แม้จะใช้สีไม้หรือหมึกก็ไม่เลว แต่ผมอยากทำให้ดีที่สุดด้วยวัสดุที่คุ้นมือที่สุด
ผมสำรวจสีน้ำมันที่คุณปู่เก็บไว้
ไม่น่าเชื่อว่าจะมีสีหลากหลายขนาดนี้
โลกนี้เปลี่ยนไปมากจริง ๆ
ถ้ารวมทั้งที่อยู่ในกล่องกับที่จัดเรียงไว้อย่างเรียบร้อยแล้วล่ะก็ มากเสียจนไม่แน่ใจว่าจะสำรวจให้หมดในวันนี้ได้หรือเปล่า
แค่ได้มองกล่องที่เต็มไปด้วยสีก็รู้สึกอิ่มเอมใจแล้ว สีที่เมื่อก่อนแพงเกินกว่าจะเอื้อมถึงก็ยังมี
ไม่ต้องกังวลเรื่องสีอีกต่อไปแล้ว
ขั้นตอนการถ่ายทอดสีสันก็คงง่ายขึ้นกว่าตอนก่อนมาก
‘นิทรรศการงั้นเหรอ’
ว่าแต่ไม่คิดเลยว่าจะคว้าโอกาสมาได้เร็วขนาดนี้
ผมตั้งใจไว้ว่า ครั้งนี้จะไม่ใจร้อนเหมือนเคย แต่จะค่อย ๆ สั่งสมฝีมืออย่างใจเย็น จากประสบการณ์ที่เคยจบลงอย่างน่าสลด
ผมพยายามเรียนรู้ว่าผู้คนในยุคนี้คิดอะไรอยู่ และวงการศิลปะเดินทางมาอย่างไรตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา
และน่าประหลาดใจยิ่งนัก
โลกนี้เต็มไปด้วยอัจฉริยะเหมือนปาโบล ปีกัสโซ
ผมจึงได้รู้ว่าสายตาของผมที่เคยหยุดอยู่แค่หมู่บ้านเล็ก ๆ ในฝรั่งเศสนั้นแคบแค่ไหน
รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้รู้ว่า ศิลปินคนใดจะมาทำให้ผมประหลาดใจได้อีก
อยากพบพวกเขาเหล่านั้น แต่ก็ไม่อาจปล่อยโอกาสดีเช่นนี้ให้หลุดลอยได้
ตอนนี้ต้องทุ่มเททุกสิ่งที่มี
“แม้ ‘ราตรีประดับดาว’ จะไม่ได้ตำแหน่งดีนัก แต่อิริสจัดวางได้ดีเลยนะ ดึงดูดสายตาตั้งแต่ระยะไกล เป็นภาพที่สดใสและงดงามมากจริง ๆ”
ธีโอ ผู้ที่ช่วยให้ภาพของผมได้จัดแสดงในงานแสดงศิลปะแบบอิสระ
แม้จะส่งเงินมาให้ทุกเดือนก็ยังไม่พอ ยังอุตส่าห์เป็นฝ่ายเสนอให้ส่งผลงานเข้าร่วมงานนิทรรศการอีกด้วย น้องชายที่แสนดีของผม
แม้เขาจะจัดหาทำเลที่ดีให้แล้ว แต่เมื่อไม่มีใครสนใจ ผมก็รู้สึกท้อแท้ ทว่าในปีถัดมา เขาก็ยังคงให้กำลังใจผมอยู่ดี บอกให้จัดแสดงผลงานเดี่ยวดูสักครั้ง
“……”
เขาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขไหมนะ
ดูเหมือนสุขภาพจะไม่ดีเลย
การเงินก็ตึงตัวลงเรื่อย ๆ
พี่ชายที่เขาเชียร์มากว่าสิบปี กลับตัดสินใจจบชีวิตตัวเองลงแบบนั้น เขาคงต้องโกรธผมมากแน่ ๆ
ถึงอย่างนั้น...
ถึงแม้จะได้ทำเรื่องที่ไม่มีวันให้อภัย แต่เมื่อได้กลับมาจับพู่กันอีกครั้งแบบนี้ นายคงยังเชียร์ผมอยู่ใช่ไหม
คงยังให้กำลังใจอยู่ใช่ไหม
‘ไม่สิ’
ต้องไม่อ่อนแอไปอีก
ชีวิตใหม่ที่เหมือนปาฏิหาริย์นี้ จะให้ซ้ำรอยเดิมอย่างน่าสลดอีกไม่ได้
‘ภาพที่เป็นตัวผมที่สุด งั้นเหรอ’
ถ้าอย่างนั้น สิ่งที่จะวาดก็มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น
ภาพในใจชัดเจนแล้ว
สิ่งที่จะสะท้อนตัวตนของผมได้ดีที่สุด มีเพียงสิ่งเดียว
ทานตะวัน
ทานตะวันที่อยู่ในตัวผม ดอกไม้สีทองที่โอบอุ้มแสงตะวันไว้
อย่างใจเย็น
ผมมองไปยังผืนผ้าใบขนาด 30F
สีเริ่มแตะลงบนพื้นขาว เฉดสีเหลืองเปล่งประกาย ค่อย ๆ ก่อตัวราวกับทองคำที่กำลังละลาย
เพียงแค่ปล่อยให้ไอร้อนในอกหลอมรวมกับพู่กันและไหลไปตามจังหวะนั้น
‘ไม่มีเหรอ?’
ผมต้องการสีโครเมียมเยลโล จึงลองหาดูแต่ไม่เจอ
พลิกหาทั้งกล่องแล้ว ก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไม ในหมู่สีมากมายถึงไม่มีสีสำคัญที่สุดนี้
“คุณปู่ครับ”
พอเดินออกไปยังห้องนั่งเล่น ปู่ก็กำลังอยู่ในท่าทางประหลาด
คุกเข่า นอนคว่ำ ตาถลน ลิ้นห้อย…
“……ทำอะไรอยู่เหรอครับ?”
“โยคะ มานี่ มาทำด้วยกันเถอะ”
“ไม่เอาครับ”
“ใจร้ายจริง ๆ”
“ว่าแต่ ไม่มีโครมเยลโลครับ”
คุณปู่คลายท่าทางแปลก ๆ อย่างกระดากใจ แล้วขมวดคิ้ว
“น่าจะมีเป็นกระป๋องใหญ่นะ”
คุณปู่เดินเข้าไปในห้องทำงาน ผมเลยตามเข้าไป แล้วเขาก็หยิบกระป๋องเหล็กขนาดเกือบเท่าตัวผมออกมา
“ทำไมใหญ่ขนาดนี้ล่ะครับ?”
“เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีขายแล้ว ของที่พัฒนาแล้วน่ะพอมี แต่เขาว่ากันว่าไม่ดีต่อร่างกาย เลยไม่ค่อยมีคนใช้”
“ไม่ดีต่อร่างกายเหรอครับ?”
“จำไม่ได้เหรอ เคยเล่าเรื่องพิษตะกั่วให้ฟัง โครมเยลโลก็มีส่วนผสมแบบนั้นเหมือนกัน”
สีที่ผมใช้บ่อยที่สุด และเผลอกินเข้าไปมากที่สุดก็คือโครมเยลโล
เรื่องไม่ดีต่อร่างกายนี่มีหลากหลายจริง ๆ
แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ใช้สีนี้ได้
เป็นสีที่ขาดไม่ได้เลยจริง ๆ
“แบบที่พัฒนามาแล้วน่าจะมีเป็นหลอดอยู่บ้าง”
คุณปู่หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา ค้นหาอะไรบางอย่างก่อนจะเกาหัวเบา ๆ
“เดี๋ยวพรุ่งนี้ลองหาดูให้นะ”
“ขอบคุณครับ”
“ไม่ต้องขอบคุณหรอก แล้วตกลงว่าจะวาดอะไรเหรอ?”
“ทานตะวันครับ”
“ทานตะวัน?”
สีหน้าของคุณปู่ดูเหมือนจะงงเล็กน้อย
“ไว้ดูทีหลังแล้วจะเข้าใจครับ”
“ดูมั่นใจนะ แต่ถึงจะช่วยหาสีให้ก็เถอะ ลองหาวิธีอื่นดูหน่อยจะดีไหม?”
“ทำไมเหรอครับ?”
“โครมเยลโลเปลี่ยนสีง่ายมาก โดนแสงนาน ๆ เข้า บางทีก็กลายเป็นสีน้ำตาลเข้ม ถ้าหนักหน่อยก็เปลี่ยนเป็นโทนเทาเลย”
ผมเคยได้ยินเรื่องการเปลี่ยนสีอยู่บ้าง
“ขนาดนั้นเลยเหรอครับ?”
“อืม เดี๋ยวดูเองเลยน่าจะเข้าใจง่ายกว่า ไหนดูสิ...”
คุณปู่เปิดทีวี แล้วเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน กดอะไรบางอย่าง
ภาพหลายภาพเลื่อนไปอย่างรวดเร็ว แค่ดูแล้วก็ทึ่ง ว่าเขาทำอะไรแบบนั้นได้อย่างสบาย ๆ
“นี่ ลองดูสิ”
เป็นภาพทานตะวันที่มีลายเซ็นเขียนว่า Vincent อยู่บนกระถาง
คล้ายของผมมากก็จริง แต่ไม่ใช่ภาพที่ผมวาด
ผมไม่เคยใช้สีหม่นหมองแบบนั้น
กำลังคิดแบบนั้นอยู่ก็ลองเพ่งดูใกล้ ๆ
“อ๊ะ…”
เป็นภาพของผมเอง
ถึงจะไม่ใช่เทคนิคเฉพาะตัว แต่การลงสีแบบหนา ๆ แบบนั้น มันเหมือนผมมากเหลือเกิน
“เป็นไงล่ะ ถ้าแวนโก๊ะเห็นก็คงตกใจแน่ ๆ”
ผมก็ตกใจเหมือนกัน
“ในโครมเยลโลมีสารที่ชื่อว่าโครเมียมออกไซด์ ถ้าไปเจอกับแสงไฟ LED จะทำให้เปลี่ยนสีเร็วขึ้น”
“ไฟ LED คืออะไรเหรอครับ?”
“ก็ไฟส่องสว่างนั่นแหละ ใช้ไฟฟ้าน้อย เลยมีใช้เยอะในห้องแสดงผลงาน เดี๋ยวนี้เริ่มเปลี่ยนเป็นแบบสมาร์ท LED ที่ช่วยลดการเปลี่ยนสีแล้วล่ะ”
ไม่น่าเชื่อเลยว่าแค่แสงไฟจะทำให้ภาพเปลี่ยนไปขนาดนี้
ถ้าเป็นแบบนี้ก็ไม่ใช่แค่ต้องพิจารณาอย่างเดียว ควรจะเปลี่ยนไปใช้สีอื่นเลยด้วยซ้ำ
“เดี๋ยวผมลองหาอย่างอื่นดูนะครับ”
“ดีแล้วล่ะ ถ้าหาไม่ได้ก็ถามปู่ได้เลยนะ”
“ครับ”
ผมกลับเข้ามาในห้องทำงาน แล้วเรียงสีในโทนเหลืองออกมา
สีที่ดูจะถูกใจที่สุด คือกลุ่มสีแคดเมียมเหลือง
“ฮุนอา”
“ครับ?”
“ลองใช้กล่องไม้ใต้โต๊ะดูสิ น่าจะนุ่มลื่นดีนะ”
ผมก้มลงมองใต้โต๊ะ ก็เห็นกล่องไม้ที่มีรูปนกฮูกวาดอยู่ เปิดออกมาข้างในมีสี 36 สี กับพู่กันอีกหลายด้าม
มีมีดพาเล็ตต์ด้วย
แค่เห็นก็รู้แล้วว่าสีชุดนี้ราคาแพงแน่
“ใช้ได้จริง ๆ เหรอครับ?”
“แน่นอนน่ะสิ แค่ห้ามกินเข้าไปก็พอ”
“ผมไม่กินหรอกครับ”
ถึงอย่างนั้นก็ยังแอบสงสัยอยู่นิดหน่อยว่าสีเบอร์ 482 โคบอลต์ไวโอเล็ตจะมีรสชาติเป็นยังไงนะ
“ฟู่ว…”
ผมถอนหายใจยาวหนึ่งครั้งก่อนจะเริ่มบีบสีออกมา
ร่างกายผมเล็กและแรงก็ไม่มาก การถือพาเล็ตต์ขนาดใหญ่วาดรูปนาน ๆ คงลำบาก
แถมผืนผ้าใบก็ใหญ่เมื่อเทียบกับตัวอีก
ผมวางสีลงอย่างเหมาะสม แล้วยืนขึ้น
กลืนน้ำลาย แล้วหยิบพู่กันขึ้นมา
การวาดภาพอีกครั้ง
ผม...
ไม่อาจหักห้ามใจไม่ให้วาดสถานที่แห่งนั้น ที่ไหวระริกด้วยแสงทองคำได้เลย
ทุ่งข้าวสาลีที่โอบรับแสงอาทิตย์อันลุกโชติช่วงไว้อย่างเต็มเปี่ยม
และการดูแลทะนุถนอมรวงข้าวที่งอกเงยจากแสงนั้นด้วยเหงื่อแรงกายของชาวนา มีสิ่งใดจะศักดิ์สิทธิ์ยิ่งไปกว่านั้นอีกหรือ?
ผม...
อยากจะเป็นดวงอาทิตย์ของผู้คนเหล่านั้น
ถ้าไม่อาจเป็นได้ ก็อยากจะเป็นเพียงรวงข้าวหนึ่งกำที่ร่วงหล่นอยู่ในทุ่ง
เพื่อส่งมอบความอบอุ่นเล็ก ๆ แก่ชาวนาผู้ทำงานอย่างซื่อตรง
อยากจะวางความหวังเล็ก ๆ ไว้บนโต๊ะอาหารยามเย็นที่แบ่งปันร่วมกับครอบครัว หลังจากเหนื่อยล้ามาทั้งวัน
อยากจะมอบความกล้าที่จะเริ่มทำงานใหม่อีกครั้งในวันพรุ่งนี้
จะถูกเรียกว่าคนบ้าก็ไม่เป็นไร
จะไม่มีใครเข้าใจก็ไม่เป็นไร
แม้จะไม่ใช่ดวงอาทิตย์ที่ลุกโชนบนฟากฟ้าเบื้องสูงก็ไม่เป็นไร
แม้จะเป็นจิตรกรที่ขายภาพไม่ได้ แต่ตราบใดที่ร่างกายยังเคลื่อนไหวได้ ผมก็จะวาดดวงอาทิตย์
ก็แค่นั้นเอง
แต่...มือกลับไม่ขยับตามใจ
อาการชักกำเริบบ่อยครั้ง และเสียงหลอนก็ค่อย ๆ กลืนกินสติของผมไป
เมื่อแม้แต่การวาดแสงเจิดจ้านนั้นก็ยังถูกพรากไป เหตุผลในการมีชีวิตอยู่จึงหมดสิ้น ผมจึงจบชีวิตลงด้วยตนเอง
“ผู้เฝ้ามองตะวัน”
เช่นเดียวกับดอกทานตะวันที่เฝ้ามองและโหยหาดวงอาทิตย์
ผมที่ไม่อาจเฝ้ามอง ไม่อาจวาด ไม่อาจคิดถึงดวงอาทิตย์อีกต่อไป คือผู้เฝ้ามองตะวัน
ทานตะวันที่เหี่ยวเฉา ก้มหน้าลงไม่อาจเงยขึ้นมาได้
ผู้เฝ้ามองตะวันที่ได้เกิดใหม่
ในผืนดินมืดมิด
งอกเงยขึ้นด้วยพรแห่งแสงอาทิตย์ และได้พบกับแสงเจิดจ้าครั้งใหม่
ทานตะวันเล็ก ๆ ต้นหนึ่ง
ผมจะวาดทานตะวันที่ไม่หวั่นไหวแม้ต้องเจอกับลมแรง
หากไม่อาจเป็นดวงอาทิตย์ ก็ขอให้สว่างไสวราวกับดวงอาทิตย์เถิด
ผมแต้มสีลงบนผืนผ้าใบ
...
‘ถึงเวลานี้แล้วเหรอ’
โกซูยอลที่กำลังศึกษาเรื่องทำอาหารเพราะไม่อยากให้หลานกินแต่พิซซ่าทุกวัน เผลอมองนาฬิกาเข้าโดยไม่รู้ตัว
เที่ยงคืนล่วงเลยมาแล้ว
แสงลอดออกมาจากร่องประตูห้องทำงาน
ดูเหมือนจะวาดภาพไปแล้วเผลอหลับ
โกซูยอลลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่ห้องทำงาน เปิดประตูอย่างระมัดระวังเพราะกลัวว่าจะปลุกหลานให้ตื่น แต่แล้วก็เห็นหลานชายยังคงเหงื่อท่วมหน้า ขยับพู่กันอยู่
“ฮุน…”
เขาตั้งใจจะบอกให้หลานไปนอนได้แล้ว แต่แล้วภาพวาดของโกฮุนก็สะดุดตาเขาเข้าเสียก่อน
ทันใดนั้น เขาก็พูดไม่ออก
ทานตะวันเพียงหนึ่งดอกที่ดูราวกับกลืนดวงอาทิตย์เข้าไป กำลังหายใจอยู่ตรงหน้า
แต่ละกลีบ…
แต่ละกลีบดอกแคบยาวเหล่านั้นดูเหมือนมีชีวิตเป็นของตัวเอง และรวมตัวกันกลายเป็นดอกไม้ดอกเดียว
ไม่มีฉากหลัง
ราวกับภาพเขียนพู่กันจีน
มีเพียงทานตะวันดอกนั้น ที่ส่องแสงอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า
ช่างเป็นความงามที่สูงส่งเหลือเกิน
‘พระเจ้า…’
เขารู้ดีที่สุดว่าหลานของเขานั้นมีพรสวรรค์
ลายเส้นที่สมจริงเกินกว่าเด็กทั่วไป มุมมองที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร
เขาชอบผลงานภาพเขียนหมึกแบบเกาหลีที่หลานเคยหลงใหลเป็นครั้งแรก
แต่ว่า…
ภาพที่ค่อย ๆ ถูกวาดขึ้นด้วยสีน้ำมันบนผืนผ้าใบนั้น…มันต่างออกไป
แม้แต่โกซูยอล ผู้เป็นที่หมายปองของคณะกรรมการจัดบิเอ็นนาเลทั่วโลก ยังรู้สึกถูกพลังของภาพนั้นครอบงำ
ภาพวาดจะส่องแสงได้อย่างไรกัน?
จากปลายพู่กันของโกฮุน ที่ไม่ลังเลแม้สักครั้งเดียว กลับมีชีวิตถือกำเนิดขึ้น
ขนลุก
ยิ่งภาพใกล้เสร็จมากเท่าไร ร่างกายของโกซูยอลก็ยิ่งรู้สึกเหมือนเซลล์ทุกเซลล์ตื่นขึ้นมา
เขาเผลอมองอย่างลืมตัว
และจนกระทั่งโกฮุนวางพู่กันและเช็ดเหงื่อ เขาก็ยังไม่สามารถพูดอะไรได้เลย
เมื่อโกฮุนถอยหลังไปสองสามก้าวเพื่อมองภาพให้ชัด แล้วหันกลับมามอง
โกซูยอลที่อดกลั้นอารมณ์ไม่ไหว ยกหลานชายที่ยิ้มเงยหน้ามองเขาขึ้นฟ้าทันที
“ฮ่าฮ่า! เจ้าหนูเอ๊ย! เจ้าหนูเอ๊ย!”
ในฐานะศิลปิน
และในฐานะคุณปู่
ไม่มีความสุขใดจะยิ่งใหญ่ไปกว่านี้อีกแล้ว