หมีดำก้าวไปข้างหน้าอีกก้าว ระยะห่างระหว่างมันกับเฉียวเจียจิ้นเหลือเพียงเมตรกว่าเท่านั้น
ครั้งนี้ไม่ว่าอย่างไรเฉียวเจียจิ้นก็ไม่กล้าขยับเข้าไปใกล้อีกแล้ว ช่วงแขนของหมีดำนั้นยาวมาก หากก้าวเข้าไปอีกนิดก็จะเข้าสู่ระยะโจมตีของมัน ซึ่งนั่นไม่ต่างอะไรกับการรนหาที่ตาย
ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงค่อยๆ ถอยหลังไปหนึ่งก้าว
เมื่อเห็นฉากนี้ ฉีเซี่ยก็เผยสีหน้าตึงเครียดออกมาเล็กน้อย
กฎการเผชิญหน้าของสัตว์นั้นเรียบง่ายมาก หากฝ่ายใดถอย นั่นแปลว่ากลัว
เมื่อกลัว ก็จะกลายเป็นเหยื่อ
เมื่อหมีดำเห็นเฉียวเจียจิ้นถอยหลังไปหนึ่งก้าว ท่าทีลังเลของมันก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความดุร้าย ตอนนี้มันแทบจะมั่นใจแล้วว่าสิ่งมีชีวิตตรงหน้าไม่เป็นภัยคุกคามต่อมัน
หลังจากหยุดนิ่งไปสามวินาที หมีดำก็พุ่งไปข้างหน้าอย่างกะทันหัน ท่อนแขนหน้าอันหนาเตอะตวัดฟาดลงมาราวกับเสาหิน
เฉียวเจียจิ้นไม่ฝืนทำเก่งอีกต่อไป เขาย่อตัวหลบการโจมตีนี้ อาศัยจังหวะม้วนตัวกลิ้งไปข้างหลังบนพื้นหนึ่งรอบแล้วออกตัววิ่งทันที
หมีดำคำรามลั่น ก่อนจะใช้ทั้งสี่ขากระโจนตามไป
ตอนนี้หมีดำมองเฉียวเจียจิ้นเป็นเหยื่ออย่างสมบูรณ์แล้ว
"ไอ้ขี้โกง! นายรีบหน่อยสิวะ!" เฉียวเจียจิ้นตะโกนลั่นขณะวิ่งหนี "ชีวิตห่วยๆ ของฉันฝากไว้ที่นายแล้วนะ!"
"นายก็อย่าเพิ่งเชื่อใจฉันมากนักสิ!" ฉีเซี่ยพูดด้วยความตึงเครียดเช่นกัน "แผ่นเหล็กนั่นคืออะไรฉันยังไม่รู้เลย..."
"จะพูดพล่ามหาพระแสงอะไรวะ!" เฉียวเจียจิ้นสบถด่า "รีบไป 'รับของ' สิโว้ย!"
เมื่อเห็นหมีดำวิ่งออกไป ฉีเซี่ยก็รีบวิ่งไปหาแผ่นเหล็กบนพื้นทันที
ตามหลักการแล้ว 'เกม' ทั้งหมดที่เคยเจอมาล้วนไม่ใช่ทางตัน มันจะต้องมี 'ทางรอด' อยู่เสมอ และในห้องที่มองเห็นได้ทะลุปรุโปร่งแห่งนี้ ทางรอดจะต้องเกี่ยวข้องกับแผ่นเหล็กนี้อย่างแน่นอน
เมื่อวิ่งเข้าไปดูใกล้ๆ พื้นผิวของแผ่นเหล็กนี้มีรอยด่างดำและมีสนิมเกาะอยู่หลายแห่ง
"นี่มัน..."
ฉีเซี่ยยื่นมือไปลูบคลำดู ก่อนจะพบว่ามันเป็นเพียงแผ่นเหล็กทรงกลมธรรมดาๆ แผ่นหนึ่ง ไม่มีกลไกใดๆ และไม่มีแม้แต่ตัวอักษรบอกใบ้
"บ้าอะไรเนี่ย..." ฉีเซี่ยรู้สึกเหมือนตัวเองโดนเล่นตลก แผ่นเหล็กนี่มันเหมือนขยะที่หาได้ทั่วไปชัดๆ
เฉียวเจียจิ้นวิ่งไปได้สิบกว่าก้าว ก็พบว่าหมีดำเข้ามาประชิดตัวแล้ว เขาหยุดวิ่งทันทีแล้วหันขวับมาตะโกนลั่น "ไอ้โง่!!"
หมีดำตกใจเสียงตะโกนของเฉียวเจียจิ้นจนสะดุ้ง มันรีบถอยหลังไปก้าวใหญ่และกลับมายืนสองขาอีกครั้ง
เฉียวเจียจิ้นแค่นหัวเราะเยาะ ชูนิ้วชี้หน้าหมีดำอย่างดุดันแล้วพูดว่า "ตกใจล่ะสิ? ไอ้โง่เอ๊ย แกคิดว่าฉันกลัวแกหรือไง? แกฟังฉันให้ดีนะ..."
หมีดำมองเฉียวเจียจิ้นอย่างงุนงง ราวกับกำลังรอฟังเขาพูดจริงๆ
ส่วนคนอื่นๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์ก็เริ่มงุนงงเช่นกัน พวกเขาพร้อมใจกันมองไปที่เฉียวเจียจิ้นโดยไม่รู้ว่าเขาต้องการจะพูดอะไรกับหมีดำกันแน่
ทว่าสิ่งที่ทุกคนคาดไม่ถึงก็คือ พอเฉียวเจียจิ้นเห็นว่าหลอกล่อหมีดำให้ชะงักได้แล้ว เขาก็ไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย หันหลังกลับแล้วสับตีนแตกวิ่งหนีทันที
หมีดำรู้ตัวว่าถูกปั่นหัว มันคำรามอย่างเกรี้ยวกราดกว่าเดิมแล้วพุ่งตามไปอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน ฉีเซี่ยที่อยู่กลางลานก็พลิกแผ่นเหล็กขึ้นมาและกำลังศึกษาอย่างละเอียด แผ่นเหล็กนี้หนาและหนักมาก บนนั้นไม่มีแม้แต่ที่จับ การจะยกขึ้นมาเพื่อป้องกันการโจมตีของหมีนั้นเป็นไปไม่ได้เลย
ยังไม่ทันที่ฉีเซี่ยจะคิดหาคำตอบได้ เขาก็รู้สึกเจ็บแปลบที่แผ่นหลัง จู่ๆ ก็เหมือนมีอะไรบางอย่างพุ่งชนร่างเขาอย่างแรง
เดิมทีเขานั่งยองๆ อยู่บนพื้น เมื่อถูกกระแทกอย่างแรงเช่นนี้จึงยากที่จะทรงตัวได้ และล้มกลิ้งไปด้านข้าง
ถึงได้เห็นชัดๆ ว่าคนที่ชนเขาคือชายวัยกลางคนในกลุ่ม
ชายวัยกลางคนมองฉีเซี่ยที่ถูกชนล้มลงบนพื้น ก่อนจะพูดเสียงแผ่วว่า "ขอโทษทีนะ" จากนั้นก็จับแผ่นเหล็กบนพื้นตั้งขึ้น กัดฟันดันมันไปตามพื้นช้าๆ เพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงมุมห้อง แล้วใช้แผ่นเหล็กบังตัวเองไว้ หดตัวสั่นงันงกอยู่ในซอก
ฉีเซี่ยขมวดคิ้ว นึกในใจว่าแย่แล้ว
วิธีนี้เขาก็เคยคิดไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ขอแค่ใช้แผ่นเหล็กบังตัวเองไว้แล้วหลบอยู่ตรงมุมห้อง โอกาสรอดชีวิตก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่ถ้าทำแบบนั้นคนที่จะรอดชีวิตก็จะมีเพียงคนเดียว และเกมก็จะหมดความหมาย
เอา 'เต๋า' หนึ่งเหรียญมาเดิมพันชีวิต เพื่อให้ได้ 'เต๋า' หนึ่งเหรียญในตอนท้าย
หากให้ฉีเซี่ยเลือก เขาจะไม่เลือกผลลัพธ์นี้
"ไอ้ขี้โกง ยังไม่เสร็จอีกเหรอวะ?!" เฉียวเจียจิ้นตะโกนลั่นอีกครั้ง "นี่นายไม่เห็นฉันอยู่ในสายตาเลยใช่ไหมเนี่ย!"
"เดี๋ยวก่อนๆ..." ฉีเซี่ยตอบกลับอย่างลังเล "ขอเวลาฉันอีกหน่อย..."
สมองของเขาคิดอย่างรวดเร็ว เขารู้ดีว่าต่อให้ตอนนี้ไปแย่งแผ่นเหล็กกลับมาก็ไม่มีประโยชน์อะไรมากนัก เพราะอย่างน้อยเขาก็ต้องช่วยชีวิตตัวเองและเฉียวเจียจิ้นให้ได้ทั้งสองคน
แต่แผ่นเหล็กนั้นมีพื้นที่จำกัด บังได้แค่คนเดียวอย่างทุลักทุเล
แบบนี้จะทำยังไงดี?
ตอนนี้ถือว่าเป็นความดีความชอบของเฉียวเจียจิ้น ผู้เข้าร่วมอีกแปดคนที่เหลือจึงปลอดภัยชั่วคราว แต่เวลาเพิ่งผ่านไปแค่หนึ่งนาทีเศษ การจะเอาชีวิตรอดให้ได้ภายในสิบนาที จะพึ่งพาเฉียวเจียจิ้นเพียงคนเดียวไปตลอดย่อมเป็นไปไม่ได้
ในตอนนั้นเอง หญิงสาวรูปร่างอวบคนหนึ่งก็วิ่งไปทางชายวัยกลางคน น้ำเสียงของเธอสั่นเครือขณะพูดว่า "ขอฉันเข้าไปหลบด้วยคนได้ไหม...? ขอร้องล่ะ... ฉันไม่อยากตาย..."
"ไม่ได้ๆ!" ชายวัยกลางคนที่ซ่อนตัวอยู่หลังแผ่นเหล็กทรงกลมตะโกนลั่น "ตรงนี้หลบได้แค่คนเดียว... ถ้าเธอเข้ามาเราต้องตายกันทั้งคู่!"
"ไม่หรอก!" เสียงของหญิงสาวยังสั่นไม่หยุด ขาทั้งสองข้างก็เริ่มไม่ยอมทำตามคำสั่ง "เราหลบกันคนละฝั่ง ต้องไม่ตายแน่ๆ..."
ระหว่างที่ทั้งสองกำลังคุยกัน ไอ้แว่นที่เคยอยู่ทีมเดียวกับชายวัยกลางคนก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามา เขาไม่ได้ถามความสมัครใจของชายวัยกลางคนเลยแม้แต่น้อย แต่เปิดแผ่นเหล็กออกแล้วเบียดตัวเข้าไปที่มุมห้องทันที
"เฮ้ย! ไอ้แว่น!" ชายวัยกลางคนลุกลี้ลุกลนทันที "แกทำอะไรเนี่ย?"
ไอ้แว่นกัดฟันตอบ "เหล่าหลี่ว์ ลุงจะเอาแต่รอดคนเดียวไม่ได้นะ!"
แผ่นเหล็กที่แต่เดิมยังพิงกำแพงได้อยู่ กลับโอนเอนไปมาเพราะการเข้าแทรกของไอ้แว่น ยิ่งเหล่าหลี่ว์เป็นคนรูปร่างอ้วนท้วน แผ่นเหล็กนี้จึงไม่สามารถบดบังร่างของคนทั้งสองได้มิดเลย
เมื่อหญิงสาวร่างอวบเห็นฉากนี้ ก็ไม่มัวพูดพร่ำทำเพลงกับเหล่าหลี่ว์อีก เธอเปิดแผ่นเหล็กอีกด้านแล้วมุดตัวเข้าไปที่มุมห้องเช่นกัน
อีกสี่คนที่เหลือก็ไม่วิ่งพล่านไปทั่วอีกต่อไป ต่างพากันขยับเข้าไปใกล้แผ่นเหล็ก
เพราะนั่นคือทางรอดสุดท้ายของพวกเขา
"โง่เง่า..." ฉีเซี่ยค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ฝูงชน เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่วินาที ทุกคนก็ตะลุมบอนกันเพื่อแย่งชิงแผ่นเหล็กไปเสียแล้ว
"เหล่าหลี่ว์! ลุงจะเห็นแก่ตัวเกินไปแล้วนะ! ปล่อยแผ่นเหล็กออกมา แล้วเราค่อยมาช่วยกันคิดหาวิธี!!"
"ไอ้แว่น! แกยังหนุ่มยังแน่น แกวิ่งหนีหมีได้ แต่ฉันทำไม่ได้โว้ย!"
"เร็วเข้า เข้าไปแย่งแผ่นเหล็ก!"
"แกไสหัวไปเลย! หลังแผ่นเหล็กไม่มีที่ว่างแล้ว!"
ตอนนี้ท่าทีของแต่ละคนดูราวกับสามารถฆ่าหมีได้ด้วยตัวคนเดียว ทว่าเมื่อถึงช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ พวกเขากลับยอมบีบคอและจิกหัวอีกฝ่ายอย่างเอาเป็นเอาตาย ทุบตีกันจนเลือดกลบปาก มากกว่าที่จะยอมก้าวเข้าไปใกล้หมีแม้แต่ครึ่งก้าว
แผ่นเหล็กราวกับถูกทอดทิ้ง มันนอนนิ่งอย่างโดดเดี่ยวอยู่บนพื้น
ส่วนเฉียวเจียจิ้นที่อยู่อีกด้านหนึ่งก็ถูกหมีดำต้อนจนมุม เมื่อเห็นว่าไม่มีทางหนี เขาจึงทำได้เพียงใช้ลูกไม้เดิม ตะโกนลั่นอีกครั้งแล้วหันขวับกลับมา
แม้ว่าครั้งนี้หมีดำจะตกใจเหมือนกัน แต่มันก็ไม่มีทีท่าว่าจะถอยหลังเลยแม้แต่น้อย มันยื่นท่อนแขนหน้าพุ่งตะปบเข้าใส่ ซึ่งเฉียวเจียจิ้นก็เบี่ยงตัวหลบได้ทัน กรงเล็บอันแหลมคมทิ้งรอยขูดลึกไว้บนกำแพง
"แม่งเอ๊ย!" เฉียวเจียจิ้นจ้องเขม็งไปที่หมีดำตรงหน้า "แกจะทำเกินไปแล้วนะ..."
ฉีเซี่ยรู้ดีว่าหากเขาไม่ทำอะไรสักอย่าง เฉียวเจียจิ้นต้องตายแน่ และถ้าเฉียวเจียจิ้นตาย คนที่เหลือก็จะถูกฆ่าทิ้งอย่างโหดเหี้ยมทีละคน
เพราะคนเดียวที่กล้าเผชิญหน้ากับหมีดำมีเพียงเฉียวเจียจิ้น เขาตัวคนเดียวไม่เพียงแต่ต้องรับมือกับการโจมตีของหมีดำ แต่ยังต้องปกป้องทุกคนไม่ให้ได้รับอันตรายอีก นี่มันไม่เหลวไหลไปหน่อยหรือ?