วันนี้
หลินซื่อออกเดินทางจากหมู่บ้านเหอซี ก่อนอื่นไปเยี่ยมชุยอวี้ผู้เป็นบุตรชาย
จากนั้นก็มาเยี่ยมชุยเซี่ยนผู้เป็นหลานชาย
เมื่อมาถึงหน้าประตูจวนเผย
มองเห็นประตูใหญ่โตโอ่อ่าแต่ไกล นางก็ลังเลไม่กล้าก้าวเข้าไป
ประจวบเหมาะกับเวลานั้นพอดี
รถม้าหรูหราสามคันพร้อมด้วยบ่าวไพร่และของขวัญล้ำค่า ได้เดินทางมาเยือนจวนเผย
หลินซื่อหลบอยู่ตรงมุมกำแพง รอจนกระทั่งเหล่าผู้สูงศักดิ์เหล่านั้นเข้าไปด้านในแล้ว
ถึงได้รวบรวมความกล้าเดินเข้าไปถามคนเฝ้าประตูว่า "ขอถาม...ขอถามพี่ชาย ท่านรู้จักชุยเซี่ยนหรือไม่?"
บ่าวเฝ้าประตูเห็นสตรีชาวบ้านนอกคอกนาเดินเข้ามา เดิมทีก็มีสีหน้ารำคาญใจ
แต่พอได้ยินอีกฝ่ายพูดจบ ดวงตาก็เบิกกว้างขึ้นทันที "รู้จัก รู้จักสิขอรับ! ท่านคือ?"
ท่าทีของบ่าวรับใช้เปลี่ยนเป็นกระตือรือร้นขึ้นมากะทันหัน
หลินซื่อตกใจจนสะดุ้ง เอ่ยอย่างกระวนกระวายว่า "ข้า...ข้าเอาของมาให้เขา แล้วก็จะคุยด้วยสักสองสามคำน่ะ"
บ่าวรับใช้ได้ยินดังนั้นยิ่งเอาอกเอาใจ "ท่านคือครอบครัวของพี่ชุยเซี่ยนหรือขอรับ? เช่นนั้นท่านตามข้าเข้ามา ไปพบท่านผู้เฒ่าเผยเถิดขอรับ"
หากท่านผู้เฒ่าเผยทราบว่าครอบครัวของพี่ชุยเซี่ยนมา จะต้องต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดีแน่นอน
หลินซื่อได้ยินก็ลุกลน "มะ ไม่ ไม่ต้อง! ข้ารออยู่ตรงนี้แหละ รบกวนท่านช่วยเรียกชุยเซี่ยนออกมาทีเถิด"
เซี่ยนเกอเป็นเพียงเด็กรับใช้ข้างกายคุณชายของจวนเผย
ตระกูลใหญ่โตมีกฎระเบียบมากมาย หลินซื่อกลัวว่าจะนำความเดือดร้อนมาให้เซี่ยนเกอ แล้วนางจะกล้าเข้าไปได้อย่างไร?
เอ๊ะ นี่มัน
บ่าวรับใช้ได้ยินคำพูดนี้ก็ยกมือเกาหัว มองหลินซื่อด้วยความสงสัย แต่ก็ยอมทำตามโดยการเข้าไปตามพี่ชุยเซี่ยนให้
อันที่จริง หลินซื่อเองก็เต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัยเช่นกัน
นางแค่มาเยี่ยมหลานชาย เหตุใดถึงต้องไปพบท่านผู้เฒ่าเผยแห่งจวนเผยด้วยเล่า?
·
ตระกูลเผย ณ โถงใหญ่
ฮูหยินทั้งสามจากตระกูลเกา ตระกูลหลี่ และตระกูลจวง กำลังพาบุตรชายของตนมานั่งชะเง้อคอรอคอย
บ่าวไพร่ของพวกนางล้วนประคองของขวัญเอาไว้ในมือ ยืนเบียดเสียดกันจนเต็มห้องโถง
ส่วนท่านผู้เฒ่าเผยและเผยเจียนสองย่าหลาน กลับมีสีหน้าราวกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ
สามตระกูลนี้เพื่อแย่งชิงเซี่ยนเกอแล้ว เรียกได้ว่ายอมทุ่มทุนสร้างสุดตัว
ช่างไร้ยางอายกันจริงๆ!
ตอนที่ชุยเซี่ยนถูกพ่อบ้านเรียกตัวมา เขายังคงงุนงงอยู่บ้าง
ทว่าพอเดินมาถึงหน้าโถงใหญ่และเห็นขบวนทัพอันน่าตกตะลึงด้านใน เขาก็สะดุ้งโหยงทันที
ภายในโถงใหญ่ เหล่าฮูหยินพอเห็นชุยเซี่ยน ดวงตาก็เปล่งประกายขึ้นมาพร้อมกัน
แสงแดดเดือนสี่สาดส่องสดใส สายลมพัดแผ่วเบา
ดอกตู้เจวียน ไห่ถัง และส่าวเย่าต่างแข่งกันชูช่อบานสะพรั่ง
เด็กหนุ่มรูปงามที่เดินมาตามระเบียงทางเดินผู้นั้น ผิวพรรณขาวผ่อง เครื่องหน้าหมดจดงดงาม แผ่นหลังเหยียดตรง บุคลิกโดดเด่นเหนือใคร
ราวกับคุณชายผู้สง่างาม น่ามองยิ่งกว่ามวลหมู่บุปผา
ชวนให้ผู้คนตื่นตาตื่นใจอย่างแท้จริง
เหล่าฮูหยินเดิมทีก็ตั้งใจมาเพื่อแย่งชิงชุยเซี่ยนอยู่แล้ว ยามนี้พอได้เห็นรูปลักษณ์ของเขา ก็ยิ่งรู้สึกเอ็นดูจนแทบขาดใจ!
ดังนั้น ภายใต้สายตาเบิกโพลงของทุกคน
ฮูหยินของนายกองพันตระกูลเกาก็ลุกขึ้นยืน คว้าตัวชุยเซี่ยนที่เพิ่งเดินเข้ามาในโถงไปกอดไว้แน่น "เจ้าก็คือชุยเซี่ยนสินะ หน้าตาหล่อเหลาเอาการจริงๆ ข้าคือแม่ของเกาฉี เจ้าเรียกข้าว่าท่านป้าเกาก็ได้"
"ช่วงหลายวันมานี้ เจ้าเด็กเกาฉียอมตั้งใจอ่านหนังสือ ล้วนเป็นความดีความชอบของเจ้าทั้งสิ้น ป้าตั้งใจเอาของขวัญมาขอบใจเจ้าโดยเฉพาะเลยนะ"
หา?
กลิ่นหอมฉุยลอยมาเตะจมูก ชุยเซี่ยนที่ถูกฮูหยินแปลกหน้าสวมกอดถึงกับหน้าเหวอ
เขาดิ้นรนผละออกจากอ้อมกอดของอีกฝ่าย เอ่ยด้วยความขวยเขินว่า "ที่แท้ก็ท่านป้าเกานี่เอง พี่ชายเกาฉีมีพรสวรรค์ล้ำเลิศ เปี่ยมไปด้วยความสามารถ ที่เขายอมตั้งใจอ่านหนังสือ เป็นเพราะเขาใฝ่ดีเอง ไม่ค่อยเกี่ยวกับข้าหรอกขอรับ"
ไอหยา!
เด็กคนนี้ นอกจากจะรูปงามแล้ว ปากยังหวานอีกด้วย
ฮูหยินตระกูลเการู้สึกเหมือนหัวใจจะละลาย ยิ่งแน่วแน่ว่าจะต้องแย่งตัวชุยเซี่ยนกลับบ้านไปให้ได้
ทว่าใครจะคาดคิด
มารดาของจวงจิ่นที่อยู่ด้านข้าง จู่ๆ ก็ผลักฮูหยินตระกูลเกาออกไป คว้ามือชุยเซี่ยนมากุมไว้พลางหัวเราะอย่างกระตือรือร้น "เด็กดี ข้าคือท่านป้าจวงของเจ้า เป็นแม่ของจวงจิ่น"
"ให้ป้าดูหน้าชัดๆ หน่อยสิ แหม รูปงามจริงๆ เลยเชียว"
มารดาของจวงจิ่นพูดไปพลาง ลูบคลำใบหน้าหล่อเหลาของชุยเซี่ยนไปพลาง
ชุยเซี่ยนหน้าแดงเถือก "ท่านป้า...ชายหญิงแตกต่างนะขอรับ"
มารดาของจวงจิ่นได้ยินดังนั้นก็หัวเราะจนตัวงอ
อาศัยจังหวะที่นางกำลังหัวเราะ
มารดาของหลี่เฮ่ออวี้ก็ 'แย่ง' ชุยเซี่ยนมา เอ่ยอย่างสนิทสนมว่า "ข้าคือแม่ของเฮ่ออวี้ เจ้าเรียกข้าว่าท่านป้าหลี่ก็พอ เซี่ยนเกอ วันนี้ป้าก็เอาของดีๆ มาให้เจ้าตั้งเยอะแยะเลยนะ"
บ่าวไพร่ตระกูลหลี่นับสิบคนรีบประคองกล่องของขวัญ ก้าวเข้ามาตรงหน้าชุยเซี่ยนทันที
"ที่ทับกระดาษอิฐเขียวแกะสลักลาย กระบอกใส่พู่กันเข้าลิ้นสลัก ไม้บรรทัดหลู่ปาน จานฝนหมึกกระเบื้องดินเผา ที่วางพู่กันไม้การบูรแกะสลักฉลุลาย...เจ้าดูสิว่าชอบหรือไม่?"
ฮูหยินหลี่แนะนำทีละอย่าง แล้วกล่าวต่อว่า "หากไม่มีอันไหนที่ชอบก็ไม่เป็นไร เจ้ากลับบ้านไปกับป้า ไปเลือกเอาตามใจชอบที่จวนได้เลย"
ชุยเซี่ยนเปล่งเสียงอุทานด้วยท่าทีตื่นตาตื่นใจแบบคนไม่เคยเห็นโลกกว้าง
ฮูหยินจวงแค่นเสียงหัวเราะเยาะ เอ่ยอย่างไม่ยอมแพ้ว่า "เซี่ยนเกอ เจ้าลองดูสิว่าท่านป้าจวงเอาอะไรมาให้เจ้า"
บ่าวไพร่ตระกูลจวงนับสิบคน ก็ประคองกล่องของขวัญมาให้ชุยเซี่ยนดูเช่นกัน
"กล่องขนมเคลือบเงาสีแดงวาดลายทอง ห่วงกลเก้าห่วงลงยาฝังลวด ลูกคิดงาช้างกรอบกระดองเต่า โต๊ะปลายงอนปูผ้ากำมะหยี่จางโจว โถใส่จิ้งหรีดเขาสัตว์แกะสลัก ล็อกมงคลอายุยืนกะไหล่เงิน หมอนกระเบื้องเคลือบสีศิลาดลเตาเยวี่ย...หากเจ้าไปที่จวนของป้า ป้ายังมีของที่ดีกว่านี้ให้เจ้าอีกนะ"
แม่เจ้าโว้ย!
ชุยเซี่ยนตาค้าง
ฮูหยินเกาก็ไม่ยอมน้อยหน้า "เซี่ยนเกอ ท่านป้าเกาก็มีของขวัญมาให้เจ้าเหมือนกันนะ"
ด้วยเหตุนี้
บ่าวไพร่ตระกูลเกานับสิบคนจึงประคองของขวัญ เบียดบ่าวไพร่ตระกูลจวงและตระกูลหลี่ออกไป แล้วเข้ามาใกล้ๆ ชุยเซี่ยน
"คันธนูไม้เบิร์ชหุ้มปลายด้วยเขาวัว โล่หนังวัวแกนไม้ไผ่ เครื่องรางป้ายพยัคฆ์ทองแดง หอกฝึกซ้อมไม้หุ้มเหล็ก แล้วก็ยังมีลูกม้าพันธุ์ดีขนเป็นมันปลาบอีกหนึ่งตัว...วันนี้ เจ้าไปกับป้าเถอะ ไปที่บ้านป้า ไปเรียนขี่ม้ายิงธนูกับเกาฉี"
ชุยเซี่ยนมองจนตาลายไปหมด
ที่แท้คนที่รวยล้นฟ้าไม่ใช่ลูกพี่หรอก
แต่เป็นแม่ของลูกพี่ต่างหาก!
ทว่าของขวัญเหล่านี้ ชุยเซี่ยนไม่กล้ารับ
เขาสัมผัสได้อย่างฉับไวว่า บรรยากาศในโถงใหญ่นั้นดูทะแม่งๆ
ท่านป้าทั้งสามกำลังฟาดฟันกันอย่างลับๆ
หลี่เฮ่ออวี้ จวงจิ่น และเกาฉีทั้งสามคน ต่างก็กำลังมองมาที่เขาด้วยสายตาลุกวาวและร้อนแรง
ส่วนลูกพี่เผยเจียนนั้นมีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกถึงขีดสุด
เมื่อเห็นว่าฮูหยินทั้งสามหงายไพ่บนหน้าตักหมดแล้ว
ท่านผู้เฒ่าเผยก็ทนนั่งดูต่อไปไม่ไหว เอ่ยเสียงดังฟังชัดด้วยท่าทีของเจ้าบ้านว่า "เซี่ยนเกอ ในเมื่อท่านป้าทั้งสามมอบของขวัญให้เจ้า เจ้าก็รับไว้เถิด"
"แต่ภายภาคหน้าเจ้าก็ยังคงพักอยู่ที่จวนเผย อย่าได้ไปรบกวนท่านป้าทั้งสามเลย"
"มีเรื่องหนึ่งที่ข้ายังไม่ได้บอกเจ้า เด็กว่านอนสอนง่ายอย่างเจ้า ข้าถูกใจจริงๆ ดังนั้นอีกไม่กี่วัน ข้าตั้งใจจะปรึกษาหารือกับผู้หลักผู้ใหญ่ในครอบครัวเจ้า ว่าจะส่งเจ้าไปที่สำนักศึกษาสกุลเผย ให้ไปเรียนหนังสือกับเจียนเกอ"
"ข้าเองก็เตรียมของขวัญไว้ให้เจ้าชุดหนึ่งโดยเฉพาะเช่นกัน"
พูดจบ
บ่าวชายตระกูลเผยนับสิบคน ก็ประคองของขวัญเดินเชิดหน้าชูตาออกมา แฝงกลิ่นอายที่ต้องการจะข่มบ่าวไพร่ของอีกสามตระกูลให้จมดิน
พวกเขาได้ยินมาว่า ฮูหยินทั้งสามตระกูลนี้ ถึงกับบุกมาแย่งตัวพี่ชุยเซี่ยนเชียวนะ
จะยอมให้ทำแบบนั้นได้อย่างไร!
"เซี่ยนเกอ นี่คือคัมภีร์ 'เมิงถงซวิ่น' ฉบับคัดลอกด้วยมือ"
"นี่คือพู่กันขนกระต่ายด้ามไม้ไผ่ อ่างล้างพู่กันกระเบื้องหยาบ แท่งหมึกเขม่าสน จานฝนหมึกหินจินซิงจากอำเภอเซ่อ ที่เปิดหน้าหนังสือทองเหลือง..."
ท่านผู้เฒ่าเผยแนะนำของขวัญทีละชิ้น แล้วกล่าวต่อว่า "วันข้างหน้า เจ้าตามเจียนเกอไปเรียนที่สำนักศึกษาด้วยกัน จำไว้ว่าต้องคอยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ก้าวหน้าไปด้วยกันนะ"
พอท่านผู้เฒ่าเผยนำของขวัญเหล่านี้ออกมา ก็ข่มขวัญอีกสามตระกูลที่เหลือเสียสนิท
สมแล้วที่เป็นตระกูลบัณฑิตจวี่เหริน!
เผยเจียนมองเพื่อนตัวแสบทั้งสามของตนด้วยความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง
จากนั้นก็หันไปพูดกับชุยเซี่ยนว่า "น้องเซี่ยน ของที่ท่านย่ามอบให้เจ้า เจ้าก็รับไว้เถิด อย่าได้ปฏิเสธเลย ใครใช้ให้ข้าเป็นลูกพี่ของเจ้ากันเล่า"
ฮูหยินทั้งสามต่างมีสีหน้าไม่ยินยอมพร้อมใจ
หลี่เฮ่ออวี้ เกาฉี และจวงจิ่น ในยามนี้ต่างก็รีบมองไปทางชุยเซี่ยนด้วยสีหน้าร้อนรน
ความหมายของทุกคนชัดเจนมาก : น้องเซี่ยน เลือกข้า ข้าต่างหากคือคนที่เอ็นดูเจ้าที่สุด!
ไปกับข้าเถอะ วันข้างหน้าข้าจะดีกับเจ้าไปตลอดชีวิตเลย!
ชุยเซี่ยนที่ถูกสายตาร้อนแรงมากมายจ้องมอง รู้สึกกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
ได้รับความนิยมมากเกินไปทำอย่างไรดี!
เขาฝืนใจเมินเฉยต่อสายตาร้อนแรงของท่านป้าทั้งหลาย
ชุยเซี่ยนประสานมือคารวะท่านผู้เฒ่าเผย "ขอบพระคุณท่านผู้เฒ่าที่เมตตาขอรับ"
นี่ก็คือความหมายว่าจะเลือกอยู่จวนเผยต่อไป
ท่านผู้เฒ่าเผยพยักหน้าอมยิ้ม ปรายตามองฮูหยินทั้งสามที่กำลังกัดฟันกรอดอย่างแนบเนียน รำพึงในใจว่า
"คิดจะมาแย่งคนกับยายแก่คนนี้ พวกเจ้ายังอ่อนหัดไปหน่อยนะ"
เผยเจียนเห็นดังนั้นก็หัวเราะหึๆ
คุณชายเสเพลอีกสามคนที่เหลืออิจฉาตาร้อนจนหน้าบิดเบี้ยว
เจ็บใจนัก เจ้าจะมาทำท่าวางมาดอะไรกัน!
ทุกคนต่างก็เป็นพวกเสเพลไม่ได้เรื่องเหมือนกันแท้ๆ อาศัยอะไรให้เจ้าได้เป็นลูกพี่ของน้องเซี่ยนคนเดียว?
เกาฉีโวยวายขึ้นมาเป็นคนแรก "น้องเซี่ยน เมื่อครู่เจ้าเห็นได้ชัดว่าชอบของขวัญที่แม่ข้ามอบให้ แต่เป็นเพราะเจ้าอาศัยอยู่ชั่วคราวที่จวนเผย ต้องพึ่งพาผู้อื่น ก็เลยเกรงใจใช่หรือไม่!"
"มิสู้เจ้าตามข้ากลับไปพักที่จวนสักสองสามวันก่อน แล้วพวกเราค่อยตัดสินใจกันอีกที"
คำพูดนี้แปลความหมายได้ว่า :
น้องเซี่ยน เจ้าต้องมีความจำเป็นบางอย่างแน่ๆ ถึงได้เลือกเผยเจียน อันที่จริงคนที่เจ้าอยากใกล้ชิดด้วยที่สุด จะต้องเป็นข้าแน่นอน!
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ชุยเซี่ยนก็ร้องในใจว่าแย่แล้ว
นี่มันจังหวะจะวางมวยกันชัดๆ!