ตอนที่นายท่านใหญ่ตระกูลเผยแห่งเมืองไคเฟิงเขียนจดหมายตอบกลับมาตำหนิเผยเจียนอย่างรุนแรงนั้น
เขาไม่มีทางนึกฝันเลยว่า...
ลูกชายไม่ได้เรื่องไม่ได้ราวของตัวเอง ช่วงนี้กำลังตั้งใจอ่านหนังสืออย่างเอาเป็นเอาตายทั้งวันทั้งคืน
แล้วก็ยังมีเด็กรับใช้ประจำห้องหนังสือคนนั้นที่เขาคิดว่าเป็น 'คนไร้ความสามารถจอมหลอกลวง'
ยิ่งกลายเป็นตัวตนที่สี่ตระกูลใหญ่ต่างแย่งชิง และเป็นที่รักของทุกคน
ก่อนอื่นต้องพูดถึงเหตุผลที่เผยเจียนจู่ๆ ก็ตั้งใจเรียนขึ้นมา
นอกเหนือจากการต้องเขียนเรื่อง "ตำนานเจ็ดจอมยุทธ์แมวรุ้งกระต่ายคราม" แล้ว
ยังเป็นเพราะความกดดันมันสูงมากน่ะสิ!
อันที่จริงไม่ใช่แค่เผยเจียนเท่านั้น
หลี่เฮ่ออวี้ เกาฉี และจวงจิ่น ทั้งสามคนช่วงนี้ต่างก็กัดฟันตั้งใจเรียนกันทั้งนั้น
มีลูกน้องอัจฉริยะขั้นเทพที่น่ากลัวสุดๆ ชนิดที่ว่าอ่าน "ตำราพันอักษร" แค่รอบเดียวก็จำได้หมด ซึ่งเรียกได้ว่าผิดมนุษย์มนาขนาดนี้ คนเป็นลูกพี่จะไม่มีความกดดันได้ยังไง?
แน่นอนว่านอกจากเผยเจียนแล้ว คุณชายอีกสามคนที่เหลือล้วนจัดอยู่ในประเภทเสนอหน้ามาเป็นลูกพี่ฝ่ายเดียวทั้งนั้น
แต่นั่นไม่สำคัญหรอก!
ที่สำคัญคือ พวกเขาทั้งสี่คนถูกกระตุ้นเข้าให้แล้วจริงๆ!
ตอนอยู่บ้าน
พวกเขาจุดตะเกียงอ่านหนังสือยามค่ำคืน นั่งเกาหัวแกรกๆ เขียนหนังสือ
พอไปถึงสถานศึกษา
ทั้งสี่คนก็ตั้งใจฟังบรรยาย พอถึงเวลาพักก็ยังแย่งกันไปขอคำชี้แนะเรื่องวิชาความรู้จากอาจารย์อู๋อีก
จนทำให้นักเรียนในสถานศึกษาของตระกูลที่เห็นพวกเขามีสีหน้าราวกับเห็นผี
คุณชายเสเพลเหล่านี้ เปลี่ยนนิสัยไปแล้วจริงๆ หรือเนี่ย?
จะเป็นไปได้ยังไง!
ชุยเซี่ยนผู้เป็นต้นเหตุ ลอบสังเกตพฤติกรรมของคุณชายเสเพลทั้งสี่เงียบๆ แต่กลับแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราว
ความจริงแล้ว เรื่องที่อ่าน "ตำราพันอักษร" แค่รอบเดียวแล้วจำได้ทันทีเนี่ย มันค่อนข้างจะเกินจริงและไม่สมเหตุสมผลอยู่บ้างจริงๆ
แต่ก็ช่วยไม่ได้
ในฐานะผู้ข้ามมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาติก่อนยังเป็นถึงด็อกเตอร์ด้านวรรณคดีภาษาจีนอีกด้วย
ความรู้ที่ 'เกินจริงจนหลุดโลก' ในหัวของชุยเซี่ยนนั้น มันมีมากเกินไป มากเกินไปจริงๆ!
และสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย!
เพื่อที่ในอนาคตจะสามารถนำความรู้เหล่านั้นออกมาใช้ได้อย่างสมเหตุสมผล
จึงทำได้เพียงเริ่มสร้างภาพลักษณ์ 'อัจฉริยะสุดแกร่ง' ให้กับตัวเองตั้งแต่ตอนนี้ โดยเริ่มจากความไม่สมเหตุสมผลเล็กๆ น้อยๆ ไปก่อน
จากนั้นค่อยๆ เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ
ผู้คนก็จะค่อยๆ ชินไปเอง
และจะหาเหตุผลมาสนับสนุนเขาเองว่า "ชุยเซี่ยนเขาเป็นเด็กอัจฉริยะ เขาทำได้ทุกอย่าง เขารู้ทุกเรื่อง! อย่าเอาความคิดดาดๆ ของพวกเจ้ามาจำกัดความเป็นอัจฉริยะขั้นเทพของพวกเราได้ไหม!"
อย่างเช่นตอนนี้
พวกเผยเจียนทั้งสี่คนเลิกสงสัยในความสมเหตุสมผลของเรื่องที่ชุยเซี่ยนฟังและอ่าน "ตำราพันอักษร" แค่รอบเดียวก็จำได้ทันทีไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว
เพราะเขาคือเด็กอัจฉริยะที่เก่งกาจราวกับปีศาจ เป็นอัจฉริยะที่ไร้เทียมทานสุดๆ!
หุบปาก ไม่ต้องถาม
เข้าใจก็พอแล้ว!
และการที่คุณชายเสเพลทั้งสี่จู่ๆ ก็เปลี่ยนนิสัย หันมาตั้งใจเรียน ก็ยิ่งทำให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านของพวกเขาซาบซึ้งจนน้ำตาไหล
ลูกชายข้ารู้ความแล้ว รู้จักตั้งใจเรียนแล้ว!
ตระกูลเกา ตระกูลจวง และตระกูลหลี่ทั้งสามตระกูลสืบจนรู้แน่ชัดแล้วว่า สาเหตุที่ลูกชายของตนมีความก้าวหน้า ล้วนเป็นเพราะหนุ่มน้อยชุยเซี่ยน!
จึงเลือกวันที่สถานศึกษาหยุดพักการเรียน
ฮูหยินของทั้งสามตระกูลก็พาลูกชายและของขวัญชิ้นโต แท็กทีมกันมาเยือนจวนเผยอย่างแทบจะอดใจรอไม่ไหว เพื่อขอบคุณหนุ่มน้อยชุยเซี่ยน
นายท่านจวนเผยไม่อยู่ มีเพียงท่านผู้เฒ่าเผยที่เป็นสตรีเพียงคนเดียว ดังนั้น ทั้งสามตระกูลจึงส่งฮูหยินมา
ก่อนที่รถม้าของตระกูลเกาจะมาถึงจวนเผย
ภายในรถม้า
เกาฉีเอาแต่เอ่ยปากชมชุยเซี่ยนกับแม่ของเขาไม่หยุด "ท่านแม่ ท่านไม่รู้หรอกว่าน้องชุยเซี่ยนยอดเยี่ยมขนาดไหน! ข้าล่ะอิจฉาเผยเจียนจริงๆ ที่ได้เป็นลูกพี่ของน้องชุยเซี่ยน"
ฮูหยินนายกองพันฟังลูกชายเอ่ยปากชมชุยเซี่ยนด้วยสีหน้าเบิกบาน
นางกลอกตาไปมา แล้วกระซิบข้างหูลูกชายว่า "อิจฉาไปจะมีประโยชน์อะไร ถ้าเจ้าชอบน้องชุยเซี่ยนจริงๆ สู้แย่งตัวเขามาไม่ดีกว่าหรือ"
หา?
เกาฉีถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก
ก่อนจะรีบส่ายหน้า "ไม่ได้ๆ ข้ากับเผยเจียนเป็นพี่น้องกัน ข้าจะไปแย่งลูกน้องของเขาได้ยังไง..."
พูดถึงตรงนี้ จู่ๆ เกาฉีก็เงียบไป
ถ้าเขาแย่งตัวน้องเซี่ยนมาได้
แล้วมีน้องเซี่ยนมาคอยเทิดทูนและเรียกเขาว่า 'ลูกพี่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก' ทุกวัน เกาฉีไม่อยากจะคิดเลยว่าตัวเองจะมีความสุขขนาดไหน!
ถึงยังไง...
ถึงยังไงพอ "ตำนานเจ็ดจอมยุทธ์แมวรุ้งกระต่ายคราม" วางแผงเมื่อไหร่ ชื่อเสียงของชุยเซี่ยนก็จะโด่งดังไปทั่วหนานหยางอยู่ดี
พรสวรรค์ระดับเด็กอัจฉริยะยิ่งสาดส่องประกายดั่งแสงจันทร์นวลผ่อง สว่างจ้าจนทำเอาผู้คนนับไม่ถ้วนตาบอดเพราะความอิจฉา
ความจริงที่ว่าเผยเจียนเป็นคนไม่ได้เรื่องก็จะถูกเปิดโปง แล้วเขาก็จะสูญเสียน้องชุยเซี่ยนไป
ในเมื่อช้าเร็วก็ต้องเสียไปอยู่ดี
งะ งั้นสู้เสียไปตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่ดีกว่าหรือ แบบนี้ยังจะทำให้ข้าเกาฉีได้เป็นลูกพี่สักสองสามวันด้วย!
พอความคิดนี้ผุดขึ้นมา ก็หยุดไม่อยู่เสียแล้ว
เมื่อเห็นสีหน้าของลูกชายเริ่มโอนอ่อน ฮูหยินนายกองพันก็ลดเสียงต่ำลงแล้วพูดอีกว่า "พี่น้องอะไรกัน ถ้าเผยเจียนเห็นเจ้าเป็นพี่น้องจริงๆ ก็ควรจะยกลูกน้องให้เจ้าสิ ลูกเอ๋ย แม่สนับสนุนเจ้านะ แย่งตัวน้องชุยเซี่ยนมาเลย"
"แล้วแม่จะบอกอะไรให้นะ แม่รู้จักแม่ของจวงจิ่นกับแม่ของหลี่เฮ่ออวี้ดี ผู้หญิงสองคนนี้ฉลาดแกมโกงกันทั้งนั้น ไม่แน่ว่าระหว่างทางที่มา พวกนางก็อาจจะกำลังเสี้ยมสอนลูกชายให้แย่งตัวน้องชุยเซี่ยนไปอยู่เหมือนกัน!"
เกาฉีได้ฟังก็ร้อนรนขึ้นมาทันที และพูดด้วยความโมโหว่า "ใช่ไหมล่ะ ใช่ไหมล่ะ! ท่านแม่ ข้าจะบอกท่านให้นะ สิ่งที่ท่านพูดมามันถูกต้องที่สุด! เจ้าสองคนนั่น จวงจิ่นกับหลี่เฮ่ออวี้ ไม่ได้มีเจตนาดีแน่ๆ ตอนที่พวกมันเจอน้องเซี่ยนครั้งแรก ก็เอาแต่อวดอ้างสรรพคุณตัวเอง หวังจะหลอกล่อน้องชุยเซี่ยนกลับบ้าน!"
"ไม่ได้การ ข้าต้องชิงลงมือก่อน! ต้องหาทางแย่งตัวน้องชุยเซี่ยนมาที่บ้านเราให้ได้!"
ในขณะที่เกาฉีลอบตัดสินใจอย่างแน่วแน่อยู่นั้น
ภายในรถม้าของตระกูลจวงและตระกูลหลี่ที่กำลังมุ่งหน้าไปยังจวนเผย
จวงจิ่นกับหลี่เฮ่ออวี้ก็กำลังกระซิบกระซาบกับแม่ของตัวเองเช่นกัน ด้วยสีหน้าลับๆ ล่อๆ
แม่ของจวงจิ่น "ลูกเอ๋ย แม่สนับสนุนเจ้านะ! แม้ตระกูลเผยจะเป็นตระกูลบัณฑิตที่สูงส่ง แต่ถ้าชุยเซี่ยนเป็นฝ่ายขอออกไปเอง แล้วมาอยู่บ้านเรา จวนเผยก็ทำอะไรไม่ได้หรอก!"
แม่ของหลี่เฮ่ออวี้ "ถ้าน้องชุยเซี่ยนยอดเยี่ยมอย่างที่ลูกว่าจริงๆ ก็สมควรที่จะแย่งตัวมา แล้วเชิญเขามาอยู่ที่บ้านเราสิ!"
สีหน้าของจวงจิ่นกับหลี่เฮ่ออวี้ต่างก็เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย จากนั้นก็กัดฟันกรอด...
แย่งก็แย่ง!
ในขณะเดียวกัน ที่จวนเผย
วันนี้สถานศึกษาหยุดเรียน เผยเจียนยังคงขลุกตัวตั้งใจเรียนอยู่ในห้องหนังสือ
ส่วนชุยเซี่ยนกลัวว่าจะไปรบกวนเขา จึงท่องหนังสืออยู่ในห้องพักของตัวเอง
เวลานั้นเอง
แอ๊ด...
ประตูห้องหนังสือถูกผลักออก ท่านผู้เฒ่าเผยนั่นเองที่เดินเข้ามา
เผยเจียนขมวดคิ้ว "ท่านย่า หลานบอกแล้วไม่ใช่หรือขอรับ ว่าอย่ามารบกวนหลานเขียนหนังสือ"
หากเป็นเมื่อก่อน ท่านผู้เฒ่าเผยคงจะรีบเดินออกไปทันทีแล้ว
แต่วันนี้ เมื่อเห็นหลานชายทำท่าทางเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย
นางจึงถอนหายใจ แล้วเดินเข้าไปกระซิบเสียงเบา "หยุดพักก่อนเถอะ หลานโง่ของย่าเอ๋ย ขืนเจ้ายังตั้งหน้าตั้งตาเรียนอย่างโง่เขลาต่อไปแบบนี้ ลูกน้องของเจ้าคงถูกคนอื่นแย่งไปหมดแล้วแหละ"
เผยเจียนเงยหน้าขึ้นขวับ "อะไรนะ? ใครกล้ามาแย่งลูกน้องของคุณชายอย่างข้า รนหาที่ตายนักใช่ไหม!"
ท่านผู้เฒ่าเผยเบ้ปาก ดวงตาทอประกายแหลมคม "จะเป็นใครไปได้อีกล่ะ ก็พี่น้องแสนดีทั้งสามคนของเจ้านั่นแหละ! เจ้าดูสิ วันนี้พอสถานศึกษาหยุด ฮูหยินของทั้งสามตระกูลก็พากันมาเยือนบ้านเราถึงที่! แถมยังส่งเทียบเชิญมาเป็นพิเศษ โดยอ้างว่าจะมาขอบคุณเซี่ยนเกอ"
"เซี่ยนเกอถึงจะเก่งกาจ แต่ถึงอย่างไรก็ยังเด็ก ถือเป็นผู้น้อย มีอย่างที่ไหนที่ผู้หลักผู้ใหญ่ต้องเป็นฝ่ายมาหาถึงบ้านเพื่อมาขอบคุณด้วยตัวเอง? เรื่องนี้มันไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย ยิ่งไปกว่านั้น ฮูหยินทั้งสามคนนี้ต่างก็เป็นคนฉลาดหลักแหลมที่มีหน้ามีตาในหนานหยางทั้งนั้น"
"ย่าแก่แล้วก็จริง แต่ไม่ได้แก่จนสายตาฝ้าฟางมองอะไรไม่ออกนะ พวกเขาน่ะ ร้อยทั้งร้อยต้องมาเพราะเซี่ยนเกอแน่ๆ เซี่ยนเกอไม่เพียงแต่ทำให้เจ้าเปลี่ยนนิสัยหันมาตั้งใจเรียนได้ แต่ยังทำให้พี่น้องอีกสามคนของเจ้าเริ่มใฝ่ดีขึ้นมาด้วย"
"ฮูหยินทั้งสามคนนั้นจะต้องดีใจจนหุบยิ้มไม่ลงแน่ๆ ไม่รู้ว่าจะขอบคุณเซี่ยนเกอมากขนาดไหน เพื่อที่จะให้ลูกชายของพวกนางตั้งใจเรียนต่อไปในอนาคต พวกนางจะต้องยอมทุ่มสุดตัวเพื่อแย่งเซี่ยนเกอไปให้ได้แน่นอน"
"เจียนเกอ เจ้าลองนึกดูดีๆ สิว่า พี่น้องทั้งสามคนของเจ้า ก่อนหน้านี้เคยแอบคิดจะลักพาตัวเซี่ยนเกอไปบ้างหรือเปล่า"
เผยเจียนลองคิดทบทวนดูดีๆ ก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ "มีขอรับ! เจ้าโง่สามคนนั้น ตั้งแต่เจอลูกน้องของข้าครั้งแรก ก็คิดไม่ซื่อแล้ว! ข้าเห็นพวกมันเป็นพี่น้อง แต่พวกมันกลับคิดจะมาแย่งลูกน้องของข้าเนี่ยนะ? ไร้เหตุผลสิ้นดี!"
ท่านผู้เฒ่าเผยเห็นหลานชายคนเล็กคิดตกแล้ว ก็มีสีหน้าพึงพอใจ "เจ้าคอยดูเถอะ วันนี้ทั้งสามตระกูลนั้นจะต้องเตรียมของขวัญชิ้นโตมามอบให้เซี่ยนเกอแน่ๆ ดังนั้น ย่าเองก็เตรียมของขวัญชิ้นโตไว้ให้เซี่ยนเกอเหมือนกัน ย่าชอบเด็กคนนี้จริงๆ"
เผยเจียนได้ยินดังนั้นถึงได้ยิ้มออก "ท่านย่าดีที่สุดเลยขอรับ! โชคดีที่ท่านย่ามาเตือนหลาน ไม่อย่างนั้นลูกน้องของข้าคงถูกแย่งไปหมดแน่ๆ"
ในขณะที่รถม้าอันหรูหราของตระกูลเกา ตระกูลจวง และตระกูลหลี่ ใกล้จะถึงจวนเผย
ในขณะที่ 'พี่น้องจอมปลอม' ทั้งสี่คนกำลังแอบวางแผนกันอย่างลับๆ ว่าจะแย่งตัวน้องชุยเซี่ยนไปได้อย่างไร
ป้าสะใภ้ใหญ่หลินซื่อก็ออกเดินทางจากหมู่บ้านเหอซี เข้ามาในตัวอำเภอเพื่อเยี่ยมชุยอวี้ ลูกชายที่กำลังเรียนอยู่ในสำนักศึกษาเอกชน และชุยเซี่ยน หลานชายที่ทำงานเป็นเด็กรับใช้ประจำห้องหนังสืออยู่ในจวนเผย
ส่วนชุยเซี่ยนที่อยู่ท่ามกลาง 'ใจกลางพายุ' นั้น ยังคงไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยแม้แต่น้อย
เขายังคงหวังให้คุณชายไม่ได้เรื่องทั้งสี่คนร่วมแรงร่วมใจกัน รีบเขียน "ตำนานเจ็ดจอมยุทธ์แมวรุ้งกระต่ายคราม" ออกมาให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อจะได้ตีพิมพ์วางขายหาเงินอยู่นะ!