ผู้เป่าแตร!
ปากของสารวัตรหวงนี่สงสัยจะผ่านการปลุกเสกมาแน่ๆ
เกาหยางไม่ใช่ไม่เคยคิดว่าสักวันหนึ่งอาจจะต้องจับอาวุธหันเข้าห้ำหั่นกับ "ครอบครัว" ของตัวเอง แต่เขาไม่นึกเลยว่ามันจะมาถึงเร็วขนาดนี้ แถมยังเป็นน้องสาวที่เขารักมากที่สุดในยามปกติอีกต่างหาก
จากการประเมินคร่าวๆ ตอนนี้บนถนนมีคนเดินไปมาไม่ถึงสิบคน สมมติว่าหนึ่งในสามคืออสูรโทสะ นั่นก็คือสามตัว ซึ่งแค่นี้ก็รับมือไม่ไหวแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น สารวัตรหวงเคยบอกไว้ว่าผู้เป่าแตรจะใช้เส้นเสียงพิเศษเพื่อแจ้งเตือนอสูรทุกตัวในรัศมีหนึ่งกิโลเมตร รัศมีหนึ่งกิโลเมตรนั่นหมายความว่านอกจากบนถนนแล้ว พวกอสูรที่ยัง "หลับ" อยู่ตามตึกรามบ้านช่องก็คงจะตื่นขึ้นมาด้วยเช่นกัน
ข้อสรุปก็คือ: เว้นเสียแต่ว่าเขาและชิงหลิงจะสามารถวาร์ปหนีได้ในพริบตา มิฉะนั้นก็ต้องตายสถานเดียว
เกาหยางถอดใจ เขาคิดหาทางรอดไม่ออกเลย
"เธอหนีไป ฉันน่าจะพอถ่วงเวลาได้สักสองสามวินาที" เกาหยางพูดกับชิงหลิง
ชิงหลิงไม่พูดอะไร เธอไม่หนี แต่ก็ไม่ได้เริ่มโจมตีก่อนเช่นกัน
น้องสาวไม่ได้กลายร่างเป็นอสูรในทันที เธอเดินตรงเข้ามาหาเกาหยาง สีหน้านั้น ท่าทางแบบนั้น จังหวะการก้าวเดินแบบไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมนั่น...
เดี๋ยวก่อน! หรือว่า...
"พี่แอบมีแฟนโดยไม่ขออนุญาตหนูได้ยังไง!" น้องสาวชี้หน้าเกาหยางแล้วด่าฉอดๆ "ตอนนั้นพี่พูดว่ายังไง! จะหาพี่สะใภ้ต้องผ่านการเห็นชอบจากหนูก่อนไม่ใช่เหรอ!"
"แถมพวกพี่ยังมาโรงแรมแบบนี้กันอีก!"
"พะ...พวกพี่ยัง...ชอบแนว BDSM กันอีก!" น้องสาวกระทืบเท้าด้วยความโกรธ
ชิงหลิงดึงแขนเสื้อลงมาปิดบาดแผลที่ข้อมือ แล้วหันหน้าหนี
"ไม่ใช่ เรื่องมันไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิด..."
ขอบคุณสวรรค์! สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง!
เกาหยางแทบจะร้องไห้ ดูเหมือนว่าจะตกใจเก้อไปเอง!
ยิ่งพูดยิ่งโมโห น้องสาวจึงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา "หนูถ่ายรูปลงโซเชียลแล้ว! หนูจะประจานเรื่องน่าอายของพี่ให้ทุกคนรู้! ให้โรงเรียนไล่พี่ออก! ให้พ่อแม่ไล่พี่ออกจากบ้าน ตัดขาดความสัมพันธ์..."
เกาหยางอาศัยจังหวะทีเผลอ แย่งโทรศัพท์มือถือของน้องสาวมาแล้วโยนให้ชิงหลิง "ลบซะ"
"โอเค" ชิงหลิงทำตาม
"พี่ทำอะไรน่ะ? เอาโทรศัพท์หนูคืนมานะ! อย่าคิดจะทำลายหลักฐานเชียว!" น้องสาวพยายามจะเข้ามาแย่ง แต่ถูกเกาหยางใช้มือเดียวดันหัวเอาไว้
"อายุแค่นี้ ในหัวคิดแต่อะไรอยู่เนี่ย..." เกาหยางกรอกตา
ชิงหลิงจัดการลบโพสต์ในโซเชียล ลบรูปในอัลบั้ม และลบข้อมูลสำรองในถังขยะทิ้งรวดเดียวจบ ก่อนจะโยนโทรศัพท์คืนให้น้องสาวของเกาหยาง เธอโบกมือด้วยความเหนื่อยล้าเต็มทน "ทางนี้จัดการเอาเองแล้วกัน" ตอนนี้เธอแค่อยากกลับบ้านไปอาบน้ำ แล้วนอนหลับให้สนิทสักตื่น
"ไม่มีปัญหา"
...
สิบนาทีต่อมา เกาหยางและเกาซินซินก็นั่งอยู่ในร้านเหล่าไม่ตัง
แสงแดดอุ่นยามเช้าสาดส่องผ่านบานกระจกหน้าต่างมากระทบตัวน้องสาว อาบไล้เส้นผม ผิวพรรณ และกระโปรงของเธอให้ดูเปล่งประกายเรืองรองอย่างบริสุทธิ์งดงาม
เด็กผู้หญิงในวัยนี้เพิ่งจะก้าวพ้นความไร้เดียงสาแบบเด็กน้อย และกำลังเข้าสู่วัยรุ่นที่สดใส ความมีชีวิตชีวาและพลังงานที่แผ่ออกมาจากตัวพวกเธอโดยไม่รู้ตัวนั้นสามารถส่งผ่านไปยังทุกสิ่งรอบข้างได้ เกาหยางที่เพิ่งผ่านการต่อสู้อย่างดุเดือดมาจึงค่อยๆ รู้สึกผ่อนคลายลง
เกาซินซินมักจะอวดอ้างว่าตัวเองมีความคิดเป็นผู้ใหญ่ แต่ในสายตาของเกาหยาง ท่าทางซึนเดเระของเธอกลับดูน่าเอ็นดูเหมือนลูกแมวน้อย เธอเบะปาก กัดหลอดดูดน้ำ และแกว่งขาไปมาอย่างอารมณ์เสีย
"เกาซินซิน?"
น้องสาวไม่สนใจเขาและหันหน้าหนี
"น้องรัก?"
"อย่าคิดนะว่าแค่ชุดอาหารเด็กชุดเดียวจะทำให้หนูหายโกรธได้!"
"มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดจริงๆ พี่กับเขาเป็นแค่เพื่อนกันบริสุทธิ์ใจ นี่ใกล้จะสอบเกาเข่าแล้วไม่ใช่เหรอ? เลยต้องโต้รุ่งทำข้อสอบด้วยกันทั้งคืน"
"ผีสิจะเชื่อ! ใครเขาไปทำข้อสอบกันในโรงแรมม่านรูดล่ะ!"
"คนในเน็ตก็ทำแบบนี้กันเยอะแยะไป นี่แหละที่เรียกว่าเหนือความคาดหมาย!" เกาหยางแถหน้าตาย
"จริงเหรอ?" น้องสาวเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
"แน่นอนสิ พี่สองคนคือพวกเด็กเรียนสายซุ่มไง เข้าใจปะ?"
"ประเภทที่ปากบอกว่าไม่ได้อ่านหนังสือ แต่ลับหลังกลับขยันกว่าใครเพื่อน แล้วก็เผลอสอบได้คะแนนสูงๆ แบบนั้นน่ะเหรอ?" น้องสาวถาม
"ใช่! แบบนั้นแหละ"
"น่ารังเกียจ"
"หึๆ" เกาหยางหัวเราะเบาๆ "ว่าแต่ เธอรู้ได้ไงว่าพี่อยู่ที่นี่?"
"ก็เมื่อวานกระโปรงตัวใหม่ของหนูมาส่ง หนูก็เลยลองใส่ กะจะรอพี่กลับบ้านมาให้ดูสักหน่อย แต่ผลคือพี่ก็ไม่ยอมกลับบ้านสักที โทรศัพท์ก็ไม่รับ จนหนูเผลอหลับไปเลย"
น้องสาวทำแก้มป่องอย่างงอนๆ "พอตื่นมาก็ยิ่งคิดยิ่งโมโห เลยโทรหาหวังจื่อข่าย หมอนั่นบอกว่าพี่ไปเปิดห้องกับผู้หญิงในห้องเรียน ให้หนูรีบมาจับชู้!"
"น้องรัก คำว่าจับชู้เขาไม่ได้ใช้กันแบบนี้นะ" เกาหยางทั้งฉุนทั้งขำ
"พี่ไม่ต้องมาทำหน้าทะเล้นเลยนะ!" น้องสาวขึ้นเสียง ใบหน้าเล็กๆ ดูน้อยอกน้อยใจ ขอบตาก็เริ่มแดงรื้น "หนูอุตส่าห์ตั้งตารอให้พี่กลับบ้านมาดูกระโปรงของหนู ความรู้สึกแบบนั้นพี่เข้าใจบ้างไหม?"
เกาหยางจู่ๆ ก็รู้สึกสงสารขึ้นมาจับใจ "ตอนนี้ดูก็ยังไม่สายนะ กระโปรงสวยมากจริงๆ!"
"ไม่สวยแล้ว! กระโปรงมันยับหมดแล้ว!" น้องสาวร้องไห้ออกมา "แถมหน้าหนูก็บวมน้ำด้วย ตอนกลางคืนหน้าหนูจะเรียวที่สุด เหมาะกับกระโปรงตัวนี้ที่สุดแท้ๆ!"
เกาหยางรู้สึกอบอุ่นในใจ เขายื่นมือไปหยิกแก้มน้องสาว "น้องรักของพี่สวยน่ารักเสมอแหละน่า"
"สวยกว่าเพื่อนผู้หญิงที่พี่ไปเปิดห้องด้วยไหม?"
"สวยกว่าสิ"
"ถ้างั้นวันหลังถ้าหนูกับเขาตกน้ำพร้อมกัน พี่จะช่วยใครก่อน?"
เกาหยางชะงัก คำถามนี้มันช่าง...แต่ด้วยนิสัยของชิงหลิง เธอคงจะพูดว่า: ช่วยน้องสาวนายก่อนเถอะ ฉันอยากว่ายน้ำต่ออีกหน่อย
"ต้องช่วยเธออยู่แล้ว!" เกาหยางตอบ
"ดี! พี่พูดเองนะ! เกี่ยวก้อยสัญญา!" น้องสาวยื่นนิ้วก้อยออกมา
"เกี่ยวก้อยสัญญา!"
...
แปดโมงเช้า เขตซานชิง โรงเรียนมัธยมปลายหมายเลขสิบห้า
ตอนที่เกาหยางสะพายกระเป๋าเป้มาถึงหน้าประตูโรงเรียน คาบเรียนเช้าก็จบลงแล้ว ขณะที่เขากำลังคิดว่าจะแต่งเรื่องหาข้ออ้างมาสายกับครูยังไงดี เขาก็เหลือบไปเห็นรถสปอร์ตสีแดงคันคุ้นตาจอดอยู่ริมถนน
เกาหยางเกิดลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมาทันที
และก็เป็นอย่างที่คิด หวังจื่อข่ายปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูโรงเรียน กำลังเถียงหน้าดำหน้าแดงกับครูพละที่คอยตรวจจับนักเรียนมาสาย
"ผมไม่ลาออกแล้ว! ผมจะมาเรียน!" หวังจื่อข่ายโวยวายเสียงดัง
"นักเรียน เธอลาออกไปแล้วนะ! อย่ามาทำตัวไร้สาระ" ครูพละรู้สึกหนักใจมาก แต่ด้วยความที่อีกฝ่ายเป็นลูกเศรษฐี จึงไม่กล้าใช้น้ำเสียงรุนแรงนัก
"ครูครับ ผมบรรลุแล้ว! ผมต้องการจะเรียน!"
"คิดได้ก็เป็นเรื่องดี...แต่เธอก็ต้องไปทำเรื่องขอกลับเข้าเรียนก่อนสิ"
"ไม่! ผมรักการเรียน! การเรียนคือแสงสว่างแห่งความถูกต้อง! ผมไม่อยากเสียเวลาไปแม้แต่วินาทีเดียว" หวังจื่อข่ายกำลังจะพูดอะไรต่อ แต่พอเห็นเกาหยางเดินตรงมาหา ก็รีบวิ่งหน้าบานเข้าไปหาทันที "พี่น้อง!"
"ฉันบอกให้นายอยู่แต่ในบ้านไม่ใช่เหรอ?" เกาหยางขมวดคิ้ว
หวังจื่อข่ายตื่นเต้นสุดขีด "ฉันอยู่ไม่สุกหรอกน่า! แค่คิดว่าตัวเองเป็นมนุษย์สายพันธุ์ใหม่ แม่งก็ตื่นเต้นจนแทบจะระเบิดแล้ว..."
"เบาๆ หน่อย" เกาหยางเหงื่อตก ชิงหลิงพูดถูก ไอ้โง่นี่สมควรถูกฆ่าทิ้ง ไม่งั้นสักวันต้องเกิดเรื่องแน่
"เอ๊ะ พวกนายมีพลังพิเศษนั่นกันหมดไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมฉันถึงไม่มีล่ะ? ไม่น่าจะใช่นะ ฉันเป็นผู้ถูกลิขิตไม่ใช่หรือไง?" หวังจื่อข่ายกะพริบตาปริบๆ ด้วยใบหน้าคาดหวัง ถ้าเขามีหางอยู่ตรงก้น มันคงกระดิกดุ๊กดิ๊กไปแล้ว
"พลังในตัวนายเพิ่งจะตื่นขึ้น...ทุกสรรพสิ่งล้วนต้องมีขั้นตอนของมัน" เกาหยางแต่งเรื่องสด
"มีเหตุผล!"
"จริงสิ คืนนี้พวกนายมีภารกิจจะมอบหมายให้ฉันไม่ใช่เหรอ? รีบๆ บอกมาสิ ฉันจะได้รีบทำให้เสร็จ" ความคิดของหวังจื่อข่ายกระโดดไปมาอย่างรวดเร็ว
"ภารกิจนี้...ทำได้เฉพาะตอนกลางคืนเท่านั้น"
"ได้ๆ" หวังจื่อข่ายคว้าคอเกาหยางมากอด "ไป! พวกเราไปเรียนด้วยกัน"
...
ตลอดทั้งวัน เกาหยางแทบจะถูกหวังจื่อข่ายป่วนจนเป็นบ้า เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเลี้ยงไซบีเรียนฮัสกี้อยู่ตัวหนึ่ง ท้ายที่สุดเกาหยางก็จำใจต้องถ่ายทอด "เคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียร" ชุดหนึ่งให้หวังจื่อข่าย เพื่อให้เขายอมหุบปากและอยู่นิ่งๆ อย่างเชื่อฟัง
หวังจื่อข่ายนั่งนิ่งไม่ไหวติงอยู่บนที่นั่งเพื่อบำเพ็ญเพียรตามคาด
ในคาบเรียนค่ำคาบที่สอง เกาหยางไปเข้าห้องน้ำ พอเดินออกมาก็ถูกชิงหลิงดักหน้าไว้ "ตามฉันไปที่ดาดฟ้า"
ดาดฟ้า?
รู้สึกว่าสถานที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่แฮะ
เกาหยางตามชิงหลิงขึ้นไปบนดาดฟ้า ชิงหลิงหันขวับกลับมา ประตูเหล็กก็ปิดดัง "ปัง" เธอสอดส่ายสายตามองไปรอบๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครคนอื่น
"ทางฝั่งน้องสาวนายเป็นยังไงบ้าง?" ชิงหลิงถาม
"ไม่มีปัญหา จัดการเรียบร้อยแล้ว"
"สังเกตการณ์ต่อไป อสูรบางตัวฉลาดมาก มันรู้จักอำพรางตัว" ชิงหลิงกล่าว
"อืม" เกาหยางถอนหายใจในใจ ถ้าเป็นไปได้ เขาหวังจริงๆ ว่าน้องสาวจะไม่ใช่อสูร แต่ถ้าใช่ขึ้นมาจริงๆ ก็หวังว่าเธอจะเป็นผู้หลงลืม
สายลมพัดโชยมา เรือนผมยาวของชิงหลิงปลิวไสว ทำให้แววตาของเธอดูสับสนวุ่นวาย "ฉันรู้ว่านายกับหวังจื่อข่ายสนิทกันมาก แต่เขาเป็นอสูร"
เกาหยางเงียบไม่พูดอะไร
อย่างที่คิด สิ่งที่ควรจะเกิดก็ต้องเกิด
เมฆดำบนท้องฟ้าลอยเคลื่อนมาบดบังแสงจันทร์ ชิงหลิงยืนอยู่ท่ามกลางความมืด เกาหยางมองเห็นสีหน้าของเธอไม่ชัดเจน ได้ยินเพียงน้ำเสียงเด็ดขาดที่ไม่อนุญาตให้ต่อรอง "เลิกเรียนคาบค่ำแล้ว นายพาเขาไปที่ลับตาคน ฉันจะเป็นคนลงมือฆ่าเอง"
เกาหยางนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้น "แล้วถ้าฉันไม่ตกลงล่ะ?"
ชิงหลิงตอบกลับอย่างไม่ลังเล "ฉันก็จะฆ่านายไปด้วย"







