"เอาอย่างนี้ พวกเธอสองคนช่วยฉันทำเรื่องหนึ่ง เพื่อเป็นข้อแลกเปลี่ยน ฉันจะบอกหมายเลขลำดับทั้งหมดตั้งแต่ 50 ลงไปให้พวกเธอรู้ก่อน" สารวัตรหวงใช้มือซ้ายคีบผักโขมลวกที่สุกกำลังดีขึ้นมาด้วยตะเกียบ "ไม่เพียงแค่นั้น ฉันยังจะตอบคำถามพวกเธอฟรีๆ หนึ่งคำถาม คำถามอะไรก็ได้ที่พวกเธออยากรู้และฉันบังเอิญรู้พอดี"
"ทำเรื่องอะไร?" ชิงหลิงถาม
"เธอต้องรับปากก่อน" สารวัตรหวงยิ้ม "เรื่องนี้ไม่ยากแน่นอน รับรองว่าไม่มีอันตรายถึงชีวิต"
ชิงหลิงไม่พูดอะไร
เกาหยางก็ไม่พูดอะไรเช่นกัน อันที่จริงเขาไม่มีคุณสมบัติจะไปต่อรองเงื่อนไขกับสารวัตรหวงเลยด้วยซ้ำ สู้ทำตัวเป็นพวก "คมในฝัก" ไปเลยดีกว่า
"พวกเธอรู้เรื่องสัดส่วนหนึ่งในหมื่นแล้ว ก็น่าจะรู้ดีว่าสถานการณ์ของตัวเองย่ำแย่แค่ไหน" สารวัตรหวงถอนหายใจเฮือกใหญ่ "พวกเราล้วนเป็นเด็กกำพร้าของโลกใบนี้ ถูกพระเจ้าทอดทิ้งไปตั้งนานแล้ว"
ชิงหลิงเงียบ กำลังลังเล
เกาหยางก็ไม่ส่งเสียง
สารวัตรหวงพูดตะล่อมอย่างใจเย็น "ฉันคิดว่า การจะเอาชีวิตรอดในโลกแห่งหมอกใบนี้ นอกจากต้องมีพรสวรรค์ที่แข็งแกร่งแล้ว ยังต้องพยายามทำความเข้าใจกฎเกณฑ์ให้ได้มากที่สุดด้วย"
แววตาของเขาราบเรียบ แต่น้ำเสียงกลับหนักแน่น "ฉันรับรอง ข้อมูลของฉันมีค่าดั่งทอง การแลกเปลี่ยนครั้งนี้คุ้มค่าอย่างแน่นอน"
"ตกลง" เกาหยางโพล่งออกไป ความคิดของเขาง่ายมาก ในเมื่ออีกฝ่ายพูดมาถึงขั้นนี้แล้ว ก็รับปากไปก่อนเถอะ หากไม่ไหวจริงๆ ค่อยกลับคำทีหลังก็ยังไม่สาย
ชิงหลิงถลึงตาใส่เกาหยาง แต่ไม่ได้คัดค้านอะไร
"คนฉลาด" สารวัตรหวงพอใจมาก เขาล้วงกระดาษโน้ตกับปากกาออกจากกระเป๋าเครื่องแบบ เขียนข้อความลงบนกระดาษสามแผ่นอย่างรวดเร็ว "ก็อย่าหาว่าคุณอาอย่างฉันขี้เหนียวเลยนะ เพราะยังไงฉันก็ยังเชื่อใจพวกเธอไม่ได้เต็มร้อย เกิดมาในนรกแบบนี้ ก็ทำได้แค่ทุ่มเทสุดกำลังเพื่อเอาชีวิตรอดต่อไปเท่านั้น"
ตำรวจพับกระดาษโน้ตให้เรียบร้อย แล้วส่งให้ชิงหลิง
ชิงหลิงยื่นมือไปรับ แต่ตำรวจชักกระดาษกลับอย่างรวดเร็ว "จำไว้ พรุ่งนี้หลังเลิกเรียนคาบค่ำ ค่อยแกะกระดาษโน้ตแผ่นแรกออก ทำเสร็จหนึ่งเรื่อง ค่อยแกะแผ่นที่สอง ทำเสร็จสองเรื่อง ค่อยดูแผ่นที่สาม ต้องทำตามนี้อย่างเคร่งครัด"
ชิงหลิงรับกระดาษโน้ตมา ยัดใส่กระเป๋าเสื้อนักเรียนตรงหน้าอก "หลังจากเรื่องสำเร็จ ฉันขอถามสองคำถาม"
"ได้ ถ้าเรื่องสำเร็จ ฉันจะติดต่อพวกเธอไป" สารวัตรหวงลุกขึ้น ล้วงโทรศัพท์มือถือออกมา "ลุงหลิว คิดเงินด้วย"
……
กลางดึก ตอนที่เกาหยางกลับถึงบ้าน สภาพจิตใจของเขาก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ไปแล้ว
เมื่อได้รู้ถึงสัดส่วนมนุษย์ต่ออสูรหนึ่งในหมื่น เขาก็ไม่สามารถมองครอบครัวห้าคนอันอบอุ่นสมบูรณ์แบบนี้ได้เต็มตาอีกต่อไป
จากประสบการณ์ในคืนที่ร่างเดิมอายุสี่ขวบ เกาหยางแทบจะมั่นใจได้เลยว่า ปู่ต้องเป็น "อสูร" อย่างแน่นอน แม้จะไม่แน่ใจว่าเป็นประเภทไหนก็ตาม
ย่าอยู่ห้องเดียวกับปู่ เกรงว่าคงหนีไม่พ้นการเป็นอสูรเช่นกัน
ส่วนพ่อ แม่ และก็น้องสาว...
เกาหยางไม่อยากคิดมาก ลึกๆ ในใจเขาหวังเหลือเกินว่าคนในครอบครัวจะบังเอิญเป็นมนุษย์กันหมด แม้ความน่าจะเป็นนี้จะน้อยนิดพอๆ กับการถูกลอตเตอรี่ แต่เขาก็ยังสลัดความหวังลมๆ แล้งๆ นี้ทิ้งไปไม่ได้ อย่างไรเสียพวกเขาก็คือครอบครัวที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันมาถึงสิบสองปีเต็ม
หากคืนวันเกิดอายุครบ 18 ปี เกาหยางไม่ได้ถูก "คนบ้า" คนนั้นชนเข้า หากเขายังคงใช้ชีวิตอย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่ต่อไป เติบโตเป็นผู้ใหญ่ แต่งงานมีลูก และแก่ตายไปตามอายุขัย บางทีนั่นอาจจะเป็นความสุขอย่างหนึ่งก็ได้
การที่คนเรามีชีวิตอยู่ท่ามกลางความจอมปลอมและคำโกหกไม่ใช่เรื่องน่าเศร้า ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าเขาจะไม่มีวันตื่นขึ้นมา
ทว่ามันไม่มีคำว่าถ้า เกาหยางตื่นรู้แล้ว ชีวิตอันสงบสุขที่เคยมีไม่มีอีกต่อไป
ตอนนี้ คนอื่นคือนรก!
นับจากนี้ไป ทำได้เพียงก้าวเดินอย่างระมัดระวัง ราวกับเดินบนน้ำแข็งบางๆ พลาดพลั้งเพียงนิดเดียวก็คือเหวลึกไร้ก้น
ตีสาม คนในบ้านหลับกันหมดแล้ว พรุ่งนี้เช้าเกาหยางคงไม่แคล้วโดนพ่อกับแม่สวดยับแน่ แต่ว่าอย่างน้อยคืนนี้ เขาก็ไม่ต้องเผชิญหน้ากับพวกเขาแล้ว เขายังมีเวลาปรับสภาพจิตใจให้ดี เพื่อหาสถานะที่เหมาะสมที่สุดในการเผชิญหน้ากับคนทั้งครอบครัว
เกาหยางเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ เขาลงไปนอนในอ่างอาบน้ำ อยากแค่แช่น้ำร้อนให้สบายตัว พอเงยหน้าขึ้น ดาวหกแฉกตรงหน้าก็เปล่งแสงจางๆ คราวนี้เขาไม่ได้ใช้มือแตะ ลองหลับตาลง แล้วใช้เสียงในใจควบคุม: เข้าสู่ระบบ
【ติ๊ด 】
【เข้าสู่ระบบ】
【คุณได้รับแต้มโชคใหม่ 27 แต้ม รวมมีแต้มโชคทั้งหมด 30 แต้ม ต้องการใช้หรือไม่?】
ใช้
【เปิดหน้าต่างค่าคุณสมบัติให้คุณ】
【พละกำลัง: 12 ความทนทาน: 12】
【ความแข็งแกร่ง: 11 ความว่องไว: 11】
【จิตใจ: 10 เสน่ห์: 10】
【โชค: 0】
เกาหยางพบทันทีว่าค่าคุณสมบัติพื้นฐานบางอย่างเพิ่มขึ้นมาบ้าง แม้จะเล็กน้อยมากก็ตาม
ค่าคุณสมบัติจะเพิ่มขึ้นเองอัตโนมัติไหม?
【ค่าคุณสมบัติจะมีความผันผวนเล็กน้อยตามกลไกและสภาพร่างกายของคุณ】
【วันนี้คุณใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า แข็งแกร่งขึ้นกว่าตัวเองเมื่อวานอีกนิดหน่อย】
งั้นถ้าฉันวิดพื้น 100 ครั้ง ซิตอัป 100 ครั้ง สควอท 100 ครั้ง บวกกับวิ่งระยะไกล 10 กิโลเมตรทุกวัน ทำติดต่อกันสามปี จนกว่าผมจะร่วงหมดหัว ฉันจะกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพีได้ไหม?
【ในทางทฤษฎีร่างกายของคุณจะแข็งแรงขึ้น แต่ก็อาจต้องเผชิญกับอาการบาดเจ็บอย่างกล้ามเนื้อฉีกขาด หรือข้อเข่าเสื่อมได้เช่นกัน】
แล้วฉันต้องทำยังไงถึงจะแข็งแกร่งขึ้น?
【ใช้แต้มโชคเพื่อเพิ่มค่าคุณสมบัติอย่างถาวร】
【นอกจากนี้ พรสวรรค์ที่แตกต่างกันก็มีโบนัสเพิ่มค่าคุณสมบัติที่แตกต่างกันอย่างถาวรด้วย】
พรสวรรค์เทพดาบของชิงหลิงเก่งไหม?
【พรสวรรค์: เทพดาบ หมายเลขลำดับ: 32 ประเภทรูน: ดาเมจ】
【เทพดาบเลเวลสูงสุด: เชี่ยวชาญอาวุธมีดดาบ เพิ่มดาเมจจากอาวุธมีดดาบ 3 เท่า อัตราเจาะเกราะกายภาพ 91.4%】
【โบนัสค่าคุณสมบัติถาวรของเทพดาบเลเวลสูงสุด: พละกำลัง +400, ความแข็งแกร่ง +800, ความว่องไว +1000, เสน่ห์ +400】
แล้วพรสวรรค์เทพปืนล่ะ?
【พรสวรรค์: เทพปืน หมายเลขลำดับ: 41 ประเภทรูน: ดาเมจ】
【เทพปืนเลเวลสูงสุด: เชี่ยวชาญอาวุธปืน อัตราความแม่นยำของอาวุธปืน 97.3% ความเร็วในการยิง 12 นัด/วินาที】
【โบนัสค่าคุณสมบัติถาวรของเทพปืนเลเวลสูงสุด: พละกำลัง +300, ความแข็งแกร่ง +700, ความว่องไว +800, เสน่ห์ +300】
เชี่ย
【พืชชนิดหนึ่งงั้นหรือ?】
ระบบขยะ!
【สายมูก็ช่วยคนเกลือไม่ได้ เติมเงินก็เปลี่ยนชะตาไม่ได้หรอกนะ】
【วันนี้คุณยังค้นพบพรสวรรค์ โลหะ ต้องการทราบรายละเอียดหรือไม่】
ไม่ต้องเอาให้ดูแล้ว หัวใจจะวาย
【คุณต้องการจัดสรรแต้มหรือไม่】
มีแต้มโชคแค่ 30 แต้ม จะมีอะไรให้จัดสรรนักหนา อัปโชคให้หมดเลยก็แล้วกัน! ฉันอยากจะดูซิว่าจะโชคดีสักแค่ไหน
【เมื่อจัดสรรแต้มโชคแล้ว จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ยืนยันหรือไม่】
ยืนยัน รีบๆ หน่อย!
【ขอแสดงความยินดี! โชคของคุณทะลุ 30 แล้ว ค่าคุณสมบัติทั้งหมดได้รับโบนัสถาวร 6 แต้ม】
【พละกำลัง: 18 ความทนทาน: 18】
【ความแข็งแกร่ง: 17 ความว่องไว: 17】
【จิตใจ: 17 เสน่ห์: 16】
【โชค: 30】
6 แต้ม ยังจะขี้เหนียวได้มากกว่านี้อีกไหม?
เอ๊ะ ไม่สิ คุณสมบัติ 6 อย่างบวกอย่างละ 6 แต้ม รวมเป็น 36 แต้ม งานนี้ไม่ขาดทุนนี่นา
【นอกจากนี้คุณยังทริกเกอร์หน้าต่างที่ซ่อนอยู่ ต้องการปลดล็อกหรือไม่】
ปลดล็อก! เร็วเข้า!
【ขออภัย โชคไม่พอ】
แล้วจะพูดหาพระแสงอะไร!
【สิ้นสุดการเข้าถึง ซ่อนระบบ】
【ติ๊ด 】
……
เช้าตรู่ เกาหยางตื่นนอนมา ก็โดนแม่บ่นไปชุดใหญ่ตามคาด: ทั้งที่ใกล้จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้วแท้ๆ แต่สองวันมานี้กลับไม่ยอมกลับบ้านค้างคืน ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ โทรไปก็ไม่รับสาย ชักจะทำให้คนเป็นแม่ไม่สบายใจมากขึ้นทุกที
เกาหยางโกหกไปว่าเป็นวันเกิดของหวังจื่อข่าย เลยโดนลากไปร้องคาราโอเกะจนถึงเที่ยงคืน
พอแม่ได้ฟังก็ยิ่งโมโห "หวังจื่อข่าย? เขาลาออกไปแล้วไม่ใช่เหรอ? ลูกอย่าไปมั่วสุมกับหมอนั่นทั้งวันทั้งคืนนักสิ เดี๋ยวก็เสียคนตามมันไปหรอก"
บนโต๊ะอาหาร พ่อกำลังกัดปาท่องโก๋อย่างอารมณ์ดี กลับมีความเห็นต่างออกไป "เสี่ยวข่ายน่ะเหรอ? พ่อเขารวยจะตายไป ลูกเอ๊ย เพื่อนคนนี้คบไว้ได้"
"อย่าไปฟังพ่อเขาพูดเหลวไหล คบคนพาลพาลพาไปหาผิด!" แม่ถลึงตาใส่พ่อ
"ที่รัก ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว"
"เปลี่ยนไปยังไงยะ?"
"สังคมทุกวันนี้ ความสามารถเป็นเรื่องรอง หลักๆ ต้องพึ่งพาเส้นสายและคอนเนกชัน เพื่อนระดับเสี่ยวข่ายเนี่ย ลูกเราต้องได้พึ่งพาในอนาคตแน่นอน" พ่อเถียงอย่างมีเหตุผล
"นี่คุณมีค่านิยมบิดเบี้ยวอะไรเนี่ย?" แม่เริ่มโกรธ
"ที่รัก ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างอื่น แค่อยากให้ลูกมีเพื่อนเยอะๆ จะได้มีทางเลือกหลายทาง ผมเชื่อว่าหยางหยางมีวิจารณญาณของตัวเอง ไม่หลงผิดตามหมอนั่นไปจริงๆ หรอก" พ่อรู้สึกน้อยใจนิดๆ ส่งซิกให้เกาหยาง "ใช่ไหมลูก?"
"พ่อ แม่ ผมอิ่มแล้วครับ"
เกาหยางรู้สึกสับสนในใจ ไม่รู้จริงๆ ว่าจะเผชิญหน้ากับ "ครอบครัว" อย่างไร เขาจึงกินลวกๆ ไปสองคำ แล้วสะพายกระเป๋าไปโรงเรียน
ทั้งที่รู้ดีว่าคนในครอบครัวมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเป็นอสูร แต่ในชั่วขณะหนึ่ง เกาหยางก็ยังเกิดความหวั่นไหว: พ่อกับแม่เลี้ยงดูเขาจนเติบใหญ่ ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันทุกวัน ดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี รักเขาจะตายไป แล้วจะเป็นอสูรไปได้ยังไง? แต่ว่า ตอนแรกหลี่เวยเวยก็เป็นเพื่อนสมัยเด็กของเขาไม่ใช่หรือ? เด็กสาวที่แสนดีขนาดนั้น ยังเปลี่ยนเป็นปีศาจได้ในพริบตาเดียวเลย
ตกลงแล้วอสูรเป็นสิ่งมีชีวิตแบบไหนกันแน่?
พวกมันต้องการทำอะไรกันแน่?
โลกคู่ขนานใบนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
เกาหยางไม่มีคำตอบ เหมือนกับที่เขาไม่มีคำตอบว่าทำไมตัวเองถึงทะลุมิติมาตอนอายุหกขวบ และทำไมถึงได้ระบบสุดเฮงซวยนี้มา
……
เกาหยางมาถึงโรงเรียน และใช้ชีวิตผ่านไปอย่างราบเรียบอีกหนึ่งวัน
ตลอดทั้งวัน เกาหยางไม่ได้คุยกับชิงหลิงเลย แม้แต่สบตากันก็ไม่มี หลังเลิกเรียนคาบค่ำ เกาหยางก็มาที่ตรอกเล็กๆ แห่งหนึ่งใกล้โรงเรียนซึ่งไม่มีกล้องวงจรปิด
ไม่นาน ชิงหลิงก็ปรากฏตัวขึ้น เธอล้วงเสื้อฮู้ดสีดำบางๆ สองตัว หมวกแก๊ปสองใบ และหน้ากากอนามัยออกจากกระเป๋านักเรียนใบใหญ่ "เปลี่ยนซะ"
"นี่ นี่?"
"ไม่งั้นล่ะ จะให้ฉันกางห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ไหม?" ชิงหลิงพูดพลางเริ่มถอดเครื่องแบบ เธอถอดเสื้อผ้าเร็วมากจริงๆ ราวงูทิ้งคราบ แค่สองสามทีก็ถอดเสื้อตัวบนออก เผยให้เห็นลำคอขาวผ่องและไหปลาร้าสุดเซ็กซี่ เกาหยางรีบหันหลังกลับ แล้วถอดเสื้อผ้าของตัวเองอย่างเก้ๆ กังๆ
สามนาทีต่อมา ทั้งสองคนก็เปลี่ยนมาใส่เสื้อฮู้ดสีดำ ดึงหมวกฮู้ดขึ้นมาคลุม สวมหมวกแก๊ปและหน้ากากอนามัย
ก่อนออกเดินทาง ชิงหลิงหยิบกระดาษโน้ตแผ่นแรกออกจากกระเป๋า แล้วเปิดมันออก







