สิ้นคำกล่าวนั้น ทุกคนล้วนตกตะลึง
แม้แต่มนุษย์หนูก็ยังชะงักไปเล็กน้อย
"นายจะ... เดิมพันด้วยชีวิตเหรอ" มนุษย์หนูถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
"ใช่แล้ว" ฉีเซี่ยพยักหน้า "ฉันจะเดิมพันด้วยชีวิตของฉัน"
ลำคอของมนุษย์หนูขยับเล็กน้อย กลืนน้ำลายอึกหนึ่ง แล้วพูดขึ้นว่า "มะ... ไม่เห็นจำเป็นต้องทำแบบนั้นเลยนี่"
ปฏิกิริยาของเธอเหนือความคาดหมายของฉีเซี่ย
เดิมทีเขาคิดว่าพวกหน้ากากสัตว์เหล่านี้น่าจะยินดีที่เขาเอาชีวิตเข้าแลก แต่ทำไมเธอถึงได้ดูลุกลี้ลุกลนนักล่ะ
"กะ... เกม 'ค้นหา' ของฉันมันง่ายนิดเดียวเองนะ นะ... นายเอาชีวิตมาเดิมพันแบบนี้มันเกินไปหน่อย... อีกอย่าง ค่าตั๋วของฉันก็ใช้ 'เต๋า' แค่ลูกเดียว นายไม่จำเป็นต้องเอาชีวิตมาทิ้งเลย..."
หลินฉินกับเฉียวเจียจิ้นที่อยู่ด้านข้างก็ไม่เข้าใจเช่นกัน
"เกมนี้... มันเดิมพันด้วยชีวิตได้ด้วยเหรอ" เฉียวเจียจิ้นขมวดคิ้วถาม "แต่ไอ้ขี้โกง ทำไมนายต้องเดิมพันด้วยชีวิตด้วยวะ 'เต๋า' ของพวกเราไม่พอเหรอ"
"ฉันนึกถึงคำพูดของตาเฒ่าผอมแห้งคนนั้น เลยอยากจะลองดูที่นี่น่ะ" ฉีเซี่ยพูดเสียงเบา "ดูจากท่าทางของอีกฝ่ายแล้ว เหมือนจะกลัวที่ฉัน 'เดิมพันด้วยชีวิต' มากเลยนะ"
"ฉันรู้ว่านายอยากชนะมาก" หลินฉินพูดแทรกขึ้นมา "แต่นายเอาชีวิตไปเดิมพันกับการเปิดกระป๋องเนี่ยนะ ถ้าเกิดมีปัญหาขึ้นมาจะทำยังไง ถ้า 'เต๋า' ไม่ได้อยู่ในนั้นล่ะ"
"ฉันต้องชนะแน่" ฉีเซี่ยพูดจบก็เงยหน้าขึ้นมองมนุษย์หนู "ฉันลงเดิมพันแล้ว เริ่มได้หรือยัง"
มนษย์หนูเงียบไปพักใหญ่ ในที่สุดก็พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า "ถ้านายอยากเดิมพันด้วยชีวิตจริงๆ ก็อย่ามาเสียใจทีหลังแล้วกัน... ตอนนี้เกมเริ่มขึ้นแล้ว"
ฉีเซี่ยเดินเข้าไปในห้อง
ขณะที่มนุษย์หนูกำลังจะถอยออกจากห้องแล้วปิดประตู ฉีเซี่ยกลับคว้าตัวเธอเอาไว้
การกระทำนี้ทำเอามนุษย์หนูสะดุ้งเฮือกไปทั้งตัว
ฉีเซี่ยยื่นมือออกไปด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ ล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อของมนุษย์หนูอย่างช้าๆ แล้วหยิบ 'เต๋า' ออกมาลูกหนึ่ง
"ฉันหาเจอแล้ว"
ทั้งสามคนที่อยู่หน้าประตูพากันอ้าปากค้าง
ทำแบบนี้ก็ได้เหรอ
วินาทีที่เกมเริ่มขึ้น ก็หา 'เต๋า' เจออยู่บนตัวกรรมการเนี่ยนะ
ทำแบบนี้ไม่ได้เป็นการทำลาย 'กฎ' จริงๆ ใช่ไหม
มนุษย์หนูเอาแต่สั่นเทาไม่หยุด ดูหวาดกลัวเป็นอย่างมาก
"ถ้าฉันเดาไม่ผิด ทันทีที่เธอปิดประตูห้อง ในห้องนี้ก็จะไม่มี 'เต๋า' อีกต่อไปแล้ว ใช่ไหมล่ะ" ฉีเซี่ยถามอย่างคาดคั้น
"นายรู้ได้ยังไง..."
"ง่ายนิดเดียว" ฉีเซี่ยพูดเสียงเบา "ทุกครั้งที่เธออธิบายกฎของเกม เธอจะต้องเข้ามายืนในห้อง แล้วบอกพวกเราว่า 'ตอนนี้' ในห้องนี้มี 'เต๋า' อยู่หนึ่งลูก คำพูดนี้ของเธอไม่ผิดหรอก แต่น่าเสียดายที่มันคือกับดักหลุมพรางขนาดใหญ่"
เมื่อเห็นมนุษย์หนูไม่ตอบ ฉีเซี่ยจึงพูดต่อว่า "'ตอนนี้' ในห้องมี 'เต๋า' อยู่หนึ่งลูกจริงๆ แต่น่าเสียดายที่เดี๋ยวมันก็จะหายไปแล้ว"
ดวงตาภายใต้หน้ากากของมนุษย์หนูเริ่มกลอกไปมาอย่างบ้าคลั่ง เธอกลั้นใจอยู่นานกว่าจะถามออกมา "นายเอาชีวิตตัวเองมาเดิมพัน เพียงเพราะข้อสันนิษฐานบ้าบิ่นแค่นี้เนี่ยนะ"
"ข้อสันนิษฐานเหรอ แน่นอนว่าไม่ใช่" ฉีเซี่ยพูดต่อ "สิ่งที่ทำให้ฉันมั่นใจจริงๆ คือตอนที่เธอประกาศว่าเถียนเถียน 'เล่นเกมล้มเหลว' ต่างหาก"
"อะไรนะ!"
"ตอนนั้นเธอปิดประตูอยู่ ตามหลักแล้วพวกเราทุกคนย่อมไม่มีทางรู้สถานการณ์ข้างในเลย แต่ทันทีที่เธอเปิดประตู เธอกลับบอกเถียนเถียนว่าเธอล้มเหลวเสียแล้ว" ฉีเซี่ยส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ "ทำไมเธอถึงรู้ล่ะว่าเธอหาไม่เจอ"
"ฉัน..."
"คำตอบมันชัดเจนอยู่แล้ว เพราะเธอรู้ว่าในห้องไม่มีทางมี 'เต๋า' อยู่ยังไงล่ะ"
ร่างกายของมนุษย์หนูสะท้านเยือกขึ้นมาเล็กน้อย
"ส่วนเกม 'สายพันธุ์หนู' ก็เป็นอีกหนึ่งกับดัก พวกเราทุกคนต่างคิดว่าหนูชอบหลบซ่อนในเวลากลางวันและออกหากินในเวลากลางคืน ค้นหาเป้าหมายในความมืด ซึ่งนี่ก็เป็นทิศทางความคิดของเถียนเถียน ตามหลักแล้วเธอไม่ผิดหรอก แต่บนโลกนี้ยังมีหนูสายพันธุ์อื่นอีก พวกมันมักจะซ่อนของสำคัญเอาไว้ในปากของตัวเอง ใช่ไหมล่ะ"
มนุษย์หนูจ้องมองฉีเซี่ยอยู่นาน รู้ตัวแล้วว่าตัวเองแพ้ราบคาบจริงๆ
เธอชะงักไปครู่หนึ่ง จู่ๆ ก็ออกแรงผลักฉีเซี่ยจนล้มลง แล้วหันหลังวิ่งหนีไปทันที
"เชี่ยเอ๊ย!" เฉียวเจียจิ้นเห็นดังนั้นจึงรีบยื่นมือออกไปคว้าตัวมนุษย์หนู แต่เธอกลับพลิกตัวหลบหลีกไปได้อย่างกับหนูจริงๆ
เธอวิ่งเร็วมาก เผ่นแน่บไปตามท้องถนน
ตอนนี้ทั้งหลายคนต่างทำอะไรไม่ถูก พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าพวกหน้ากากสัตว์เหล่านี้จะวิ่งหนีเป็นด้วย
"สถานการณ์มันเป็นยังไงกันแน่วะ... ไอ้ขี้โกง" เฉียวเจียจิ้นพยุงฉีเซี่ยลุกขึ้นจากพื้นด้วยใบหน้าไม่เข้าใจ "ทำไมยัยนั่นถึงชิ่งหนีไปล่ะ"
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน" ฉีเซี่ยส่ายหน้า แต่ดูจากสีหน้าแล้วราวกับว่าเขานึกอะไรบางอย่างออก
หรือว่า 'เดิมพันด้วยชีวิต' จะหมายถึง...
เขามองไปทางที่มนุษย์หนูวิ่งไป หวังจะยืนยันความคิดของตัวเอง ทว่ากลับต้องเบิกตากว้างอย่างอดไม่ได้
"เป็นอะไรไป"
ฉีเซี่ยยื่นมือออกไป ชี้ไปยังที่ไกลๆ ด้วยความสั่นเทา
ทั้งสามคนหันขวับไปมอง แล้วก็ต้องยืนอึ้งอยู่กับที่ในทันที
พวกเขาเห็นคนผู้หนึ่งลอยตัวอยู่กลางอากาศ ขวางทางมนุษย์หนูเอาไว้
"เชี่ยเอ๊ย... คนเหล็กเทอร์มิเนเตอร์เหรอวะ..." เสียงของเฉียวเจียจิ้นสั่นเล็กน้อย ภาพตรงหน้ามันเหนือล้ำจินตนาการของเขาไปไกลลิบ
เพียงแค่คนผู้นั้นที่อยู่กลางอากาศโบกมือเบาๆ มนุษย์หนูก็ทรุดฮวบลงไปนั่งกองกับพื้น ราวกับเรี่ยวแรงเหือดหายไปจากร่างจนสิ้น
วินาทีต่อมา ทั้งสองคนก็หายตัวไปจากที่ไกลตา แล้วมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าพวกฉีเซี่ยทั้งสี่คนในพริบตาถัดมา
ฉากที่ราวกับเทพบุตรจุติลงมาจากสวรรค์นี้ ทำเอาทั้งสี่คนที่อยู่ในเหตุการณ์ถึงกับสมองขาวโพลนไปชั่วขณะ
ผู้ที่ลอยอยู่กลางอากาศคือชายรูปร่างผอมสูงคนหนึ่ง เขามีร่างกายเปลือยเปล่า สวมเพียงผ้าคลุมที่ทำจากขนนกสีแดงฉานราวกับเลือด บนเส้นผมที่ปล่อยสยายยุ่งเหยิงก็มีขนนกเสียบอยู่หลายเส้น ตอนนี้เขากำลังพลิกตัวไปมากลางอากาศ ดูประหนึ่งนกที่โบยบิน
ทั้งสี่คนตกใจกับภาพตรงหน้าไม่น้อย ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากพูดอะไรออกมา
ส่วนมนุษย์หนูนั้นยิ่งตัวสั่นงันงก ราวกับมีเสียงสะอื้นไห้เล็ดลอดออกมาจากใต้หน้ากาก
"มนุษย์หนู เจ้าจะทำอะไร" ชายหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "เมื่อกี้เจ้าคิดจะหนีงั้นหรือ"
"ฉะ... ฉัน..." มนุษย์หนูสั่นไม่หยุด น้ำเสียงที่เปล่งออกมาฟังดูผิดเพี้ยนไปหมด
"หนีไม่ได้นะ" ชายหนุ่มค่อยๆ ร่อนลงพื้น เอื้อมมือไปลูบหัวมนุษย์หนูอย่างอ่อนโยน "เจ้าต้องทำตัวว่าง่ายหน่อยสิ 'เดิมพันด้วยชีวิต' ก็คือ 'เดิมพันด้วยชีวิต'"
"ท่านวิหคชาด...!" มนุษย์หนูร้องไห้โฮ "ได้โปรดไว้ชีวิตฉันด้วย...!"
"แบบนั้นไม่ได้หรอกนะ" ผู้ที่ถูกเรียกว่า 'วิหคชาด' ยื่นนิ้วเรียวยาวออกมา ลูบไล้ไปตามหน้ากากของมนุษย์หนูไม่หยุด "กล้าพนันก็ต้องกล้ายอมรับความพ่ายแพ้ ในเมื่ออีกฝ่ายต้องการเดิมพันด้วยชีวิตกับเจ้า ข้าเองก็จนใจ"
ฉีเซี่ยเกิดลางสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมา เขาจึงรวบรวมความกล้าแล้วพูดคุยกับอีกฝ่าย "ผม... ผมไม่ได้ต้องการชีวิตของเธอ ผมเดิมพันด้วยชีวิตตัวเอง ก็แค่เพื่อจะได้ 'เต๋า' มากขึ้นเท่านั้นเอง"
"โอ้?" วิหคชาดช้อนตาขึ้นมองฉีเซี่ย แต่มือกลับค่อยๆ เลื่อนต่ำลงไปกำรอบคอขาวผ่องของมนุษย์หนู ราวกับกำลังจับหนูตัวเป็นๆ เอาไว้
มนุษย์หนูตัวแข็งทื่อและสั่นเทา ไม่กล้าเอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมาแม้แต่ครึ่งคำ
"จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้ด้วยเหรอ" ฉีเซี่ยขมวดคิ้ว "ผมเป็นคนเริ่ม 'เดิมพันด้วยชีวิต' แต่ตอนนี้ผมไม่อยากได้ชีวิตเธอแล้ว แค่อยากได้ 'เต๋า' เท่านั้น ฆ่าเธอไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรกับผมเลย"
เมื่อมนุษย์หนูได้ยินว่าฉีเซี่ยเหมือนกำลังขอร้องแทนตัวเอง ก็ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยดวงตาที่เอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตา
วิหคชาดได้ยินคำพูดของฉีเซี่ย ก็ค่อยๆ ชักมือของตัวเองกลับมา แล้วหลุดหัวเราะ "พรืด" ออกมา
"น่าสนใจดีนี่... มนุษย์หนู รีบลุกขึ้นเถอะ... เขาปล่อยเจ้าไปแล้วล่ะ" เขาตบหลังมนุษย์หนูเบาๆ