"ความจริงแล้ว จะบอกว่าประสบการณ์ของโรงงานเราเป็นเรื่องหลอกลวงเสียทีเดียวก็คงไม่ได้ ในด้านการบริหารคุณภาพโดยรวม พวกเราก็ยังพอมีความรู้ความเข้าใจอยู่บ้าง ใช่ไหม เหล่าเฮ่อ"
สวีซินคุนขยิบตาให้เฮ่อหย่งซิน อยากให้อีกฝ่ายเออออห่อหมกเพื่อเป็นพยานให้ตน ช่วงหลายวันที่ผ่านมา สวีซินคุนบังคับให้เถาอวี่กับเซี่ยเฉิงเฉิงร่วมมือกัน จนเข็นแผนงานการจัดการออกมาได้ฉบับหนึ่ง แม้จะเต็มไปด้วยช่องโหว่ แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีแผนงานอะไรเลย ดูจากท่าทางของสวีซินคุนแล้ว คงตั้งใจจะเอาแผนงานที่ปะติดปะต่อขึ้นมานี้ไปหลอกตบตาคนอื่นเป็นแน่
เฮ่อหย่งซินหัวเราะเยาะเย็นชา ย้อนถามว่า "อย่างนั้นหรือ ผมก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน"
หลี่ฮุ่ยตงมองเห็นความผิดปกติ จึงเอ่ยขึ้นว่า "ผอ.เฮ่อ ที่คุณพูดหมายความว่าอย่างไร"
เฮ่อหย่งซินตอบ "อธิบดีหลี่ เมื่อครู่เลขาฯ สวีบอกว่าเขามีความรู้ความเข้าใจอยู่บ้าง สถานการณ์ด้านนี้ผมเองก็ไม่ค่อยทราบนัก เลขาฯ สวีศึกษาหาความรู้ด้านการบริหารคุณภาพด้วยตัวเองมาตลอด คาดว่าคงจะมีความเข้าใจอยู่บ้าง ผมยังตั้งใจว่าวันหลังจะไปขอคำชี้แนะจากเขาอยู่เลยครับ"
หลี่ฮุ่ยตงถลึงตาใส่เฮ่อหย่งซิน แต่ก็ไม่ได้ถือสาหาความอะไรอีก เขาขมวดคิ้วแล้วหันไปถามสวีซินคุน "สหายซินคุน เมื่อครู่คุณบอกว่ามีความรู้ความเข้าใจอยู่บ้าง หมายความว่าการประชุมหน้างานในวันพรุ่งนี้ยังสามารถจัดได้ตามปกติ และโรงงานของพวกคุณสามารถนำประสบการณ์บางส่วนมาแบ่งปันกับทุกคนในที่ประชุมได้ใช่ไหม"
"ใช่ครับ ผมคิดว่าน่าจะทำได้" สวีซินคุนตอบ
"ผอ.เฮ่อ แล้วความเห็นของคุณล่ะ" หลี่ฮุ่ยตงหันไปถามเฮ่อหย่งซินอีกครั้ง
เฮ่อหย่งซินตอบ "ถ้าเลขาฯ สวีเห็นว่าทำได้ ผมก็ไม่มีอะไรจะพูดครับ"
สวีซินคุนกล่าว "เหล่าเฮ่อ คุณก็ควรจะแสดงท่าทีเสียหน่อยนะ งานแลกเปลี่ยนประสบการณ์พรุ่งนี้ คุณต่างหากที่เป็นตัวเอก ผมเป็นแค่ลูกมือคอยช่วยตีกลองเชียร์เท่านั้น คุณจะบอกว่าไม่มีอะไรจะพูดได้อย่างไร"
"แบบนี้คงไม่เหมาะมั้งครับ" เฮ่อหย่งซินตอบ "เอกสารที่ส่งให้กรมมณฑล เลขาฯ สวีเป็นคนเขียน เมื่อครู่คนที่บอกว่ามีความรู้ความเข้าใจก็คือคุณ ดังนั้นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ครั้งนี้ คุณน่าจะเป็นคนพูดถึงจะเหมาะสมที่สุด ส่วนผมก็คงเป็นได้แค่ผู้ฟังเท่านั้นแหละครับ"
"เหล่าเฮ่อ นี่มันเวลาไหนกันแล้ว!" หลี่ฮุ่ยตงเอ่ยอย่างไม่พอใจ "โรงงานของพวกคุณทำเรื่องจนกลายเป็นแบบนี้ กรมมณฑลยังไม่ได้เอาผิดผู้บริหารโรงงานทั้งสองคนอย่างพวกคุณเลย ตอนนี้หนังสือแจ้งการประชุมก็ส่งออกไปแล้ว จะเรียกคืนก็ไม่ง่าย พรุ่งนี้ผู้รับผิดชอบและช่างเทคนิคจากองค์กรต่างๆ ก็จะมาที่โรงงานซินหมินแล้ว ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่พวกคุณสองคนจะมาโยนความผิดกันไปมา สิ่งที่พวกคุณต้องคิดคือจะจัดการเรื่องนี้ให้ดีและหลีกเลี่ยงการขายหน้าได้อย่างไรต่างหาก"
"อธิบดีหลี่ เรื่องนี้ผมจนปัญญาจริงๆ ครับ" เฮ่อหย่งซินแสร้งทำสีหน้าปวดร้าวใจพลางกล่าว "ระดับความตื่นรู้ทางการเมืองของเลขาฯ สวีนั้นสูงส่ง ข้อนี้บุคลากรทั้งโรงงานของเรา รวมถึงผมเหล่าเฮ่อด้วย ล้วนยอมรับนับถือ แต่ถ้าพูดถึงรายละเอียดเรื่องการผลิต เลขาฯ สวีก็ยังถือเป็นมือใหม่ การที่ไม่ค่อยรู้สถานการณ์ก็เป็นเรื่องปกติครับ
ทว่าเรื่องการรายงานเอกสารต่อกรมมณฑลในครั้งนี้ เขาไม่ได้ปรึกษาผมล่วงหน้า ถึงได้เกิดเรื่องน่าขันเช่นนี้ขึ้น มาถึงขั้นนี้แล้ว คุณจะให้ผมมาคิดหาวิธีจัดการเรื่องนี้ให้ดี ผมไม่มีวิธีจริงๆ ครับ เรื่องการบริหารคุณภาพโดยรวม ไม่ใช่แค่ตะโกนสโลแกนทางการเมืองแล้วจะทำได้ ผู้บริหารจากองค์กรพี่น้องล้วนเป็นคนในวงการ ถึงตอนนั้นถ้าเราขายหน้า คนที่เสียหน้าก็คือกรมมณฑลนะครับ"
"คุณกำลังจะบอกว่า คุณไม่มีวิธีอะไรเลยอย่างนั้นหรือ" หลี่ฮุ่ยตงจ้องหน้าเฮ่อหย่งซินแล้วถาม
เฮ่อหย่งซินส่ายหน้าแล้วตอบ "ไม่มีวิธีจริงๆ ครับ อธิบดีหลี่ คุณก็รู้ว่าผมเหล่าเฮ่อเคยกลัวความยากลำบากที่ไหน ตอนนั้นที่โรงงานเครื่องจักรกลเป่ยฟางต้องการปั๊มไฮดรอลิกสองตัว..."
"เรื่องในอดีตพวกนั้น เอาไว้ก่อนเถอะ" หลี่ฮุ่ยตงพูดแทรกเฮ่อหย่งซิน เรื่องที่เฮ่อหย่งซินพูดถึงคือผลงานชิ้นโบแดงที่เขาเคยทำไว้ในอดีต อีกทั้งยังเป็นการทำงานภายใต้ความกดดันอย่างหนักจนสำเร็จลุล่วง ครั้งนั้นเฮ่อหย่งซินได้รับคำชมเชยจากหลี่ฮุ่ยตงเป็นพิเศษ การที่เฮ่อหย่งซินยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดในเวลานี้ เห็นได้ชัดว่าต้องการบอกหลี่ฮุ่ยตงว่าเขามีความดีความชอบ และมีความสามารถ ที่ครั้งนี้ไม่ยอมรับเผือกร้อน ก็เป็นเพราะมันทำไม่ได้จริงๆ ซึ่งสาเหตุก็มาจากความชอบทำเรื่องใหญ่โตเกินตัวของคนนอกวงการอย่างสวีซินคุน
"สหายซินคุน แล้วคุณล่ะ" หลี่ฮุ่ยตงหันไปถามสวีซินคุนอีกครั้ง
สวีซินคุนมองเฮ่อหย่งซินด้วยสายตาที่มีความหมายแฝงเร้น ก่อนจะตอบว่า "ในเมื่อเหล่าเฮ่อบอกว่าเขาออกโรงไม่ได้ งั้นผมก็คงต้องฝืนรับหน้าที่นี้แล้วล่ะครับ จะปล่อยให้ผู้บริหารของกรมมณฑลต้องลำบากใจได้อย่างไร เมื่อครู่เหล่าเฮ่อพูดเรื่องขายหน้า ผมคิดว่าถ้าจะขายหน้าก็ให้ผมเป็นคนรับไว้เองเถอะ ถึงเวลาสำคัญ ยังไงก็ต้องมีคนไปรับศึกหนักใช่ไหมล่ะครับ"
"แล้วความเห็นของทุกคนล่ะ" หลี่ฮุ่ยตงหันไปถามไช่เต๋อหมิงกับหูอวิ้นสือ
"เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ผมคิดว่าก็ทำตามความคิดของสหายซินคุนเถอะครับ" ไช่เต๋อหมิงตอบ
หูอวิ้นสือเองก็กล่าวเสริม "การที่สหายซินคุนกล้ารับภาระหนักหน่วง ข้อนี้น่าชื่นชมครับ เรื่องการประชุมหน้างานก็จัดการลงไปแล้ว หากยกเลิกกะทันหัน เกรงว่าจะมีปัญหา พรุ่งนี้ก็ให้สหายซินคุนแนะนำประสบการณ์ให้ทุกคนฟัง ต่อให้จะเป็นแค่การโยนหินถามทางก็ยังดี พวกเราก็เปลี่ยนการประชุมหน้างานครั้งนี้ให้เป็นงานสัมมนา ให้องค์กรต่างๆ ที่เข้าร่วมได้เสนอความคิดเห็น ก็ถือเป็นมาตรการหนึ่งของกรมเครื่องจักรกลเราในการปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการเศรษฐกิจแห่งชาติได้เหมือนกันครับ"
คำพูดของหูอวิ้นสือประโยคนี้ออกจะแทงใจดำอยู่บ้าง เขาตั้งสมมติฐานไว้ล่วงหน้าแล้วว่าพรุ่งนี้สวีซินคุนจะต้องขายหน้าอย่างแน่นอน สิ่งที่เรียกว่าประสบการณ์ที่เขาจะนำมาแนะนำ ก็เป็นได้แค่ก้อนหินที่โยนไปถามทางเท่านั้น ไม่มีส่วนไหนที่นำไปใช้ได้เลย กรมมณฑลเสียหน้ากับการยกเลิกการประชุมไม่ได้ จึงทำได้เพียงเอาหน้าของสวีซินคุนมาสังเวยธงรบ พรุ่งนี้รอให้เขาพูดจาเหลวไหลจนจบ องค์กรต่างๆ ก็จะพากันมาจับผิด ก็ถือว่าได้จัดกิจกรรมสัมมนาแล้ว วันหลังตอนเขียนรายงานสรุป แค่ใช้ศิลปะในการเล่นคำสักหน่อย เรื่องร้ายๆ นี้ก็ยังสามารถเปลี่ยนเป็นเรื่องดีได้
"ตกลง งั้นเอาตามนี้" หลี่ฮุ่ยตงเคาะโต๊ะตัดสิน "สหายซินคุน คุณรีบไปเตรียมตัวเถอะ การแนะนำประสบการณ์ในวันพรุ่งนี้ จำเป็นต้องพูดให้มีเนื้อหาสาระ ต่อให้จะมีจุดเด่นแค่ไม่กี่จุดก็ยังดี"
"เข้าใจแล้วครับ อธิบดีหลี่ วางใจได้เลย" สวีซินคุนตบหน้าอกรับประกัน
หลี่ฮุ่ยตงหันไปหาเฮ่อหย่งซินอีกครั้งพลางกล่าว "เหล่าเฮ่อ... เฮ้อ รอให้เรื่องนี้จบลงก่อน ผมค่อยคุยกับคุณแล้วกัน"
คำพูดของหลี่ฮุ่ยตงแฝงไปด้วยความผิดหวังและไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด ใครๆ ก็คิดได้ว่าในเวลานี้ หากเฮ่อหย่งซินออกมากู้สถานการณ์ ไม่ว่าอย่างไรก็ย่อมเหมาะสมกว่าสวีซินคุน ต่อให้ผลลัพธ์สุดท้ายจะยังคงน่าอับอายขายหน้า แต่อย่างน้อยก็คงขายน้อยกว่าสวีซินคุน ทว่าเฮ่อหย่งซินกลับปฏิเสธการจัดแจงของหลี่ฮุ่ยตงอย่างเด็ดขาด นี่จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำให้หลี่ฮุ่ยตงเกิดอคติต่อเขา ถึงเวลาสำคัญคุณกลับออกรับแทนไม่ได้ แล้วผู้บังคับบัญชาจะยังให้ความสำคัญกับคุณอีกหรือ
เฮ่อหย่งซินย่อมรู้ดีว่าการทำเช่นนี้คือการล่วงเกินหลี่ฮุ่ยตง แต่เขาก็เลือกได้เพียงผลลัพธ์นี้เท่านั้น เรื่องนี้เป็นหลุมที่สวีซินคุนขุดไว้ หากเฮ่อหย่งซินยื่นมือเข้ามาสอด ก็จะถูกฝังอยู่ในหลุมนี้ ส่วนสวีซินคุนกลับสามารถเอาตัวรอดไปได้ ตอนนี้เฮ่อหย่งซินปฏิเสธที่จะออกโรง บังคับให้สวีซินคุนต้องไปกลบหลุมด้วยตัวเอง เช่นนั้นสุดท้ายสวีซินคุนก็ย่อมปีนขึ้นมาไม่ได้อย่างแน่นอน ขอเพียงสวีซินคุนพังไม่เป็นท่า โรงงานซินหมินก็ยังคงเป็นอาณาจักรของเฮ่อหย่งซิน การจะฟื้นฟูความสัมพันธ์กับหลี่ฮุ่ยตง จะยากเย็นอะไรนักเชียว
หลังการประชุมจบลง สีหน้าของทุกคนล้วนดูไม่จืดเลย จะมีก็แต่สวีซินคุนผู้เป็นตัวการที่ดูเหมือนจะเพิ่งรู้ตัว เขายังคงยิ้มทักทายผู้บังคับบัญชาทุกท่าน และเอ่ยปากเชิญชวนให้พวกเขาไปรับประทานอาหารที่โรงอาหารเล็กอย่างกระตือรือร้น แม้แต่ตอนที่เผชิญหน้ากับเฮ่อหย่งซินที่ประกาศตัวเป็นศัตรูกับเขาอย่างชัดเจนแล้ว ท่าทีของสวีซินคุนก็ยังคงอ่อนโยน จนทำให้เฮ่อหย่งซินชักจะสงสัยในระดับสติปัญญาของสวีซินคุนเสียแล้ว
"เหล่าเฮ่อ สวีซินคุนคนนี้มันยังไงกันแน่"
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ผู้บังคับบัญชาต่างก็แยกย้ายกันกลับห้องพัก หูอวิ้นสือเรียกเฮ่อหย่งซินไปที่ห้องของตน พลางจิบชาและพูดคุยถึงสถานการณ์ในที่ประชุมวันนี้
"ผมเองก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกันครับ ตามหลักแล้ว เหล่าสวีไม่น่าจะโง่ขนาดนี้นะ รู้ทั้งรู้ว่าเป็นหลุม เขายังจะกระโดดลงไปอีกหรือ" เฮ่อหย่งซินตอบ
"ก็เป็นไปได้ว่าเขาอาจจะมองเรื่องนี้ง่ายเกินไปมั้ง" หูอวิ้นสือวิเคราะห์ "เขาคงคิดว่าตัวเองอ่านหนังสือการบริหารคุณภาพมาสองสามเล่ม ท่องจำศัพท์ได้ไม่กี่คำ พรุ่งนี้ก็จะสามารถรับมือให้ผ่านพ้นไปได้ เขาไม่คิดบ้างเลยว่า กรมมณฑลผลักดันให้โรงงานซินหมินเป็นตัวอย่าง มีสายตาตั้งกี่คู่จับจ้องพวกคุณอยู่ อย่าว่าแต่พวกคุณไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย ต่อให้ทำงานมาบ้างจริงๆ ก็ทนรับการจับผิดจากคนมากมายขนาดนี้ไม่ไหวหรอก รอจนถึงพรุ่งนี้ที่ทุกคนโวยวายขึ้นมา สวีซินคุนก็จะได้รู้ว่าความโกรธแค้นของมวลชนมันยากจะระงับได้เป็นอย่างไร"
"คุณคิดว่าอธิบดีหลี่จะจัดการอย่างไรครับ" เฮ่อหย่งซินถาม
"คงทำได้แค่หลั่งน้ำตาประหารม้าเจ๊กเท่านั้นแหละ ไม่อย่างนั้นก็คงไม่อาจทำให้ทุกคนยอมรับได้" หูอวิ้นสือตอบ
เฮ่อหย่งซินหัวเราะเยาะ "สวีซินคุนคนนี้ก็หน้ามืดตามัวจริงๆ เขาคิดว่าจะใช้แผนนี้มากดหัวผมไว้ได้ แต่นึกไม่ถึงว่ามันจะกลายเป็นบ่วงรัดคอตัวเอง รายงานผลงานเท็จ คนนอกวงการมาชี้นิ้วสั่งคนในวงการ ข้อหาพวกนี้ตกไปอยู่บนตัวเขา คาดว่าเขาก็คงต้องไสหัวไปแล้วล่ะมั้ง"
"คุณนี่นะ ไม่รู้จักอดกลั้นเอาเสียเลย" หูอวิ้นสือกล่าว "สวีซินคุนก็ถือเป็นคนมีฝีมืออยู่บ้าง ทำไมคุณถึงร่วมงานกับเขาดีๆ ไม่ได้ล่ะ"
"เขาโผงผางเกินไปครับ" เฮ่อหย่งซินตอบ "ถ้าเขาดูแลงานในส่วนของตัวเองอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว ไม่เข้ามาก้าวก่ายเรื่องการผลิต ผมก็คงไม่ไปแย่งชิงอะไรกับเขาหรอก ผมเหล่าเฮ่อไม่ได้อยากเป็นเลขาฯ เสียหน่อย ใครจะเป็นเลขาฯ มันเกี่ยวอะไรกับผมล่ะ แต่เขาดึงดันจะจัดการเรื่องการบริหารที่เข้มงวดอะไรนั่นให้ได้ เสนอข้อเรียกร้องที่ไม่เข้าท่ามาตั้งมากมาย ครั้งนี้ยิ่งไปกันใหญ่ ถึงกับสร้างปัญหาใหญ่โตขึ้นมาเอง แล้วผมจะทำอย่างไรได้ล่ะ"
"เรื่องในครั้งนี้ อธิบดีหลี่ก็มีอคติกับคุณแล้วเหมือนกันนะ คุณต้องระวังไว้ให้ดี" หูอวิ้นสือเตือน
เฮ่อหย่งซินถอนหายใจ "นั่นสิครับ ฆ่าศัตรูหนึ่งพัน ตัวเองก็ต้องสูญเสียแปดร้อย มันเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องโทษคนแซ่สวีคนนี้ อยู่ดีไม่ว่าดีก็แกว่งเท้าหาเสี้ยนสร้างเรื่องแบบนี้ขึ้นมา"
"เหล่าเฮ่อ ผมยังรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไร คุณคิดว่าการที่สวีซินคุนนิ่งสงบขนาดนี้ เขาซ่อนไม้ตายอะไรไว้หรือเปล่า" หูอวิ้นสือถาม
"ไม้ตายอะไรกันครับ" เฮ่อหย่งซินกล่าวอย่างเหยียดหยาม "เขาก็แค่มีลูกน้องคนหนึ่ง คืออวี๋ฉุนอันจากแผนกการผลิต พอจะมีฝีมืออยู่บ้าง ไม่แน่ว่าอาจจะคอยชี้แนะอะไรให้เขา เขาถึงได้คิดว่าตัวเองพอจะมีความรู้อยู่บ้าง ความจริงแล้ว อวี๋ฉุนอันก็ไม่ได้รู้เรื่องการบริหารคุณภาพโดยรวมมากเท่าไรนักหรอก ความรู้แค่หางอึ่ง พอเอาไปสอนสวีซินคุนต่อ ก็ยิ่งพึ่งพาไม่ได้เข้าไปใหญ่ พูดกันตามตรงก็คือ สวีซินคุนไม่รู้เลยว่าการผลิตทางอุตสาหกรรมมันเป็นอย่างไร ไม่อย่างนั้นเขาคงตกใจจนฉี่ราดกางเกงไปตั้งนานแล้ว"
"ฮ่าๆ เหล่าเฮ่อนะเหล่าเฮ่อ ปากของคุณนี่มันช่าง..." หูอวิ้นสือชี้หน้าเฮ่อหย่งซินพลางวิจารณ์อย่างจนปัญญา







