แสงไฟสลัวสาดส่องบริเวณปากซอย
เมิ่งซู่หรงแทบจะโดนรุมทึ้งอยู่แล้ว
ทั้งที่รู้ดีว่าลูกค้าเหล่านี้ถูกร้านค้าคู่แข่งยุยงมา แต่เขาก็ไม่มีวิธีรับมือใดๆ เลย
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
เมิ่งซู่หรงให้ภรรยาคอยอธิบายอยู่ข้างนอก ส่วนตัวเองกลับเข้าไปรับโทรศัพท์
ทว่าปลายสายกลับไม่ใช่ข่าวดีอะไร
แต่เป็นคำขอยกเลิกออเดอร์
นั่นคือออเดอร์มูลค่าสามแสนที่เพิ่งเซ็นสัญญาไปเมื่อไม่นานมานี้ เป็นลูกค้าจากบ้านพักตากอากาศหลังหนึ่ง
เมื่อวานนี้!
สินค้ามูลค่าสามแสนล็อตนี้ พวกเขาเพิ่งจะทำงานล่วงเวลาตัดจนเสร็จพอดี อีกทั้งยังซื้อเครื่องทำลมร้อนที่แพงที่สุด และหลอดไฟ LED ระดับไฮเอนด์มาเตรียมไว้ รอแค่ลูกค้าพยักหน้าให้เข้าไปติดตั้งเท่านั้น
แล้วจากนั้น...
ก็ยกเลิกออเดอร์!
เขาสอบถามลูกค้าทางโทรศัพท์ว่าตกลงแล้วเป็นเพราะสาเหตุใด
"ร้านคุณมีนโยบายคืนสินค้าได้ภายในเจ็ดวันโดยไม่มีเงื่อนไขไม่ใช่เหรอ ตอนนี้ก็ครบเจ็ดวันพอดี ฉันลองคิดๆ ดูแล้ว 【ว่านปังฝ้าเพดานสำเร็จรูป】 ที่อยู่ข้างๆ ร้านคุณก็ไม่เลว คิดไปคิดมา ยกเลิกดีกว่า..."
"แต่คุณจ่ายค่ามัดจำมาแล้ว..."
"เงินมัดจำหนึ่งพันหยวนนั่น พวกเราไม่เอาแล้ว!"
"พวกคุณไม่ได้รีบติดตั้งหรอกเหรอ..."
"รีบก็รีบอยู่หรอก แต่ว่า เมื่อกี้มีคนโทรมาหาพวกเรา บอกว่าเครื่องจักรของพวกคุณล้วนเป็นของโนเนม เป็นการทำการตลาดหลอกลวง ฉันอุตส่าห์ไปลองสืบดู พัดลมดูดอากาศของคุณก็ไม่ผ่านการรับรองคุณภาพ..."
"แต่ว่า รุ่นที่ผมให้คุณไปไม่ใช่รุ่นนั้นนะครับ แต่เป็นรุ่นที่อยู่ในตลาด..."
"ช่างเถอะ ยุ่งยากเกินไป ยกเลิกนั่นแหละดีแล้ว พวกเราก็ไม่อยากจะพูดพร่ำทำเพลงอะไรให้มากความ..."
"..."
นอกบ้านเสียงดังเอะอะมะเทิ่งขึ้นเรื่อยๆ
คู่แข่งพาคนกลุ่มหนึ่งมา ถึงขั้นตะโกนโหวกเหวกโวยวาย
ทำนองว่า "หลอกลวงผู้บริโภคแล้วไม่กล้ายอมรับงั้นสิ?" "ตอนแรกโฆษณาซะใหญ่โต แล้วตอนนี้ล่ะ?" "คืนสินค้าได้ภายในเจ็ดวันโดยไม่มีเงื่อนไข แล้วตอนนี้ทำไมถึงคืนไม่ได้?" "คืนเงิน! คืนเงิน!"
ที่หน้าประตูร้าน 【โอวปังฝ้าเพดานสำเร็จรูป】
หลี่อ้ายเฟิ่งอธิบายไปพลาง ขวางไม่ให้ลูกค้าที่กำลังอารมณ์พลุ่งพล่านเหล่านี้บุกเข้ามาด้านในไปพลาง
ส่วนเมิ่งซู่หรงกลับเข้ามาในบ้าน สีหน้าเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวม่วง และหลังจากวางสาย สีหน้าของเมิ่งซู่หรงก็เปลี่ยนเป็นแดงก่ำ
เขาคว้าถ้วยชาที่อยู่ข้างๆ ขึ้นมาฟาดลงกับพื้นอย่างแรง
ถ้วยชาแตกกระจายเป็นชิ้นๆ น้ำหกเลอะเทอะไปทั่วบริเวณ
จางเซิ่งกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเสร็จแล้ว เขามองดูเศษถ้วยชาที่แตกกระจายเกลื่อนพื้น ฟังเสียงเอะอะมะเทิ่งจากข้างนอก
เขาขมวดคิ้ว
"ประธานเมิ่ง ใจเย็นๆ ก่อน!"
"ใจเย็น ตอนนี้จะให้ใจเย็นได้ยังไง เรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้ว จะให้ผมใจเย็นได้ยังไงกัน หมดแล้ว หมดกัน ผมไม่เหลืออะไรแล้ว คุณเข้าใจไหม! ทุกอย่างพังทลายหมดแล้ว!"
"..."
"พวกเขาต้องเป็นคนวางเพลิงแน่ๆ ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะแห่กันมาเร็วขนาดนี้ได้ยังไง? ทั้งหมดนี้มีการเตรียมการไว้ล่วงหน้า ไม่สิ ผมต้องแจ้งความ! พวกเขาต้องเป็นคนวางเพลิงแน่ๆ!"
"..."
"ผมเข้าใจแล้ว ใช่ ผมเข้าใจแล้ว ออเดอร์ใหญ่ๆ พวกนั้น พวกเขาเป็นคนจ้างคนมาเซ็นสัญญา เป็นหน้าม้าของพวกเขาทั้งหมด มิน่าล่ะตอนเซ็นสัญญาใหญ่ขนาดนี้ถึงได้ราบรื่นนัก ตอนนั้นผมไม่ได้เอะใจเลย ฮ่าๆ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้ พวกเขาต้องการจะทำลายฝ้าเพดานสำเร็จรูปของผม!"
"..."
เมิ่งซู่หรงหอบหายใจรัวเร็ว ภายใต้ความตกตะลึงอย่างหนักหน่วง ทำให้อารมณ์ของเขาหลุดการควบคุมไปแล้ว
จางเซิ่งโยนถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปลงถังขยะ เดินไปที่โต๊ะน้ำชาเพื่อรินชาให้ตัวเองแก้วหนึ่งตามลำพัง แล้วจิบเบาๆ
เมิ่งซู่หรงยังคงสบถด่า ใบหน้าแทบจะบิดเบี้ยวถมึงทึง อดไม่ได้ที่จะหยิบมีดปอกผลไม้บนโต๊ะขึ้นมา คล้ายกับจะถือมีดออกไปแลกชีวิตกับคู่แข่งพวกนั้น
แต่หลังจากเดินไปทางประตูได้ไม่กี่ก้าว เขาก็หันกลับมามองจางเซิ่ง
จางเซิ่งไม่ได้วิ่งตามมาห้ามเขา
เพียงแต่ดื่มชาไปพลาง มองออกไปข้างนอกอย่างสงบนิ่งไปพลาง
ราวกับว่าเสียงเอะอะมะเทิ่งภายนอกไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อเขาเลย...
เมิ่งซู่หรงชะงักเท้า
หลังจากเห็นท่าทีของจางเซิ่ง เขาก็ค่อยๆ ข่มอารมณ์ลง และวางมีดปอกผลไม้ในมือ
"ใจเย็นลงหรือยัง? ถ้าใจเย็นแล้วก็มาดื่มชาดับไฟหน่อย ชาผูเอ่อร์นี่รสชาติไม่เลวเลย..."
ท่าทีสงบนิ่งของจางเซิ่ง ทำให้กล้ามเนื้อบนใบหน้าของเมิ่งซู่หรงกระตุกเล็กน้อย เขามองออกไปข้างนอกแวบหนึ่ง
ภรรยาที่อยู่ข้างนอกเริ่มมีปากเสียงกับคนอื่นแล้ว น้ำเสียงแหลมปรี๊ดและดังมาก
เขาไม่มีกะจิตกะใจจะดื่มชาเลยจริงๆ
"ขืนออกไปตอนนี้ก็มีแต่จะยิ่งทำให้ความขัดแย้งรุนแรงขึ้น ซ้อจะทะเลาะอยู่ข้างนอกยังไงก็ได้ แต่ถ้าคุณวิ่งออกไปด้วยอารมณ์แบบนี้ แถมยังถือมีดปอกผลไม้ออกไป... คุณเคยคิดถึงผลที่ตามมาบ้างไหม?"
จางเซิ่งเงยหน้ามองเมิ่งซู่หรง น้ำเสียงจริงจัง แฝงแววตักเตือนอยู่ลึกๆ
"แต่ว่า บอสจาง คุณไม่รู้อะไร คู่แข่งพวกนี้ พวกเขามันรังแกกันเกินไปแล้ว ไฟไหม้ครั้งนี้..." น้ำเสียงของเมิ่งซู่หรงสั่นเครือ ก้อนความอัดอั้นจุกอยู่ที่อก ระบายยังไงก็ระบายไม่ออก
รู้สึกแค่ว่ายิ่งอึดอัดมากขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะระเบิดปอดออกมาอยู่แล้ว
"พวกเขาคือพวกเขา คุณคือคุณ... ไฟไหม้ครั้งนี้เป็นฝีมือพวกเขา คุณมีหลักฐานไหมล่ะ?"
"..."
เมิ่งซู่หรงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
หลังจากจ้องมองออกไปข้างนอกอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดเขาก็นั่งลง
เรี่ยวแรงในร่างกายคล้ายกับถูกสูบออกไปจนหมด
จางเซิ่งรินชาให้เขาแก้วหนึ่ง "ยิ่งเจอเรื่องใหญ่ ก็ยิ่งต้องใจเย็น ความวู่วามและความโกรธเกรี้ยวเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้หรอกนะ"
"คุณว่า ตอนนี้ผมควรทำยังไงดี?" เมิ่งซู่หรงจิบชาไปอึกหนึ่ง ก้มหน้าลง
"เหลือเงินอยู่เท่าไหร่?"
"ผม... ไม่มีแล้ว"
"ที่พวกเขาบอกว่าพัดลมดูดอากาศล้วนเป็นของแปะยี่ห้อที่ผลิตเองโดยไม่ผ่านการรับรอง เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า?"
"ถนนสายนี้ ทุกคนก็ใช้ของพวกนี้กันทั้งนั้นแหละ อีกอย่างพัดลมดูดอากาศ... ขอแค่ใช้งานได้ ก็ไม่ส่งผลกระทบอะไรมากหรอก..."
"ช่วงนี้ก็ใช้ของพวกนี้อยู่เหรอ?" จางเซิ่งมองเมิ่งซู่หรง "ถ้าช่วงนี้ใช้ของพวกนี้กันหมด แล้วทำไมพวกเขาถึงยังไปบอกลูกค้าว่าพัดลมดูดอากาศเป็นของโนเนมล่ะ? นี่มันแกว่งเท้าหาเสี้ยนชัดๆ ไม่ใช่เหรอ?"
"..." เมิ่งซู่หรงเงียบไป
"คุณรู้จักพวกเขาดีแค่ไหน?" จางเซิ่งมองเมิ่งซู่หรง
"..." เมิ่งซู่หรงยังคงเงียบ
เขาจะไปรู้เรื่องร้านฝ้าเพดานสำเร็จรูปร้านอื่นได้ยังไง?
บางร้านก็เพิ่งเปิด บางร้านก็เปิดมานานแล้ว แต่เพราะช่วงนี้ยุ่งมาก ประกอบกับธุรกิจในร้านก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เลยไม่มีเวลาว่างไปทำความรู้จักกับร้านอื่นเลย
"ถ้าพวกเขาจะยกเลิก ก็ให้พวกเขายกเลิกไปเถอะ... คืนสินค้าได้ภายในเจ็ดวันโดยไม่มีเงื่อนไขหลังการซื้อ นี่เป็นกฎที่ร้านคุณตั้งขึ้นมา... ต่อให้ลำบากแค่ไหน คุณก็ต้องยืนหยัดต่อไป..." จางเซิ่งเผยรอยยิ้มขณะมองเมิ่งซู่หรง
"จะให้ยกเลิกได้ยังไง ที่ผมสูญเสียไปมัน... ผมทำสินค้าของพวกเขาเสร็จหมดแล้วนะ!" เมิ่งซู่หรงร้อนรน
"แล้วสินค้าล่ะ?"
"ถูกไฟไหม้ไปแล้ว..." เมิ่งซู่หรงก้มหน้า น้ำเสียงสั่นเครือ
เขารู้สึกว่าทั้งหมดนี้เป็นเพียงการจัดฉาก
จากนั้น...
เขาก็ตกหลุมพรางนั้นเข้าอย่างจัง
"ขาดทุนไปตั้งหลายล้านแล้ว คุณยังจะเสียดายเงินมัดจำแค่ไม่กี่หมื่นอยู่อีกเหรอ? คู่แข่งพวกนี้ที่มาหาคุณ ก็เพราะมั่นใจว่าคุณจะไม่ยอมให้คืนเงิน ถ้าไม่ยอมคืน พวกเขาก็จะมีเรื่องให้เอาไปเล่นงานได้อีกเยอะ..." จางเซิ่งมองเมิ่งซู่หรง
เมิ่งซู่หรงกัดฟันกรอด
เหตุการณ์ในครั้งนี้ ทำให้เขาสลักลึกลงไปในกระดูกดำ
เขาสัมผัสได้ถึงความชั่วร้ายของสันดานมนุษย์ และได้เห็นว่าสนามการค้าก็คือสนามรบ
"ประธานเมิ่ง ใจเย็นลงหรือยัง?"
"ผมควรทำยังไงดี?"
"ออกไป อธิบายให้ลูกค้าฟังดีๆ พยายามเรียกความเชื่อใจจากคนพวกนี้กลับคืนมา ถ้าต้องคืนเงินจริงๆ ก็คืนไปเถอะ ไม่ต้องลังเลใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนเรื่องพัดลมดูดอากาศ..."
"จะพูดยังไงดี?"
"พวกเราไม่ได้หลอกลวงลูกค้า ในสัญญาของคุณเขียนไว้ชัดเจนว่าเป็นยี่ห้อนี้ใช่ไหม?"
"ใช่"
"งั้นก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ คุณยืนยันไปเลยว่าพัดลมดูดอากาศนี้ไม่มีปัญหา แน่นอนว่าทางกรมพาณิชย์อาจจะยุ่งยากสักหน่อย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะจัดการไม่ได้ สรุปก็คือ ถ้าลูกค้ายอมเชื่อใจคุณ และรู้สึกว่าต้องเปลี่ยน คุณก็เปลี่ยนของดีๆ ให้พวกเขา เครื่องทำลมร้อนก็เหมือนกัน..."
"แล้วมีอะไรอีกไหม?"
"อืม อีกอย่างก็ขึ้นอยู่กับความคิดเห็นส่วนตัวของคุณ สำหรับลูกค้าที่เชื่อใจคุณ ถ้ามีล่ะก็ คุณอาจจะมอบบริการเสริมอื่นๆ ให้พวกเขา อย่างเช่นแถมบริการทำความสะอาดให้สักกี่ครั้งก็ว่าไป แถมเครื่องใช้ไฟฟ้าอะไรพวกนี้ แต่ราคาของฝ้าเพดานสำเร็จรูปห้ามลดลงเด็ดขาด ต้องมั่นใจในคุณภาพแผ่นฝ้าของคุณ ไม่ว่าจะยังไง คุณก็ต้องยืนยันว่าวัสดุแผ่นฝ้าของคุณไม่มีปัญหา... ซึ่งเดิมทีมันก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ฝ้าเพดานสำเร็จรูปของคุณแค่ถูกไฟเผาจนเสียรูปทรง ไม่ได้ติดไฟสักหน่อย..."
"บอสจาง ผมต้องยอมเสียเปรียบแบบนี้เลยเหรอ?" เมิ่งซู่หรงกัดฟันกรอด
"ควบคุมสถานการณ์ให้ได้ก่อน อย่าปล่อยให้เรื่องราวมันเลวร้ายไปกว่านี้! พวกเราต้องการเวลาสักหน่อย..."
"ตกลง! ผมเชื่อคุณ!"
เมิ่งซู่หรงพยักหน้า
หลังจากดื่มน้ำไปอีกอึกหนึ่ง เขาก็เดินออกไปนอกบ้าน
จางเซิ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ ดื่มชาไปพลาง หยิบรีโมทขึ้นมาค้นหาข่าวไปพลาง
เหตุไฟไหม้ครั้งนี้ ข่าวภาคค่ำก็กำลังนำเสนออยู่เช่นกัน
ตำรวจหญิงผมสั้นหน้าตาจิ้มลิ้มคนนั้นยืนอยู่หน้ากล้อง มองดูรายงาน และสรุปเบื้องต้นว่าสาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้เกิดจากรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ายี่ห้อหนึ่งเกิดการลุกไหม้ขึ้นเอง
จางเซิ่งจ้องมองรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นนั้นอย่างละเอียดถี่ถ้วน จากนั้นก็รีบหยิบโทรศัพท์มือถือโทรหาเนี่ยเสี่ยวผิงทันที
เหตุการณ์ในครั้งนี้...
สำหรับเมิ่งซู่หรงแล้ว ถือเป็นหายนะที่แทบจะทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่าง
แต่สำหรับแบตเตอรี่ 【บอช】 และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 【หงเวย】 แล้ว...
จางเซิ่งหรี่ตาลง สัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างอย่างเฉียบแหลม
รอสายไม่นานก็มีคนรับ
ปลายสาย เนี่ยเสี่ยวผิงออกจาก 【ศูนย์ฝึกปฏิบัติงาน】 ไปนานแล้ว และดูเหมือนกำลังทาเบตาดีนอยู่ที่โรงพยาบาล
จางเซิ่งถ่ายรูปส่งให้เนี่ยเสี่ยวผิงรูปหนึ่ง
หลังจากเนี่ยเสี่ยวผิงดูรูปจบ เขาก็มั่นใจมากๆ ว่ารถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้คือรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าลวี่หม่า!
ยิ่งไปกว่านั้น...
ยังติดตั้งแบตเตอรี่แบรนด์ 【ลี่เวย】 ซึ่งเป็นหนึ่งในแบตเตอรี่ชั้นนำของตลาดอีกด้วย
【ลี่เวย】 และ 【เวยเหนิง】 สองแบรนด์แบตเตอรี่ยักษ์ใหญ่ ครองยอดขายในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ไปเกือบเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์!
"คุณเนี่ย คุณมีความคิดเห็นยังไงบ้าง?"
"ผม... ผมค่อนข้างเสียใจนิดหน่อยที่ไปดึงผมตรงหน้าผากของทังอู่ออกมา ตอนนี้เขาแทบจะหัวล้านอยู่แล้ว..."
"แล้วนอกจากเรื่องนี้ล่ะ?"
"บางทีทังอู่อาจจะพูดถูก ข่าวในครั้งนี้ จะว่าใหญ่ก็ใหญ่ จะว่าเล็กก็เล็ก ถ้าจะพูดให้เป็นเรื่องใหญ่ แบรนด์ 【ลี่เวย】 ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะถูกตรวจสอบใหม่ ผมดูทางฝั่ง 【เวยเหนิง】 แล้ว ดูเหมือนกำลังจะซ้ำเติมอยู่เหมือนกัน... เวยปั๋วทางการของเวยเหนิงแชร์ข่าวนี้ไป แล้วก็แคปรูปไว้ด้วย..." ปลายสายเนี่ยเสี่ยวผิงตรวจสอบข้อมูลในแล็ปท็อปไปพลาง ตอบคำถามไปพลาง
"คุณเนี่ย... เอาแบบนี้ไหม..."
"อะไร?"
"ถ้าคุณยอมเสียเปรียบสักหน่อย ผมจะหานักข่าวมาสักสองสามคน แล้วจากนั้น..."
"แล้วจากนั้นอะไรล่ะ? ปั่นกระแสเรื่องนี้ให้ดังขึ้นไปอีกเหรอ? แล้วแบรนด์ของเราก็จะได้ผลประโยชน์จากเรื่องนี้ใช่ไหม? โอ๊ย เบาๆ หน่อย เจ็บ! เนื้อแตกหมดแล้วเนี่ย..."
"ไม่หรอก ถ้าเป็นไปได้ คุณไปทะเลาะกับอาจารย์ทังอีกสักรอบเถอะ วันนี้คุณต่อยตีได้ไม่ค่อยมีฟอร์มเท่าไหร่ แถมยังเสียเปรียบอีกต่างหาก ในโรงเรียนก็ไม่มีอิทธิพลอะไรเลย คุณสู้กระหน่ำตบอาจารย์ทังไปเลยดีกว่า ตบให้แกร้องหาแม่ต่อหน้านักข่าวไปเลย... ความแค้นนี้ คุณทนไหวเหรอ?"
"???"







