นี่เป็นครั้งแรกที่เกาหยางมาโรงแรมม่านรูด พูดตามตรง เขาไม่ค่อยชอบเท่าไหร่
แสงไฟสีแดง พรมสีแดง ผนังสีแดง เฟอร์นิเจอร์สีแดง ม่านเตียงสีแดง ดูเหมือนถ้ำปีศาจแมงมุมที่คับแคบไม่มีผิด
ชิงหลิงล็อคประตูห้อง ดึงผ้าม่านปิด เปิดกล่องเหล็กออก ศึกษาอยู่ครู่หนึ่งก็ประกอบปืนซุ่มยิงเสร็จสรรพ
เวลายังเช้าอยู่ จึงไม่มีอะไรให้ทำ
ชิงหลิงนั่งอยู่บนเก้าอี้เสียวซ่านรูปทรงประหลาด เกาหยางนั่งบนเตียงน้ำนุ่มนิ่ม ทั้งสองสบตากัน ท่ามกลางบรรยากาศที่แสนจะละเอียดอ่อน... อันที่จริงชิงหลิงนั้นดูสงบนิ่งมาก มีเพียงเกาหยางคนเดียวที่ทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะเอามือไปวางไว้ตรงไหน
จู่ๆ โทรศัพท์มือถือของเกาหยางก็ดังขึ้น
เป็นหวังจื่อข่ายที่โทรมา "ไอ้น้อง! ความวู่วามคือปีศาจร้ายนะเว้ย! มึงคิดให้ดีๆ!! ถ้าวันนี้มึงก้าวข้ามเส้นนั้นไป มึงจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้วนะ! มึงจะแปดเปื้อน! ผู้ชายที่ไม่รักนวลสงวนตัวก็เหมือนผักกาดขาวเน่าๆ นั่นแหละ! กูขอถ่มน้ำลายใส่มึงเลย! ถุย!"
"ผู้หญิงไม่ใช่ของดีหรอก มีแต่จะทำให้ความเร็วในการกดสกิล R แฟลชของมึงช้าลงเปล่าๆ!"
"รีบออกมาเลย! พวกเรามาลงแรงค์ด้วยกันสิถึงจะเป็นแสงสว่างแห่งความถูกต้อง!"
"กูอยู่ห้องอีสปอร์ต 601! จอโปรเจคเตอร์เบ้อเริ่ม เครื่องเสียงเซอร์ราวด์ระดับไฮเอนด์ โคตรได้ฟีล รีบขึ้นมาเลย! เป็นพี่น้องกันก็ต้องไต่แรงค์ยันสว่างดิวะ!"
เกาหยางวางสาย
"นายเหงามากเหรอ?" ชิงหลิงถาม
"หา?"
"แล้วทำไมนายถึงไปคบคนงี่เง่าเป็นเพื่อนล่ะ?" ชิงหลิงทำหน้าไม่เข้าใจ
"เรื่องนี้... อธิบายยากแฮะ" เกาหยางยิ้มเจื่อน
ชิงหลิงลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำ "ฉันจะอาบน้ำหน่อย"
ห้องน้ำเป็นตู้กระจกกึ่งทึบกึ่งใสแยกส่วน ถึงจะเป็นกระจกฝ้า แต่ก็พอมองเห็นลางๆ
ไม่นาน ชิงหลิงก็ถอดเสื้อคลุมและกระโปรงพาดไว้บนประตูกระจก จากนั้นชุดชั้นในสีขาวก็ถูกนำมาแขวนไว้อย่างเปิดเผยเช่นกัน
นี่มันจะไม่เห็นฉันเป็นคนนอกเกินไปหน่อยไหม!
เกาหยางรีบก้มหน้าลง ทว่ากระจกช่วงครึ่งเมตรล่างนั้นกลับโปร่งใส เกาหยางจึงมองเห็นเรียวขายาวและข้อเท้าเกลี้ยงเกลาของชิงหลิง ท่ามกลางเสียงน้ำไหลซู่ น้ำร้อนผสมฟองสบู่สีขาวไหลไปตามเส้นสายบนน่องของเธอสู่ข้อเท้า ก่อนจะแตกกระจายลงบนพื้น
เกาหยางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาไถเล่น
ชิงหลิงอาบน้ำเสร็จอย่างรวดเร็ว ตอนที่เดินออกจากห้องน้ำ เธอมีเพียงผ้าเช็ดตัวสุดเซ็กซี่ผืนเดียวพันกายไว้
เธอพูดกับเกาหยางว่า "นายก็ไปอาบน้ำสิ"
"จำเป็นต้องอาบด้วยเหรอ?"
"ในสายตาคนนอก พวกเรามาเปิดห้องที่โรงแรมม่านรูด ร่องรอยทุกอย่างต้องสมเหตุสมผลกับพฤติกรรม จะทำให้พวกอสูรสงสัยไม่ได้เด็ดขาด"
ชิงหลิงพูดพลางเดินไปที่โต๊ะข้างเตียง เปิดกล่องถุงยางอนามัย หยิบออกมาหนึ่งชิ้น ฉีกซอง แล้วเอาถุงยางห่อด้วยกระดาษชำระ ใส่ลงในกระเป๋าเป้ ดูเหมือนตั้งใจจะเอากลับไปด้วย
เธอคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วถาม "อันเดียวพอไหม? ปกตินายใช้กี่อัน?"
"..."
เกาหยางพูดไม่ออกบอกไม่ถูก ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังพูดอะไรออกไป "ก็... อันเดียวแหละ"
หลังจากสร้าง 'ร่องรอย' ที่สมเหตุสมผลทั้งหมดในห้องเสร็จแล้ว ทั้งสองก็หลับตาพักผ่อนครู่หนึ่ง แน่นอนว่าเกาหยางไม่มีความง่วงเลยแม้แต่น้อย เขาเอาแต่คิดถึงปัญหา... ปัญหาที่มีสาระ
...
ห้าโมงครึ่ง นาฬิกาปลุกดังขึ้น ชิงหลิงลืมตาแล้วพลิกตัวลุกจากเตียง
เกาหยางไม่ได้หลับมาตลอด เขาจึงลุกตาม แล้วถามเธออย่างอดใจรอไม่ไหว "ฉันจำได้ว่าก่อนหน้านี้เธอเคยบอกว่า อสูรไม่มีระบบสืบพันธุ์"
ชิงหลิงพยักหน้า เธอเดินไปที่ตู้เย็นเล็กตรงมุมห้อง เปิดประตูตู้ หยิบเครื่องดื่มออกมาสองขวด โยนให้เกาหยางขวดหนึ่ง ส่วนอีกขวดเปิดดื่มเองอึกหนึ่ง
"ฉันมีข้อสงสัยน่ะ" เกาหยางหมุนขวดเครื่องดื่มในมือ "สารวัตรหวง... แต่งงานแล้วใช่ไหม?"
ชิงหลิงพยักหน้า รอฟังประโยคถัดไป
"ตามสัดส่วนหนึ่งในหมื่น งั้นภรรยาของเขา ก็มีโอกาสสูงที่จะเป็นอสูรน่ะสิ?"
"ก็น่าจะใช่"
"แล้วถ้าพวกเขามีอะไรกัน... จะไม่เกิดปัญหาเหรอ?"
ชิงหลิงดื่มไปอีกอึก "อสูรไม่ใช่ไม่มีระบบสืบพันธุ์ แค่ไม่มีระบบสืบพันธุ์แบบมนุษย์จริงๆ แต่พวกมันสามารถเลียนแบบได้ ซึ่งทั้งสองอย่างมีความแตกต่างกันเล็กน้อย"
"เลียนแบบ? แตกต่าง?" เกาหยางครุ่นคิด
ชิงหลิงมีสีหน้าเรียบเฉย "ฉันกลายเป็นผู้ตื่นรู้ตั้งแต่เด็ก มนุษย์คนแรกที่ฉันเจอ คือลูกพี่ลูกน้องของฉัน"
"อ้อ"
"เขาเคยนอนกับผู้หญิงมาเยอะมาก จนกระทั่งวันหนึ่ง เขาไปนอนกับผู้หญิงที่เป็นมนุษย์ เขาถึงพบว่าความรู้สึกมันไม่ค่อยเหมือนกับที่ผ่านๆ มา"
"แล้วเขาก็กลายเป็นผู้ตื่นรู้เลยเหรอ?" เกาหยางรู้สึกสับสนปนเป นี่แสดงว่าพวกผู้ชายเจ้าชู้มักจะมีจุดจบไม่สวยสินะ เพราะถ้าลูกพี่ลูกน้องของชิงหลิงไม่ตื่นรู้ เขาก็คงไม่ตาย
ชิงหลิงพยักหน้า "พี่ชายบอกฉันว่า ถ้าไม่เคยมีอะไรกับมนุษย์มาก่อน ต่อให้มีอะไรกับอสูรเป็นร้อยเป็นพันครั้งก็จะไม่รู้สึกตัว แต่ถ้ามีแค่ครั้งเดียว ก็จะรู้ได้ทันทีว่ามีความผิดปกติ"
"พูดแบบนี้... เธอมีประสบการณ์ด้านนี้เหรอ?" เกาหยางสาบานได้ว่า เขากำลังถามด้วยจิตวิญญาณแห่งการถกเถียงทางวิชาการอย่างจริงจัง
"ไม่มี" ชิงหลิงส่ายหน้า "พี่ชายบอกฉันว่า ผู้ชายแยกแยะง่ายมาก เพราะอสูรเพศผู้กำลังเลียนแบบระบบสืบพันธุ์ของมนุษย์ ร่างกายจึงตอบสนองเสร็จสิ้นในพริบตา แต่ร่างกายของมนุษย์ผู้ชาย จะค่อยๆ ตอบสนอง"
เกาหยางนึกถึง 'การทดสอบ' ในคืนนั้นแล้วก็อดหน้าแดงไม่ได้
"ถ้าเป็นอสูรเพศเมีย พี่ชายบอกว่าต้องสัมผัสเองถึงจะเข้าใจ อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้" จู่ๆ ชิงหลิงก็หันมามองเกาหยาง "หรือว่าเราจะลองดูสักครั้งล่ะ แบบนี้จะได้มีประสบการณ์กันทั้งคู่"
เกาหยางพ่นเครื่องดื่มพรวดออกมา
"ทำไม น่าขำนักเหรอ?" ชิงหลิงขมวดคิ้ว
"มะ... ไม่ใช่ ถ้ามีโอกาส... ค่อยว่ากันเถอะ" เกาหยางรีบเปลี่ยนเรื่อง มองโทรศัพท์มือถือ "ใกล้จะหกโมงแล้ว"
ชิงหลิงหยิบกระดาษโน้ตในกระเป๋าออกมา ประกายตาเย็นเยียบวาบผ่านก้นบึ้งดวงตา
"ต้องฆ่าคนใช่ไหม?" เกาหยางเดาออกแล้ว "ฆ่าใคร?"
ชิงหลิงยื่นกระดาษโน้ตให้เกาหยาง "ดูเอาเอง"
หกโมงตรง นอกหน้าต่าง จุดชมวิวหมายเลข 2 ริมแม่น้ำ ฆ่าผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ ฉัน เล็งไปที่ศีรษะหรือหัวใจ
เกาหยางมองกระดาษโน้ตแล้วตกอยู่ในห้วงความคิด:
'ผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ ฉัน' แสดงว่าเดี๋ยวสารวัตรหวงก็จะปรากฏตัวออกมาด้วย เป้าหมายต้องเป็นเพื่อนร่วมงาน เพื่อน หรือคนในครอบครัวของเขาแน่ๆ การที่สารวัตรหวงไม่ลงมือฆ่าเธอด้วยตัวเอง แต่กลับไปอยู่กับเธอและเข้าไปในรัศมีกล้องวงจรปิด น่าจะเป็นเพราะต้องการสร้าง 'พยานหลักฐานที่อยู่' ที่สมบูรณ์แบบที่สุด ยืมดาบฆ่าคน เพื่อล้างมลทินให้ตัวเอง
ดูเหมือนเรื่องนี้จะไม่ธรรมดาซะแล้ว
ชิงหลิงดึงผ้าม่านเปิดออก เข็นเก้าอี้เสียวซ่านไปริมหน้าต่าง ตั้งปืนซุ่มยิง เอียงคอ เอาตาขวาทาบกับศูนย์เล็ง ไม่พูดไม่ได้ว่า ภาพสาวสวยหุ่นเพรียวสูงที่พันแค่ผ้าเช็ดตัว นั่งใช้ปืนซุ่มยิงอยู่บนเก้าอี้เสียวซ่าน เป็นภาพที่ดูบ้าบอเกินไปจริงๆ
ไม่นานชิงหลิงก็เอ่ยขึ้น "เป้าหมายปรากฏตัวแล้ว"
เกาหยางรีบขยับเข้าไปใกล้ "ฉันขอดูหน่อย"
เกาหยางมองผ่านศูนย์เล็งไปยังจุดชมวิวหมายเลข 2 ริมแม่น้ำ
แสงแดดยามเช้าสาดส่องอย่างสะอาดบริสุทธิ์และนุ่มนวล ผู้หญิงที่มีบุคลิกดูเป็นศิลปินและมีความรู้คนหนึ่งกำลังยืนอยู่บนจุดชมวิวหมายเลข 2 เธอสวมชุดเดรสยาวสีแดง ห่มผ้าคลุมไหล่สีขาว ทอดสายตามองผิวน้ำที่ทอประกายระยิบระยับ
ไม่นาน สารวัตรหวงก็ปรากฏตัว เขาใส่ชุดกีฬาและรองเท้าวิ่ง มีผ้าขนหนูพาดบ่า เขาหยุดวิ่งที่จุดชมวิว หญิงสาวหันกลับมา ยื่นน้ำแร่ในมือให้เขาพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน
สารวัตรหวงรับน้ำมา หญิงสาวก็หยิบผ้าขนหนูขึ้นมาซับเหงื่อให้เขาอย่างเป็นธรรมชาติด้วยความสนิทสนม
หลังจากการพูดคุยสั้นๆ สารวัตรหวงก็หยิบผ้าขนหนูมาแล้ววิ่งต่อไป ดูเหมือนจะตั้งใจวิ่งไปกลับอีกสักสองรอบ หญิงสาวมองส่งสารวัตรหวงด้วยสายตาเปี่ยมรัก จากนั้นก็หันกลับไปชมวิวแม่น้ำต่อ
"ภรรยาเขาเหรอ?" เกาหยางถาม
ชิงหลิงพยักหน้า เธอเองก็คิดเหมือนกัน "ภรรยาของเขาอาจจะรู้เรื่องสถานะผู้ตื่นรู้ของเขาแล้ว อย่างน้อยก็คงเริ่มสงสัยในตัวเขา สารวัตรหวงจึงตัดสินใจกำจัดเธอทิ้งเพื่อป้องกันไว้ก่อน ก็เลยอยากจะยืมมือพวกเรา"
"แกร๊ก "
ชิงหลิงตั้งปืนให้เข้าที่ "ฉันจัดการเอง"
เกาหยางไม่ได้พูดอะไร รู้สึกสับสนเล็กน้อย
เขาไม่ใช่พ่อพระผู้ประเสริฐ และยิ่งไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินการกระทำของสารวัตรหวง แต่พอลองเอาตัวเองเข้าไปแทนที่ ถ้าตอนนี้คนที่อยู่ในศูนย์เล็งปืนซุ่มยิงคือย่า พ่อ แม่ หรือน้องสาวของเขา เขาจะยังเหนี่ยวไกลงหรือเปล่า?
ความรู้สึกมากมายประดังประเดเข้ามาจนเขาว้าวุ่นใจไปหมด
"เป้าหมายนิ่งแล้ว" ชิงหลิงสูดหายใจเข้าลึก "สาม สอง หนึ่ง..."
"ฟุ่บ " ชิงหลิงลั่นไกปืน ถึงจะมีที่เก็บเสียง แต่เสียงปืนก็ยังฟังดูแปลกๆ มันทึบและสั้นกุด ให้ความรู้สึกเหมือนปืนขัดลำกล้อง
เกาหยางเองก็รู้สึกถึงความผิดปกติ พอเงยหน้าขึ้นมองก็ถึงกับอึ้ง
ชิงหลิงเองก็ขมวดคิ้วแน่นอย่างนึกไม่ถึง
ที่แท้ในวินาทีที่เธอเหนี่ยวไก จู่ๆ ก็มีเงาดำสายหนึ่งร่วงหล่นลงมาจากฟ้า ขวางปลายกระบอกปืนเอาไว้ กระสุนพุ่งเจาะร่างเงานั้น ไม่นาน เกาหยางและชิงหลิงก็มองเห็นได้อย่างชัดเจน
ร่างนั้นคือหวังจื่อข่าย







