"ตั้งครรภ์งั้นเหรอ?!"
เกาหยางและชิงหลิงโพล่งขึ้นมาพร้อมกัน ทั้งสองคนต่างก็ตกใจอย่างมาก
อสูรตั้งครรภ์ได้ด้วยเหรอ?
อสูรไม่มีอวัยวะสืบพันธุ์แบบมนุษย์ไม่ใช่หรือไง?
เกาหยางเริ่มปวดหัว มีคำถามมากมายที่ต้องหาคำตอบให้กระจ่าง แต่ตัวเขาในตอนนี้กลับอ่อนแอจนมีพลังต่อสู้แค่ห้า ไม่รู้จริงๆ ว่าจะมีชีวิตรอดไปได้อีกกี่วัน
ชิงหลิงถามตรงๆ โดยไม่หยุดคิด "แน่ใจนะว่าหล่อนไม่ได้หลอกคุณ?"
"แน่ใจสิ" สารวัตรหวงตอบอย่างหนักแน่น "ผมคิดไม่ออกเลยว่าเธอจะมีเหตุผลอะไรมาหลอกผม"
"แน่ใจเหรอว่าเด็กเป็นลูกของคุณ?"
"เอ่อ..."
คำถามของชิงหลิงแทงทะลุไปถึงวิญญาณ สารวัตรหวงนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง "ผมเชื่อว่าผมไม่ได้โดนสวมเขาหรอกนะ"
ชิงหลิงไม่พูดอะไรอีก
เกาหยางลังเลเล็กน้อยก่อนเอ่ยปาก "สารวัตรหวง ผมขอถามเรื่องส่วนตัวสักคำถามได้ไหมครับ"
สารวัตรหวงยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน "ผมรู้ว่าคุณจะถามอะไร ถึงภรรยาผมจะเป็นอสูร แต่เราก็รักกันดี ยังไงซะพวกเราก็รักกันมาก่อนที่ผมจะกลายเป็นผู้ตื่นรู้ จนถึงตอนนี้เราก็ยังมีเพศสัมพันธ์กันเฉลี่ยสัปดาห์ละครั้ง"
เกาหยางพยักหน้า ส่งสัญญาณให้เขาพูดต่อ
"ภรรยาผมค่อนข้างขี้อาย ทุกครั้งที่มีอะไรกันก็ต้องปิดไฟ แถมยังชอบดื่มไวน์แดงนิดหน่อย..." สารวัตรหวงชะงัก "อะแฮ่ม พวกคุณยังเด็กอยู่ ไม่ขอลงรายละเอียดแล้วกัน สรุปก็คือ เพราะผมไม่เคยมีอะไรกับผู้หญิงที่เป็นมนุษย์จริงๆ ตอนที่มีอะไรกับเธอ ผมเลยไม่รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ"
สารวัตรหวงถอนหายใจ "ภรรยาผมอยากมีลูกมาตลอด ผมก็เลยไม่ได้ป้องกัน ผมนึกว่าอสูรจะตั้งครรภ์ไม่ได้เสียอีก"
"แล้วหลังจากนี้ล่ะครับ? คุณมีแผนยังไง" เกาหยางถามต่อ
สารวัตรหวงล้วงบุหรี่ออกมามวนหนึ่ง คาบไว้ที่ริมฝีปาก แล้วก็หยิบกลับมาถือไว้ในมือ "ไม่ปิดบังพวกคุณเลยนะ ตอนที่ได้ยินว่าภรรยาท้อง ปฏิกิริยาแรกของผมไม่ใช่ความตกใจ แต่เป็นความดีใจ"
"ดีใจงั้นเหรอ?" ชิงหลิงขมวดคิ้ว
"ใช่ ความปีติยินดีในฐานะคนเป็นพ่อ ผมเองก็ยังรู้สึกแทบไม่อยากเชื่อ" สารวัตรหวงหยิบไฟแช็กขึ้นมา จุดบุหรี่ราวกับตัดสินใจเด็ดขาดแล้วสูดเข้าปอดเฮือกใหญ่ "ผมตัดสินใจจะให้เธอคลอดเด็กคนนี้ออกมา ถ้าเด็กคนนั้นสามารถคลอดออกมาได้อย่างปลอดภัยล่ะก็นะ"
"คุณบ้าไปแล้วเหรอ?" ชิงหลิงถามด้วยความสงสัย "หล่อนเป็นอสูรนะ!"
"ผมรู้..." สารวัตรหวงยิ้มขื่น "แต่เธอก็เป็นภรรยาผม และในท้องนั่นก็มีลูกของผมอยู่"
เกาหยางไม่พูดอะไร ลึกๆ แล้วเขาสนับสนุนการตัดสินใจของสารวัตรหวง เขามีลางสังหรณ์แปลกๆ ว่าการถือกำเนิดของ "เด็ก" คนนี้อาจจะนำพาความลับของโลกใบนี้ออกมาได้มากขึ้น แน่นอนว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะดึงสารวัตรหวงเข้าไปพัวพันกับสถานการณ์ที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม แต่ความเสี่ยงนี้ก็คุ้มค่าที่จะลอง
"ตามใจคุณแล้วกัน แค่ไม่ทำให้ฉันเดือดร้อนก็พอ" ชิงหลิงไม่คัดค้านอีก
"วางใจเถอะ ไม่หรอกน่า" สารวัตรหวงแสดงท่าทีขอบคุณ เขาหันกลับไป เอาสะโพกพิงขอบโต๊ะทำงาน "เอาล่ะ หัวข้อต่อไป ในเมื่อภารกิจไม่สำเร็จ ผมก็บอกตารางลำดับให้พวกคุณรู้ไม่ได้ แต่ของแถมแทนคำขอบคุณผมยังให้ตามสัญญา พวกคุณถามผมได้สองคำถาม คิดให้ดีก่อนถามล่ะ"
"ระดับพรสวรรค์จะเพิ่มขึ้นได้ยังไง" ชิงหลิงโพล่งถามออกมาทันที
"ทำไมคุณถึงคิดว่าพรสวรรค์มีระดับล่ะ?" สารวัตรหวงแววตาวูบไหว
"นั่นสิ" เกาหยางเองก็สงสัยมากเช่นกัน เพราะยังไงซะก็มีแค่เขาคนเดียวที่มีระบบ
"ตอนแรกฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน" ชิงหลิงก้มหน้ามองฝ่ามือของตัวเอง
"แต่【เทพดาบ】ของฉันเคยมีประสบการณ์เลื่อนระดับมาแล้วสองครั้ง มันไม่เหมือนกับความรู้สึกที่ค่อยๆ แข็งแกร่งขึ้นจากการออกกำลังกายสะสมมาแรมเดือนแรมปี แต่มันเป็นช่วงเวลาหนึ่ง ที่จู่ๆ ก็มีพลังงานบางอย่างไหลทะลักเข้ามาในร่างกาย ทะลวงผ่านทั่วทั้งร่างตั้งแต่หัวจรดเท้า เหมือนได้เกิดใหม่【เทพดาบ】ของฉันเคยผ่านประสบการณ์แบบนี้มาสองครั้งแล้ว"
"แต่【โลหะ】ของคุณกลับไม่เคย?" สารวัตรหวงถามต่อ
"【โลหะ】เคยผ่านประสบการณ์นั้นมาแค่ครั้งเดียว หลังจากนั้นก็ไม่เกิดขึ้นอีกเลย ตอนที่ฉันเพิ่งเข้าถึง【โลหะ】 ฉันควบคุมวัตถุโลหะที่มีน้ำหนักไม่เกิน 1 กิโลกรัมได้ พอเลื่อนระดับฉันก็ควบคุมวัตถุโลหะที่มีน้ำหนักไม่เกิน 10 กิโลกรัมได้ ตามหลักแล้ว ฉันน่าจะยังเลื่อนระดับได้อีก" ชิงหลิงกำหมัดแน่น "ฉันไม่รู้ว่าปัญหาอยู่ที่ไหน?"
"พึ่งแค่ตัวเองแต่ทำความเข้าใจมาได้ถึงขั้นนี้ ถือว่าเฉียบแหลมมากแล้ว" สารวัตรหวงถอดหมวกตำรวจออกแล้วครุ่นคิด "ความจริงแล้ว พรสวรรค์ทุกชนิดสามารถเลื่อนระดับได้ มีข่าวลือว่าระดับสูงสุดไปได้ถึงระดับ 8【เทพดาบ】ของคุณในตอนนี้ก็เป็นแค่ระดับ 3 หนทางยังอีกยาวไกล แน่นอนว่า【เทพปืน】ของผมก็เพิ่งระดับ 3 เหมือนกัน"
"แล้วต้องทำยังไงถึงจะเลื่อนระดับได้" แววตาของชิงหลิงเป็นประกายขึ้นมา
"ขอโทษด้วย ผมตอบไม่ได้"
"ทำไมล่ะ?"
"มันเป็นกฎ"
"ใครเป็นคนตั้ง"
สารวัตรหวงยิ้มและไม่ตอบอะไรอีก
"ตาผมบ้างล่ะ" เกาหยางยกมือขึ้น ราวกับนักเรียนในห้องที่รีบร้อนอยากจะถามคำถาม
"ว่ามาสิ"
"ผมจะไปพบพวกเขาได้ยังไง?"
สารวัตรหวงชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะออกมา "ไอ้หนู หัวไวดีนี่"
"ชมเกินไปแล้วครับ" เกาหยางคิดในใจว่าความสามารถฉันห่วยแตกขนาดนี้ ถ้าสมองยังไม่ไวอีก ก็คงเป็นได้แค่ไอ้กระจอกแล้ว "สารวัตรหวง เบื้องบนของคุณมีองค์กรอยู่ใช่ไหมครับ? กฎที่ว่านี่ ก็คือองค์กรเป็นคนตั้งสินะครับ?"
สารวัตรหวงพยักหน้าและถอนหายใจ "ความจริงแล้ว ผมไม่นับว่าเป็นคนขององค์กร เป็นแค่บุคลากรภายนอกเท่านั้น ปกติพวกเขาก็จะเป็นฝ่ายติดต่อมาหาผมเพื่อเรียกใช้งาน ทำกับผมเหมือนเป็นเครื่องมือ ผมไม่มีคุณสมบัติพอจะพูดคุยกับพวกเขาด้วยซ้ำ แต่เพราะผมทำหน้าที่เครื่องมือได้ดีเยี่ยม บางครั้งก็เลยพอจะหลอกถามข้อมูลที่มีประโยชน์จากคนประสานงานมาได้บ้าง"
สารวัตรหวงหุบยิ้มและเปลี่ยนเป็นจริงจัง "แต่เขาห้ามไม่ให้ผมเอาไปแพร่พราย ถ้าถูกจับได้ ผมเกรงว่าจุดจบของผมคงไม่สวยแน่"
"ทำไมคุณถึงไม่เข้าร่วมองค์กรล่ะครับ?" เกาหยางถามอีก "อาชีพของคุณในตอนนี้ น่าจะได้เปรียบมากไม่ใช่เหรอครับ?"
สารวัตรหวงยิ้มอย่างเขินๆ "เพราะผมอ่อนแอเกินไปยังไงล่ะ"
"คุณ... อ่อนแอเกินไปเหรอ?"
เกาหยางรู้สึกเจ็บจี๊ดที่หัวเข่า
"ผมสอบไม่ผ่านการประเมินขององค์กร ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงทดลองงาน วันบรรจุเป็นพนักงานประจำยังอีกยาวไกล" สารวัตรหวงมองออกไปนอกหน้าต่าง "องค์กรนั้นลึกลับมาก การมีอยู่และวิธีการทำงานของพวกเขาเก็บตัวเงียบกริบ เพื่อความอยู่รอด ต่อให้เป็นผู้ตื่นรู้ที่แข็งแกร่งกว่าพวกเรา ก็ยังต้องระมัดระวังตัวเป็นอย่างมาก"
"เข้าใจแล้วครับ"
"แต่ว่า" สารวัตรหวงหันกลับมา "ตอนนี้มีพวกคุณสองคนเข้ามาร่วมด้วย ผมว่าผมอาจจะไปลองสัมภาษณ์ดูอีกสักรอบ แต่มีข้อแม้ว่าพวกคุณก็อยากเข้าร่วมองค์กรนั้นเหมือนกันนะ"
"อยากครับ!"
เกาหยางตอบตกลงทันที เขาหันไปมองชิงหลิง
ชิงหลิงถามด้วยใบหน้าเรียบเฉย "เข้าร่วมองค์กร แล้วจะรู้ได้ใช่ไหมว่าต้องเลื่อนระดับพรสวรรค์ยังไง?"
ผู้หญิงคนนี้... ในใจนอกจากเรื่องแข็งแกร่งขึ้นแล้วจะคิดเรื่องอื่นบ้างไม่ได้เลยหรือไง?
"แน่นอน"
"สัมภาษณ์เมื่อไหร่?" ชิงหลิงถาม
"อย่าเพิ่งใจร้อน น่าจะภายในวันสองวันนี้แหละ รอฟังข่าวจากผมก็แล้วกัน" สารวัตรหวงเหลือบมองโทรศัพท์มือถือ "ไม่คุยแล้ว ผมต้องไปเป็นเพื่อนภรรยาอัลตราซาวด์แล้ว"
เกาหยางอดแซะไม่ได้ "คุณทำงานอยู่นี่ครับ โดดงานแบบนี้จะดีเหรอ?"
"ความสุขของการอู้ นายจินตนาการไม่ออกหรอก..." วินาทีก่อนสารวัตรหวงยังยิ้มอยู่ แต่วินาทีต่อมาสีหน้าของเขากลับมืดครึ้มลง เขาชักปืนพกออกมาด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ เล็งไปที่ประตู "ใครน่ะ?!"
ชิงหลิงอยู่ใกล้ประตูที่สุด เธอหมุนตัวกลับอย่างรวดเร็ว เสกดาบถังขึ้นมาในมือ แล้วแทงทะลุประตูห้องทำงานที่ปิดสนิทในชั่วพริบตา
"ฉึก "
ชิงหลิงดึงดาบถังกลับมาแล้วส่ายหน้า "นอกประตูไม่มีใคร"
เกาหยางตกตะลึงไปเลย!
ไม่ใช่สิ ทำไมจู่ๆ เธอถึงแทงดาบออกไปแบบนั้นล่ะ ถ้าเกิดข้างหลังนั่นมีอสูรอยู่จริงๆ จะทำยังไง? แล้วถ้าแทงผิด คนที่ยืนอยู่ข้างหลังเป็นคนขึ้นมาจะทำยังไง?
ช่างยอมฆ่าผิดพันคน ดีกว่าปล่อยรอดไปได้แม้แต่คนเดียวจริงๆ
สารวัตรหวงค่อยๆ เก็บปืนกลับไป "ดูเหมือนผมจะระแวงไปเอง ช่วงนี้ประสาทค่อนข้างตึงเครียดน่ะ"
สารวัตรหวงสวมหมวกตำรวจ "เอาล่ะ แยกย้ายกันเถอะ"
...
ตลอดทั้งวันที่เหลือ เกาหยางใช้ชีวิตอย่างสงบสุข
เขาเปิดระบบขึ้นมาในหัวเป็นระยะเพื่อดูการเพิ่มขึ้นของแต้มโชค ซึ่งก็ไม่ได้มีสถานการณ์ที่แต้มเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า นั่นแสดงว่าสภาพแวดล้อมที่เขาอยู่ปลอดภัยดี ตัวตนผู้ตื่นรู้ของเขายังไม่ถูกเปิดเผย
จากนั้น เขาก็ปล่อยบอทต่อไป
หลังเลิกเรียนคาบค่ำ เกาหยางก็เดินทางกลับบ้านตามลำพัง
กลางดึก ท้องถนนเงียบสงบจนดูแปลกประหลาด ฝนหยุดตกแล้ว พื้นถนนยังคงเปียกชื้น มีแอ่งน้ำเล็กใหญ่กระจายอยู่ทั่วทุกแห่ง แสงไฟนีออนสาดส่องลงมากระทบจนเกิดเป็นประกายหลากสีสัน ราวกับเป็นทางเข้าไปสู่อีกโลกหนึ่ง
"แปะ" เกาหยางเหยียบลงไปบนแอ่งน้ำและหยุดฝีเท้าลง
เขารู้สึกว่า... มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
เขาฉุกคิดขึ้นมาได้ในทันที มีคนกำลังสะกดรอยตามเขา







