ไม่นานนัก กระแสลมก็เริ่มอ่อนกำลังลง ระฆังใหญ่ร่วงหล่นลงมาจากกลางอากาศ กระแทกพื้นดังตังๆ กลิ้งไปมาอยู่หลายสิบจั้งกว่าจะหยุดนิ่ง
สวี่อิงกลิ้งออกมาจากในระฆัง ขาทั้งสองข้างยังคงสั่นเทาจนแทบจะเข่าอ่อนล้มลงไปกองกับพื้น เขาต้องรีบเกาะระฆังใหญ่ไว้ถึงจะทรงตัวอยู่ได้
หลังผ่านความวุ่นวาย ทุกสิ่งก็กลับคืนสู่ความสงบ
สวี่อิงเดินโซซัดโซเซไปข้างหน้า ปีนขึ้นไปบนเนินเขาเล็กๆ ลูกหนึ่งแล้วก็ต้องยืนอึ้ง เมื่อเห็นว่าหนวดของเทพแห่งโรคระบาดเส้นนั้นฟาดลงตรงจุดที่พวกเขาเคยยืนอยู่จนกลายเป็นหลุมยักษ์รัศมีร้อยจั้ง ลึกจนมองไม่เห็นก้นหลุม!
ภายในหลุมยักษ์ยังมีควันสีขาวลอยกรุ่นขึ้นมาเป็นสาย
สวี่อิงปรับลมหายใจให้เป็นปกติ ระฆังใหญ่บินโซเซเข้ามาหาแล้วพูดว่า "อาอิ้ง เทพแห่งโรคระบาดคงจะหมายหัวเจ้าไว้แล้วล่ะ การโจมตีครั้งนี้พลาดเป้า อีกเดี๋ยวก็คงจะนึกขึ้นมาได้แล้วแวะมาทักทายเจ้าเป็นระยะๆ แน่"
สวี่อิงตัวสั่นสะท้าน ฝืนยิ้มเจื่อนๆ ออกมาแล้วกล่าว "เทพแห่งโรคระบาดถูกส่งกลับโลกแห่งวิถีสวรรค์ไปแล้ว จะลงมาง่ายๆ ได้ยังไง?"
ระฆังใหญ่ตอบ "เว้นแต่จะมีคนอัญเชิญเทพแห่งโรคระบาดมาอีกครั้ง พอจุติลงมาแล้วก็จะสัมผัสถึงกลิ่นอายของเจ้าได้ทันที แล้วก็เอานิ้วจิ้มเจ้ายังไงล่ะ"
สวี่อิงหัวเราะฮ่าๆ เพื่อเรียกความกล้าให้ตัวเอง แล้วพูดว่า "การอัญเชิญเทพสวรรค์นั้นไม่ง่ายนัก ข้าว่าช่วงเวลาสั้นๆ นี้คงไม่มีใครเรียกเทพแห่งโรคระบาดมาอีกหรอก"
ระฆังใหญ่เอ่ยอย่างสบายอารมณ์ "รอจนกว่าเทพแห่งโรคระบาดจะจุติลงมาอีกครั้ง อาการบาดเจ็บของข้าก็คงหายดีแล้ว"
สวี่อิงตาเป็นประกาย ถามด้วยความคาดหวังเต็มเปี่ยม "ถ้าอาการบาดเจ็บของท่านหายดี ก็สามารถรับมือกับเทพแห่งโรคระบาดได้งั้นสิ?"
ระฆังใหญ่ถ่มน้ำลายเสียงดัง "อาการบาดเจ็บของข้าหายดี ข้าก็ต้องหนีไปให้ห่างจากตัวซวยอย่างเจ้าสิ ปล่อยให้ไอ้เด็กเวรอย่างเจ้าโดนเทพแห่งโรคระบาดสับจนตายไปเลย! ตั้งแต่เจอเจ้า ข้าก็ไม่เคยมีวันดีๆ เลย ไม่ถูกนางมารทำร้ายจนสาหัส ก็ถูกทวยเทพทุบตี แถมยังถูกเจ้าเอาไปเคาะกำแพงอีก ตอนนี้ยังมีบัญชีเลือดกับเทพแห่งโรคระบาดเพิ่มมาอีกกระทง!"
สวี่อิงกล่าว "ข้ารู้สึกว่าช่วงนี้ลมปราณและเลือดลมเต็มเปี่ยม มีทีท่าว่าจะทะลวงด่านได้ อีกไม่นานคงจะก้าวเข้าสู่ขั้นเคาะด่านแล้ว"
ระฆังใหญ่ปรับน้ำเสียงให้อ่อนลง เอ่ยปลอบโยนว่า "เจ้าตั้งใจบำเพ็ญเพียรไปเถอะ อย่ามัวแต่คิดเรื่องเทพแห่งโรคระบาดจะมาแก้แค้นเลย ฟ้าถล่มลงมายังมีท่านระฆังคอยค้ำไว้ให้ ท่านระฆังตัวสูงกว่าเจ้านะ เอาล่ะ... หลังจากเจ้าทะลวงด่านแล้ว ขอยืมลมปราณและเลือดลมมาให้ข้ารักษาแผลหน่อยสิ..."
สวี่อิงนั่งลงบนเนินเขา โคจรตาทิพย์มองออกไปยังดินแดนอันแปลกตานี้ เห็นเพียงไอปราณโรคระบาดสีดำที่แผ่ซ่านอยู่ระหว่างฟ้าดินค่อยๆ สลายไป ไกลออกไปยังมีชาวบ้านที่หนวดของเทพแห่งโรคระบาดบนร่างหลุดหายไปหมดแล้ว เหลือเพียงรอยแผลเป็น อีกไม่นานโรคระบาดก็จะหายดี
ฟ้าดินผืนนี้ก็ค่อยๆ กลับมาแจ่มใส
"พูดเช่นนี้ จุดประสงค์ของเด็กสาวในโลงศพก็คือการส่งเทพแห่งโรคระบาดกลับไป เพื่อช่วยชีวิตผู้คนงั้นสิ"
สวี่อิงรู้สึกสงสัยในใจ เด็กสาวถูกสะกดไว้ในบ่อน้ำแห้งขอดของอารามร้างบนภูผาหินมานานนับหลายพันปี นางไม่ควรจะเป็นจอมมารผู้ชั่วร้ายอำมหิตหรอกหรือ?
จอมมารที่ไหนจะมาช่วยชีวิตผู้คนกัน?
หากเด็กสาวในโลงศพเป็นคนดี แล้วคนที่สะกดนางไว้ล่ะ เป็นคนดีหรือคนเลว?
แล้วระฆังใหญ่ล่ะ เป็นของดีหรือของเลว?
สวี่อิงพลันนึกขึ้นมาได้ว่า ตนเองด่วนสรุปไปก่อนแล้วว่าเจ้านายของระฆังใหญ่เป็นคนดีที่คอยสะกดปีศาจร้าย แต่ถ้าเกิดเจ้านายของระฆังใหญ่เป็นคนเลวล่ะ?
"หรืออาจจะเป็นคนเลวทั้งคู่ก็ได้" สวี่อิงปรายตามองระฆังใหญ่แวบหนึ่งพลางคิดในใจ
ขณะที่เขากำลังคิดเรื่อยเปื่อย ระฆังใหญ่ที่กังวลว่าเด็กสาวจะกลับมา จึงแอบมุดเข้าไปในหลังศีรษะของเขา ซ่อนตัวอยู่ใกล้ๆ กับขุมทรัพย์ลับหนีหวัน
บนท้องฟ้ามีเสียงฟ้าร้องดังไม่ขาดสาย มีแสงสว่างเจิดจ้าสาดส่องลงมาเป็นระยะ ทะลวงผ่านฟ้าดิน ชวนให้หวาดผวาถึงขีดสุด
สวี่อิงรู้สึกกระวนกระวายใจอยู่ลึกๆ ผ่านไปเนิ่นนาน จู่ๆ นิมิตประหลาดบนท้องฟ้าก็อันตรธานหายไป ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง โลงศพสีดำใบหนึ่งก็ลอยมาตกลงตรงหน้าเขา
สวี่อิงเงยหน้าขึ้น ก็เห็นเด็กสาวลอยละล่องลงมาจากกลางอากาศ ร่อนลงตรงหน้าเขาอย่างแผ่วเบา
"ข้าทำร้ายคนที่อัญเชิญเทพแห่งโรคระบาดบาดเจ็บสาหัสแล้ว จิตวิญญาณของข้ายังคงตามรอยมันอยู่ เพื่อดูว่าเบื้องหลังมันมีจุดประสงค์อันใด จึงไม่มีเวลาไปส่งเจ้ากลับด้วยตัวเอง"
เด็กสาวเปิดโลงศพสีดำ คลำหาอยู่ครู่หนึ่ง ก็นำใบไม้สองใบกับอ่างน้ำใสใบหนึ่งออกมาจากโลงศพสีดำ นางวางใบไม้ใบหนึ่งลงในอ่างน้ำแล้วกล่าว "เมื่อเจ้าไปถึงริมแม่น้ำไน่เหอ ก็จงวางใบไม้นี้ลงบนผิวน้ำ เจ้าขึ้นไปยืนบนใบไม้ วางอ่างน้ำให้ดี แล้วเป่าลมใส่ใบไม้ในอ่าง จำไว้ว่าอย่าให้มีสิ่งของภายนอกมารบกวนน้ำในอ่าง ข้าทิ้งอาคมไว้ในอ่างแล้ว มันจะส่งเจ้ากลับไปที่เขาอู๋วั่งได้"
สวี่อิงประคองอ่างน้ำใบนี้ไว้ด้วยสองมือ มือหนึ่งหยิบใบไม้ขึ้นมาใบหนึ่ง กำลังจะเอ่ยปาก จู่ๆ ร่างกายก็ลอยขึ้นโดยไม่รู้ตัว เหาะเหินเดินอากาศ เพียงพริบตาเดียวก็มาถึงริมแม่น้ำไน่เหอ
เขาหันกลับไปมอง เด็กสาวนางนั้นก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเสียแล้ว
สวี่อิงตั้งสติ มองดูใบไม้ในมือ ใบไม้นี้เป็นใบเฟิงธรรมดา ทั้งสองใบยังคงอ่อนเยาว์ ไม่ได้เปลี่ยนเป็นสีเหลือง
"ใบเฟิงใบนี้ จะพาข้ากลับเขาอู๋วั่งได้จริงๆ หรือ?"
สวี่อิงเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง โยนใบเฟิงลงไปในแม่น้ำไน่เหอ เห็นเพียงใบเฟิงใบนี้ขยายขนาดขึ้นอย่างรวดเร็วขณะที่ร่วงหล่นลงมา เมื่อตกลงบนผิวน้ำ ก็กลายเป็นใบไม้ขนาดยาวสองสามจั้ง ก้านใบงอนขึ้นด้านบน
ใบเฟิงลอยนิ่งอยู่ในแม่น้ำไน่เหอ ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
สวี่อิงค่อยๆ ยื่นเท้าออกไปอย่างระมัดระวัง เหยียบลงบนใบเฟิง ลองหยั่งเชิงดูแล้วจึงก้าวขึ้นไปยืน
ใบเฟิงขนาดใหญ่ใบนี้ลอยอยู่บนผิวน้ำ กลับมั่นคงแข็งแรง ไม่ถูกคลื่นลมในแม่น้ำไน่เหอซัดสาด
สวี่อิงวางใจลง ประคองอ่างน้ำนั่งลงบนใบเฟิง เป่าลมใส่ใบเฟิงในอ่าง พลางคิดในใจ "นางบอกให้ข้าเป่าลมแบบนี้ก็จะกลับเขาอู๋วั่งได้ ตกลงมันจริงหรือหลอกกันแน่?"
ใบเฟิงในอ่างถูกเขาเป่าจนลอยไปข้างหน้า พูดไปก็แปลก อ่างใบนั้นมีขนาดเพียงแค่หนึ่งฉื่อ แต่ใบเฟิงลอยไปข้างหน้าเท่าไร ก็ลอยไปไม่ถึงขอบอ่างเสียที
อ่างใบเล็กๆ นี้ กลับดูเหมือนจะมีพื้นที่กว้างขวางไร้ขีดจำกัด!
สวี่อิงกำลังมองดูใบไม้ในอ่าง จู่ๆ พายุคลั่งก็พัดกระหน่ำ พัดมาจากด้านหลังของเขา หอบเอาใบเฟิงขนาดใหญ่ที่เขานั่งอยู่ให้ลอยทวนกระแสน้ำในแม่น้ำไน่เหอไปอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาเดียวก็ทวนน้ำขึ้นไปไกลหลายสิบลี้!
สวี่อิงตื่นตระหนกและสงสัย แต่กลับเห็นว่าพายุคลั่งที่พัดมาอย่างกะทันหันนั้นเริ่มอ่อนกำลังลงเรื่อยๆ ความเร็วของใบเฟิงขนาดใหญ่ก็ค่อยๆ ลดลงตามไปด้วย
เขาเหมือนถูกผีผลัก พองแก้มเป่าลมใส่ใบเฟิงในอ่างอีกครั้ง พายุคลั่งก็พัดขึ้นมาอีกจริงๆ พัดพาใบเฟิงขนาดใหญ่บนแม่น้ำไน่เหอให้พุ่งทวนน้ำไปตลอดทาง รวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ มุ่งหน้ากลับไปยังเส้นทางเดิม!
สวี่อิงร้องอุทานด้วยความทึ่งครั้งแล้วครั้งเล่า กล่าวว่า "ไม่นึกเลยว่าในโลกนี้จะมีวิชาอาคมเช่นนี้อยู่ ช่างมหัศจรรย์นัก!"
ระฆังใหญ่บินออกมาจากหลังศีรษะของเขา พูดอย่างดูแคลนว่า "ก็แค่การพับมิติเท่านั้นเอง ไม่เห็นน่าแปลกใจตรงไหน"
สวี่อิงยื่นนิ้วออกไปนิ้วหนึ่ง พยายามจะจิ้มใบไม้ใบนั้นในอ่าง ระฆังใหญ่รีบร้องห้าม "อาอิ้ง อย่าทำอะไรบ้าๆ นะ!"
ทันใดนั้น บนท้องฟ้าเหนือหัวของพวกเขาก็มีเสียงฟ้าร้องดังกึกก้อง สวี่อิงเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นท้องฟ้าปริแตก นิ้วมือที่ใหญ่โตมโหฬารนิ้วหนึ่งเสียดสีกับอากาศ บังเกิดเป็นสายฟ้าและเปลวเพลิงม้วนตัว พุ่งทะลวงมาจากนอกฟ้า กดทับลงมายังเรือใบเฟิง!
สวี่อิงรีบชะงักนิ้วมือ นิ้วมือขนาดยักษ์ที่มาจากนอกฟ้านั้นก็ชะงักตามไปด้วย
สวี่อิงหดนิ้วกลับ นิ้วมือที่ราวกับเสาค้ำฟ้าเส้นนั้นก็หดกลับออกไปนอกฟ้าเช่นกัน และท้ายที่สุดก็ซ่อนเร้นหายไป
สวี่อิงตกใจจนเหงื่อเย็นเฉียบแตกพลั่ก
ระฆังใหญ่ถอนหายใจอย่างโล่งอก กล่าวว่า "วิชาอาคมมิติไม่ใช่ของเล่นนะ ระวังจะเล่นจนตัวเองตายล่ะ เจ้าอยู่นิ่งๆ หน่อยเถอะ!"
สวี่อิงนั่งอยู่หน้าอ่างน้ำอย่างว่าง่าย รอจนกว่าเรือใบเฟิงจะช้าลงแล้วค่อยเป่าลมหนึ่งที เพื่อเพิ่มความเร็วให้กับเรือ
ทว่า สุดท้ายเขาก็ยังมีนิสัยอยากรู้อยากเห็นแบบเด็กหนุ่ม จึงแอบยื่นนิ้วเข้าไปในอ่าง นิ้วมือนอกฟ้าก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง ทะลวงเข้ามาในนภากาศ
"นิ้วของข้า ใหญ่จัง!" สวี่อิงร้องอุทาน
เขาปรับตำแหน่ง ให้นิ้วมือนอกฟ้าหลบเลี่ยงผิวน้ำ แล้วชื่นชมนิ้วมือขนาดยักษ์ของตัวเองอย่างสบายอารมณ์ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงดังโครม นิ้วมือนิ้วนั้นชนเข้ากับยอดเขาแห่งหนึ่ง สวี่อิงรู้สึกเจ็บที่นิ้ว จึงรีบหดมือกลับ ก็เห็นว่าปลายนิ้วของตัวเองถูกชนจนแตกและมีเลือดออกเสียแล้ว
ส่วนที่ฝั่งซ้ายของแม่น้ำไน่เหอ ยอดเขาลูกหนึ่งระเบิดออก หินก้อนเล็กก้อนน้อยปลิวว่อน ปลิวไปไกลหลายสิบลี้
สวี่อิงตกใจสะดุ้ง ไม่กล้าเล่นซนอีก
ระฆังใหญ่เห็นเขาหน้าแตก ก็อดหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดีไม่ได้ ส่งเสียงดังกังวานตังๆ
เรือใบเฟิงแล่นไปทางทิศตะวันออกไกลกว่าพันลี้ มาถึงดินแดนอันรกร้างแห่งหนึ่ง เทือกเขาสูงชัน แม่น้ำไน่เหอไหลเชี่ยวกราก เรือใบเฟิงแล่นมาถึงช่วงโค้งน้ำ กระแสน้ำจึงไหลช้าลง ทันใดนั้นเบื้องหน้าก็มีแสงสว่างสาดส่องมา กลับเป็นเรือสำราญลำหนึ่ง สว่างไสวไปด้วยแสงไฟ แล่นอยู่บนแม่น้ำไน่เหอ
บริเวณโค้งน้ำ ผิวน้ำกว้างใหญ่ดั่งท้องทะเล บนภูเขาทางทิศตะวันตกมีดวงจันทร์ดวงโตเท่ากระบุงแขวนอยู่ ยอดเขากลับดูเล็กกว่าดวงจันทร์มาก
สวี่อิงลอบชมในใจ ทิวทัศน์ในแดนหยินนี้ ช่างมีความงดงามไปอีกแบบ
"อาอิ้ง ไม่ใช่ว่าเรือทุกลำจะแล่นบนแม่น้ำไน่เหอได้นะ"
ระฆังใหญ่กระซิบ "เรือสำราญลำนี้เกรงว่าจะมาไม่ดี"
ทันใดนั้น ก็มีเสียงคนดังมาจากเรือสำราญลำนั้น "ไน่เยวี่ย ลมบนผิวน้ำแรงนัก เอาโคมไฟกันลมไปแขวนไว้ที"
เสียงของหญิงสาวดังขึ้น "เจ้าค่ะ คุณชายเซียง"
สวี่อิงมองไป ก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งถือโคมไฟเดินออกมาจากเรือสำราญ รูปร่างอรชรอ้อนแอ้น นางเขย่งปลายเท้าแขวนโคมไฟไว้ใต้ชายคา
พอโคมไฟดวงนี้ถูกแขวนขึ้น จู่ๆ ลมพายุพัดแรงก็หยุดชะงัก เรือใบเฟิงค่อยๆ หยุดนิ่ง ลอยคว้างอยู่บนผิวน้ำ
สวี่อิงเลิกคิ้วขึ้น ไม่ได้พูดอะไร
ตอนนี้เอง "คุณชายเซียง" ในเรือสำราญก็เดินออกมา มองมาที่สวี่อิงแต่ไกลแล้วกล่าวด้วยความประหลาดใจว่า "ตัวตนที่เฆี่ยนตีเทพแห่งโรคระบาดในแคว้นจู๋ตู้ ขับไล่เทพแห่งโรคระบาดกลับสู่โลกแห่งวิถีสวรรค์ ที่แท้ก็เป็นแค่ไอ้เด็กเมื่อวานซืนคนหนึ่ง"
เรือสำราญอีกลำแล่นเข้ามา หญิงสาวรูปงามคนหนึ่งในเรือสำราญหลุดหัวเราะพรืด "คุณชายเซียง เขาถูกโคมไฟกันลมของท่านสะกดกระแสลมเอาไว้ ก็ทำอะไรไม่ถูกแล้ว ชัดเจนว่าเป็นแค่มือใหม่ ท่านจัดฉากใหญ่โตขนาดนี้ เชิญข้ามาช่วย ก็เพื่อจัดการกับผู้น้อยเช่นนี้งั้นรึ?"
สวี่อิงใจหายวาบ "แย่แล้ว! ดูเหมือนว่าเบื้องหลังการจุติของเทพแห่งโรคระบาด จะมีมากกว่าหนึ่งคน มีคนหลอกล่อเด็กสาวในโลงศพไป ส่วนคนอื่นๆ ก็มาสกัดข้าไว้บนแม่น้ำ"
สวี่อิงกระแอมไอครั้งหนึ่ง รวบรวมความกล้าแล้วเอ่ยถาม "พวกเจ้าเป็นใคร? บังอาจมาขวางทางเปิ่นจั้ว ช่างขวัญกล้านัก! พวกเจ้าเทียบกับเทพแห่งโรคระบาดองค์นั้นแล้วเป็นอย่างไร?"
หญิงสาวรูปงามกับคุณชายเซียงสบตากัน อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
สวี่อิงกล่าวเสียงเย็นชา "เทพแห่งโรคระบาดข้ายังตีได้ แล้วพวกเจ้าข้าจะตีไม่ได้งั้นรึ? รีบถอยไปซะ เปิ่นจั้วจะไม่ถือสาหาความกับผู้น้อยสองคนอย่างพวกเจ้า"
หญิงสาวรูปงามหัวเราะคิกคักออกมาแล้วกล่าว "เจ้าเด็กผีนี่ยังมากล้าเสียบต้นหอมที่จมูกแสร้งทำเป็นช้างต่อหน้าพวกเราอีก ระดับตบะของเจ้าสูงต่ำเพียงใด พวกเรามองแวบเดียวก็รู้แจ้งแล้ว คุณชายเซียง ท่านจะลงมือหรือให้ข้าจัดการ?"
คุณชายเซียงถือพัดจีบในมือ กางออกเสียงดังพรึบ โบกพัดเบาๆ ดูหล่อเหลาและเจ้าสำราญ เขายิ้มแล้วกล่าว "แม่นางสิบสาม การจับกุมคนที่ส่งเทพแห่งโรคระบาดกลับไปได้ก็ถือเป็นความดีความชอบใหญ่หลวง ความดีความชอบนี้ ข้ายกให้เจ้าก็แล้วกัน"
หญิงสาวรูปงามมองไปที่สวี่อิง จู่ๆ ในใจก็เกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นมา กล่าวว่า "ปีก่อนๆ ล้วนแต่จับพวกเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาผิวขาวจั๊วะมาทั้งนั้น แต่ผิวคล้ำๆ แบบนี้ ข้ายังไม่เคยลิ้มรสเลย..."
สวี่อิงทั้งตกใจทั้งโกรธในใจ "นางจะกินข้า!"
หญิงสาวรูปงามหัวเราะคิกคัก จู่ๆ บนเรือก็มีผ้าแพรสีแดงสองเส้นพุ่งออกมา ร่ายรำอยู่บนผิวน้ำ ทันใดนั้นก็กลายร่างเป็นมังกรแดงสองตัว หัวใหญ่โตดั่งภูเขาขนาดย่อม แผ่รังสีอำมหิตทะลุฟ้า!
มังกรแดงตัวจ่าฝูงคำรามลั่น เสียงมังกรดังกึกก้องไปทั่วขุนเขา พุ่งทะยานเข้าใส่เรือใบเฟิง
สวี่อิงไม่ทันได้คิด นิ้วมือหนึ่งกดลงไปในอ่างทองแดงตรงหน้า ทันใดนั้นบนท้องฟ้าก็มีฟ้าแลบฟ้าร้อง เปลวเพลิงสายฟ้าม้วนตัว เสายักษ์ค้ำฟ้าสีเนื้อต้นหนึ่งร่วงหล่นลงมาจากฟ้า รอบเสามีเปลวเพลิงสายฟ้าม้วนตัวพันธนาการไว้ กดทับลงบนร่างของมังกรแดงตัวนั้น ราวกับกดไส้เดือนตัวหนึ่ง กดมังกรแดงตัวนั้นจากผิวน้ำลงไปจนถึงก้นแม่น้ำไน่เหอ!
ผิวน้ำระเบิดออก ก่อให้เกิดคลื่นยักษ์สูงหลายร้อยจั้ง ซัดเรือสำราญทั้งสองลำและเรือใบเฟิงขึ้นไปกลางอากาศ
คุณชายเซียงกับหญิงสาวรูปงามตกใจจนหน้าถอดสี รีบประคองร่างของตนเองให้มั่นคง หญิงสาวรูปงามร้องตะโกนว่า "เขาแสร้งเป็นหมูหลอกกินเสือ เป็นไอ้คนเจ้าเล่ห์ซ่อนคม พวกเราประมาทเขาเกินไป!"
นิ้วมืออีกนิ้วของสวี่อิงขดเข้ากับนิ้วหัวแม่มือ แล้วดีดนิ้วออกไป
ทันใดนั้นบนท้องฟ้าก็มีนิ้วหัวแม่มือร่วงหล่นลงมา ขดเข้ากับนิ้วกลาง นิ้วกลางดีดออกไป มังกรแดงอีกตัวกระอักเลือดคำโต ถูกดีดกระเด็นไปกระแทกกับเทือกเขาในแดนหยินที่อยู่ใกล้ๆ อวัยวะภายในแหลกเหลว กระดูกแตกหัก ดูท่าคงไม่รอดแล้ว
ส่วนมังกรแดงตัวที่ถูกเขากดจมอยู่ใต้ก้นแม่น้ำ ก็ถูกทับจนอวัยวะภายในแหลกสลาย เลือดเนื้อถูกแม่น้ำไน่เหอกัดกร่อนจนหมดจด เหลือเพียงกองกระดูกแห้งๆ
สวี่อิงอดไม่ได้ที่จะทั้งตกใจทั้งดีใจ "อ่างทองแดงใบนี้ ยังมีความสามารถแบบนี้อีกงั้นหรือ?"
หญิงสาวรูปงามทั้งตกใจทั้งโกรธ ตวาดลั่น ด้านหลังปรากฏถ้ำสวรรค์ซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ ถ้ำสวรรค์ขนาดใหญ่ครอบถ้ำสวรรค์ขนาดเล็ก ด้านนอกถ้ำสวรรค์ยังมีนิมิตแม่น้ำสายยาว ปรากฏการณ์เต๋าดังกึกก้อง!
นางกำลังจะลงมือ สวี่อิงก็รีบวางมือลงในอ่างทองแดง ดีดนิ้วออกไปอีกครั้ง นิ้วกลางนิ้วนั้นทะลวงผ่านวิชาเทพนัวเป็นชั้นๆ ทันที วิชาเทพนัวทั้งหมดล้วนถูกทำลายจนสิ้น นิ้วกลางที่ใหญ่โตมโหฬารดีดเข้าใส่ร่างของหญิงสาวรูปงามอย่างจัง
เรือสำราญระเบิดเสียงดังสนั่น หญิงสาวคนนั้นถูกกระแทกจนกระอักเลือด ผมเผ้ายุ่งเหยิง ปลิวกระเด็นถอยหลังไปหลายลี้ ชนเข้ากับภูเขาขนาดใหญ่ลูกหนึ่งเสียงดังโครม
อีกด้านหนึ่งคุณชายเซียงโบกพัดจีบ กำลังจะลงมือ จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีเมฆดำทะมึนกดทับลงมาบนหัว รีบเงยหน้าขึ้นมอง ก็อดไม่ได้ที่จะเบิกตาโพลงแทบฉีกขาด
เห็นเพียงบนท้องฟ้า มือยักษ์ที่บดบังแผ่นฟ้าข้างหนึ่งพร้อมกับเปลวเพลิงอันไร้ที่สิ้นสุด ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า พุ่งเข้ามาหาตนเอง!
เขาไม่สนอะไรอีกแล้ว รีบทะยานร่างขึ้นฟ้า เหยียบย่ำความว่างเปล่า วิ่งหนีสุดชีวิต
มือยักษ์ข้างนั้นกำเป็นหมัด ไล่ตามไปเป็นร้อยลี้ ชกออกไปแต่ไกล กระแทกเข้าที่ร่างของเขา
คุณชายเซียงร่วงหล่นลงไปในป่าเขา ไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไร
หญิงสาวรูปงามระเบิดหินภูเขาที่ฝังกลบตัวเองดังโครม บินทะยานขึ้นมาราวกับหงส์ตกใจ ร้องตะโกนว่า "แม่นางสิบสามตาบอด ล่วงเกินผู้อาวุโสหน้าดำ ขอผู้อาวุโสโปรดอภัย!"
"หน้าดำ?"
สวี่อิงโกรธจนทนไม่ไหว ยื่นนิ้วชี้ออกไป จิ้มลงไปในอ่างทองแดงติดๆ กันหลายครั้ง ในที่สุดก็จิ้มโดนหญิงสาวรูปงามคนนั้น กระแทกนางจนกระดูกหักเอ็นขาด กระอักเลือดร่วงหล่นลงพื้น
ด้านหลังของสวี่อิง ระฆังใหญ่มองจนอึ้งไปนานแล้ว
"ดูเหมือนว่าช่วงหลายปีมานี้ สิ่งเดียวที่ไม่มีการพัฒนาเลย ก็คือข้า"
มันคิดในใจ "นางมารถูกข้าสะกดไว้สามพันปี ตบะไม่ได้เพิ่มพูนขึ้น แต่ฤทธิ์เดชกลับสะเทือนฟ้าสะเทือนดินจริงๆ ต่อให้ไม่มีใครยื่นมือเข้าช่วยเหลือนาง ผ่านไปอีกไม่กี่ปีนางก็จะเอาชนะข้า และหลุดพ้นจากการจองจำได้เอง!"
มันแขวนอยู่ในอารามร้างบนภูผาหิน หลับใหลมานานนับหลายพันปี ปล่อยวันเวลาให้ล่วงเลยไปอย่างเปล่าประโยชน์ แต่เด็กสาวในโลงศพกลับยังคงพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ฝ่ายหนึ่งถดถอยฝ่ายหนึ่งก้าวหน้า มันพบว่าตนเองมองฤทธิ์เดชของเด็กสาวในโลงศพไม่ออกอีกต่อไปแล้ว