"เดี๋ยวก่อน..." ฉีเซี่ยขมวดคิ้ว ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ "ทั้งต้องต้านทานศัตรู แล้วยังต้องปกป้องพวกเดียวกันอีกเหรอ?"
ฟังดูเป็นสถานการณ์ที่คุ้นหูเอามากๆ
นึกออกแล้ว... ครั้งนี้มีวิธีแล้วจริงๆ
ฉีเซี่ยวิ่งไปข้างแผ่นเหล็ก ประคองสิ่งของหนักอึ้งนี้ขึ้นมา แล้วค่อยๆ กลิ้งมันไปบนพื้น ราวกับกำลังพิสูจน์ความเป็นไปได้ในแผนการของตน
"เฮ้ย! เฉียวเจียจิ้น!" ฉีเซี่ยตะโกน "ฉันเจอ 'คำตอบ' แล้ว! มาหาฉันนี่!"
"ฉันรอประโยคนี้ของนายมาตั้งนานแล้ว" เฉียวเจียจิ้นพูดช้าๆ "รอเดี๋ยว ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ"
หมีดำรู้สึกรางๆ ว่า 'เหยื่อ' ตรงหน้ากำลังจะหนี มันจึงยืนสองขาขึ้นอีกครั้งเพื่อเพิ่มระยะการโจมตีของตัวเอง
ทว่าเฉียวเจียจิ้นกลับไม่มีทีท่าว่าจะหนีเลยแม้แต่น้อย เขาพลันกระโดดไปข้างหน้า ยืนแยกขา ไหล่ขยับตามเอว หมุนหมัดขวาหนึ่งร้อยแปดสิบองศาชกเข้าที่แก้มของหมีดำ
'ปัง'!
เสียงดังสนั่น หมัดนี้ซัดเข้าที่หน้าหมีดำอย่างจัง ถึงกับทำให้หมีดำถอยหลังไปก้าวครึ่ง
หมีดำชะงักไปเล็กน้อย จมูกพ่นลมหายใจร้อนๆ ออกมาไม่หยุด จากนั้นก็สะบัดหัว ดูเหมือนจะมึนงงกับหมัดที่พุ่งเข้ามาอย่างกะทันหันนี้
มันไม่เคยคิดเลยว่า 'เหยื่อ' ที่เอาแต่หนีอยู่ตรงหน้าจะมีพลังระเบิดที่น่ากลัวขนาดนี้
เฉียวเจียจิ้นสะบัดแขนที่เจ็บปวดจากการสั่นสะเทือน พลางสบถด่า "ไอ้โง่นี่แกแข็งแรงชะมัด..."
หมีดำได้สติ อ้าปากคำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว ก่อนจะตวัดกรงเล็บลงมาอีกครั้ง
เฉียวเจียจิ้นจ้องมองการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายอย่างละเอียด เท้าขวาถอยหลังไปครึ่งก้าว ตามด้วยการสลับเท้าซ้ายขวาเพื่อถ่ายเทน้ำหนัก ไม่เพียงหลบการโจมตีนี้ได้ แต่ยังทำให้หมีดำเสียหลักจนเกือบหน้าคะมำ
อาศัยจังหวะนี้ เขาย่อตัวลงเล็กน้อย ปล่อยหมัดอัปเปอร์คัตจากด้านล่าง ซัดเข้าที่ปลายคางของหมีดำอย่างจัง
เสียงร้องโหยหวนพิลึกดังขึ้น หมีดำโดนไปอีกหมัด
แม้ว่าความเสียหายแค่นี้จะทำอันตรายอะไรสัตว์หนังเหนียวเนื้อหนาอย่างมันไม่ได้ แต่มันก็เริ่มหวาดหวั่นชายตรงหน้าขึ้นมาบ้างแล้ว
"เวรเอ๊ย มือแทบหักแล้ว แกยังไม่สลบอีกเหรอ?" เฉียวเจียจิ้นถ่มน้ำลายลงพื้น จากนั้นก็ม้วนหน้ากลิ้งตัวหนีออกไปจากข้างกายหมีดำ
ฉีเซี่ยที่เห็นฉากนี้ก็อึ้งไปเล็กน้อย เขาคิดว่าเฉียวเจียจิ้นเป็นแค่นักเลงหัวไม้ธรรมดา แต่ดูเหมือนว่าทักษะการต่อสู้ของอีกฝ่ายจะแข็งแกร่งมาก
กระบวนท่าพวกนี้ไม่เหมือนการวิวาทข้างถนน แต่เหมือนศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานมากกว่า
เฉียวเจียจิ้นมาถึงข้างกายฉีเซี่ย พลางสะบัดมือขวาของตัวเองแล้วถาม "พวกเราจะเอายังไงต่อ?"
"นายมานี่!" ฉีเซี่ยได้สติ กวักมือเรียกเฉียวเจียจิ้น "นายยันแผ่นเหล็กนี้เอาไว้ เพื่อสกัดการโจมตีของหมีดำ"
"แค่นี้เหรอ?" เฉียวเจียจิ้นไม่ค่อยเข้าใจ "ไอ้ขี้โกง นายสมองกลับไปแล้วหรือไง? ฉันนึกว่านายจะมีแผนที่ดีกว่านี้ซะอีก!"
"ไม่ นี่แหละแผนที่ดีที่สุด!" ฉีเซี่ยดึงตัวเฉียวเจียจิ้นมาตรงหน้า ให้เขาประคองแผ่นเหล็กไว้
ทว่าแผ่นเหล็กนี้เป็นทรงกลม วางบนพื้นจึงไม่มั่นคงและกลิ้งได้ง่ายมาก
เฉียวเจียจิ้นทำได้เพียงย่อตัวลง ใช้หัวไหล่ยันแผ่นโต๊ะไว้ พยายามทำให้มันมั่นคงที่สุด
"ของนี่หนักโคตร..." เฉียวเจียจิ้นกัดฟัน "ฉันยกไม่ขึ้นหรอก..."
"นายไม่ต้องยกขึ้นมา" ฉีเซี่ยอธิบาย "แค่กลิ้งมันไปบนพื้นก็พอแล้ว!"
"แม่งเอ๊ย งั้นฉันเข้าใจแล้ว แต่ทำแบบนี้ฉันก็มองไม่เห็นไอ้เดรัจฉานนั่นน่ะสิ" เฉียวเจียจิ้นพูด "แผ่นเหล็กใหญ่นี่บังสายตาฉัน ฉันไม่รู้เลยว่ามันอยู่ไหน แล้วจะสกัดการโจมตีได้ยังไง?"
ตอนนี้หมีดำยิ่งโกรธเกรี้ยวมากขึ้น มันเดินเข้ามาหาเฉียวเจียจิ้นอย่างระแวดระวัง
"ฉันจะช่วยดูให้เอง" ฉีเซี่ยที่ยืนอยู่ด้านหลังเฉียวเจียจิ้นพูดขึ้น
"นายเนี่ยนะ?"
"ใช่ ฉันจะดึงเสื้อนายจากด้านหลัง" ฉีเซี่ยพูด "ฉันดึงไปทางขวา นายก็กลิ้งแผ่นเหล็กไปทางขวา ฉันดึงไปทางซ้าย นายก็กลิ้งแผ่นเหล็กไปทางซ้าย"
"ได้..." เฉียวเจียจิ้นพยักหน้า เริ่มปรับทิศทางของแผ่นเหล็กให้หันไปทางหมีดำมากที่สุด "คิดแบบนี้พวกเราสองคนคงไม่ตายหรอก... แค่ไม่รู้ว่าไอ้พวกเวรนั่นจะมาแย่งแผ่นเหล็กหรือเปล่า"
"พวกเขาไม่มาแย่งหรอก" ฉีเซี่ยพูด "เพราะฉันจะรักษาชีวิตทุกคนที่นี่ไว้"
"ว่าไงนะ?" เฉียวเจียจิ้นชะงัก "นายจะใช้แผ่นเหล็กนี้บังทุกคนเนี่ยนะ?!"
"เฮ้ย!" ฉีเซี่ยหันหน้าไปตะโกนใส่กลุ่มคนที่กำลังตะลุมบอนกันอยู่ "ถ้าพวกนายยังตีกันต่อไปได้ตายจริงๆ แน่ ถ้าไม่อยากตายก็มาอยู่ข้างหลังฉัน"
ทุกคนได้ยินคำพูดของฉีเซี่ยก็ดึงสติกลับมามองเขา และมองแผ่นเหล็กในมือเฉียวเจียจิ้น
ชายวัยกลางคนลุกขึ้นยืนเป็นคนแรก เช็ดใบหน้าที่โดนใครก็ไม่รู้ข่วนจนเป็นแผลระหว่างช่วงชุลมุน "ไอ้หน้าโง่สองคน พวกแกวางแผ่นเหล็กลงเดี๋ยวนี้!"
เขาวิ่งโซซัดโซเซไปหาเฉียวเจียจิ้น ดูเหมือนต้องการจะแย่งแผ่นเหล็กกลับคืนมา แต่ตอนนี้เฉียวเจียจิ้นปล่อยมือไม่ได้ ทำได้เพียงใช้สายตาจ้องเขม็งไปที่ชายวัยกลางคน
ทว่าฉีเซี่ยกลับก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ขวางอยู่ระหว่างทั้งสองคน
"เฮ้ย! หลีกไป!" ชายวัยกลางคนตะโกน "ไอ้แว่น! รีบมาช่วยเร็ว!"
สมองของฉีเซี่ยหมุนจี๋ ในใจมีเสียงหนึ่งดังขึ้น 'กฎแปดสิบยี่สิบ อำนาจการตัดสินใจมักตกอยู่ในมือคนเพียงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ หากต้องการควบคุมคนกลุ่มหนึ่ง ขอแค่ควบคุมคนส่วนน้อยในนั้นให้ได้ก็พอ...'
ยังไม่ทันที่ชายวัยกลางคนจะเรียกผู้ช่วยมาได้ ฉีเซี่ยก็พลันยื่นมือออกไปบีบคอเขาไว้อย่างแรง
อีกฝ่ายไม่เคยคิดเลยว่าชายที่ดูสุภาพเรียบร้อยตรงหน้าจะโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้ จึงตกตะลึงไปชั่วขณะ
"เลิกโวยวายได้แล้ว" ฉีเซี่ยกล่าว "ถ้าอยากรอดก็ฟังฉัน"
"ฟังแกงั้นเหรอ?!" แววตาของชายวัยกลางคนเต็มไปด้วยความโกรธ "แกเป็นใครมาจากไหน? ทำไมฉันต้องฟังแกด้วย?"
มือขวาของฉีเซี่ยออกแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บีบเค้นลำคอของอีกฝ่ายแน่น "ฉันไม่ได้กำลังปรึกษาแก"
เฉียวเจียจิ้นเห็นท่าทีของฉีเซี่ยก็อดขมวดคิ้วไม่ได้
ก่อนหน้านี้เขาแค่รู้สึกว่าฉีเซี่ยฉลาดมาก ตามเขาไปอาจจะมีโอกาสรอดชีวิต ไม่คาดคิดเลยว่าอีกฝ่ายจะมีมุมที่ดุดันขนาดนี้
"แค่กๆ... แก ปล่อยมือ..." ชายวัยกลางคนดูเหมือนกำลังจะขาดใจตาย เขายื่นมือออกไปทุบตีแขนของฉีเซี่ยไม่หยุด "แกเป็นบ้าไปแล้วหรือไง..."
"จะยอมถูกฉันบีบคอตายอยู่ตรงนี้ หรือจะไปยืนอยู่ข้างหลังดีๆ" แววตาของฉีเซี่ยเย็นเยียบไร้ความรู้สึก ราวกับไม่เคยมีความเห็นอกเห็นใจใดๆ "สองทางเลือกนี้ แกก็เลือกเอาสักทาง"
ไอ้แว่นเห็นดังนั้นก็รีบวิ่งเข้ามา พูดด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน "ลูกพี่... ไม่ถึงขนาดนั้น ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก... พี่ปล่อยเหล่าหลี่ว์ก่อนเถอะ..."
แม้เขาจะพูดเช่นนั้น แต่กลับปรับเปลี่ยนท่าทางตลอดเวลา เขาไปยืนอยู่ด้านข้างของฉีเซี่ย และค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ทีละก้าว
ฉีเซี่ยกวาดตามองคนผู้นี้อย่างรวดเร็ว พบว่าแว่นตาของเขาถูกใครบางคนตีจนแตกไปข้างหนึ่งระหว่างช่วงชุลมุน ดูทุลักทุเลไม่น้อย
'กฎแห่งการล่า...' ฉีเซี่ยจ้องเขม็งไปที่ทั้งสองคน พึมพำในใจอย่างเงียบๆ 'ผู้ล่าต้องดุร้ายกว่าเหยื่อเสมอ ต่อให้เหยื่อเจ้าเล่ห์แค่ไหนก็ยังมีจุดอ่อนและจุดตาย...'
"ลูกพี่ปล่อยเขาก่อนเถอะ... ไม่อย่างนั้นล่ะก็..."
ไอ้แว่นขยับเข้าใกล้ฉีเซี่ยทีละก้าว ดูเหมือนจะมีแผนการอื่น
สีหน้าฉีเซี่ยเย็นชาลง ยื่นมืออีกข้างออกไปทันที ครั้งนี้เขาไม่ได้บีบคออีกฝ่าย แต่กลับบีบแก้มไว้ โดยใช้นิ้วหัวแม่มือกดลงบนแว่นตาที่แตกกระจาย
"เชี่ยเอ๊ย!" ไอ้แว่นร้องเสียงหลง จากนั้นก็หลับตาปี๋ทันที
"ถ้าแกอยากหาเรื่องนัก ฉันก็จะขยี้เศษแว่นตาเข้าไปในตาแกซะ"
"อย่านะๆๆ...!" ไอ้แว่นโบกมืออย่างลุกลี้ลุกลน ตอนนี้เขาอยู่ในท่านั่งยองครึ่งตัว แหงนหน้าขึ้น ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว "ผมผิดไปแล้ว ผิดไปแล้วลูกพี่ พวกพี่ว่ายังไงเราก็ฟังหมดแหละ"