สำหรับคำเชิญอันยิ่งใหญ่ของพันธมิตรต่อต้านเซี่ยน ชุยเซี่ยนแสดงท่าทีว่า ขอบคุณนะ แต่ขอปฏิเสธอย่างนุ่มนวลก็แล้วกัน
ซ้ำเขายังไม่ทันได้แสดงท่าทีอะไรด้วยซ้ำ
ในฐานะ 'ผู้เลื่อมใสหน้าใหม่' ของเจี่ยเซ่า
นายอำเภอเมิ่งจินนามว่าชางเทาก็รีบออกโรงปกป้องบุคคลในดวงใจทันที เขาตวาดใส่เหยียนซือหย่วนและพวก "พวกเจ้ากลุ่มนี้ ช่างกล้าเพ้อฝันนักนะ จะให้ท่านเจี่ยเซ่าไปเป็นผู้นำของพวกเจ้าหรือ?"
"พวกเจ้าคู่ควรหรือ?!"
เหล่าผู้ต่อต้านหน้าแดงก่ำ "..."
พวกเขาไม่คู่ควรจริงๆ นั่นแหละ!
ทว่า บนโลกใบนี้มีคนเลวทรามอย่างชุยเซี่ยนมากมาย ต้าเหลียงกำลังตกอยู่ในอันตราย
มีเพียงผู้เปี่ยมด้วยพรสวรรค์อันยิ่งใหญ่อย่างเจี่ยเซ่าเท่านั้น ที่จะสามารถช่วยเหลือประเทศชาติและประชาชนได้!
พวกเขายังอยากจะหน้าด้านอ้อนวอนเจี่ยเซ่าต่อไป
แต่ชางเทาหมดความอดทนแล้ว เขาไล่คนกลุ่มนี้ออกไป "อย่ามารบกวนท่านเจี่ยเซ่าอีก พวกเจ้ารีบไปทำความดีไถ่โทษ จัดการเรื่องราวให้เรียบร้อย! มิฉะนั้น "
คำว่า 'มิฉะนั้น' ประโยคนี้ แฝงความหมายข่มขู่ไว้อย่างชัดเจน
เหยียนซือหย่วนและพวกพากันสั่นสะท้าน จากนั้นก็หันมาสบตากันด้วยความฮึกเหิม พวกเราต้องจัดการเรื่องนี้ให้ดี เพื่อให้ท่านเจี่ยเซ่ายอมรับพวกเรา!
ดังนั้น พวกเขาจึงจุดประกายความมุ่งมั่นขึ้นมาใหม่ แล้วจากไปด้วยความตื่นเต้น
ชุยเซี่ยนผู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด "..."
พวกกลุ่มผู้ต่อต้านตัวน้อยนี่สมองมีปัญหาจริงๆ ด้วย
หรือว่าข้าต้องเข้าร่วมพันธมิตรต่อต้านเซี่ยนของพวกเจ้า แล้วกลายเป็นหัวหน้ากลุ่มผู้ต่อต้านตัวเองงั้นหรือ?
ช่างเหลวไหลสิ้นดี
วันนั้น
ชุยเซี่ยนอยู่ที่ที่ว่าการอำเภอเมิ่งจิน นั่งจิบชาอาบแดดอย่างสบายใจเฉิบ
ส่วนคนอีกกลุ่มหนึ่ง เริ่มต้นวุ่นวายกันแล้ว!
นายอำเภอเมิ่งจินกลับไปที่ที่ว่าการ ทุ่มเทความสามารถทั้งหมดที่มีในชีวิต เขียนฎีกาฉบับหนึ่งชื่อว่า "ฎีกานิมิตมงคลงานชลประทานเมิ่งจิน"
ตอนที่เขียนฎีกาฉบับนี้ ปลายนิ้วของชางเทาสั่นระริกด้วยความตื่นเต้นอยู่หลายครั้ง
เพราะสิ่งที่เขาเขียนไม่ใช่แค่ฎีกา
แต่มันคืออนาคตอันรุ่งโรจน์ของอำเภอเมิ่งจิน และตัวเขาผู้เป็นนายอำเภอเมิ่งจินคนนี้ด้วย!
อีกด้านหนึ่ง
เหยียนซือหย่วน ฉีหวยหมิง และหร่วนซิวเต๋อ นำบัณฑิตจากพันธมิตรต่อต้านเซี่ยนหลายสิบคน ออกจากที่ว่าการอำเภอ มุ่งหน้าออกไปนอกเมือง
ยังมีเจ้าหน้าที่และช่างฝีมืออีกหลายสิบคนที่ชางเทาจัดเตรียมไว้ สวมชุดลำลองเดินตามพวกเขาไป
บรรยากาศในตัวเมืองเมิ่งจินตึงเครียด
ชาวบ้านต่างรู้ดีว่า นอกเมืองมีผู้อพยพมาเป็นพันๆ คน หากเกิดความวุ่นวายขึ้น ผลที่ตามมาคงยากจะจินตนาการ
เหยียนซือหย่วนและพวกเดินไปตามท้องถนน มองดูชาวบ้านที่มีสีหน้าตื่นตระหนก พลางนิ่งเงียบไร้คำพูด
วินาทีนี้ ที่ได้เดินอยู่ท่ามกลางตลาดย่านชุมชนจริงๆ พวกเขาถึงได้ตระหนักว่า สิ่งที่พวกตนทำไปก่อนหน้านี้ มันโง่เขลาเพียงใด
ในขณะที่เจี่ยเซ่า อาศัยเพียงกำลังของตนเอง พลิกผันสถานการณ์ กอบกู้วิกฤตการณ์เอาไว้ได้!
เปลี่ยนเรื่องร้าย ให้กลายเป็นเรื่องดีอย่างสิ้นเชิง เป็นเรื่องดีที่ทำให้ทุกคนทุกฝ่ายล้วนได้รับผลประโยชน์!
อุตสาหกรรมประมงของเมิ่งจิน กำลังจะต้อนรับโอกาสอันรุ่งเรือง
เมิ่งจินทั้งเมือง จะเจริญก้าวหน้าไปเพราะเหตุนี้!
เหยียนซือหย่วนเงียบไปนาน ก่อนจะเอ่ยขึ้น "พี่หวยหมิง พี่ซิวเต๋อ และทุกท่าน วันวานพวกเรามักจะวิพากษ์วิจารณ์ชุยเซี่ยนว่าเก่งกาจแต่เรื่องการเมือง และยกย่องตัวเองว่าเป็นนักปฏิบัติที่ทำเพื่อชาติและประชาชน"
"แต่วันนี้ เมื่อได้พบเจี่ยเซ่า พวกเราถึงได้รู้ว่า ช่องว่างระหว่างตัวเองกับผู้มีพรสวรรค์ที่แท้จริงนั้น กว้างใหญ่ราวกับหุบเหวลึก"
"หลังจากเรื่องนี้จบลง ไม่ว่าพวกท่านจะคิดอย่างไร ข้าก็อยากจะติดตามเจี่ยเซ่า และเรียนรู้จากเขา!"
สมาชิกพันธมิตรต่อต้านเซี่ยนที่เหลือมองหน้ากัน แล้วพยักหน้าเห็นด้วยอย่างพร้อมเพรียง
เห็นได้ชัดว่า พวกเขาถูกเจี่ยเซ่าสยบลงได้อย่างราบคาบจริงๆ
พวกเขาต้องการติดตามเจี่ยเซ่า!
ต่อให้เจี่ยเซ่าจะไม่เห็นหัวพวกเขา พวกเขาก็จะยึดถือเจี่ยเซ่าเป็นแบบอย่าง!
บางทีอาจเป็นเพราะ 'บุคคลในดวงใจ' ได้มอบพลังให้กับพวกเขา
ภายใต้ความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่และช่างฝีมือในชุดลำลองหลายสิบคน สมาชิกพันธมิตรต่อต้านเซี่ยนก็มาถึงนอกเมือง แล้วลอบปล่อยข่าวที่น่าตกใจออกไปข่าวหนึ่ง
นายอำเภอเมิ่งจินมีความตั้งใจจะ 'จ้างแรงงานแทนการแจกเสบียง' แต่ยังคงลังเลอยู่
หลังจากทุกคนกินข้าวต้มบรรเทาทุกข์เสร็จแล้ว ก็ให้ไปช่วยอำเภอเมิ่งจินซ่อมแซมคันกั้นน้ำกันเถอะ!
ขอเพียงซ่อมแซมคันกั้นน้ำได้ดี วันข้างหน้าย่อมมีข้าวกินอิ่มท้องแน่นอน!
นอกเมืองล้วนเป็นผู้อพยพที่หนีภัยมา เพียงเพื่อต้องการความอิ่มท้อง เมื่อได้ยินคำพูดนี้ มีหรือจะไม่ยินยอม?
เหยียนซือหย่วนและพวก ตอนแรกก็ควักกระเป๋าตัวเองช่วยเหลือผู้ประสบภัย เดิมทีก็มีชื่อเสียงในหมู่ผู้ประสบภัยอยู่แล้ว
คำพูดของพวกเขา จึงเกิดผลสัมฤทธิ์
ดังนั้น ในเบื้องหน้าจึงไม่มีเจ้าหน้าที่ทางการเข้ามาเกี่ยวข้อง
แต่ในเบื้องหลัง ภายใต้การชี้นำอย่างจงใจของเจ้าหน้าที่และช่างฝีมือในชุดลำลอง เหล่าผู้อพยพก็ถูกจัดระเบียบให้เข้าที่ทาง และเริ่มลงมือซ่อมแซมคันกั้นน้ำ
คืนนั้น
ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ๆ ก็มีปลาหลี่ฮื้อแม่น้ำฮวงโหจำนวนมาก กระโดดจากน้ำขึ้นมาบนฝั่ง
มีคนตะโกนขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น "นี่คือพระมหากรุณาธิท่านของฝ่าบาท เป็นนิมิตมงคล! ขอบพระทัยฝ่าบาท ขอบพระทัยสำหรับของประทานพ่ะย่ะค่ะ!"
เหล่าผู้อพยพไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ แต่ก็ตื่นเต้นกันมาก พากันกล่าวขอบพระทัยฝ่าบาทตามๆ กัน
พวกเขาก่อกองไฟริมแม่น้ำเพื่อนั่งกินปลาเผา
แล้วก็มีคนพูดปนสะอื้นว่า "ปลาที่อร่อยขนาดนี้ พวกเราเพิ่งเคยได้กินเป็นครั้งแรกในชีวิต อยากให้ฝ่าบาทได้ทรงลิ้มรสบ้างจริงๆ!"
เมื่อเหล่าผู้อพยพได้กินอิ่มหนำสำราญ ก็ไม่ว่าอะไรที่จะช่วยกันสรรเสริญเยินยอฝ่าบาท พูดจาไร้สาระไปเรื่อยเปื่อย
แต่ก็ไม่มีใครยอมเสียสละปลาที่ตัวเองแย่งมาได้ เอาไปถวายจริงๆ หรอก
มีเพียงชาวบ้านไม่กี่คนที่รู้จักเหยียนซือหย่วน ที่รู้สึกงุนงงอย่างหนัก นี่ไม่ใช่พวกคุณชายบ้านรวยที่มาแจกเสบียงเมื่อหลายวันก่อนหรอกหรือ? ไฉนแค่กินปลาตัวเดียวถึงได้ซาบซึ้งใจขนาดนี้?
ทว่า เรื่องพวกนี้ไม่สำคัญ
ที่สำคัญคือ เรื่องที่ปลาหลี่ฮื้อแม่น้ำฮวงโหกระโดดขึ้นฝั่งเองนั้น แพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็ว
ผู้คนต่างพากันพูดว่า นั่นคือนิมิตมงคล!
ตอนแรก ผู้คนก็แค่พูดตามความจริง ว่ามีปลาหลายสิบตัวกระโดดขึ้นมาจากผิวน้ำ
แต่ต่อมา กลับกลายเป็นว่ามีปลาเป็นร้อยเป็นพันตัวกระโดดขึ้นฝั่ง มองไปทางไหนก็เห็นแต่ปลาหลี่ฮื้อตัวโต!
เพราะนั่นคือการที่ชาวบ้านอาสาซ่อมแซมคันกั้นน้ำ จนสวรรค์ซาบซึ้ง ฝ่าบาทซาบซึ้ง จึงประทานพรลงมาให้!
ข่าวลือเรื่องนิมิตมงคล แพร่กระจายออกไปอย่างกว้างขวาง
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น
ชางเทานายอำเภอเมิ่งจิน นำฎีกาที่เขียนเสร็จแล้ว เก็บเข้าไว้ในอกเสื้ออย่างระมัดระวัง จากนั้นก็จูงม้าเร็วตัวหนึ่ง เตรียมตัวเดินทางเข้าเมืองหลวงไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่อีกหนึ่งคน!
ก่อนออกเดินทาง
ชางเทาประสานมือคารวะเจี่ยเซ่าอย่างจริงจัง "ท่านเจี่ย ข้าไปล่ะขอรับ"
ในแววตาอ่อนเยาว์ของชุยเซี่ยน เต็มไปด้วยความมั่นใจว่าทุกสิ่งอยู่ในกำมือ และรอยยิ้มอันเบิกบาน "ใต้เท้าไปเถิด ข้าจะรอคอยชัยชนะของท่านอยู่ที่เมิ่งจินอย่างเงียบๆ"
ท่าทางราวกับกุนซือผู้วางแผนอยู่เบื้องหลังเช่นนี้ ช่างน่าเลื่อมใสเสียจริง
ทั้งยังมอบความเชื่อมั่นอันเปี่ยมล้น ให้แก่นายอำเภอเมิ่งจินอีกด้วย!
ดังนั้น ชางเทาจึงสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วหัวเราะอย่างฮึกเหิม "ตกลง!"
เช้าตรู่วันนี้
ในขณะที่ชาวบ้านในส่านซีหลายหมื่นคน กำลังตกอยู่ในความทุกข์ทรมานโศกเศร้าเพราะภัยแล้ง
ในขณะที่ผู้อพยพนอกเมืองเมิ่งจินยังไม่มีที่พักพิง
ในขณะที่ชาวบ้านในเมืองเมิ่งจินต่างหวาดผวา
ในขณะที่บรรยากาศในราชสำนักต้าเหลียงตึงเครียด ฮ่องเต้สูญเสียความไว้วางใจในตัวขุนนาง และไม่ยอมเสด็จออกว่าราชการอีกครั้ง เพราะเรื่อง 'ราชโองการตำหนิตนเอง'
ในขณะที่คณะรัฐมนตรีกำลังหัวหมุน
ในขณะที่มหาเสนาบดีเจิ้งเสียเซิง และหลี่ตวนผู้ตรวจการมณฑลเหอหนาน กำลังเฝ้ารอปาฏิหาริย์
ชางเทานายอำเภอเมิ่งจิน ได้นำปาฏิหาริย์ที่เจี่ยเซ่ามอบให้เขา และมอบให้ต้าเหลียงทั้งแผ่นดิน ควบม้าเร็วออกจากเมิ่งจิน พุ่งทะยานมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงอย่างห้าวหาญ ด้วยท่าทีที่พร้อมฝ่าฟันไม่หวั่นเกรง!
ในเวลาเดียวกัน
เรือลำใหญ่ลำหนึ่ง ก็ออกเดินทางจากท่าเรือเมิ่งจินมุ่งหน้าขึ้นเหนือ ภายในบรรทุกปลาหลี่ฮื้อแม่น้ำฮวงโหที่ทั้งสดและอร่อยไว้เป็นจำนวนมาก!
ที่ว่าการอำเภอเมิ่งจิน
ชุยเซี่ยนนั่งอยู่บนเก้าอี้เอน อาบแดดอย่างสบายใจ บนมุมปากประดับด้วยรอยยิ้ม
เขายังไม่ได้เข้ารับราชการ ยังไม่เคยเข้าไปในราชสำนัก
แต่เรื่องบางเรื่อง หากเข้าไปในราชสำนักแล้ว กลับจะจัดการได้ยากขึ้นเสียอีก
เตาไฟต้องจุดเตรียมไว้ล่วงหน้า วันข้างหน้าถึงจะอบอุ่น
เรื่องที่เมิ่งจิน เป็นสิ่งที่เขาบังเอิญไปพบเจอ แต่ความบังเอิญนี้นี่แหละ ที่ทำให้เกิดผลลัพธ์อันยอดเยี่ยมราวกับเทพประทานตามมา
ในฐานะหลานศิษย์ของมหาเสนาบดีเจิ้งเสียเซิง การที่ชุยเซี่ยนทำทั้งหมดนี้ มีจุดประสงค์ที่ชัดเจนเกินไปหน่อย แถมยังพัวพันกับการต่อสู้แบ่งฝักแบ่งฝ่ายด้วย
แต่ในฐานะเจี่ยเซ่า เขาทำเรื่องพวกนี้ ถือว่าพอดีเป๊ะ!
ฝ่าบาท ลองชิม 'กระสุนหุ้มน้ำตาล' ที่ข้าออกแบบมาเพื่อพระองค์โดยเฉพาะดูสิพ่ะย่ะค่ะ
จดจำชื่อเจี่ยเซ่านี้เอาไว้
วันหน้าเมื่อ 'เจี่ยเซ่า' กลายเป็น 'ชุยเซี่ยน' ข้าก็จะไม่ใช่แค่หลานศิษย์ของมหาเสนาบดีเจิ้งเสียเซิงอีกต่อไป
ข้ายังเป็นศิษย์สายตรงของฝ่าบาทด้วยนะพ่ะย่ะค่ะ!