนเดียวมาตลอด ในที่สุดตอนนี้ก็รอจนพวกคุณมาปรากฏตัว! ผมตื่นเต้น ดีใจมากเลย..."
พั่งจวิ้นกางแขนออก หวังจะสวมกอดชิงหลิง
เมื่อเผชิญกับสายตาพิฆาตของชิงหลิง เขาก็หันไปกอดเกาหยางแทน "ผมดีใจมากจริงๆ ฮือๆๆ ผมนึกว่าจะต้องแก่ตายอย่างโดดเดี่ยวซะแล้ว..."
พั่งจวิ้นตื่นเต้นจนถึงกับร้องไห้ออกมาจริงๆ "ลูกพี่ ในใจผมมันขมขื่นเหลือเกิน... ลืมตาตื่นขึ้นมาทุกวันก็ต้องเล่นละคร สามปีแล้วสามปีเล่า เมื่อไหร่จะสิ้นสุดสักที..."
เกาหยางปลอบคนไม่เป็น ได้แต่ตบไหล่ที่เต็มไปด้วยไขมันของพั่งจวิ้นอย่างเก้ๆ กังๆ "เอาล่ะๆ ไม่เป็นไรแล้วๆ"
"ก๊อก ก๊อก ก๊อก " เสียงเคาะประตูดังมาจากข้างนอกอีกครั้ง
ชั่วขณะนั้น ทุกคนเงียบกริบ
เกาหยางและชิงหลิงต่างหันไปมองพั่งจวิ้น พั่งจวิ้นเองก็ส่ายหน้าด้วยความสงสัย
ชิงหลิงสบตากับเกาหยาง แล้วหยิบดาบถังออกมาอย่างเงียบเชียบ
เกาหยางพยักหน้า รีบลุกเดินไปที่ประตู แล้วตะโกนถามออกไป "ใครครับ?"
"มาทำความสะอาดค่ะ" เสียงคุณป้าคนหนึ่งดังมาจากข้างนอก
"ทำความสะอาด?"
"ห้อง 501 ไม่ใช่ว่าขึ้นสถานะเช็คเอาท์แล้วเหรอคะ?"
"ยังนะครับ คุณเข้าใจผิดหรือเปล่า?"
"เข้าใจผิดเหรอ ขอฉันดูหน่อยนะคะ"
พั่งจวิ้นเดินมาที่ประตูด้วย เขาเข้ามาตบไหล่เกาหยาง แล้วกระซิบ "ไม่เป็นไรหรอก ป้าเหอเอง พนักงานทำความสะอาดที่ผมจ้างมา แกสมองไม่ค่อยดีน่ะ"
"อ๋อๆ... ขอโทษทีค่ะ ห้อง 401 ต่างหาก ดูผิดไป แหะๆ" เสียงป้าเหอขอโทษดังมาจากข้างนอกจริงๆ ด้วย
"ไม่เป็นไรครับ"
เกาหยางพูดจบ จู่ๆ ก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบ
เขาหันขวับ พุ่งตัวเข้าไปหาพั่งจวิ้น "หลบไป!"







