เข้าสู่เดือนมีนาคม ลู่หมิงเข้าสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้จัดการกองทุนในช่วงต้นเดือน นี่ถือเป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่งที่เขาใช้วุฒิการศึกษาระดับมัธยมปลายซึ่งเพิ่งจะผ่านเกณฑ์มาตรฐานพอดีไปสอบใบอนุญาต เพราะหากลองสุ่มเปิดดูกองทุนสักประเภท วุฒิการศึกษาของผู้จัดการกองทุนล้วนอยู่ในระดับปริญญาโทหรือสูงกว่านั้น แถมยังจบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังอีกด้วยหลังจากสอบเสร็จในช่วงต้นเดือน ลู่หมิงก็รอรับการแจ้งผลในอีกหนึ่งสัปดาห์ให้หลังในขณะเดียวกัน ช่วงเวลานี้กองทุนเทียนเซิ่งก็รีบดำเนินการติดต่อกับบริษัทกองทุนแห่งหนึ่งในประเทศ การเจรจาควบรวมกิจการมีความคืบหน้าอย่างก้าวกระโดด การลงนามเบื้องต้นเสร็จสิ้นแล้ว สัญญาอย่างเป็นทางการก็ใกล้จะเรียบร้อย ผลการเจรจาเบื้องต้นอยู่ที่ 131 ล้านหยวน โดยกองทุนเทียนเซิ่งเสนอราคาพรีเมียม 36% เพื่อควบรวมและเข้าซื้อกิจการทั้งหมดช่วงเวลานี้ แผนกทรัพยากรบุคคลก็เปิดรับสมัครพนักงานใหม่เข้ามาร่วมงานกับกลุ่มบริษัทเทียนเซิ่งแคปปิตอลอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้บริษัทมีพนักงานเพิ่มขึ้นเป็น 116 คนแล้ว ตำแหน่งงานย่อยต่างๆ ก็เริ่มมีคนเข้ามาทำหน้าที่ขณะเดียวกัน ลู่หมิงได้ถอนเงินทั้งหมดในบัญชีหลักทรัพย์ของตัวเองออกมา เงินทุนจำนวนราว 800 ล้านหยวนถูกอัดฉีดเข้าสู่เทียนเซิ่งแคปปิตอลทั้งหมด เมื่อบริษัทก่อตั้งและเริ่มเปิดดำเนินการ ลู่หมิงก็ถือว่าได้บอกลาสถานะนักลงทุนรายย่อย และไม่ได้เป็นนักลงทุนอิสระที่เก็งกำไรระยะสั้นอีกต่อไปตามกฎหมายหลักทรัพย์ ผู้ประกอบวิชาชีพในอุตสาหกรรมหลักทรัพย์ไม่อนุญาตให้เล่นหุ้น ดังนั้นลู่หมิงจึงไม่ได้รับอนุญาตให้มีบัญชีส่วนตัวอีกต่อไปทว่านี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะมีบัญชีประเภทหนึ่งที่เรียกว่า "บัญชีเฉพาะสำหรับสถาบัน" เพียงแค่เปิดบัญชีเทรดของบริษัทในนามของเทียนเซิ่งแคปปิตอลก็พอแล้ว พูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือการเล่นหุ้นในนามของบริษัทนั่นเอง...วันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม"เข้ามา!"ลู่หมิงเงยหน้าขึ้นมองไปทางประตูห้องทำงาน เป็นซูเสี่ยวม่านที่เดินเข้ามา เธอเยื้องย่างเข้ามาอย่างช้าๆ พลางเอ่ยว่า "ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของคุณออกแล้วนะ คุณเรียนจบแค่มัธยมปลายจริงๆ เหรอเนี่ย?"ซูเสี่ยวม่านส่งใบอนุญาตที่ส่งมาทางไปรษณีย์ให้กับลู่หมิง เธอจ้องมองเขาด้วยสายตาที่แปลกไป "ผู้ชายที่เต็มไปด้วยปริศนา"การที่ลู่หมิงจะบริหารกองทุนผสมเทียนเซิ่งเซียนเฟิง เขาจำเป็นต้องแสดงใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ผู้จองซื้อทุกคนจะสามารถเห็นข้อมูลของเขา ซูเสี่ยวม่านแทบจะมองเห็นภาพล่วงหน้าได้เลยว่า หลังจากที่ข้อมูลของเขาถูกเปิดเผยในฐานะผู้จัดการกองทุนผสมเทียนเซิ่งเซียนเฟิง วุฒิการศึกษาระดับมัธยมปลายนั้นคงจะทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือดในวงการและในหมู่นักลงทุนจำนวนมากอีกแน่"ผมไม่เคยโกหกใคร และไม่ขออธิบายด้วย" ลู่หมิงมองดูใบอนุญาตแล้ววางมันไว้ข้างๆ ก่อนจะยิ้มพลางถาม "มีอะไรอีกไหม?"ซูเสี่ยวม่านพูดว่า "การควบรวมกิจการบริษัทกองทุนช่วงลี่เสร็จสิ้นลงอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ ตอนนี้กำลังอยู่ในระหว่างการปรับโครงสร้าง นอกจากการคงกองทุนผสมแบบบริหารเชิงรุกไว้หนึ่งกองทุนโดยเปลี่ยนชื่อเป็น 'กองทุนผสมเทียนเซิ่งเซียนเฟิง' และปรับมูลค่าทรัพย์สินสุทธิให้กลับไปที่หนึ่งแล้ว กองทุนอีกสามกองที่เหลือก็ตัดสินใจที่จะดำเนินการชำระบัญชีเพื่อปิดกองทุน"ลู่หมิงถามว่า "จะประเมินมูลค่าเสร็จและเข้าตลาดได้เมื่อไหร่?"ซูเสี่ยวม่านตอบ "วันจันทร์หน้าก็เรียบร้อยแล้ว"ลู่หมิงพยักหน้า "เข้าใจแล้ว"ซูเสี่ยวม่านเอ่ย "ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง"ลู่หมิงเงยหน้ามองเธอ "เรื่องอะไรอีก?"ซูเสี่ยวม่านวางมือข้างหนึ่งลงบนโต๊ะทำงาน โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย จ้องมองลู่หมิงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้บอส "อย่าลืมข้อตกลงระหว่างเราล่ะ สัปดาห์ละสองวัน วันนี้คือวันที่สองที่กำหนดไว้ในสัปดาห์นี้ ถ้าคุณไม่มาเติมเต็มให้ฉัน ฉันก็จะไปป่วนคุณ"ลู่หมิง "..."ซูเสี่ยวม่านหันหลังเดินไปที่ประตูห้องทำงาน ก่อนจะเปิดประตู เธอก็หันกลับมาส่งรอยยิ้มหวานและขยิบตาให้เขาแล้วถึงเดินออกไป"เฮ้อ~ รับมือยากจริงๆ..."ลู่หมิงถอนหายใจยาว ส่ายหน้าสลัดความคิดเหล่านี้ทิ้งไป จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาถ่ายรูปใบอนุญาตประกอบวิชาชีพที่เพิ่งได้รับมา พร้อมกับพิมพ์ข้อความสั้นๆ โพสต์ลงในบัญชีโซเชียลมีเดียส่วนตัวของเขา[ในที่สุดก็ได้ใบอนุญาตมาแล้ว วันจันทร์หน้าจะไปลุยตลาดหุ้น A-share ในฐานะผู้จัดการกองทุนรวม รหัสกองทุนที่บริหาร: 163576 กองทุนผสมเทียนเซิ่งเซียนเฟิง!]บัญชีของลู่หมิงเป็นบัญชีอินฟลูเอนเซอร์ระดับบิ๊กวีที่มีผู้ติดตามหลักล้านคน ทันทีที่เขาอัปเดตโพสต์นี้ ในวันเดียวกันนั้นก็เกิดการพูดคุยกันอย่างดุเดือดในเถาปาและกลุ่มแชตอีกหลายกลุ่ม"แม่เจ้า ฉันถึงกับอึ้งไปเลย""ผู้จัดการกองทุนรวมอายุ 23 ปี นี่คงเป็นการสร้างสถิติใหม่อีกแล้วมั้ง ฉันจำได้ว่าสถิติคนที่อายุน้อยที่สุดก่อนหน้านี้คือ 27 ปีนะ""เชี่ย อี้เกอ นี่คุณทำใบอนุญาตปลอมหรือเปล่าเนี่ย อายุแค่ 23 ปี แถมยังใช้วุฒิมัธยมปลาย?"ลู่หมิงตอบกลับคอมเมนต์:[ของจริงไม่มีปลอมหรอก]"เวรเอ๊ย ฉันรับไม่ได้ ทำไมอี้เกอถึงอายุแค่ 23 ปีล่ะ โลกทัศน์ของฉันพังทลายหมดแล้ว!""ที่แท้อี้เกอก็ชื่อ 'ลู่หมิง' ชื่ออีหมิงจิงลู่มีความหมายแบบนี้นี่เอง...""เมื่อก่อนมีท่านผู้นำที่มีวุฒิมัธยมปลาย ตอนนี้อี้เกอผู้สร้างตำนานกำไรหนึ่งหมื่นเท่าในสามเดือนก็มีวุฒิมัธยมปลายเหมือนกัน งานนี้ตบหน้านักศึกษาหัวกะทิสายการเงินไปกี่คนแล้วเนี่ย ฮ่าๆ!""รหัสความมั่งคั่ง 163576 เทหมดหน้าตัก เทหมดหน้าตัก!!""กองทุนผสมเทียนเซิ่งเซียนเฟิง กองทุนเทียนเซิ่ง 6666 อี้เกอโคตรเทพ เปิดบริษัทกองทุนจริงๆ ด้วย""บ้าอะไรเนี่ย? กองทุนผสมเทียนเซิ่งเซียนเฟิงยังซื้อไม่ได้นี่!""ไม่ได้ดูประกาศเหรอ เขาพักการซื้อขายเพื่อปรับปรุง วันจันทร์หน้าถึงจะกลับมาเปิดให้ซื้อขายได้ตามปกติ""เชี่ย กองทุนนี้โคตรห่วยเลย หุ้นสิบตัวแรกที่ถืออยู่มีแต่ขยะอะไรก็ไม่รู้? ผู้จัดการกองทุนคนก่อนเป็นเด็กประถมหรือไง? ตลาดดีขนาดนี้แต่ผลตอบแทนย้อนหลังสามเดือนกลับติดลบ 12% นี่มันอินไซเดอร์เทรดดิ้งชัดๆ!""พออี้เกอมาบริหาร กองทุนนี้ต้องพุ่งปรี๊ดแน่ วันจันทร์หน้าเปิดให้ซื้อเมื่อไหร่ ฉันจะเหมาให้เกลี้ยง!""ซื้อ ซื้อ ซื้อ ซื้อ!""ซื้อให้ยับ!"ลู่หมิงเห็นคอมเมนต์ใต้โพสต์แล้วก็รู้สึกฮึกเหิมไม่น้อย ความกระตือรือร้นของแฟนคลับพุ่งสูงปรี๊ด หากไม่มีอะไรผิดพลาด วันจันทร์หน้าคงจะเกิดกระแสการแห่ซื้อครั้งใหญ่แน่นอนกองทุนรวมแบบเปิดสามารถโปรโมตผลิตภัณฑ์กองทุนของตัวเองต่อสาธารณะได้ ตราบใดที่มีชื่อเสียงมากพอ ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีนักลงทุนมาซื้อที่เขาว่ากันว่าชื่อเสียงและเงินทอง เมื่อมีชื่อเสียง เงินทองก็ย่อมตามมาเองแฟนคลับนับล้านคน หากแต่ละคนซื้อกองทุนผสมเทียนเซิ่งเซียนเฟิงคนละ 1,000 หยวน รวมกันแล้วก็จะมีเงินทุนถึง 1,000 ล้านหยวนแต่นั่นก็เป็นเพียงตัวเลขทางทฤษฎี ลู่หมิงไม่อาจคาดหวังให้แฟนคลับทุกคนมาซื้อกองทุนของเขาได้ ทว่าในหมู่คนเหล่านี้ก็มีนักลงทุนรายใหญ่ที่มีเงินทุนหนาอยู่ไม่น้อยคนกลุ่มที่เคยเทรดตามเขามาก่อนหน้านี้ หนึ่งในสี่ได้เทขายหุ้น "ไห่เทียน อันซื่อ เหมาอู่หลู" ทิ้งไปแล้ว จากนั้นก็ไปเจ็บตัวกับหุ้นตัวอื่น บางคนกำไรหดหายไปถึงยี่สิบสามสิบเปอร์เซ็นต์ก็มีเงินทุนของพวกเขาไม่ใช่จำนวนน้อยๆ บางคนมีถึงสองสามล้านหยวนเลยทีเดียวที่น่าพูดถึงก็คือ ปัจจุบันกองทุนผสมเทียนเซิ่งเซียนเฟิงมีเม็ดเงินอยู่ราวๆ 80 ล้านหยวน ผู้ถือหน่วยลงทุนส่วนใหญ่เป็นพนักงานออฟฟิศมือใหม่ที่ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรนัก แถมยังเป็นประเภทที่ซื้อทิ้งไว้แล้วไม่เปิดดูเลยเป็นเดือนๆ หรือครึ่งปีด้วยซ้ำในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา ดัชนีตลาดหุ้นพุ่งขึ้นไปเกือบ 50% แล้ว ในสถานการณ์ตลาดที่สดใสขนาดนี้ กองทุนนี้กลับติดลบไปถึงสิบกว่าเปอร์เซ็นต์ใครก็ตามที่เปิดกลับมาดู ล้วนโมโหจนต้องกดขายคืนทันทีส่วนนักลงทุนที่เหลือซึ่งเป็นเจ้าของเงิน 80 ล้านหยวนนี้ ถ้าไม่ใช่พนักงานออฟฟิศที่ไม่ค่อยสนใจติดตามพอร์ต ก็คงเป็นพวกที่ลืมไปแล้วว่าตัวเองมีการลงทุนก้อนนี้อยู่เมื่อเวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า แฟนคลับตัวยงของลู่หมิงจำนวนมากต่างเฝ้ารอคอยให้ผ่านพ้นวันหยุดสุดสัปดาห์ไปอย่างใจจดใจจ่อ และในที่สุดก็มาถึงวันจันทร์ที่ 16 มีนาคมในช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืนของวันนั้น เพื่อนๆ นักลงทุนบางคนพบว่ากองทุนผสมเทียนเซิ่งเซียนเฟิงเปิดให้ซื้อขายได้ตามปกติแล้ว แฟนคลับตัวยงบางส่วนจึงไม่ลังเลที่จะกดซื้อทันทีเนื่องจากแพลตฟอร์มตัวแทนจำหน่ายมีการจำกัดวงเงิน นักลงทุนรายใหญ่บางส่วนจึงเลือกที่จะล็อกอินเข้าสู่เว็บไซต์ทางการของกองทุนเทียนเซิ่งเพื่อซื้อโดยตรง ซึ่งกำหนดยอดขั้นต่ำที่ 500,000 หยวนความแตกต่างระหว่างการซื้อโดยตรงกับตัวแทนจำหน่ายก็คือ อย่างแรกจะมีค่าธรรมเนียมการซื้อที่ถูกกว่า ในขณะที่การซื้อผ่านแพลตฟอร์มตัวแทนจำหน่ายจะต้องเสียค่าธรรมเนียมตัวแทนเพิ่มขึ้นมา ตัวอย่างเช่น ปัจจุบันมีคนจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่ซื้อกองทุนผ่านแพลตฟอร์มอย่างเทียนเทียน หรือจือฟู่เป่าทว่านักลงทุนที่เลือกซื้อโดยตรงนั้นมีไม่มากนัก คนที่สามารถควักเงิน 500,000 หยวนออกมาได้ในรวดเดียวนั้นมีน้อย ลู่หมิงมีแฟนคลับนับล้านคน แต่คนที่มีเงินมากขนาดนี้และเชื่อใจเขาจริงๆ นั้นยิ่งมีน้อยเข้าไปใหญ่กองทุนผสมเทียนเซิ่งเซียนเฟิงในตอนนี้ต้องพึ่งพาอิทธิพลบิ๊กวีของลู่หมิงเพื่อดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาซื้อจริงๆ เพื่อนๆ นักลงทุนที่แห่กันมากดซื้อรัวๆ ในตอนนี้ ล้วนแล้วแต่มุ่งหน้ามาเพราะชื่อเสียงของ "อี้เกอ" ทั้งนั้นนี่แหละแฟนพันธุ์แท้อย่างไม่ต้องสงสัยคนที่เคยกอบโกยกำไรก้อนโตตามเขาเมื่อปีที่แล้วต่างก็แห่กันซื้อแบบไม่คิดชีวิต ส่วนแฟนคลับคนอื่นๆ ก็ยึดหลักควักเงินสัก 1,000 หรือ 2,000 หยวนเพื่อสนับสนุนและรอดูสถานการณ์ไปก่อนถึงแม้จะไม่ได้มากมายอะไร แต่เมื่อรวมกันหลายคน ปริมาณมันก็มหาศาลอยู่ดี...——