หลี่ผิงอันและพวกทั้งสี่แสร้งทำเป็นตกใจเบิกตากว้าง พร้อมกับหันขวับไปมองเป็นตาเดียว
ศิษย์หนุ่มแห่งสำนักชมสมุทรผู้หนึ่งซึ่งมีเลือดอาบย้อมหัวไหล่กำลังพุ่งหนีตายมาอย่างรวดเร็ว เบื้องหลังของเขาคือฝูงปีศาจกุ้งและปีศาจปลาที่มืดฟ้ามัวดิน ซ้ำยังมีปูยักษ์ขนาดความกว้างหนึ่งจั้งอีกหลายตัว
แน่นอนว่าต้องเป็นปู้หลินไห่
หลี่ผิงอันตะโกนเสียงหลง "แย่แล้ว! รีบหนีเร็ว!"
อวี่อิ้งซูเล่นตามบทที่หลี่ผิงอันเพิ่งเขียนให้ เขากู่ร้องสุดเสียง "ศิษย์พี่ผิงอัน! อยู่ในทะเลพวกเราหนีปีศาจพวกนี้ไม่พ้นหรอก พวกเราสี่คนสู้ไหว!"
มู่หนิงหนิงถือกระบี่พุ่งทะยานไปเบื้องหน้า เหนือศีรษะมีเจดีย์วิเศษปรากฏขึ้น ส่วนใต้ฝ่าเท้าก็มีฐานดอกบัวขนาดกะทัดรัดรองรับ ของวิเศษเซียนทั้งสองชิ้นสาดส่องแสงเซียนเป็นประกายระยิบระยับในมวลน้ำทะเล ส่องสว่างไปทั่วทุกมุมมืด
หลี่ผิงอันร้องลั่น "ศิษย์น้อง! อย่าฝืนสู้สิ!"
กู้ชิงเฉิงตะโกนบอก "ศิษย์พี่ผิงอัน! ตอนนี้ช่วยคนสำคัญกว่า! นี่คือศิษย์สำนักชมสมุทรนะ!"
ระหว่างที่พูด กู้ชิงเฉิงก็แบกกล่องกระบี่พุ่งทะยานออกไปแล้ว แสงเซียนสามสายพุ่งโบยบินออกจากกล่องกระบี่ ถักทอประสานกันเป็นตาข่ายขนาดใหญ่อย่างรวดเร็ว รัดพันเข้าใส่แนวหน้าของฝูงปีศาจ
ในเสี้ยววินาทีนี้ ปู้หลินไห่ถึงกับรู้สึกซาบซึ้งใจขึ้นมานิดๆ
น่าเสียดายที่ความซาบซึ้งนั้นมลายหายไปอย่างรวดเร็ว
ความรู้สึกเย็นวาบยามสายลมพัดผ่านบั้นท้าย ทำให้เต๋าในใจของปู้หลินไห่สั่นสะท้านไม่หยุดหย่อน จิตวิญญาณแทบจะบิดเบี้ยว
ช่างเป็นความอัปยศอดสูอย่างหาที่เปรียบไม่ได้! วันนี้แค่ทำให้พวกเจ้าบาดเจ็บจนต้องออกจากการทดสอบ นับว่าปรานีพวกเจ้ามากแล้ว! ปู้หลินไห่ไม่ได้สังเกตเลยว่า ตอนนี้เขากำลังสูญเสียสติสัมปชัญญะไปทีละน้อย
ก่อนหน้านี้เขาเพียงแค่ขุ่นเคืองกู้ชิงเฉิง ทว่าตอนนี้ กลับเริ่มก่อเกิดเป็นความเคียดแค้นอย่างรุนแรง
ปู้หลินไห่ตะโกนลั่น "สหายเต๋าทุกท่าน! อย่าปะทะกับพวกมันตรงๆ!"
ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ!
มู่หนิงหนิงและอวี่อิ้งซูพุ่งผ่านร่างเขาไปทางซ้ายและขวา กู้ชิงเฉิงใช้วิชาควบคุมกระบี่ กระบี่เซียนทั้งสามเล่มพุ่งทะลวงในน้ำทะเลโดยไร้ซึ่งอุปสรรคใดๆ ขวางกั้น ส่งเสียงคำรามกึกก้องประดุจมังกรวารีผงาดจากท้องทะเล เพียงชั่วพริบตาก็บดขยี้ปีศาจกุ้งไปกว่าสิบตัว!
ปู้หลินไห่หันไปมองหลี่ผิงอันที่ดูเหมือนจะไม่มีความเคลื่อนไหวใด ทว่ากลับเห็นหลี่ผิงอันง้างธนูยาวในมือตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่ทราบ สายธนูสั่นสะเทือนไม่หยุดหย่อน ลำแสงเซียนพุ่งทะลวงเข้าใส่ฝูงปีศาจเป็นระลอก
ราชาภูผาคลั่งที่กำลังลอบสังเกตการณ์อยู่ตาเป็นประกายวาววับ "(ของวิเศษเซียนระดับนี้เอามาให้ศิษย์ตัวน้อยขั้นเลี่ยนซวีใช้ ช่างสิ้นเปลืองเหลือเกิน! ผู้บำเพ็ญเพียรเผ่ามนุษย์หลอมสร้างของวิเศษเป็น ของดีๆ จึงมีเยอะ... น่าเสียดายที่เอากลับทวีปซีโจวไม่ได้)"
ปีศาจวัวตนนี้ปรายตามองหลี่ผิงอันอีกแวบหนึ่ง เมื่อพบว่าศิษย์ผู้นี้ดูธรรมดาสามัญและไม่มีพิษสงอะไร ก็ไม่ได้ใส่ใจอีก
ก็แค่มดปลวกธรรมดาตัวหนึ่งเท่านั้น
ส่วนปู้หลินไห่นั้นจงใจออกแรงแต่ไม่ยอมลงมือจริงจัง
มู่หนิงหนิงและอวี่อิ้งซูฮึกเหิมเพียงชั่วครู่ก็เริ่มอ่อนแรงลง ไม่นานก็ถูกฝูงปีศาจที่ถาโถมเข้ามาตีร่นจนต้องถอยร่นไปเรื่อยๆ
ปู้หลินไห่เห็นดังนั้นก็หรี่ตาลงเล็กน้อย ในใจรู้สึกลำพองยิ่งนัก หลังจากนี้ขอเพียงพวกเขาทั้งสี่มีพลังเวทไม่เพียงพอ เขาก็จะฉวยโอกาสนี้ทำให้ผู้บำเพ็ญกระบี่ผู้นี้ได้ลิ้มรสความเจ็บปวดเสียบ้าง หากผู้บำเพ็ญกระบี่ผู้นี้ต้องมาตายในดงปีศาจล่ะก็ เช่นนั้นก็...
จู่ๆ กู้ชิงเฉิงก็ตะโกนขึ้น "ศิษย์น้องมู่ ศิษย์น้องอวี่ หลบไป! ข้าจะใช้ยารักษาชีวิตระดับเทพที่เหลือเพียงสามเม็ดของข้าแล้ว!"
ยาลูกกลอนสีดำสามเม็ดลอยละลิ่วออกจากฝ่ามือของกู้ชิงเฉิง
รูม่านตาของปู้หลินไห่หดเกร็ง สัญชาตญาณสั่งให้เขาเตรียมหลบหลีก เต๋าในใจสั่นสะท้านเล็กน้อย
และในตอนนั้นเอง ราชาภูผาคลั่งก็สบโอกาส อาศัยจังหวะที่ปู้หลินไห่ตื่นตระหนกตกใจ ส่งเศษเสี้ยววิญญาณปีศาจเข้าครอบงำจิตวิญญาณของปู้หลินไห่อย่างสมบูรณ์!
ประกายแสงสีแดงจางๆ วาบผ่านแววตาของปู้หลินไห่ เขารู้สึกเพียงว่าสติสัมปชัญญะเริ่มเลือนราง มองเห็นแต่สีแดงฉานไปทั่วทุกหนแห่ง
คนผู้นี้ กลายเป็นหุ่นเชิดไปเสียแล้ว! "(ผู้บำเพ็ญเพียรเผ่ามนุษย์นี่นับวันยิ่งถดถอยลงจริงๆ)"
แม้แต่ราชาภูผาคลั่งเองก็ยังคาดไม่ถึง ว่าคราวนี้เขาจะสามารถควบคุมจิตใจของผู้บำเพ็ญเพียรเผ่ามนุษย์ได้อย่างง่ายดายถึงเพียงนี้
ทันใดนั้น!
ปัง ปัง ปัง! เมฆขาวจากอาคมสามก้อนขยายตัวออกกลางทะเล ก่อให้เกิดฟองอากาศจำนวนมหาศาลในมวลน้ำ
ฝูงปีศาจกลุ่มใหญ่ถูกครอบคลุมอยู่ภายในนั้นโดยตรง เพียงชั่วไม่กี่อึดใจ ปีศาจกุ้งแต่ละตัวก็คอพับคออ่อนหมดเรี่ยวแรง ปีศาจปลาแต่ละฝูงก็หงายท้องลอยเท้งเต้ง ปูยักษ์หลายตัวนั่นก็เดินโซเซไปมา ราวกับคนเมาเหล้าก็ไม่ปาน
ราชาภูผาคลั่งมองดูแล้วถึงกับขมวดคิ้วมุ่น
"(มารดามันเถอะ!)"
"(เดี๋ยวนี้ผู้บำเพ็ญเพียรเผ่ามนุษย์ ต่อสู้ด้วยอาคมกันอำมหิตถึงเพียงนี้แล้วหรือ? เล่นวางยากันดื้อๆ เลยเนี่ยนะ?)"
ในขณะนั้นเอง หลี่ผิงอันก็กระโดดข้ามศีรษะของปู้หลินไห่ไปแต่ไกล มือถือทวนยาว พุ่งเข้าโจมตีพร้อมกับศิษย์น้องของตน
พวกปีศาจที่ถูกยาสลบจนหมดสติเหล่านั้น แทบไม่มีเรี่ยวแรงขัดขืนใดๆ ถูกศิษย์สำนักหมื่นเมฆาทั้งสี่คนสังหารร่วงหล่นราวกับหั่นผักปลา
ราชาภูผาคลั่งคำนวณจังหวะลงมือ
เขาควบคุมจิตใจของผู้บำเพ็ญเพียรน้อยผู้นี้ได้แค่ชั่วครู่เท่านั้น ก่อนที่พลังวิญญาณปีศาจจะหมดลง เขาต้องฆ่าคนสักสองสามคนให้สะใจเสียก่อน ทางที่ดีที่สุดคือฆ่าศิษย์ทั้งสี่คนนี้ทิ้งให้หมดที่นี่เลย!
ทว่าเมื่อราชาภูผาคลั่งลองคำนวณดูคร่าวๆ ไม่นานก็ต้องขมวดคิ้วอีกครั้ง
เขาถึงกับ... เป็นวัวเก่งกาจเพียงใดก็ทำอาหารไม่ได้หากไร้ข้าวสาร
ทะเลตะวันออกห่างจากทวีปซีโจวไม่รู้กี่หมื่นลี้ ตอนนี้หากเขาจะลงมือ ย่อมต้องพึ่งพาพลังเวทของหุ่นเชิดปู้หลินไห่ตัวนี้เพียงอย่างเดียว ทว่าหุ่นเชิดตัวนี้เป็นเพียงผู้บำเพ็ญเพียรขั้นเหอเจินเท่านั้น ซ้ำวิชาเซียนหลายอย่างของสำนักชมสมุทร ราชาภูผาคลั่งก็ไม่เคยศึกษาทำความเข้าใจมาก่อน จึงไม่อาจใช้ออกได้ดั่งใจนึก
ด้วยเหตุนี้ พลังต่อสู้ที่แท้จริงของหุ่นเชิดตัวนี้จึงต้องลดทอนลงไปอย่างมาก
ในบรรดาผู้บำเพ็ญเพียรน้อยทั้งสี่คนที่อยู่เบื้องหน้า ผู้ที่มีตบะต่ำต้อยที่สุดก็คือผู้บำเพ็ญเพียรหญิงผู้นั้น
งั้นฆ่านางก่อนดีไหม?
ไม่ได้ เจดีย์วิเศษบนศีรษะและฐานดอกบัวใต้ฝ่าเท้าของนางล้วนเป็นของวิเศษเซียนชั้นยอด อาศัยพลังเวทของหุ่นเชิดตัวนี้โจมตีสุดกำลัง ก็ทำได้แค่ซัดเจดีย์วิเศษของนางให้กระเด็นไปเท่านั้น จากนั้นพวกเซียนก็จะพุ่งทะยานลงมาทันที
หันไปมองผู้บำเพ็ญกระบี่ผู้นั้น ตบะต่ำกว่าหุ่นเชิดเพียงไม่กี่ขั้นย่อย วิชากระบี่ก็ร้ายกาจนัก ในกล่องกระบี่ยังมีกระบี่เซียนทรงพลังอยู่อีกสองเล่ม ลงมือได้ยาก
ส่วนผู้บำเพ็ญกายที่เหลือ... ผู้บำเพ็ญกายนั้นทนทานต่อการทุบตีอยู่แล้ว จัดว่าเป็นกระดูกชิ้นโต จัดการได้ยาก
ใช่แล้ว ผู้บำเพ็ญเพียรน้อยขั้นเลี่ยนซวีผู้นี้นับเป็นตัวเลือกที่ไม่เลว ตบะก็ไม่สูง ดูแล้วไม่มีพิษสงอะไร
งั้นก็เชือดเจ้านี่ก่อนแล้วกัน! ราชาภูผาคลั่งควบคุมกายมรรคของปู้หลินไห่ พุ่งเข้าประชิดแผ่นหลังของหลี่ผิงอันอย่างรวดเร็ว ปากก็ตะโกนร้องว่า
"ขอบคุณสหายเต๋าที่ช่วยเหลือ! ข้าจะมาช่วยสังหารศัตรูด้วย!"
เขาเพิ่งจะพุ่งตัวในน้ำไปได้เพียงไม่กี่จั้ง จู่ๆ หลี่ผิงอันก็หันขวับกลับมามอง มุมปากประดับรอยยิ้มเป็นมิตร เอ่ยเสียงเนิบนาบ "สหายเต๋าอย่าเข้ามาใกล้เลย"
ราชาภูผาคลั่งเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
สายตาที่คนผู้นี้มองมาที่หุ่นเชิดเมื่อครู่ มีจังหวะหนึ่งที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวง
ราชาภูผาคลั่งตระหนักถึงความผิดปกติในทันที น้ำทะเลเบื้องหน้ามียาสลบเจือปนอยู่ เขาไม่สามารถเข้าใกล้ได้ง่ายๆ มิเช่นนั้นกายมรรคของหุ่นเชิดตัวนี้จะหมดสติไปในทันที
การที่คนทั้งสี่สามารถเดินเหินในบริเวณนี้ได้อย่างอิสระ เห็นได้ชัดว่าพวกเขากินยาถอนพิษเตรียมไว้ล่วงหน้าแล้ว
ราชาภูผาคลั่งลอบนึกเสียดายในใจ ทำได้เพียงยืนดูอยู่ห่างๆ แล้วหันไปสังหารพวกปีศาจระดับต่ำที่หนีเตลิดอยู่วงนอกแทน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ตัวเองเผยพิรุธ
ครู่ต่อมา กลุ่มสี่คนของหลี่ผิงอันก็จัดการกวาดล้างฝูงปีศาจที่ไร้ทางสู้จนหมดเกลี้ยง
เหล่าเซียนบนผิวน้ำต่างส่งข้อความแจ้งข่าวออกไปไม่ขาดสาย เซียนผู้รับหน้าที่บันทึกจำนวนปีศาจที่กลุ่มของหลี่ผิงอันสังหารได้ ถึงกับใช้นิ้วกดป้ายหยกจนแทบจะเป็นตะคริว
เพียงแค่อาศัยฝูงปีศาจระลอกนี้ อันดับการสังหารปีศาจของกลุ่มหลี่ผิงอัน ก็พุ่งพรวดขึ้นไปติดสิบอันดับแรกของการจัดอันดับรวมทันที!...
"ขอบคุณทุกท่านมาก!"
ราชาภูผาคลั่งควบคุมปู้หลินไห่ให้เดินเข้าไปหาอย่างกระตือรือร้น พร้อมประสานมือกล่าวขอบคุณ
"เมื่อครู่ข้าพลัดหลงกับศิษย์ร่วมสำนัก ไม่นึกเลยว่าจะถูกฝูงปีศาจกลุ่มใหญ่หมายหัว หากไม่ได้สหายเต๋าทั้งสี่ลงมือช่วยไว้ทันเวลา ข้าคงต้องร้องขอให้เหล่าเซียนลงมาช่วยแล้ว"
หลี่ผิงอันและพวกทั้งสี่หยุดยืนอยู่ห่างออกไปร้อยจั้ง เอ่ยถามด้วยความห่วงใยเสียงดังฟังชัด "สหายเต๋า บาดแผลที่หัวไหล่ของท่านเป็นอย่างไรบ้าง?"
"ไม่เป็นไร!"
ราชาภูผาคลั่งพยายามจะก้าวไปข้างหน้า แต่กลับพบว่ารอบกายของผู้บำเพ็ญกระบี่ผู้นั้นมีกระบี่เซียนลอยวนเวียนอยู่สามเล่ม คนทั้งสี่ไม่ได้ผ่อนความระมัดระวังลงเลยแม้แต่น้อย
เขารู้ดีว่าการลอบโจมตีคงไม่สำเร็จเป็นแน่ ตอนนี้สู้ถอยไปตั้งหลักก่อน แล้วค่อยหาวิธีอื่นน่าจะดีกว่า
ไปหาทางลอบโจมตีผู้บำเพ็ญเพียรเผ่ามนุษย์คนอื่นก็เหมือนกันนั่นแหละ อย่างไรเสียเป้าหมายของเขาก็เพียงแค่ต้องการสร้างความรำคาญใจให้กับสำนักเซียนของเผ่ามนุษย์เท่านั้น
"น่าละอายนัก น่าละอายจริงๆ ทำให้ทุกท่านต้องมาเห็นเรื่องน่าขบขันเสียแล้ว ข้าขอตัวไปกำจัดปีศาจต่อก่อนนะ"
ราชาภูผาคลั่งควบคุมหุ่นเชิดที่ได้มาฟรีๆ ตัวนี้เดินจากไป ก็พลันได้ยินเสียงสนทนาของคนทั้งสี่ดังแว่วมาจากเบื้องหลัง
ผู้บำเพ็ญเพียรหญิงที่มีตบะต่ำที่สุดเอ่ยขึ้น "ศิษย์พี่กู้ คราวนี้ท่านสูญเสียหนักเลยนะ แค่ยาเม็ดระเบิดเมฆาสูตรลับสำหรับรักษาชีวิตสามเม็ดนั่น กลับไปคงโดนผู้อาวุโสในสำนักด่าเปิงแน่ๆ"
ผู้บำเพ็ญกระบี่ตัวร้ายกาจกล่าวว่า "เฮ้อ ใช้ไปแล้วก็ใช้ไปเถอะ การสังหารปีศาจเป็นหน้าที่ที่ผู้บำเพ็ญเพียรเผ่ามนุษย์อย่างพวกเราต้องรับผิดชอบโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้นี่นา"
ผู้บำเพ็ญกายที่มีรูปร่างกำยำก็พูดเสริมว่า "ยาเม็ดระเบิดเมฆาสูตรลับเม็ดหนึ่งมีมูลค่าเทียบเท่ายาเซียนถึงสิบเม็ดเชียวนะ เอามาใช้สิ้นเปลืองแบบนี้ แถมพวกปีศาจพวกนี้ก็ไม่มีของมีค่าอะไรติดตัวเลย"
ศิษย์ธรรมดาที่มีความระแวดระวังตัวสูงผู้นั้นเอ่ยขึ้น "เอาน่า จะพูดแบบนั้นก็ไม่ถูก ถือเสียว่าพวกเราได้ช่วยเหลือศิษย์พี่จากสำนักชมสมุทรผู้นั้นก็แล้วกัน หลังจากนี้พวกเราก็ระวังตัวกันหน่อยก็พอ พลังเวทของทุกคนก็ผลาญไปเกือบหมดแล้ว หาที่นั่งสมาธิพักผ่อนกันเถอะ"
"ดีเลย"
"ตกลง!"
"จัดไป!"
ยาเม็ดระเบิดเมฆาสูตรลับอันล้ำค่า...
พลังเวทผลาญไปเกือบหมดแล้ว...
ปู้หลินไห่หรี่ตาทั้งสองข้างลงเล็กน้อย จู่ๆ ก็หันหลังกลับพุ่งทะยานเข้าไปในส่วนลึกของโบราณสถาน
งั้นก็ส่งฝูงปีศาจมาโจมตีอีกสักรอบแล้วกัน! ฮ่าๆๆๆ! ดูสิว่าพวกเจ้าสี่คนจะรับมืออย่างไร!
ขอเพียงพวกเจ้าต้านทานไม่ไหวจนเกิดความโกลาหล ก่อนที่พวกเซียนเบื้องบนจะลงมา เปิ่นจั้วย่อมสามารถฉวยโอกาสฆ่าพวกเจ้าทิ้งสักคนสองคนได้!
ราชาภูผาคลั่งหัวเราะอย่างเหี้ยมเกรียม
...
ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยาม
"สหายเต๋าหนีเร็วเข้า! มีปีศาจมาอีกเพียบเลย!"
ปู้หลินไห่แผดเสียงคำรามลั่น ลากฝูงปีศาจพุ่งเข้าใส่พวกหลี่ผิงอัน
หลี่ผิงอันทั้งสี่คนที่กำลังนั่งปรับลมปราณอยู่บนแนวปะการังใต้ทะเลหน้าถอดสี พวกเขาหันหลังกลับวิ่งหนีทันที แต่เมื่อหนีไปได้สักพักก็พบว่าความเร็วในการหลบหนีในทะเลของตนนั้นเชื่องช้าเกินไป จึงทำได้เพียงหันกลับมาเผชิญหน้ากับศัตรู
เหล่าเซียนเบื้องบนต่างพากันลุ้นระทึก รอเพียงคนทั้งสี่เอ่ยปากร้องขอความช่วยเหลือ ก็พร้อมจะดำดิ่งลงไปช่วยทุกเมื่อ
ทว่าเหล่าเซียนก็ตระหนักได้ในเวลาอันรวดเร็วว่า พวกเขาไม่จำเป็นต้องลงไปเลย ศิษย์สำนักหมื่นเมฆาทั้งสี่คนนี้ประสานงานรุกรับกันได้อย่างเชี่ยวชาญยิ่งนัก ดูเผินๆ เหมือนจะลุกลาน ทว่าแท้จริงแล้วกลับเตรียมพร้อมรับมือไว้เป็นอย่างดี
มู่หนิงหนิงมีตบะต่ำที่สุด แต่มีเจดีย์วิเศษและฐานดอกบัวซึ่งเป็นของวิเศษเซียนสองชิ้นคอยคุ้มครอง นางถือกระบี่ยืนขวางอยู่เบื้องหน้า พวกปีศาจเหล่านั้นไม่อาจสั่นคลอนนางได้แม้แต่น้อย
หลี่ผิงอันกับกู้ชิงเฉิง คนหนึ่งใช้อาคมยันต์ อีกคนหนึ่งกระตุ้นค่ายกลกระบี่ กวาดล้างพวกปีศาจระดับต่ำที่อยู่รอบนอกอย่างรวดเร็ว
อวี่อิ้งซูชูสากปราบมาร บุกทะลวงเข้าไปในดงปีศาจ แผดเสียงคำรามลั่นอยู่หลายครา ขณะที่ดูเหมือนกำลังจะถูกฝูงปีศาจทำร้าย เขาก็พ่นยาลูกกลอนสีดำสองเม็ดออกจากปากอย่างแรง
ปัง! ปัง! เมฆขาวสองก้อนกลายสภาพเป็นกลุ่มก๊าซพองตัวออกในพริบตา!
เพียงแค่ชั่วเวลาสองอึดใจ ฝูงปีศาจระดับต่ำที่แทบจะไม่มีสติปัญญาเหล่านี้ ก็สูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหวไปจนหมดสิ้น
อวี่อิ้งซูแหงนหน้าถอนหายใจยาว น้ำเสียงเจือความขุ่นเคือง ใบหน้าเผยแววโศกสลด "ท่านอาจารย์! ศิษย์ขออภัยด้วยขอรับ! ยารักษาชีวิตระดับเทพสองเม็ดสุดท้าย ตอนนี้จำเป็นต้องใช้เสียแล้ว!"
ปู้หลินไห่ที่กำลังจะฉวยโอกาสเข้าใกล้หลี่ผิงอันในช่วงชุลมุน เบิกตากว้างมองน้ำทะเลที่ราวกับกำลังเดือดพล่าน ทำได้เพียงหยุดนิ่งอยู่ห่างๆ อีกครั้ง
ภายในปากปล่องภูเขาไฟแห่งนั้นในดินแดนตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปซีโจว
ร่างจริงของราชาภูผาคลั่งกำลังชักกระตุกไปทั้งตัว เห็นได้ชัดว่ากำลังโกรธจัด
ในน่านน้ำบริเวณขอบโบราณสถานแห่งนั้นในทะเลตะวันออก
หุ่นเชิดที่ราชาภูผาคลั่งควบคุมอยู่ ถูกน้ำทะเลที่อาบย้อมไปด้วยยาสลบขวางทางไว้อีกครั้ง ทำได้เพียงเบิกตากว้างมองศิษย์ทั้งสี่คนพุ่งทะยานเข้าไปในฝูงปีศาจหั่นผักปลาอย่างเมามัน
บาดแผลสองแห่งบนไหล่ซ้ายและขวา ทำให้กายมรรคของหุ่นเชิดตัวนี้ดูน่าเวทนายิ่งนัก
"บัดซบ! ยารักษาชีวิตระดับเทพแบบนี้ ผู้บำเพ็ญเพียรน้อยเผ่ามนุษย์ทุกคนมีติดตัวไว้จริงๆ งั้นรึ?"
แววตาของราชาภูผาคลั่งเต็มไปด้วยความซับซ้อนอย่างหาที่สุดไม่ได้ ตอนนี้เขาทำได้เพียงแสร้งทำเป็นบาดเจ็บ เอ่ยขอบคุณหลี่ผิงอันและพวกทั้งสี่จากที่ไกลๆ แล้วเริ่มนั่งขัดสมาธิเดินลมปราณ
ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง
อันดับกลุ่มของหลี่ผิงอัน พุ่งพรวดขึ้นสู่อันดับที่สาม!
จำนวนปีศาจที่สังหารได้ทิ้งห่างกลุ่มอันดับสี่ไปไกลลิบ!
เซียนแห่งสำนักชมสมุทรหน้าเขียวปัด เซียนแห่งสำนักหมื่นเมฆาแทบจะหลุดขำออกมา
กระแสเสียงสายหนึ่งแทรกซึมเข้าสู่โสตประสาทของปู้หลินไห่
เป็นเสียงตวาดของเซียนสำนักชมสมุทร สั่งให้เขารีบไสหัวไป อย่าได้อยู่ทำขายหน้าตรงนี้อีก
ร่างจริงของราชาภูผาคลั่งสบถด่าทอไม่หยุด ลอบถลึงตาใส่เซียนที่ส่งเสียงมาอย่างเคียดแค้น จากนั้นก็ควบคุมหุ่นเชิด เอ่ยขอบคุณหลี่ผิงอันและพวกทั้งสี่อีกครั้ง แล้วก้มหน้าเดินจากไป
ปีศาจวัวตนนี้ขบคิดอย่างละเอียด จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนกับว่า... เขาถูกคนหนุ่มสาวเผ่ามนุษย์ทั้งสี่คนนี้ปั่นหัวเล่นเข้าให้แล้ว
ไม่สิ ถูกพวกมันปั่นหัวเล่นจริงๆ นั่นแหละ!
พวกมันมองทะลุปรุโปร่งถึงตัวตนของเปิ่นจั้วงั้นรึ? ไม่ ไม่ใช่ พวกมันไม่มีความสามารถในการตรวจสอบหอวิญญาณของผู้บำเพ็ญเพียรคนอื่นโดยตรง ซ้ำที่นี่ยังไม่มีห้วงสวรรค์ขั้นเทียนเซียนที่เก่งกาจอะไร มีเพียงเทียนเซียนที่มาให้ครบจำนวนสองคนซึ่งไม่มีแม้แต่เสียงสะท้อนแห่งมหาเต๋าด้วยซ้ำ
แล้วมันจะเป็นไปได้อย่างไร... ฮึ่ม!
"(เปิ่นจั้วไม่เชื่อหรอก!)"
"(ป้องกันได้ถึงสองครั้ง นี่ก็แค่ผู้บำเพ็ญเพียรน้อยเผ่ามนุษย์สี่คนเท่านั้น ถึงกับป้องกันได้ถึงสองครั้งเชียวรึ!)"
ยิ่งถอยสักก้าวก็ยิ่งคิดยิ่งแค้น ยิ่งอดทนสักพักควันก็ยิ่งออกเจ็ดทวาร
ปู้หลินไห่หันหลังกลับกะทันหัน พุ่งทะยานเข้าไปในส่วนลึกของโบราณสถานเป็นครั้งที่สาม
ราชาภูผาคลั่งกำลังคิดอย่างเคียดแค้น
"(พลังเวทของพวกมันสี่คนต้องเหลือไม่มากแน่! ยารักษาชีวิตร้ายกาจปานนี้ เป็นไปไม่ได้ที่ศิษย์เผ่ามนุษย์ทุกคนจะมีติดตัว! เปิ่นจั้วไม่เชื่อหรอก ว่าเผ่ามนุษย์จะมั่งคั่งร่ำรวยถึงเพียงนี้!)"
เซียนสำนักชมสมุทรบนหมู่เมฆเบิกตากว้าง ส่งเสียงเรียกปู้หลินไห่ แต่ปู้หลินไห่กลับไม่รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อย
เซียนสำนักชมสมุทรโกรธจัดจนแทบจะกระโจนลงน้ำไปจับตัวปู้หลินไห่ แต่ก็ถูกสายตาของเซียนสำนักหมื่นเมฆาที่อยู่ข้างๆ ห้ามเอาไว้
เซียนสำนักชมสมุทรยิ้มเจื่อน ทำได้เพียงจ้องมองแผ่นหลังของปู้หลินไห่จากกลางอากาศ
ศิษย์ผู้นี้เสียสติไปแล้วหรืออย่างไร?
สองครั้ง! สองครั้งแล้วนะ! ส่งฝูงปีศาจไปให้ฝ่ายตรงข้ามฟรีๆ ถึงสองระลอกแล้ว!
แถมรอบๆ ยังไม่มีกลุ่มศิษย์กลุ่มอื่นมาแย่งชิงอีกต่างหาก
ขืนเป็นแบบนี้อีกสักรอบ กลุ่มสี่คนของสำนักหมื่นเมฆากลุ่มนี้ คงได้เป็นอันดับหนึ่งจริงๆ แน่! เซียนสำนักชมสมุทรครุ่นคิดไม่ตก ว่าจะสามารถใช้กฎของการชุมนุมฝึกฝนศิษย์หกสำนักในครั้งนี้ มาหยุดยั้งพฤติกรรมสมรู้ร่วมคิดกับศัตรูของปู้หลินไห่ได้หรือไม่
ทว่ากฎเกณฑ์ล้วนเป็นพวกเขาที่ตั้งขึ้น หากพวกเขาเป็นฝ่ายแหกกฎเสียเอง การชุมนุมฝึกฝนในครั้งนี้จะไม่กลายเป็นเรื่องตลกหรอกหรือ? ข้างนอกมีผู้บำเพ็ญเพียรอิสระตั้งมากมายคอยจับตาดูอยู่นะ!
หากทำให้สำนักต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง ห้วงสวรรค์ขั้นหยวนเซียนอย่างเขาก็ต้องถูกลงโทษอย่างหนักเช่นกัน
ช่างเถอะ ช่างเถอะ! ปล่อยปู้หลินไห่ผู้นี้ไปตามยถากรรมก็แล้วกัน!
ไว้ค่อยกลับไปจัดการไอ้สารเลวนี่ทีหลัง!
เซียนสำนักชมสมุทรสะบัดแขนเสื้อ ติดตามปู้หลินไห่จากกลางอากาศต่อไปด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความขุ่นเคือง
...
ในทะเล
หลี่ผิงอันคำนวณจำนวนปีศาจที่พวกเขาสังหารได้ จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนอยู่ในความฝัน
น่าจะติดหกอันดับแรกได้อย่างมั่นคงแล้ว
ทั้งที่แผนการแต่แรกเริ่มของเขา... แค่กะจะอู้งานให้ผ่านๆ ไปเท่านั้นเอง
ปู้หลินไห่ผู้นั้นพยายามครั้งแรกไม่สำเร็จ ถึงกับยังงัดมุกเดิมมาใช้อีก เรื่องนี้เหนือความคาดหมายของหลี่ผิงอันจริงๆ
มู่หนิงหนิงกลั้นยิ้ม ส่งเสียงถาม "ศิษย์พี่ ศิษย์สำนักชมสมุทรผู้นั้นจะมาอีกไหมเจ้าคะ?"
อวี่อิ้งซูกับกู้ชิงเฉิงก็มีความสงสัยเช่นเดียวกัน แถมยังมีความคาดหวังเล็กๆ ซ่อนอยู่อีกด้วย
ความรู้สึกที่มีฝูงปีศาจกลุ่มใหญ่แห่กันมาประเคนให้ถึงที่รอให้ฟันฉับๆ นี่มัน... ช่างยอดเยี่ยมเสียจริงๆ!
ความสะใจราวกับกำลังเกี่ยวหญ้า
หลี่ผิงอันส่งเสียงตอบกลั้วหัวเราะ "เขาคงไม่โง่ถึงขั้นนั้นหรอก นี่ก็สองครั้งแล้ว พวกเราใช้ยาเม็ดระเบิดเมฆาสูตรลับไปสองครั้ง มีกันทั้งหมดสี่คน เขาก็น่าจะรู้ว่าพวกเรามียารักษาชีวิตระดับเทพสี่ชุด นั่งสมาธิกันก่อนเถอะ ฟื้นฟูพลังเวทแล้วค่อยว่ากัน"
ทั้งสามคนต่างเห็นพ้องต้องกัน
พลังเวทของพวกเขาสูญเสียไปมากจริงๆ จำเป็นต้องฟื้นฟูสักหน่อย
ทว่า ครู่ต่อมา ปู้หลินไห่พร้อมกับบาดแผลแห่งใหม่สองแห่งที่แผ่นหลังและหน้าท้อง ก็ปรากฏตัวขึ้นที่ขอบเขตสัญญาณเตือนภัยทางสัมผัสวิญญาณชั้นที่สามของหลี่ผิงอันอีกครั้ง เบื้องหลังของเขายังคงเป็นฝูงปีศาจที่มืดฟ้ามัวดิน
หลี่ผิงอัน: ...หา?
อวี่อิ้งซูพึมพำ "สหายคนนี้เป็นสายลับที่สำนักหมื่นเมฆาของเราส่งไปแฝงตัวในสำนักชมสมุทรหรือเปล่าเนี่ย?"
"สายลับที่ไหนจะโง่เง่าปานนี้?"
กู้ชิงเฉิงกอดอก แสยะยิ้มเย็นชา
"เขาก็แค่หาเรื่องพวกเรานั่นแหละ!
"ข้าว่า ไม่ต้องเกรงใจเขาแล้ว เข้าไปสั่งสอนเขาสักตั้งเลยดีกว่า!"
มู่หนิงหนิงคันไม้คันมืออยากลอง "ศิษย์พี่ คราวนี้ถึงคิวข้าเป็นนักแสดงนำในเรื่อง 'ยารักษาชีวิตสองเม็ดสุดท้ายของข้า' แล้วนะ!"
หลี่ผิงอันปรายตามองกระสอบยาเม็ดระเบิดเมฆาสูตรลับสองกระสอบในของวิเศษเก็บของของตน ความกังขาเอ่อล้นขึ้นมาในใจ
สำนักชมสมุทรมีแผนการลับอะไรซ่อนอยู่หรือเปล่า?
หรือว่า อีกฝ่ายอยากให้พวกเขาได้อันดับหนึ่งจริงๆ เพื่อให้พวกเขาหยิ่งผยอง เพื่อให้เต๋าในใจของพวกเขาเสียสมดุล? นี่มันออกจะ...
ยากจะบรรยาย
แม้หลี่ผิงอันจะไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่ประมาท เขาส่งเสียงบอก
"ศิษย์น้อง เจ้าอย่าเอาตัวเข้าไปเสี่ยงเลย เรื่องนี้มีบางอย่างผิดปกติ ข้ากับศิษย์พี่กู้จะทุ่มสุดกำลัง ทุกคนรักษาระยะห่างจากเขาไว้อย่างน้อยร้อยจั้งเหมือนเดิมนะ"
กายมรรคของกู้ชิงเฉิงสั่นสะท้าน แววตาสว่างวาบขึ้น แผ่นหลังยืดตรงขึ้นอีกหลายส่วน เริ่มรวบรวมพลังเพื่อใช้วิชาควบคุมกระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดของตน เพื่อไม่ให้เสียหน้าต่อหน้าศิษย์พี่ผิงอัน
"ศิษย์พี่กู้" หลี่ผิงอันเอ่ยต่อ "ตอนนี้เหล่าเซียนต่างจับตามองอยู่ พวกเราจะทำอะไรเกินเลยไม่ได้ ประเดี๋ยวลงมือให้เต็มที่ ทำให้คนผู้นี้ยอมถอยไปเองก็พอ จะได้ไม่ต้องมีปากเสียงกันจนบาดหมางระหว่างสองสำนัก"
กู้ชิงเฉิงประสานมือกล่าว "ศิษย์พี่กล่าวได้ถูกต้อง!"
เขาเม้มปากแน่น กระบี่เซียนทั้งสามเล่มบินกลับเข้ากล่องกระบี่ กระบี่เซียนที่เปล่งประกายแสงสีน้ำเล่มหนึ่งพุ่งออกมาจากด้านซ้ายของกล่องกระบี่
กระบี่เซียนเล่มนี้แผ่กลิ่นอายเย็นเยียบไปทั้งตัว บริเวณด้ามจับก็เป็นใบมีดสั้นที่แหลมคม ไม่อาจกุมจับได้
หลี่ผิงอันก็ไม่ปิดบังฝีมือการต่อสู้ตามปกติอีกต่อไป มุกกันน้ำสามเม็ดลอยวนเวียนอยู่รอบกาย ยาฟื้นฟูพลังวิญญาณหลายเม็ดถูกกลืนลงท้อง สองแขนเสื้อสะบัดกว้าง ยันต์กระดาษสีเทาเป็นปึกๆ พุ่งพรวดออกมาราวกับห่าฝน
ยันต์กระดาษปลิวว่อนไปทั่วน่านน้ำแห่งนี้อย่างรวดเร็ว ปูพรมจนกลายเป็นค่ายกลยันต์ขนาดมหึมา
เบื้องหลังค่ายกลยันต์ มือขวาของหลี่ผิงอันกำยาเม็ดระเบิดเมฆาสูตรลับไว้หกเม็ด
แต่เมื่อสัมผัสวิญญาณของเขามองเห็นสถานการณ์เบื้องหลังศิษย์สำนักชมสมุทรผู้นั้นอย่างชัดเจน มุมปากก็กระตุกเบาๆ ก่อนจะเพิ่มจำนวนยาเม็ดระเบิดเมฆาสูตรลับขึ้นอีกสองเท่า
เอาชัวร์ไว้ก่อนดีกว่า
จะยอมตกอยู่ในอันตรายเพราะความประมาทเลินเล่อของตัวเองไม่ได้เด็ดขาด
อันที่จริงยาเม็ดระเบิดเมฆาไม่ใช่อาวุธวิเศษธรรมดา ยาเม็ดระเบิดเมฆาฉบับปรุงแต่งพิเศษนั้น ต้นทุนจะสูงหรือต่ำก็ขึ้นอยู่กับส่วนผสมที่เพิ่มเข้าไป
ยาเม็ดระเบิดเมฆาปรุงแต่งพิเศษที่หลี่ผิงอันแจกจ่ายให้กับศิษย์สามสิบหกคนของสำนักหมื่นเมฆานั้น ภายในผสม 'ผงพรางวิญญาณ' ระดับมนุษย์ที่เขาหลอมขึ้นเอง ต้นทุนสุทธิของยาเม็ดระเบิดเมฆาหนึ่งเม็ดตกอยู่ที่ประมาณหินวิญญาณระดับต่ำสี่สิบก้อน
แต่ยาเม็ดระเบิดเมฆาที่หลี่ผิงอันใช้เองนั้นแตกต่างออกไป ภายในผสม 'ผงพรางวิญญาณ' ระดับเซียน ต้นทุนต่อหนึ่งเม็ดสูงกว่าหินวิญญาณระดับต่ำสี่ร้อยก้อน! ประเดี๋ยวขอเพียงเขาสะบัดมือ หินวิญญาณระดับต่ำเกือบแปดพันก้อนก็จะปลิวหายไปในพริบตา! ชิ้นส่วนมีค่าบนตัวพวกปีศาจน้อยเหล่านี้รวมกันแล้ว มูลค่ายังไม่ถึงหินวิญญาณระดับต่ำร้อยก้อนด้วยซ้ำ...
แม้จะรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง แต่ศิษย์น้องมู่อยู่ข้างกาย หลี่ผิงอันจะยอมให้นางตกอยู่ในอันตรายได้อย่างไร? เสียงตะโกนอันคุ้นเคยดังแว่วมาอีกครั้ง "สหายเต๋า!! ถอยเร็วเข้า! มีปีศาจมากมายกำลังไล่ล่าข้า! คราวนี้ข้าไปแหย่รังพวกมันเข้าแล้ว!"
หลี่ผิงอันเงยหน้าขึ้นมอง มุมปากกระตุกอย่างบ้าคลั่ง
เจ้านี่ลากพวกปีศาจจากส่วนลึกของโบราณสถานมาหมดเลยงั้นรึ?! '(ไม่สิ เขาทำได้ยังไงกัน?)'
สัญญาณเตือนภัยในใจของหลี่ผิงอันดังลั่น