ท่ามกลางการเก็บเกี่ยวอันเงียบงันนี้ คนส่วนใหญ่ต่างหลับตาปี๋ยอมรับชะตากรรม มีเพียงไม่กี่คนที่ลืมตาอยู่ ทว่าส่วนใหญ่ก็ตกใจกลัวจนสติหลุดไปแล้ว
ส่วนหลี่ชิงหมิงกลับพิจารณาทุกคนที่ล้มลงไปอย่างละเอียดลออทุกกระเบียดนิ้ว
ในกลุ่มนี้มีสามสี่คนที่มีลักษณะพฤติกรรมชัดเจนจริงๆ
ทว่าส่วนใหญ่กลับเป็นคนธรรมดาที่ไม่มีจุดเด่นอะไรเลย บางคนยังไม่ได้พูดอะไรสักคำด้วยซ้ำ ไม่อาจเข้าใจได้เลยว่าพวกเขาทำอะไรผิดพลาดตรงไหน
การจับคู่เพื่อนร่วมโต๊ะก็ไม่มีการรับโทษร่วมกัน ไช่จื้อซินยังคงปลอดภัยดี
ดูเหมือนว่าการลงโทษของหัวเม่นทะเลจะเป็นการสุ่มอย่างสมบูรณ์ ทว่าจำนวนผู้ชายที่โดนเล่นงานกลับมีมากกว่าผู้หญิงอย่างเห็นได้ชัด นี่อาจเป็นเบาะแสที่ซ่อนอยู่ หรืออาจเป็นเพียงความบังเอิญที่ไร้ความหมาย
จากข้อมูลอันจำกัดตรงหน้า หลี่ชิงหมิงก็พอนึกข้อสันนิษฐานขึ้นมาได้สามสี่ข้อ เพียงแต่ยังไม่อาจสรุปได้แน่ชัด ยังคงต้องสังเกตและพิสูจน์กันต่อไป
ที่หน้าชั้นเรียน หลังจากส่งจุดสีดำจุดที่สิบเอ็ดออกไป ปากของหัวเม่นทะเลก็ค่อยๆ หดกลับเข้าไป ฟื้นคืนสภาพกลับมาเป็นใบหน้าฉีกยิ้มกว้างดังเดิม
เขาเช็ดปาก พักเหนื่อยครู่หนึ่ง แล้วจึงชูแขนทั้งสองข้างขึ้นสูงอีกครั้ง
"ครู! เกลียดนักเรียนนิสัยไม่ดี!
"แต่จะให้โอกาสส่วนรวม จะยังไม่ลิ้มรสพวกเขาทันที!
"นักเรียนแสนดีทั้งหลาย ต้องพยายามเข้าล่ะ พยายามบรรลุเป้าหมายการเรียนการสอนของเราให้ได้!
"ทุกคน... ทุกๆ คน... จบการศึกษาไปด้วยกัน!
"แต่ถ้า... ถึงเวลาเลิกเรียนแล้วยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการเรียนการสอน...
"เช่นนั้นครูก็คงทำได้เพียงลิ้มรสพวกเขาแล้วล่ะ
"จากนั้นก็ลิ้มรสพวกเธอ
"เอาล่ะ... เริ่มเรียนได้!"
พูดจบ หัวเม่นทะเลก็ชูแขนทั้งสองข้างขึ้นสูงอยู่กับที่ราวกับนักยิมนาสติกที่แสดงจบ มันหยุดนิ่งไปนาน ดูเหมือนกำลังรอคอยเสียงปรบมือจากผู้ชม
แต่จะมีใครหน้าไหนกล้าปรบมือให้เขากันล่ะ!
หลังจากหยุดนิ่งไปเจ็ดแปดวินาที เขาก็เกิดอาการฉุนเฉียวขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ริมฝีปากสีดำค่อยๆ เบะคว่ำลง ปลายหนามเม่นทะเลถึงกับมีควันสีดำพวยพุ่งออกมา
ทว่าเขาก็ยังคงรักษากิริยาท่าทางเดิม บิดลูกตาหันขวับมาอย่างแรงแล้วเอ่ยถาม "ใครคือหัวหน้าห้อง?!"
เจิ้งรุ่ยซิงยกมือขึ้นอย่างสั่นเทา "ผม..."
"เธอ... นักเรียนนิสัยไม่ดี!" หัวเม่นทะเลพูดพลางสูดลมหายใจเข้าลึก เริ่มทำปากยื่นออกมา
ไม่เว้นแม้แต่ตัวเจิ้งรุ่ยซิงเอง สมองของทุกคนต่างก็ดังก้อง 'วิ้ง' ขาวโพลนไปหมด
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย...
ตกลงว่านี่มันคือกฎอะไรกันแน่?
ผู้ครอบครองจัดการคนตามแต่อารมณ์งั้นเหรอ?
มันมีกฎอยู่จริงๆ งั้นหรือ? นี่มันก็แค่การทรมานกันเล่นชัดๆ ไม่ใช่หรือไง?!
ในช่วงเวลาแห่งความสิ้นหวัง น้ำเสียงเย็นชาสายหนึ่งก็ดังแว่วมาจากมุมห้อง——
"นักเรียนเคารพ" หลี่ชิงหมิงหิ้วคอเสื้อจี๋เสี่ยวเสียงให้ลุกขึ้นยืนพร้อมกัน
เมื่อได้ยินสัญญาณที่ฝังลึกอยู่ในสัญชาตญาณ ทุกคนต่างก็ผุดลุกขึ้นยืนพรวดพราด ก่อนจะตะโกนประโยคนั้นออกมาสุดเสียงด้วยน้ำเสียงสะอื้นไห้หรือคร่ำครวญ
"สะ——วัด——ดี——ครับ/ค่ะ——คุณ——ครู——"
ที่หน้าชั้นเรียน หัวเม่นทะเลชะงักงันไปชั่วขณะ
ถึงแม้ปากของเขาจะเล็งเป้าไปที่เจิ้งรุ่ยซิง ทว่าลูกตากลับดัง 'กริ๊ก' หันขวับไปมองทางหลี่ชิงหมิงแทนแล้ว
จากนั้นรูปปากที่ยื่นออกไปก็ค่อยๆ หดกลับเข้ามา มุมปากที่เบะคว่ำลงก็ยกโค้งกลับขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
"สวัสดีนักเรียนทุกคน! เชิญนั่ง!" เขาเอ่ย
หลังจากทุกคนพากันนั่งลงอย่างลุกลี้ลุกลน หัวเม่นทะเลก็ชี้มือไปทางหลี่ชิงหมิงด้วยความตื่นเต้น
"เธอ... นักเรียนแสนดี! นักเรียนที่ดีที่สุด!
"นับตั้งแต่นี้ไป เธอคือหัวหน้าห้อง! ครูเป็นคนตัดสินใจเอง!"
พูดจบ เขาก็เงยหน้าขึ้น ยกมือล้วงเข้าไปในปาก ควานหาอยู่ครู่หนึ่งจนเกิดเสียงดังกุกกัก ก่อนจะล้วงเอาวัตถุทรงลูกบาศก์สีดำขนาดเล็กก้อนหนึ่งออกมา แล้วขว้างตรงไปทางหลี่ชิงหมิง
ถึงแม้ของสิ่งนี้จะมีขนาดเล็กเสียยิ่งกว่าก้อนกรวด ทว่าความเร็วในการขว้างกลับไม่ช้าเลย ทั้งยังมองเห็นได้อย่างชัดเจน ทำให้หลี่ชิงหมิงยกมือขึ้นรับเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย พร้อมกับสัมผัสได้ถึงมวลน้ำหนักของสิ่งนี้ที่มากล้นเกินกว่าขนาดตัวของมันไปมากนัก
ในขณะเดียวกันระบบก็มีข้อความแจ้งเตือนปรากฏขึ้นมา
【ได้รับของสะสม: ก้อนพลังงาน 23 กรัม】
หลี่ชิงหมิงจึงเก็บมันลงไปในกระเป๋านักเรียน ทั้งยังพยักหน้าแสดงความเคารพต่อครูอย่างจริงใจเป็นครั้งแรกในชีวิต "ขอบคุณครับคุณครู"
"ดี มีมารยาทมาก! สมกับเป็นนักเรียนแสนดีจริงๆ!" หัวเม่นทะเลพยักหน้าชื่นชม จากนั้นก็หันไปมองตารางสอนอีกครั้ง "คาบนี้คือวิชาคณิตศาสตร์... เช่นนั้น เธอ! เธอเป็นคนตอบ!"
เขาชี้มือไปที่ยัยแว่นซึ่งนั่งอยู่แถวหน้า
ยัยแว่นปล่อยโฮออกมาตรงนั้นทันที แต่เธอไม่กล้าแม้แต่จะลังเล ถูกสัญชาตญาณผลักดันให้ลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางแข็งทื่อ
"อืม... 2+2 เท่ากับเท่าไหร่!" หัวเม่นทะเลแกว่งแขนไปมา โพสท่าทางพิลึกพิลั่นพลางตะเบ็งเสียงถาม
"............4?" ยัยแว่นตอบกลับไปอย่างไม่อยากจะเชื่อ
"นักเรียนแสนดี! รับไป" หัวเม่นทะเลล้วงเอาก้อนพลังงานออกจากปากอีกครั้งแล้วโยนไปให้ จากนั้นก็เหลือบมองนาฬิกาข้อมือ
"เอ่อ... เรียนหนังสือ... น่าเบื่อ...
"ไม่เติมเต็มเลย... ไม่เติมเต็มเลยสักนิด...
"พวกเราเลิกเรียนกันเลยดีกว่า...
"อืม ไม่มีใครคัดค้าน
"งั้นต่อไปก็เป็นเวลาพักเบรก อีก 10 นาทีพวกเรามาเจอกันใหม่...
"กริ๊งกริ๊งกริ๊งกริ๊ง!!"
หลังจากส่งเสียงเลียนแบบออดเลิกเรียนเสร็จ เขาก็ก้าวเท้าเดินฉับๆ ออกจากห้องไปอีกครั้งด้วยท่าทีร่าเริง
ในจังหวะที่ประตูบานใหญ่ปิดลง ไม่มีใครปริปากพูดจา และไม่มีใครส่งเสียงร้องไห้
เสียงหอบหายใจ... มีเพียงเสียงหอบหายใจ เสียงหอบหายใจของผู้ที่เพิ่งรอดพ้นจากความตาย
ราวกับว่ามีเพียงวินาทีนี้เท่านั้น ที่พวกเขาถึงจะกล้าสูดลมหายใจเข้าปอดได้อย่างเต็มที่
หลังจากนั่งหอบหายใจอย่างเหม่อลอยอยู่สิบกว่าวินาที ในที่สุดก็มีคนกลั้นเอาไว้ไม่อยู่ ปล่อยโฮออกมาจนได้
"ฮือฮือฮือฮือ............ ฉันจะกลับบ้าน.................."
"พวกเรายังมีชีวิตอยู่... ยังมีชีวิตอยู่..."
"พวกล้มลงไปแบบนั้น เหมือนกับหานชุน พวกเขาจะยังกลับมาได้อีกไหม..."
"ตกลงว่ามันคือกฎอะไรกันแน่เนี่ย... พวกเขาทำอะไรผิดกัน... อ๊ากกก!!"
"แม่งเอ๊ยไอ้กฎ 'สามไม่หนึ่งรอ' บ้าบอนั่น... แล้วทีมช่วยเหลือล่ะ... นี่มันผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว... ทีมช่วยเหลือแม่งอยู่ไหนวะ!!!"
ท่ามกลางเสียงคร่ำครวญที่ดังระงมสลับกันไปมา ผู้คนจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ต่างก็หันไปมองทางหลี่ชิงหมิงโดยไม่ได้นัดหมาย
ผู้ชายคนนี้ เขาทำได้จริงๆ...
เขาใช้ความเยือกเย็นอันยากจะเข้าใจงมหากฎเกณฑ์จนเจอ... แถมยังช่วยชีวิตเจิ้งรุ่ยซิงเอาไว้ได้อีก
ทุกย่างก้าวของเขานับตั้งแต่ก้าวเข้ามาในแดนลับล้วนถูกต้องแม่นยำ ไร้ที่ติโดยสิ้นเชิง
พฤติกรรมแปลกประหลาดในวันวานเหล่านั้น พอมาอยู่ที่นี่กลับดูสมเหตุสมผลอย่างถึงที่สุด
บางที เขาอาจจะ...
เป็นพระผู้ช่วยให้รอดของพวกเราจริงๆ!
เจิ้งรุ่ยซิงเองที่เพิ่งรอดพ้นจากความตายก็ลุกขึ้นยืนแล้วหันไปเอ่ยว่า "ขอบใจมากนะชิงหมิง... ตอนนั้นฉันตกใจกลัวจนสติหลุดไปแล้ว... ความจริงฉันควรจะเป็นคนตะโกนคำว่า 'นักเรียนเคารพ' แท้ๆ..."
"หุบปาก อย่ามากวนฉัน" หลี่ชิงหมิงโบกมือปัด ก่อนจะหันไปสังเกตกลุ่มคนต่อไป
"..." เจิ้งรุ่ยซิงรีบยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อ หันไปมองรอบด้านแล้วเอ่ยว่า "มา พวกผู้ชายมาช่วยกัน ประคองคนที่ล้มอยู่บนพื้นขึ้นมา ให้พวกเขาฟุบหน้าลงบนโต๊ะเรียนไปก่อน..."
ไช่จื้อซินก็ลุกขึ้นยืนตาม "เร็วเข้า... พวกเรามาสรุปกันหน่อย ลองทบทวนดูว่า 11 คนนี้ทำอะไรลงไปถึงได้ไปละเมิดข้อห้ามเข้า!"
ทว่าเขาเพิ่งจะเอ่ยปากเรียกร้อง ก็เห็นนักเรียนหญิงคนหนึ่งกรีดร้องแล้วผุดลุกขึ้นยืน
"เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไรนะ? ไม่รักฉันงั้นเหรอ???"
ทุกคนหันมองตามเสียงไป
นั่นคือคู่รักคนดังประจำห้อง พวกเขาจับคู่เป็นเพื่อนร่วมโต๊ะกันอย่างเป็นธรรมชาติ และคนที่กรีดร้องลุกขึ้นยืนเมื่อครู่นี้ ก็คือฝ่ายหญิงนั่นเอง
ส่วนผู้เป็นฝ่ายชาย เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามนี้ แม้ว่าเขาจะเอามือปิดปากเอาไว้แน่น ทว่ากลับยังคงเอ่ยตอบออกไปอย่างไม่อาจควบคุมตัวเองได้
"ฉัน... รัก... โจวซิน... ห้องเจ็ด..."
ฝ่ายหญิงโกรธจัดจนเค้นถามต่อ "พวกเธอแอบคบกันแล้วงั้นเหรอ?!!"
"...ใช่"
เพียะ!!
ฝ่ายหญิงตบหน้าฝ่ายชายไปฉาดใหญ่ จากนั้นก็ใช้เท้าถีบโต๊ะเรียนของเขาจนล้มคว่ำเสียงดังโครม
ในขณะเดียวกันที่อีกด้านหนึ่ง นักเรียนหญิงอีกคนก็กรีดร้องขึ้นมาด้วยความตกใจ
"หูฟังอันนั้นเธอเป็นคนขโมยไปงั้นเหรอ??!!"
นักเรียนหญิงที่เป็นเพื่อนร่วมโต๊ะของเธอเองก็ใช้มือปิดปากแน่นเช่นกัน ทว่ากลับยังคงเอ่ยตอบออกไป "ฉันเอง..."
"ที่เธอมาทำตัวสนิทสนมกับฉัน... ก็เพื่อจะมาปอกลอกเงินฉันงั้นเหรอ?"
"ใช่..."
"กรี๊ดดดดด! ฉันไม่นั่งกับเธอแล้ว!"
"ที่เธอคบหาอยู่กับฉัน ก็แค่เอาฉันมาเป็นตัวเปรียบเทียบให้ตัวเองดูดีไม่ใช่หรือไง!"
"...ไม่ผิด"
เมื่อเห็นภาพเหตุการณ์ตรงหน้า ทุกคนถึงเพิ่งนึกย้อนไปถึงคำพูดแรกสุดของหัวเม่นทะเลขึ้นมาได้
【จงเลือกเพื่อนสนิทของตัวเอง มานั่งเป็นเพื่อนร่วมโต๊ะ
【รู้สิ่งใดต้องตอบสิ่งนั้น แบ่งปันสิ่งที่ได้รับมา】
สถานการณ์ในตอนนี้ก็เป็นไปตามที่เขาพูดทุกประการ...
คุณจะไม่สามารถปฏิเสธคำถามของเพื่อนร่วมโต๊ะได้ และจะต้องหลุดปากตอบความจริงออกไปอย่างแน่นอน
ในเวลานี้ ระหว่างเพื่อนสนิทร่วมโต๊ะทุกคน ต่างพากันสบตากันด้วยความหวาดระแวง ทั้งยังแอบมีความรู้สึกหวั่นไหวอยากจะลองดีกันอยู่ลึกๆ
มีเพียงหัวเม่นทะเลนั่นเท่านั้น ที่ลอยตัวอยู่นอกหน้าต่างหลังห้องราวกับวิญญาณร้าย
"เวลาพักเบรก... ช่างเป็นเวลาพักเบรกที่ยอดเยี่ยมจริงๆ!"
"เติมเต็ม... เติมเต็มสุดๆ ไปเลย!"