ชีวิตการทำงานประกอบขึ้นจากตัวเลือกนับไม่ถ้วน ตัวเลือกที่ถูกต้องช่วยให้คนก้าวหน้าสูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงจุดสูงสุดในที่สุด ส่วนตัวเลือกที่ผิดพลาดก็ทำให้คนพบเจอแต่ความล้มเหลว และสุดท้ายก็ต้องจมปลักอยู่เบื้องล่าง
มุราคามิ อิโอริ ก้มหน้าครุ่นคิด สองคิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแล้วคลายออก คลายออกแล้วก็ขมวดเข้าหากันใหม่ เธอลังเลอยู่นานมาก นานจนกาแฟเย็นชืดไปหมดแล้ว ถึงได้เงยหน้าขึ้นมาถามว่า “ชิฮาระซัง คุณมีเงื่อนไขอะไรคะ?”
เธอตัดสินใจเลือกแล้ว เธอคิดว่าสถานการณ์ที่ชิฮาระ รินโตะพูดมานั้นสอดคล้องกับสภาพปัจจุบันของวงการโทรทัศน์ ทฤษฎีก็แปลกใหม่มาก อย่างน้อยก็ฟังดูมีเหตุผลในตัวของมันเอง อีกทั้งแผนงานนี้ก็ดีมาก บทละครก็แปลกใหม่มากพอที่จะเสี่ยงเอาหน้าที่การงานมาเดิมพันสักครั้ง ท้ายที่สุดแล้วเธอเป็นผู้หญิง ในที่ทำงานจึงเสียเปรียบผู้ชายโดยธรรมชาติอยู่แล้ว แทนที่จะไปแย่งชิงช่วงเวลาดีๆ กับพวกผู้ชายตรงๆ สู้เอาแผนงานและบทละครที่ดูเข้าท่านี้ไปเสี่ยงกับช่วงเวลาแย่ๆ ที่ของ่ายกว่ายังจะดีกว่า
ไม่ได้หวังว่าจะสร้างปาฏิหาริย์อะไร ไม่ได้หวังเรตติ้งสูงลิ่ว ขอแค่ทฤษฎีของผู้ชายคนนี้ถูกต้องเพียงนิดหน่อย สุดท้ายได้เรตติ้งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของละครรอบดึกในปัจจุบันสักหน่อยก็พอแล้ว นั่นก็ถือว่าเป็นการพิสูจน์ความสามารถของตัวเองในเบื้องต้นได้แล้ว ต่อไปจะขอช่วงเวลาดีๆ อื่นๆ ก็ง่ายขึ้น หรือถ้าได้ถึง 4%...
ไม่สิ เป็นไปไม่ได้หรอกที่จะได้ 4% อย่าฝันหวานเกินไป ได้ 3% ก็พอแล้ว ได้ 3% ก็ถือเป็นปาฏิหาริย์เล็กๆ แล้ว!
เธอตัดสินใจที่จะเสี่ยง แต่เธอก็เข้าสู่สังคมมาไม่ใช่ปีสองปีแล้ว ความไร้เดียงสาจางหายไปจนหมดสิ้นแล้ว ชิฮาระ รินโตะตั้งใจมารอที่หน้าประตูเพื่อขอพบ ยื่นบทละครที่น่าสนใจและแผนงานที่สมบูรณ์มาให้ คงไม่ใช่มาทำการกุศลแน่
นี่คือข้อตกลงที่ไม่ต้องเอ่ยปาก ชิฮาระ รินโตะมอบแผนงานนี้ให้เธอ และเธอก็ต้องทำให้ชิฮาระ รินโตะได้รับผลตอบแทนที่เขาต้องการ
ดังนั้น เธอจึงต้องถาม ไม่เช่นนั้นถ้าเอาแต่พูดว่า "ขอบคุณ" แล้วเก็บของไป ในใจของอีกฝ่ายคงตีตราเธอว่า "คนโง่" เป็นแน่
เมื่อชิฮาระ รินโตะได้ยินคำถามของเธอ เขาก็รู้สึกได้ทันทีว่าเป้าหมายที่เขาเลือกนั้นยอดเยี่ยมจริงๆ ไม่ได้อิดเอื้อนเหมือนผู้หญิงทั่วไปที่แค่จะซื้อแตงกวาสักลูกยังต้องคิดสามวัน เขาจึงพูดอย่างไม่เกรงใจว่า “ผมต้องการเป็นคนเขียนบทเพียงคนเดียวของทีม”
เมื่อควรจะโลภ ก็ต้องโลภสักหน่อย หรือที่เรียกกันว่ากล้าที่จะชนะ
เขาไม่คิดจะทำงานให้คนอื่นเอาหน้า หรือแบ่งปันชื่อเสียงให้ใคร แค่มีผลงานที่ประสบความสำเร็จหนึ่งเรื่อง เขาก็จะถือว่าได้ก้าวเข้าสู่วงการโทรทัศน์ที่กึ่งปิดกึ่งเปิดนี้อย่างเป็นทางการแล้ว ไม่ว่าจะอยู่กับโตเกียวโฮโซ TEB ต่อไป หรือจะไปหาคนอื่นที่มองเห็นความสามารถของเขา ก็จะง่ายขึ้นมาก
เมื่อพิสูจน์ตัวเองได้ว่าเป็นม้าพันลี้ ย่อมมีคนมองเห็นความสามารถแห่กันมาหา แต่ถ้าหาโอกาสพิสูจน์ตัวเองไม่ได้ตลอดไป ก็คงมีชะตาได้แค่ลากรถ ชื่อเสียงคือทุนสำคัญที่จะเลี้ยงปากท้องและนำพาเขาไปสู่ความสำเร็จ เขาต้องคว้ามันมาทั้งหมด ทั้งหมดจนไม่มีใครพูดอะไรได้ ไม่มีใครกังขาได้
มุราคามิ อิโอริตกใจเล็กน้อย เธอถามอย่างลังเลว่า “ชิฮาระซัง คุณอาจจะไม่คุ้นเคยกับกระบวนการผลิตละครโทรทัศน์นะคะ ทีมเขียนบทมีคนเขียนบทคนเดียว มันไม่น่าจะเป็นไปได้ ท้ายที่สุดแล้วถ้าฉายสัปดาห์ละตอน คุณจะเขียนเองได้ทันเหรอคะ?”
เมื่อเธอถามเสร็จ ก็กลัวว่าชิฮาระ รินโตะจะเข้าใจผิด จึงรีบเสริมว่า “แน่นอนค่ะ ถ้าคำขอผ่าน คุณย่อมเป็นคนเขียนบทหลัก แต่ถ้าไม่มีคนเขียนบทประจำตอนหรือผู้ช่วยคนเขียนบทเลย...”
ในญี่ปุ่น ประวัติศาสตร์การถ่ายทำละครโทรทัศน์นั้นยาวนานมาก ไม่ใช่ยุคแรกเริ่มที่กล้าถ่ายทำด้วยบทละครสามบรรทัดอีกต่อไปแล้ว สมัยนั้นละครโทรทัศน์เป็นการถ่ายทอดสด คล้ายกับละครสั้นในปัจจุบันที่อาศัยการด้นสดของนักแสดงเป็นหลัก แต่หลังจากพัฒนามาหลายปี ตอนนี้การผลิตละครโทรทัศน์มีการแบ่งงานที่ชัดเจนมาก เฉพาะคนเขียนบทก็แบ่งย่อยเป็นคนเขียนบทหลัก คนเขียนบทประจำตอน คนเขียนบทพูด และผู้ช่วย เป็นต้น
ตัวอย่างเช่น ละครหนึ่งซีซั่นมีสิบสองตอน คนเขียนบทหลักจะเขียนโครงเรื่อง ตอนที่หนึ่งและสองเพื่อกำหนดทิศทาง ตอนที่ห้าและหกเพื่อคุมไม่ให้เนื้อเรื่องออกทะเล และตอนที่สิบเอ็ดและสิบสองเพื่อรับประกันว่าเรื่องราวทั้งหมดจะสื่อสารแก่นเรื่องที่ควรจะสื่อออกมาได้ จากนั้นตอนอื่นๆ ก็จะให้คนเขียนบทประจำตอนรับผิดชอบไป ถ้าพิถีพิถันขึ้นอีกหน่อย ก็ยังมีคนเขียนบทพูดโดยเฉพาะมาขัดเกลาบทสนทนา รับหน้าที่เติมเต็มให้สมบูรณ์...
มุราคามิ อิโอริเข้าวงการมาสี่ห้าปีแล้ว เริ่มจากพนักงานธุรการในกองถ่าย จนมาเป็นผู้ช่วยฝ่ายผลิตในปัจจุบัน ยังไม่เคยเจอคนเขียนบทที่คิดจะเหมางานทั้งหมดไว้คนเดียวแบบนี้เลย ที่เคยเจอส่วนใหญ่คือโปรดิวเซอร์ตาแดงก่ำทวงบทละคร แต่คนเขียนบทกลับบ่ายเบี่ยง ยอมตายไม่ยอมส่ง
“ขอโทษครับ ยังขาดอีกนิดหน่อย”
“ขออภัยครับ ต้องขอแก้ไข้อีกหน่อย”
“ผมว่ามันยังไม่เหมาะ ต้องขอใช้เวลาคิดดีๆ ก่อน”
“ขอร้องล่ะครับ ขอเวลาผมอีกหน่อย”
คำพูดแบบนี้เธอได้ยินมาเยอะแล้ว หรือกระทั่งเคยได้ยินโปรดิวเซอร์โกรธจัด ตะโกนลั่นออฟฟิศว่าจะฆ่าคนเขียนบท... แน่นอนว่าเป็นแค่คำพูดระบายอารมณ์เพราะความกดดันจัด ยังไม่เคยมีใครลงมือฆ่าจริงๆ
ส่วนเรื่องที่ว่าชิฮาระ รินโตะเขียนเสร็จหมดแล้วนั้น เธอคิดว่าเป็นไปไม่ได้ การที่ละครถ่ายไปออกอากาศไปก็มีเหตุผลของมันอยู่ คือต้องคอยรับฟังความคิดเห็นของผู้ชมเพื่อปรับแก้อยู่ตลอดเวลา หรือกระทั่งเรื่องที่เรตติ้งไม่ดีจนถูกตัดจบก็มีอยู่มากมาย
การเขียนเสร็จทั้งหมดตั้งแต่เนิ่นๆ อาจกลายเป็นว่าที่เขียนมาทั้งหมดเป็นแค่กระดาษเปล่า เป็นการเสียเวลาและพลังงานโดยเปล่าประโยชน์ นี่ก็เป็นหลักการเดียวกับนิยายออนไลน์ในยุคหลัง ไม่เคยได้ยินว่ามีใครเขียนจบทั้งเรื่องแล้วค่อยเอามาลง
เธอกลัวว่าชิฮาระ รินโตะจะใจร้อนและไม่รู้เรื่องรู้ราวถึงได้เหมางานทั้งหมด จึงเอ่ยปากเกลี้ยกล่อม แต่ชิฮาระ รินโตะยืนกรานมาก “มุราคามิซัง นี่เป็นเงื่อนไขเดียวของผม”
เขาไม่สนใจเรื่องค่าจ้างหรือสวัสดิการ อย่างไรเสียเมื่อเข้ามาอยู่ในกองถ่าย ต่อให้เขาคิดจะอดอาหารประท้วง โปรดิวเซอร์อย่างมุราคามิ อิโอริคงจะร้อนใจกว่าเขาเสียอีก คงต้องบังคับให้เขากินให้อิ่มจนได้ ดังนั้นสิ่งที่เขาสนใจคืออนาคต เขาต้องการโอกาสที่จะสร้างชื่อเสียงให้โด่งดังในคราวเดียว ต้องการภาพลักษณ์ของคนเขียนบทอิสระที่ผลงานขายดี นี่เป็นสิ่งเดียวที่ยอมไม่ได้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นถ้าคนเขียนบทประจำตอนเป็นรุ่นใหญ่ แล้วมาแย่งชิงความดีความชอบกับเขาจะทำอย่างไร?
อาจจะไม่เกิดขึ้น แต่ถ้าเลี่ยงโอกาสที่จะเกิดเรื่องไม่คาดฝันได้ ก็ควรจะเลี่ยงไว้ดีกว่า
อย่างมากที่สุด เขาก็จะรออีกหนึ่งสัปดาห์ แล้วไปหาโปรดิวเซอร์รายเล็กคนใหม่ โปรดิวเซอร์ใหญ่ที่มีชื่อเสียงนั้นเขาเข้าไม่ถึงด้วยซ้ำ คนพวกนั้นยุ่งมาก และต่างก็มีทีมเขียนบทที่ทำงานร่วมกันมาหลายปี ไม่สนใจเขาแน่
ในขณะเดียวกัน เขาก็เป็นคนรอบคอบ แผนงานและบทละครนี้ล้วนจดทะเบียนไว้กับสมาคมนักเขียนบทแล้ว และนโยบายฟื้นฟูประเทศหลังสงครามที่ญี่ปุ่นกำหนดไว้มีสองข้อหลักๆ คือ หนึ่ง การพึ่งพาตนเองด้านผลผลิตทางการเกษตร และสอง การสร้างชาติด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
การพึ่งพาตนเองด้านผลผลิตทางการเกษตรทำให้ราคาผักผลไม้ในญี่ปุ่นสูงลิบลิ่ว ส่วนการสร้างชาติด้วยเทคโนโลยีก็ต้องคุ้มครองนวัตกรรม การคุ้มครองลิขสิทธิ์ของญี่ปุ่นนั้นเข้มงวดมาก แม้แต่คุณจะร้องเพลงในคาราโอเกะสักเพลง คุณก็ต้องจ่ายเงินให้ผู้ประพันธ์ต้นฉบับ (ซึ่งรวมอยู่ในค่าบริการคาราโอเกะแล้ว) ถ้ามุราคามิ อิโอริกล้าขโมยแผนงานและบทละครของเขา ก็ต้องเสี่ยงกับชื่อเสียงป่นปี้อนาคตดับวูบ ในวงการนี้ การลอกเลียนผลงานเป็นข้อห้ามร้ายแรง ถ้าไม่แน่ใจว่าเป็นโลกคู่ขนาน คนข้ามเวลาอย่างชิฮาระ รินโตะก็ไม่กล้าลอกเลียนแบบส่งเดชเช่นนี้
หนังที่ถ่ายทำปี 95 บทละครอาจจะมีงานวรรณกรรมที่ไม่โดดเด่นตีพิมพ์ไว้ตั้งแต่ปี 85 แล้วก็ได้ ลอกมั่วไม่ได้จริงๆ ขนาดเขายังไม่กล้า เขาไม่เชื่อว่ามุราคามิ อิโอริจะกล้า เธอเป็นกลุ่มคนที่เสียเปรียบในที่ทำงานอยู่แล้ว ถ้ายังมีนิสัยชอบหาเรื่องใส่ตัวอีก คาดว่าคงดับสนิทไปนานแล้ว ไม่รอให้เขามาหาถึงที่หรอก
เขายืนกรานในจุดนี้ มุราคามิ อิโอริไม่รู้จะพูดอะไรดี
เธอรู้สึกว่าชิฮาระ รินโตะมีพรสวรรค์ มีวิสัยทัศน์ แผนงานนี้แม้จะดูห่ามไปหน่อย แต่ก็มีโอกาสประสบความสำเร็จจริงๆ ดีกว่าแผนงานธรรมดาๆ ที่เธอเตรียมจะยื่น อันนั้นเธอไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ กะว่าจะไปเสี่ยงดวงดูเท่านั้น
บทละครนี้เธอก็ชอบจริงๆ แต่เงื่อนไขของเขาก็น่าลำบากใจมาก เธอคิดหาทางออกในใจ ขณะเดียวกันก็ฉวยโอกาสยกกาแฟขึ้นมาจิบ แต่กลับพบว่ากาแฟเย็นชืดแล้ว จึงวางแก้วลง หลุบตาลงพลางเอ่ยถามอย่างหยั่งเชิงว่า “ถ้าตามความคืบหน้าของการถ่ายทำไม่ทัน...”
คนคนเดียวทำงานของคนห้าหกคน ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็ดูเกินจริงไปหน่อย การเขียนบทละครไม่ใช่การถอนหัวไชเท้าเสียหน่อย...
“ถ้างั้นจะหาคนเขียนบทประจำตอนมาช่วย ผมก็ไม่มีปัญหา” ชิฮาระ รินโตะไม่ใช่คนไม่มีเหตุผล อย่างไรเสียเขาก็เขียนทันแน่นอน
มุราคามิ อิโอริถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกทันที ตราบใดที่ไม่ใช่คนหัวรั้นจนเกินไป การร่วมงานก็ไม่มีปัญหา ใบหน้าของเธอปรากฏรอยยิ้มอีกครั้ง พร้อมกับยื่นมือออกไป “ถ้างั้น ยินดีที่ได้ร่วมงานกันค่ะ ชิฮาระซัง พรุ่งนี้ฉันจะเริ่มปรับปรุงแผนงานให้สมบูรณ์ พยายามยื่นเรื่องให้เร็วที่สุดค่ะ”
เธอยังต้องแต่งเติมข้อมูลวิเคราะห์ตลาดเรตติ้งและกลุ่มเป้าหมายเข้าไปอีกหน่อย แล้วยังต้องประเมินเงินทุน อุปกรณ์ และบุคลากรที่ต้องขออนุมัติ แต่เรื่องพวกนี้ก็ไม่ได้ยากอะไร
จริงๆ แล้วชิฮาระ รินโตะร้อนใจมาก แต่ไม่ได้แสดงออกทางสีหน้า เขายื่นมือไปจับกับเธอ เป็นสัญลักษณ์ว่าทั้งสองได้บรรลุข้อตกลงในการร่วมมือเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันแล้ว พร้อมกับยิ้มและพูดว่า “ยินดีที่ได้ร่วมงานกันครับ!”
แต่ตอนนี้สถานการณ์ทางการเงินของเขาแย่มากจริงๆ ค่าเช่าห้องของปีหน้าเจ้าของร่างเดิมยังไม่ได้จ่ายเลย นี่ก็เดือนธันวาคมแล้ว! เขาอดไม่ได้ที่จะถามต่ออีกประโยคว่า “แล้วประมาณเมื่อไหร่ถึงจะทราบข่าวครับ?”
มุราคามิ อิโอริคำนวณในใจ ตอนนี้กำลังจะเพิ่มช่องทีวีดาวเทียม โตเกียวโฮโซ TEB จึงต้องการรายการใหม่ๆ จำนวนมาก ไม่อย่างนั้นเธอก็คงไม่คิดจะฉวยโอกาสขึ้นมาเป็นโปรดิวเซอร์ ถือว่าเป็นจังหวะที่ดีพอดี เธอจึงยิ้มและตอบว่า “อย่างมากสามวันก็น่าจะทราบข่าวค่ะ แต่ฉันคิดว่าด้วยแผนงานและบทละครแบบนี้สำหรับละครรอบดึก โอกาสที่จะผ่านก็น่าจะสูงมากค่ะ”
อย่างไรเสีย แนวนี้เธอเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก รู้สึกแปลกใหม่มาก คิดว่าคณะกรรมการจัดผังรายการก็น่าจะชอบเช่นกัน
“ถ้างั้นผมรอสามวันครับ นี่เบอร์โทรศัพท์ห้องผู้จัดการอพาร์ตเมนต์ของผม” ชิฮาระ รินโตะก็ไม่สามารถฝากความหวังไว้ที่มุราคามิ อิโอริเพียงคนเดียวได้ จึงกำหนดเวลาและทิ้งช่องทางการติดต่อไว้โดยตรง
เผื่อว่าล้มเหลว เขาก็จะไปหาคนที่มีแววที่สถานีโทรทัศน์อื่นที่สืบมาแล้ว แล้วไปหลอกล่อคนนั้นต่อ
มุราคามิ อิโอริตอบรับ ก่อนจะยื่นนามบัตรให้ชิฮาระ รินโตะ บนนั้นมีเบอร์โทรศัพท์ที่ทำงานและเบอร์เพจเจอร์ของเธอ ขณะเดียวกันก็เก็บรวบบทละครและเอกสารต่างๆ แล้วเหลือบมองนาฬิกาแขวนในร้านกาแฟ พบว่าใกล้จะสามทุ่มแล้ว และตอนนี้ก็ยังไม่ใช่เวลาที่จะมาถกเรื่องบทละครโดยละเอียด เธอจึงมองไปทางชิฮาระ รินโตะ เธอกระตือรือร้นที่จะกลับไปทำงานแล้ว เดิมทีสัปดาห์นี้เธอต้องยื่นแผนงานเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันชิงตำแหน่งโปรดิวเซอร์คนใหม่ ตอนนี้พอได้โปรเจกต์ที่ดีกว่าและมีโอกาสมากกว่า เธอก็ยิ่งไฟแรงมากขึ้น ต้องรีบกลับไปปรับปรุงให้สมบูรณ์เพื่อยื่นให้เร็วที่สุด
บางครั้งชีวิตการทำงานก็ต้องแข่งกับเวลา
ชิฮาระ รินโตะเข้าใจในทันที และไม่คิดจะเสียเวลาของเธอ เขาลุกขึ้นยืนหยิบกระเป๋าเงินออกมาพลางยิ้ม “ดึกมากแล้ว ไม่รบกวนเวลาของคุณมุราคามิแล้วครับ ถ้าแผนงานผ่านแล้วเราค่อยมาคุยรายละเอียดกัน”
ถ้าแผนงานไม่ผ่าน ตอนนี้ทั้งสองคนจะคุยกันมากแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์
เขาตั้งใจจะจ่ายเงิน แม้ว่าตอนนี้สถานการณ์ทางการเงินจะค่อนข้างฝืดเคือง แต่มาดของผู้ชายจะเสียไม่ได้ ทว่ามุราคามิ อิโอริก็หยิบกระเป๋าเงินออกมาเช่นกัน พร้อมกับยิ้มแล้วพูดว่า “หารกันดีกว่าค่ะ!”
ชิฮาระ รินโตะเกรงใจอยู่สองสามคำ แต่เมื่อเห็นว่าเธอยืนกรานจริงๆ ก็เลยต้องยอมแพ้ ในใจก็แอบประหลาดใจ ไม่คิดว่าคุณมุราคามิคนนี้จะเป็นเฟมินิสต์ตัวจริง ทุกเรื่องต้องเท่าเทียมกับผู้ชาย ไม่ยินดีที่จะรับสิทธิพิเศษของผู้หญิงตามธรรมเนียมปฏิบัติ
นี่ดีกว่าพวกคลั่งสิทธิสตรีในศตวรรษที่ 21 ตั้งเยอะ พวกตัวปัญหาน่ารำคาญพวกนั้น พอจะรับสิทธิพิเศษก็อยู่ข้างหน้า แต่พอต้องรับผิดชอบกลับวิ่งหนีจนไม่เห็นแม้แต่หาง ช่างเป็นพวกน่ารังเกียจจริงๆ...
ทั้งสองคนต่างจ่ายเงินของตัวเอง แล้วเดินออกจากร้านกาแฟพร้อมกัน ตอนนี้เริ่มมีลมพัดมาบ้างแล้ว มุราคามิ อิโอริโดนลมพัดจนหนาวสั่น รีบพูดกับชิฮาระ รินโตะว่า “เหมือนฝนจะตกเลยค่ะ ชิฮาระซังก็รีบกลับบ้านนะคะ ระวังอย่าให้เป็นหวัด”
เธอเริ่มเข้าสู่บทบาทโปรดิวเซอร์แล้ว กลัวว่าคนเขียนบทจะป่วย แม้คนเขียนบทจะดูไม่โดดเด่น แต่ก็เป็นรากฐานของละครเรื่องหนึ่ง เหมือนกับฐานรากของบ้าน ถ้าเขายังทำงานไม่เสร็จ คนสร้างบ้านฝีมือดีแค่ไหนก็ต้องรอเก้อ
ชิฮาระ รินโตะยิ้มและตอบรับ เขามองส่งมุราคามิ อิโอริจากไป จากนั้นจึงหันหลังเดินกลับบ้าน
ดีมาก แผนการราบรื่นเกินคาด บางทีในอีกสามวันข้างหน้า งานชิ้นแรกอาจจะมาถึงมือแล้ว