มนุษย์หนูยังคงตื่นตระหนกไม่หาย เธอหันไปมองวิหคชาดอย่างลุกลี้ลุกลน ราวกับกำลังขออนุญาตจากเขา
"ว่าไง? ต้องให้ฉันช่วยพยุงลุกขึ้นไหม?" วิหคชาดเอ่ยถามกลั้วรอยยิ้ม
"มะ... ไม่ต้อง..." มนุษย์หนูยันตัวลุกขึ้นยืนอย่างสั่นเทา
เธอชะงักไปพักใหญ่ ก่อนจะเอ่ยกับฉีเซี่ยว่า "ขอบคุณ! ขอบคุณ!"
ฉีเซี่ยส่ายหน้า "เธอไม่ต้องขอบคุณฉันหรอก ฉันก็แค่..."
'ฉึก'
ยังไม่ทันพูดจบ ฉีเซี่ยก็เห็นมือข้างหนึ่งแทงทะลุออกมาจากหน้าท้องของมนุษย์หนู
ร่างกายของเธอสะดุ้งเฮือก เสียงพูดขาดหายไปในทันที
เลือดอุ่นเหนียวเหนอะหนะสาดกระเซ็นเปื้อนตัวฉีเซี่ยไปหมด
วิหคชาดสวมกอดมนุษย์หนูจากด้านหลังอย่างช้าๆ ราวกับกำลังโอบกอดคนรัก
"เด็กคนนี้มีมารยาทดีจังเลยนะ" วิหคชาดหลับตาลง แนบชิดกับใบหน้าของมนุษย์หนู ราวกับกำลังสูดดมกลิ่นกายของเธอ "การรู้จักพูดคำว่า 'ขอบคุณ' เป็นนิสัยที่ดีนะ แต่เธอละเมิดกฎ แถมยังคิดจะหนี เขาปล่อยเธอไป แต่ฉันไม่ปล่อยเธอไปหรอกนะ"
พูดจบ วิหคชาดก็ยื่นมืออีกข้างออกไป ถอดหน้ากากของมนุษย์หนูออก แล้วโยนทิ้งลงบนพื้น
ฉีเซี่ยเผชิญหน้ากับมนุษย์หนู ตอนนี้เขามองเห็นได้อย่างชัดเจน
'มนุษย์หนู' คนนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นเพียงเด็กสาววัยสิบกว่าปีเท่านั้น
ใบหน้าของเธอยังคงมีความไร้เดียงสาที่ยังไม่จางหายไป ในดวงตาที่เอ่อล้นด้วยหยาดน้ำตามีแต่ความหวาดกลัวและสิ้นหวัง ปากก็ไอออกมาเป็นเลือด
"เจ็บ... เจ็บเหลือเกิน..." มนุษย์หนูกระอักเลือดคำโตออกมา
"เด็กดี... อีกเดี๋ยวก็ไม่เจ็บแล้ว..." วิหคชาดใช้จมูกคลอเคลียเส้นผมของมนุษย์หนู "เดี๋ยวเธอก็จะตายแล้ว วางใจเถอะ... วางใจเถอะ... ตายแล้วทุกอย่างก็จบ..."
"แกมันโรคจิตประเภทไหนวะเนี่ย?!" เฉียวเจียจิ้นทนดูต่อไปไม่ไหวแล้ว "เธอยังเป็นแค่เด็กนะโว้ย! แม่มึงเอ๊ย... ปล่อยเธอนะ!"
วิหคชาดแค่นเสียงหัวเราะเย้ยหยัน ดึงมือที่โชกเลือดของตัวเองออก แล้วฉวยจังหวะผลักมนุษย์หนูไปข้างหน้า
ฉีเซี่ยรับร่างของเด็กสาวเอาไว้ตามสัญชาตญาณ สีหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง
ใช่แล้ว นี่แหละคือ 'การเดิมพันด้วยชีวิต'
หากตัวเองชนะ อีกฝ่ายก็ต้องตาย
ถึงแม้ตัวเองจะไม่อยากได้ชีวิตของเธอ เธอก็ต้องตายอยู่วันยังค่ำ
เด็กสาวตัวเล็กๆ ที่ชื่อมนุษย์หนูคนนี้ ถูกฉีเซี่ยต้อนให้จนมุมจนถึงแก่ความตาย
เขาคิดว่าสิ่งที่เดิมพันมีเพียงชีวิตของตัวเอง แต่ไม่เคยคิดเลยว่าอีกฝ่ายจะเสนอราคาค่างวดแบบเดียวกัน
แต่พวกเขาไม่ใช่หนึ่งในผู้จัดเกมงั้นเหรอ?
หน้ากากสัตว์พวกนี้ก็เป็น 'ผู้เข้าร่วม' ประเภทหนึ่งด้วยหรือ?
"ฉีเซี่ย ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?" วิหคชาดสะบัดเลือดบนมือทิ้ง แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"อะ..." ฉีเซี่ยชะงักไป เงยหน้าขึ้นมองเขา "แกรู้จักชื่อของฉันเหรอ?"
มุมปากของวิหคชาดยกขึ้นเล็กน้อย จากนั้นก็ชี้ไปที่ทั้งสี่คน แล้วเรียกชื่อเรียงตัว "ฉีเซี่ย เฉียวเจียจิ้น หลินฉิน จางลี่จวน พวกแกมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน?"
เถียนเถียนก็พลอยชะงักไปด้วย 'จางลี่จวน' เป็นชื่อจริงของเธอ แต่ตั้งแต่ตอนอายุสิบสี่เธอก็ไม่ได้ใช้ชื่อนี้อีกเลย
"ที่ว่า 'ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่' หมายความว่ายังไง?" หลินฉินถาม "ถ้าพวกเราไม่มาอยู่ที่นี่ แล้วควรจะไปอยู่ที่ไหนล่ะ?"
บนใบหน้าของวิหคชาดประดับไปด้วยรอยยิ้มที่มีความหมายแฝงลึกซึ้งอยู่ตลอดเวลา เขาค่อยๆ ส่ายหน้าแล้วพูดว่า "ดูเหมือนพวกแกจะไม่รู้จริงๆ สินะว่าทำไมตัวเองถึงมาอยู่ที่นี่ ช่างน่าสมเพชเสียจริง"
"มีอะไรก็พูดมาตรงๆ มัวแต่อ้ำอึ้งอยู่ได้" ฉีเซี่ยอุ้มร่างของมนุษย์หนูที่กำลังรวยรินไว้ในอ้อมแขน แววตาเย็นชาเป็นพิเศษ "แกคิดว่าการอมพะนำจะทำให้แกดูน่าค้นหาหรือไง?"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ แววตาของวิหคชาดก็ค่อยๆ เย็นชาลง รอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้ามาตลอดก็เลือนหายไป
"ฉีเซี่ย ฉันเข้ากับแกไม่ได้จริงๆ ด้วย" วิหคชาดมองเขาอย่างดูแคลน "แกจะไม่มีวันหนีรอดออกไปได้ จงเน่าเปื่อยอยู่ที่นี่ไปซะเถอะ"
"โอ้?" มาถึงขั้นนี้แล้ว ฉีเซี่ยก็ไม่มีอะไรต้องกลัวอีก เขาถามจี้ต่อไปอย่างไม่ลดละ "ให้ฉันเน่าเปื่อยอยู่ที่นี่เหรอ? ตอนนี้แกจะฆ่าฉันงั้นสิ?"
วิหคชาดพุ่งตัวมาอยู่ข้างกายฉีเซี่ยในพริบตา ผ้าคลุมขนนกด้านหลังก็โบกสะบัด
เขายื่นมือไปคว้าคอเสื้อของฉีเซี่ย แล้วพูดอย่างดุดันว่า "ถ้าไม่ติดว่ามีกฎห้ามไว้ ฉันจะฉีกแกเป็นชิ้นๆ ตรงนี้แหละ!"
"นั่นก็หมายความว่า... ตาม 'กฎ' แล้ว แกฆ่าฉันไม่ได้" ฉีเซี่ยตอบกลับ
"หึๆ..." ในที่สุดวิหคชาดก็เผยรอยยิ้มออกมาอีกครั้ง "ฉันไม่ฆ่าแก แกก็ต้องตายอยู่ที่นี่อยู่ดี"
ท่ามกลางสายตาระแวดระวังของทุกคน วิหคชาดค่อยๆ ลอยขึ้นไปกลางอากาศ ดุจดั่งเทพเจ้า
"ทำไมแกถึงคิดว่าฉันจะตายที่นี่ล่ะ?" ฉีเซี่ยเงยหน้าขึ้นถาม
"เพราะแกคือฉีเซี่ย แกก็เลยถูกกำหนดให้ต้องตายที่นี่ไงล่ะ" วิหคชาดแค่นเสียงเย็นชา จากนั้นก็หายตัวไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย
เขาไม่ได้เหาะหนีไปเหมือนเซียนในละครโทรทัศน์ และไม่ได้เปล่งแสงเหมือนกำลังร่ายเวทมนตร์ ร่างทั้งร่างเพียงแค่อันตรธานหายไปกลางอากาศดื้อๆ
ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ทำให้ทุกคนถึงกับงุนงง
"เพราะฉันคือฉีเซี่ย... ฉันก็เลยต้องตายที่นี่งั้นเหรอ?"
"แค่ก..." มนุษย์หนูที่นอนอยู่ในอ้อมแขนของฉีเซี่ยไอออกมา
ฉีเซี่ยก้มหน้าลงมองเธอ ใบหน้าของเด็กสาวคนนี้สะอาดสะอ้าน ไม่เหมือนคนของโลกใบนี้เลย
เขารู้สึกสับสนในใจ หากตัวเองไม่เลือกที่จะเดิมพันด้วยชีวิต เด็กสาวคนนี้ก็คงไม่ต้องมีจุดจบแบบนี้
เมื่อลองคิดดูให้ดี ตั้งแต่แรกเริ่มเธอก็ไม่ได้ทำอะไรที่เป็นผลเสียต่อฉีเซี่ยเลย
หนึ่ง 'เต๋า' แลกกับหนึ่ง 'เต๋า'
บางทีอาจจะเป็นอย่างที่เธอพูดจริงๆ ฉีเซี่ยคงไม่มีวันหาเกมที่ง่ายและปลอดภัยขนาดนี้ได้อีกแล้ว
มนุษย์หนูล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า ค่อยๆ หยิบ 'เต๋า' ออกมาสามเม็ด ก่อนจะพูดอย่างยากลำบากว่า "น่าเสียดายจังเลยนะ... ฉันรออยู่ที่นี่มาตั้งนาน พวกนายเป็นผู้เข้าร่วมกลุ่มแรก ฉันก็นึกว่าจะได้ 'เต๋า' มาสักหน่อยแล้วเชียว..."
เธอยื่น 'เต๋า' ใส่มือฉีเซี่ย แล้วพูดอย่างกระท่อนกระแท่นว่า "เม็ดหนึ่งในนี้เป็นตั๋วผ่านประตูของพวกนาย ส่วนอีกสามเม็ดเป็น 'เต๋า' ของฉันเอง ตอนนี้ตกเป็นของนายหมดแล้ว..."
ทั้งสี่คนมองเด็กสาวตรงหน้า ทว่ากลับไม่รู้จะพูดอะไรดี
เมื่อว่ากันตามจุดยืนแล้ว พวกเขาควรจะเป็นศัตรูกัน ทว่าความรู้สึกไร้ที่พึ่งและความสิ้นหวังของเด็กสาวคนนี้ กลับฝังลึกเข้าไปในจิตใจของทุกคน ก่อให้เกิดความรู้สึกร่วมที่อธิบายไม่ถูกบอกไม่ได้
"เธอเองก็เป็นผู้เข้าร่วมประเภทหนึ่งเหมือนกันเหรอ?" ฉีเซี่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
เมื่อได้ยินคำถามนี้ มนุษย์หนูกลับหัวเราะออกมา เลือดเริ่มไหลรินออกจากปากของเธออีกครั้ง "ที่นี่มีใครบ้างที่ไม่ใช่ 'ผู้เข้าร่วม' ล่ะ... พูดตามตรงนะ... ฉันยอมเป็นเหมือนนาย ที่ไม่เคยสวมหน้ากาก 'หนู' มาก่อน... ถึงแม้ว่าพวกเราจะออกไปไม่ได้ก็ตาม..."
ศีรษะของเธอค่อยๆ เอนพับไปด้านข้าง ท่อนแขนตกลงแนบพื้น
เด็กสาวทั้งสองคนที่อยู่ข้างๆ ถอนหายใจออกมา แม้แต่เฉียวเจียจิ้นเองก็มีสีหน้าเศร้าหมอง
แต่สีหน้าของฉีเซี่ยยังคงเย็นชาเหมือนเช่นเคย
เขาวางร่างของเด็กสาวลงบนพื้นให้ราบ ค่อยๆ ยืดตัวยืนขึ้น ไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
"ฉีเซี่ย... นายไม่เป็นไรใช่ไหม?" หลินฉินถาม
"ฉันเหรอ?" ฉีเซี่ยชะงักไปเล็กน้อย "ฉันดู... เหมือนคนเป็นอะไรหรือเปล่าล่ะ?"
"เพราะบนหน้านายไม่มีความรู้สึกอะไรเลยน่ะสิ... มันไม่ค่อยปกติเท่าไหร่นะ"
"ฉัน..."
ยังไม่ทันสิ้นเสียง จู่ๆ ฉีเซี่ยก็รู้สึกปวดหัวแทบระเบิด เขาร้องตะโกนออกมาอย่างเจ็บปวดรวดร้าว พลางกุมขมับทรุดตัวลงนั่งยองๆ
"เฮ้ย! ไอ้ขี้โกง!" เฉียวเจียจิ้นรู้สึกว่าอาการของฉีเซี่ยดูไม่ค่อยดีนัก เมื่อเช้านี้ตอนที่หานอีม่อตาย ฉีเซี่ยก็มีอาการปวดหัวแบบนี้เหมือนกัน
ฉีเซี่ยรู้สึกเพียงว่าหัวของเขากำลังจะปริแตก มีบางสิ่งบางอย่างกำลังเต้นตุบๆ อยู่ในส่วนลึกของสมอง