ฉีเซี่ยดึงทึ้งผมของตัวเองไว้แน่น อดทนรอให้ความเจ็บปวดนั้นหายไป
ผ่านไปราวครึ่งนาที เขาถึงปรับลมหายใจให้เป็นปกติ ค่อยๆ วางมือลง แล้วลุกขึ้นยืน
สีหน้าของเขาดูราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
อาการปวดหัวนั้นเหมือนกับสายลมที่พัดผ่านร่างไป แม้จะมาอย่างรุนแรง แต่ก็มักจะจางหายไปในพริบตาหนึ่งเสมอ
หลินฉินมองฉีเซี่ยแวบหนึ่งแล้วถามว่า "นาย... นายไม่เป็นไรใช่ไหม? นายปวดหัวบ่อยเหรอ?"
"เปล่า ตั้งแต่จำความได้นี่เพิ่งครั้งที่สอง" ฉีเซี่ยถอนหายใจและกล่าวว่า "คาดว่าน่าจะเกี่ยวกับสถานที่บ้าๆ นี่แหละ"
หลินฉินยังอยากจะถามอะไรต่อ แต่ดูเหมือนฉีเซี่ยไม่อยากจะหมกมุ่นกับปัญหานี้แล้ว
"เวลาของเรามีจำกัด ต่อให้ในหัวผมมีหนอนชอนไชอยู่ ผมก็ไม่คิดจะมาวินิจฉัยโรคเอาในที่แบบนี้หรอก" ฉีเซี่ยเงยหน้ามองท้องฟ้าสีแดงหม่นแล้วพูดต่อ "ต้องขอบคุณแม่หนูน้อยคนนี้ ทำให้เรารู้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากมาย"
"มีเหรอ?" เถียนเถียนมองดูศพของมนุษย์หนูบนพื้นด้วยสีหน้าที่ยังคงเศร้าหมอง "ฉันรู้สึกว่าข้อมูลเดียวที่เป็นประโยชน์ก็คือกฎเกี่ยวกับการ 'เดิมพันด้วยชีวิต' เท่านั้น แล้วเด็กคนนี้ก็ต้องมาตายเพราะเรื่องนี้ด้วย"
"ไม่เพียงแค่นั้นหรอก" ฉีเซี่ยกล่าว "ตอนแรกผมคิดว่าที่นี่เป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและบ้าคลั่ง แต่ดูจากตอนนี้แล้ว ที่แห่งนี้ก็มี 'กฎ' เป็นของตัวเองเหมือนกัน"
"'กฎ'...?"
"ถูกต้อง" ฉีเซี่ยพยักหน้า "ผู้ชายที่ชื่อ 'วิหคชาด' เมื่อกี้ น่าจะเป็นหนึ่งในผู้ดูแลของที่นี่"
"ผู้ดูแล? นายหมายถึง 'มนุษย์นก' คนนั้นน่ะเหรอ?" เฉียวเจียจิ้นถาม
"ใช่ เขาปรากฏตัวก็เพื่อรับรองว่า 'กฎ' จะไม่ถูกแหก"
"แต่ทำไมผู้ดูแลถึงไม่ใส่เสื้อผ้าล่ะ..." เถียนเถียนไม่ค่อยเข้าใจ "เขาเปลือยเปล่าแล้วสวมแค่ผ้าคลุม ดูแปลกพิลึก"
"เมื่อเทียบกับพฤติกรรมประหลาดต่างๆ ของเขาแล้ว 'การไม่ใส่เสื้อผ้า' ถือเป็นเรื่องที่ปกติที่สุดแล้วล่ะ" ฉีเซี่ยชะงักไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ "นี่เป็นเพียงเบาะแสที่เรามองเห็นได้เท่านั้น บางทีเหนือ 'ผู้ดูแล' อาจจะยังมีคนอื่นอยู่อีกก็ได้"
หลินฉินเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ "จริงสิ... คนที่ชื่อวิหคชาดเคยพูดทำนองว่า 'ถ้าไม่มีกฎห้ามไว้ ฉันฆ่าแกไปแล้ว' ด้วยนะ"
เฉียวเจียจิ้นก็พยักหน้า "คนที่สามารถควบคุมไอ้บ้าที่มีพลังพิเศษแบบนั้นได้ เชื่อเลยว่าคนที่อยู่เหนือกว่าเขาต้องน่ากลัวยิ่งกว่าแน่"
"'พลังพิเศษ'?" ฉีเซี่ยขมวดคิ้ว "ผมไม่ได้ยินคำนี้มานานมากแล้ว"
"หรือว่าไม่ใช่พลังพิเศษล่ะ? เหมือนคนเหล็กไง" เฉียวเจียจิ้นทำท่าทางประกอบ "หมอนั่นบินอยู่บนฟ้าได้เลยนะ!"
เมื่อได้ยินประโยคนี้ ทั้งสามคนก็ชะงักไป
"'คนเหล็ก' หมายความว่ายังไง?" หลินฉินมองเฉียวเจียจิ้นด้วยความอยากรู้
"เห็นเธอแต่งตัวซะทันสมัย ที่แท้ก็เป็นพวกเชยระเบิดหรอกเหรอ?" เฉียวเจียจิ้นหัวเราะซื่อๆ "ไม่เคยดูคนเหล็กด้วยซ้ำเหรอเนี่ย?"
"ทะ ทันสมัย?" หลินฉินอ้าปากค้างอย่างกระอักกระอ่วน คำสองคำนี้ตอนนี้ได้ยินแต่จากพวกคนแก่เท่านั้นแหละ แค่พูดออกมาก็เชยสะบัดแล้ว
แต่เธอกลับถูกคนแบบนี้บอกว่าเชยเนี่ยนะ
เฉียวเจียจิ้นใช้ศอกกระทุ้งฉีเซี่ยแล้วถามว่า "ไอ้ขี้โกง นายต้องเคยดูแน่เลยใช่ไหม? อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ โคตรหล่อเลย!"
"อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์...?" หลินฉินเหมือนจะเคยได้ยินชื่อนี้ แต่ก็เหมือนไม่เคย
"ผมไม่สนหรอกนะว่า 'คนเหล็ก' หรือชวาร์เซเน็กเกอร์คืออะไร แล้วก็ไม่สนด้วยว่ามนุษย์นกนั่นจะน่าเหลือเชื่อขนาดไหน" ฉีเซี่ยเว้นจังหวะครู่หนึ่งแล้วกล่าว "ตอนนี้ผมแค่อยากรู้ว่าขอบเขตของ 'กฎ' มันกว้างแค่ไหน และควบคุมได้ถึงระดับไหน"
ทั้งสามคนไม่เข้าใจสิ่งที่ฉีเซี่ยพูด จึงมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
"ไอ้ขี้โกง นายจะทำอะไร?"
ฉีเซี่ยค่อยๆ ยื่นมือออกมาทำท่าปาดคอตัวเอง แล้วพูดกับทั้งสามคนว่า "ผมอยากรู้ว่า 'การฆ่าคนชิงเต๋า' มันเป็นไปได้หรือเปล่า"
พอคำพูดนี้หลุดออกมา หลินฉินกับเถียนเถียนก็ถอยหลังไปคนละก้าว
มีเพียงเฉียวเจียจิ้นที่ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม
"ฆ่าคนชิง 'เต๋า'?" เฉียวเจียจิ้นขมวดคิ้ว สีหน้าจริงจังถึงขีดสุด "นายหมายความว่า... ถ้าเกิดภายในสิบวันนายรวบรวม 'เต๋า' ไม่ครบสามพันหกร้อยลูก ก็จะไปแย่งของคนอื่นงั้นเหรอ?"
"ใช่ นี่เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดที่ผมคิดออก" ฉีเซี่ยกล่าว "ตอนนี้พวกเราเป็นทีมเดียวกันแล้ว ถ้าจะทำเรื่องใหญ่ขนาดนี้ให้สำเร็จ จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากพวกคุณ ดังนั้นผมก็เลยเอาแผนการมาบอกก่อน เพื่อฟังความคิดเห็นของพวกคุณ"
"ฉันไม่ช่วยนายหรอก" เฉียวเจียจิ้นส่ายหน้าอย่างเด็ดขาด "ต่อให้ฟ้าถล่มลงมาที่นี่ ฉันก็ไม่ทำเรื่องอยุติธรรมหรอก พวกคนที่มี 'เต๋า' ก็คงจะเหมือนกับพวกเรานั่นแหละ ผ่านความยากลำบากมาแสนสาหัสกว่าจะรอดชีวิตมาได้ เรามีเหตุผลอะไรไปฆ่าพวกเขา?"
"งั้นเหรอ..." ฉีเซี่ยพยักหน้าด้วยสีหน้าซับซ้อน "แต่ถ้าเราจะหนีออกไปจากสถานที่บ้าๆ นี่ ก็มีแต่วิธีนี้วิธีเดียวเท่านั้นนะ นั่นมัน 'เต๋า' ตั้งสามพันหกร้อยลูกเลยนะ... พวกนายไม่คิดจะลองดูหน่อยจริงๆ เหรอ?"
"ฉันก็ขอปฏิเสธ" หลินฉินพูดขึ้นมาบ้าง "ฉันคิดว่าไอเดียนี้ไม่เข้าท่าเลย ถ้าเราฆ่าคนจริงๆ ต่อให้ออกไปจากที่นี่ได้ ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิมอีกแล้ว"
เถียนเถียนครุ่นคิดอยู่นานก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า "ใช่ค่ะ ถ้าเกิดต้องไปฆ่าคนอื่นล่ะก็ ฉันยอมตายเองซะยังจะดีกว่า"
ฉีเซี่ยจ้องมองดวงตาของทั้งสามคน ครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ มุมปากถึงค่อยๆ ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
"ดีมาก ตอนนี้ผมสามารถบอกแผนการที่แท้จริงของผมให้พวกคุณฟังได้อย่างสบายใจแล้ว"
"อะไรนะ..." เฉียวเจียจิ้นชะงัก "โธ่เว้ย ไอ้ขี้โกง นายกำลังลองใจพวกเราอยู่งั้นเหรอ?!"
ฉีเซี่ยพยักหน้าและกล่าวว่า "ถ้าพวกคุณสามคนรับแผนการ 'ฆ่าคนชิงเต๋า' แบบนี้ได้ มันก็พิสูจน์ได้แค่ว่าพวกเราไม่ใช่คนประเภทเดียวกัน ผมคงจะทิ้งพวกคุณได้ทุกเมื่อ"
"นายนี่มัน..." เฉียวเจียจิ้นแทบจะโมโหฉีเซี่ยจนตาย "ฉันก็นึกว่านายจะไปฆ่าคนจริงๆ ซะอีก"
"ตามหลักแล้ว 'กฎ' ไม่น่าจะยอมให้เกิดสถานการณ์ 'ฆ่าคนชิงเต๋า' ขึ้นหรอก" ฉีเซี่ยอธิบาย "ถึงผมจะไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วกฎของที่นี่คืออะไร แต่มันดูเหมือนจะพยายามรักษาสิ่งที่เรียกว่า 'ความยุติธรรมอันแปลกประหลาด' เอาไว้อยู่เสมอ พวกผู้ดูแลก็ดูเหมือนจะเป็น 'กรรมการ' มากกว่า ถ้าเกิดพวกเขาเป็น 'กรรมการ' จริงๆ ก็จะต้องรับรองความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมอย่างแน่นอน"
เขาชะงักไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ "พูดอีกอย่างก็คือ... พวกเขาหวังให้เราตายในเกม ไม่ใช่มาฆ่ากันเอง"
ทุกคนได้ยินคำพูดของฉีเซี่ยก็พากันเงียบไป
ผ่านไปครู่หนึ่ง หลินฉินถึงดึงสติกลับมาได้แล้วถามว่า "ในเมื่อเป็นแบบนี้ แผนการจริงๆ ของนายคืออะไรล่ะ?"
"แผนของผมไม่ซับซ้อน" ฉีเซี่ยตอบ "ในเมื่อเกมพวกนี้ไม่ได้ทำให้ถึงตาย งั้นเราก็จะไป 'ลองเชิง' ดูทีละเกม พวกคุณไปทำความเข้าใจกฎของเกมให้ชัดเจนก่อน พร้อมกับรวบรวมเบาะแสไปด้วย พอเริ่มมั่นใจแล้ว... ผมก็จะไป 'เดิมพันด้วยชีวิต' 'เต๋า' ทั้งหมดที่ได้มาในตอนท้าย พวกเราจะแบ่งเท่าๆ กัน ก่อนที่จะสะสมครบสามพันหกร้อยลูก เราสามารถใช้กลยุทธ์นี้ไปได้เรื่อยๆ"