ห้องนั่งเล่นเงียบสงัดราวกับป่าช้า มีเพียงเสียงติ๊กต็อกแผ่วเบาจากนาฬิกาแขวนผนัง อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวคล้ายสนิมเหล็ก พรมขนแกะนำเข้าทอมือถูกชโลมไปด้วยเลือดสีดำข้นราวกับยางมะตอย บนโซฟาด้านข้างมีร่างของชายหนุ่มที่ตายอย่างอนาถพิงอยู่ สภาพศพแหลกเหลวเละเทะจนจำหน้าไม่ได้
ขาสองข้างของสัตว์ประหลาดหัวปลาหล่นกระจัดกระจายอยู่กลางห้องนั่งเล่น รอยตัดขาดตวัดเรียบเนียนด้วยของมีคม
หลังจากเจียงเซี่ยเอ่ยคำว่า "ผู้ตื่นรู้" ออกมา คนชุดดำก็เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปาก และเป็นไปตามคาด เสียงนั้นเป็นผู้หญิง
"นายก็เป็นผู้ตื่นรู้เหมือนกันเหรอ?"
……
สองนาทีก่อนหน้านั้น
หลังจากหลอกล่อแกมบังคับดันตัวเจียงเซี่ยออกไปจากวิลล่าได้แล้ว หลี่ซือถงก็กลับเข้าไปในห้องควบคุม
เมื่อสองวันก่อน เธอได้ฝังมารปรสิตตัวหนึ่งเข้าไปในร่างกายของผู้หญิงหัวปลาคนนั้นเรียบร้อยแล้ว
มารปรสิตชนิดนี้เพาะเลี้ยงยากมาก โดยทั่วไปแล้วพวกเดียวกันจะสัมผัสถึงการมีอยู่ของ 'มัน' ไม่ได้ แม้แต่ผู้หญิงคนนั้นเองก็ยังไม่รู้ตัว
ก่อนที่จะได้เจอกับเจียงเซี่ย หลี่ซือถงยังไม่มีความคิดที่จะฆ่าผู้หญิงคนนี้เลย
แผนการเดิมคือรอไปอีกสักสองสามเดือน รอให้ผู้หญิงคนนี้วิวัฒนาการครั้งแรกเสร็จสิ้นเสียก่อนแล้วค่อยลงมือ ถึงตอนนั้นเมื่อประสานการโจมตีเข้ากับ 'มารปรสิต' ที่ฝังอยู่ในตัวหล่อน ก็จะสามารถจัดการหล่อนได้อย่างง่ายดาย
ทว่าการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของเจียงเซี่ยทำให้หลี่ซือถงเปลี่ยนใจ จู่ๆ เธอก็อยากเห็นฉากที่เจียงเซี่ยต่อสู้เอาเป็นเอาตายกับผู้หญิงคนนี้ พอคิดถึงภาพที่เจียงเซี่ยกับผู้หญิงคนนั้นพัวพันฟาดฟันกัน เธอก็อดตื่นเต้นขึ้นมาไม่ได้
เธอหลอกเจียงเซี่ย ความจริงแล้วเธอไม่ได้กะจะลงมือลอบโจมตีเลยสักนิด เธอแค่อยากนั่งดูการต่อสู้อยู่หน้าจอวงจรปิดเท่านั้น
แน่นอนว่าเธอไม่มีทางปล่อยให้เจียงเซี่ยตาย
เมื่อถึงเวลาที่เจียงเซี่ยสู้ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้และกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย เธอจะควบคุมมารปรสิตให้ฆ่าผู้หญิงคนนั้นจากภายใน
แต่พอหันหลังกลับมา หลี่ซือถงก็ต้องชะงักงัน
ภาพในกล้องวงจรปิดปรากฏร่างคนชุดดำที่แต่งตัวมิดชิดตั้งแต่หัวจรดเท้า ไม่รู้ว่าใช้วิธีไหนเปิดประตูหลังวิลล่าแล้วแอบลอบเข้าไปด้านใน
การเคลื่อนไหวของเธอแผ่วเบามาก ฝีเท้าเงียบกริบราวกับสายลม จู่ๆ เธอก็ดึงดาบโค้งที่เปล่งแสงสีฟ้าออกมาจากความว่างเปล่า แล้วค่อยๆ คืบคลานเข้าไปหาผู้หญิงหัวปลาที่กำลัง 'กินอาหาร' อยู่บนโซฟา
จนกระทั่งไปถึงด้านหลัง ผู้หญิงหัวปลาก็ยังไม่รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อย
เมื่อตระหนักได้ว่านั่นคือผู้ตื่นรู้ ตอนแรกหลี่ซือถงก็ดีใจขึ้นมาวูบหนึ่ง แต่แล้วก็ต้องขมวดคิ้วมุ่น เดิมทีเธอตั้งใจจะโทรศัพท์หาเจียงเซี่ยเพื่อให้เขากลับมา ทว่ากลับเห็นโทรศัพท์มือถือของเจียงเซี่ยวางอยู่บนโต๊ะ
ในภาพวงจรปิด ผู้ตื่นรู้ชุดดำเงื้อดาบโค้งขึ้น ก่อนจะแทงทะลุขั้วหัวใจของผู้หญิงหัวปลาจากด้านหลังเสียงดังฉึก เมื่อเธอออกแรงดัน ใบมีดก็ชำแรกผ่านเลือดเนื้อ ดาบโค้งทั้งเล่มทะลวงผ่านขั้วหัวใจของผู้หญิงหัวปลา ทั้งยังแทงทะลุหน้าอกของชายหนุ่มบนโซฟาไปด้วย
ผู้ตื่นรู้ชุดดำใช้สองมือกำด้ามดาบแน่นแล้วออกแรงบิด ผู้หญิงหัวปลาคนนั้นแหงนหน้าขึ้น อ้าปากกว้างที่เต็มไปด้วยเลือด ส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดคล้ายเสียงโลมาออกมาจากลำคอ
ผู้ตื่นรู้ชุดดำใช้รองเท้าบูตยันหลังผู้หญิงหัวปลาไว้ แล้วออกแรงกระชากดาบโค้งออก
เลือดของชายหนุ่มกับผู้หญิงหัวปลาปะปนกันอยู่บนใบมีด แต่กลับไม่เกาะติด มันหยดร่วงลงมาราวกับหยดน้ำมันบนผิวน้ำอย่างไร้เยื่อใย ราวกับว่าตัวดาบนั้นถูกสร้างมาให้ไร้มลทินจากเลือดโดยกำเนิด
ผู้หญิงหัวปลายังไม่ตาย เมื่อได้รับบาดเจ็บสาหัส หล่อนก็รู้ตัวดีว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของผู้ตื่นรู้ พอหยัดกายลุกขึ้นเตรียมจะหนี กลับถูกตวัดดาบฟันขาทั้งสองข้างขาดสะบั้นอย่างหมดจดงดงาม
ร่างกายท่อนบนของหล่อนล้มลงกองกับพื้น ดาบโค้งแทงทะลุแผ่นหลังของหล่อนจากบนลงล่างอีกครั้ง บังเกิดเสียงเนื้อหนังถูกชำแรกขาด
ในขณะที่ผู้ตื่นรู้กะจะอาศัยจังหวะนี้ฟันคอหล่อนให้ขาดกระเด็นเพื่อปิดฉากปลิดชีพในดาบเดียว เสียงประตูวิลล่าก็ดังขึ้น!
เมื่อได้ยินเสียงปลดล็อกรหัสผ่าน ผู้ตื่นรู้ก็รีบชักดาบโค้งกลับ แล้วหันขวับเตรียมจะหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของพวกเดียวกันที่หน้าประตู ผู้หญิงหัวปลาที่ร่อแร่เต็มทีก็รีบใช้หนวดสาหร่ายทะเลบนหัวลากคนเข้ามาทันที
ทว่าผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่า วินาทีที่เจียงเซี่ยแทงกริชลงบนร่างของหล่อน หล่อนก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป พลังชีวิตในกายแหลกสลายหายไปจนหมดสิ้น
สาเหตุการตายไม่ใช่เพราะมีดของเจียงเซี่ย แต่เป็นเพราะอวัยวะภายในของหล่อนถูกไอเย็นยะเยือกแช่แข็งไปหมดแล้ว
มารปรสิตที่อยู่ในร่างหล่อนสัมผัสได้ว่าตัวเองก็ใกล้จะถูกแช่แข็งแล้วเช่นกัน จึงรีบพุ่งพรวดออกมา
ผลสุดท้ายคือไม่เพียงแต่จะเกาะติดเจียงเซี่ยไม่สำเร็จ แต่กลับถูกเจียงเซี่ยฉีกกระชากทั้งเป็นจนแหลกละเอียด!
เมื่อเห็นมารปรสิตที่ตัวเองอุตส่าห์ฟูมฟักมาอย่างดีถูกเจียงเซี่ยฉีกเป็นชิ้นๆ หลี่ซือถงไม่ได้รู้สึกเสียดายเลยสักนิด กลับรู้สึกเป็นห่วงเจียงเซี่ยขึ้นมาแทน
ผู้ตื่นรู้คนนี้ฝีมือไม่เบาเลย ดูจากทักษะการต่อสู้ที่เธอเพิ่งแสดงให้เห็นเมื่อครู่ หากต้องสู้กันแบบตัวต่อตัว โอกาสที่ตัวเองจะฆ่าเธอได้คงมีไม่ถึงหกสิบเปอร์เซ็นต์
และตอนนี้เจียงเซี่ยก็อยู่กับเธอตามลำพัง หากเธอลงมือฆ่าเจียงเซี่ย ตัวเองก็ไม่มีทางพุ่งไปช่วยได้ทันท่วงทีแน่
เธอเริ่มรู้สึกปวดใจที่จะต้องสูญเสียแฟนหนุ่มไปเสียแล้ว
แต่สิ่งที่เธอคาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น!
หลังจากที่เจียงเซี่ยตะโกนคำว่าผู้ตื่นรู้ออกมา ดูเหมือนว่าผู้ตื่นรู้คนนี้จะเข้าใจผิดคิดว่าเจียงเซี่ยเป็นผู้ตื่นรู้เหมือนกันงั้นเหรอ?
"เรื่องชักจะน่าสนุกขึ้นมาแล้วสิ"
……
ภายในวิลล่า เจียงเซี่ยถึงกับมึนงงไปชั่วขณะ
(ตอนแรกนึกว่าเจอผู้ตื่นรู้แล้วต้องตายแน่ๆ แต่ดูจากตอนนี้แล้ว ยัยนี่เหมือนจะคิดว่าฉันก็เป็นผู้ตื่นรู้เหมือนกันเหรอ?)
(เดี๋ยวก่อน!)
(ฉันก็เป็นผู้ตื่นรู้อยู่แล้วนี่หว่า!)
(แค่ดูคล้ายกับพวกมาร... ไม่สิ ต้องบอกว่าเหมือนพวกมารเป๊ะๆ เลยต่างหาก...)
(ระหว่างผู้ตื่นรู้ด้วยกันจะไม่สามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของพวกเดียวกันเหมือนกับพวกมาร)
(ผู้หญิงคนนี้คงกำลังไม่แน่ใจว่าฉันเป็นผู้ตื่นรู้ด้วยหรือเปล่า!)
(ถ้าอยากคลี่คลายวิกฤตครั้งนี้ ก็ต้องยอมรับว่าตัวเองเป็นผู้ตื่นรู้ แล้วตีเนียนทำตัวเป็นพวกเดียวกับเธอไปก่อน)
"ใช่!" เจียงเซี่ยพยักหน้า ไม่กล้ายืนขึ้น กลิ่นคาวเลือดในอากาศยิ่งกระตุ้นความหิวโหยในท้องให้รุนแรงขึ้น ปลุกเร้าความอยากอาหารของเขา เขาเริ่มสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าเหนือช่วงก้นของตัวเองมันรู้สึกคันยุบยิบขึ้นมานิดๆ
(สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองด้วยเถอะ! เวลาแบบนี้ แม่งเอ๊ย... หางห้ามโผล่ออกมาเด็ดขาดเลยนะ!) เจียงเซี่ยอ้อนวอนในใจ
ในฐานะผู้ตื่นรู้ ถ้าขืนถูกเข้าใจผิดว่าเป็นมารแล้วต้องมาตายอนาถด้วยน้ำมือของผู้ตื่นรู้ด้วยกันล่ะก็—
บทนี้ยังไม่จบ โปรดคลิกหน้าถัดไปเพื่ออ่านเนื้อหาที่น่าสนใจต่อ!
โคตรอยุติธรรม!
แม่งเอ๊ย โคตรอยุติธรรมเลย!
หญิงสาวถือดาบมองเจียงเซี่ยด้วยสายตาหวาดระแวง เธอรีบเดินอ้อมตัวเจียงเซี่ยไปจัดการปิดประตูวิลล่า
พอเธอหันกลับมา เจียงเซี่ยก็ลุกขึ้นยืนแล้ว ในมือของเขากำกริชทหารไว้แน่น สายตาที่มองเธอก็เต็มไปด้วยความระแวดระวังไม่แพ้กัน
สายตาของเจียงเซี่ยตกลงบนดาบของผู้หญิงคนนั้น ดาบเล่มนั้นเรืองแสงสีฟ้าอ่อนๆ แม้จะอยู่ห่างออกไปหลายเมตรก็ยังมีไอเย็นแผ่ซ่านมาปะทะใบหน้า เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ของธรรมดา
"นายมาทำอะไรที่นี่?" ผู้ตื่นรู้เอ่ยปากถามอีกครั้ง ฟังจากน้ำเสียงแล้วอายุคงไม่เยอะเท่าไหร่
"มาฆ่า..." เจียงเซี่ยกวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะหยุดลงที่สัตว์ประหลาดหัวปลา แล้วตอบอย่างหนักแน่น "มาฆ่านังนี่!"
"แล้วทำไมถึงไม่ปิดหน้า ไม่พรางตัว ไม่กลัวความลับเรื่องเป็นผู้ตื่นรู้แตกหรือไง? แล้วก็นะ นายรู้รหัสผ่านประตูวิลล่าได้ยังไง?" หญิงสาวยิงคำถามแทงใจดำ
แผ่นหลังของเจียงเซี่ยเต็มไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบ เหงื่อเม็ดหนึ่งไหลหยดลงมาจากหน้าผาก หัวใจเต้นระทึกจนแทบจะหลุดออกมาจากคอหอย
ตอนนี้เขาแค่อยากรู้ว่าหลี่ซือถงอยู่ที่ไหน ตามแผนเดิมป่านนี้เธอควรจะโผล่มาได้แล้วสิ
แต่การมีผู้ตื่นรู้โผล่มาขัดจังหวะกลางคันแบบนี้มันเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงจริงๆ หรือว่าหลี่ซือถงจะชิ่งหนีไปแล้ว?
แล้วผู้ตื่นรู้คนนี้เข้ามาอยู่ในวิลล่าตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? ทั้งที่เมื่อไม่กี่นาทีก่อนตอนที่เขาดูจอวงจรปิด ในภาพยังไม่มีวี่แววของเธอเลยด้วยซ้ำ
"ถามอยู่นี่ไง ทำไมไม่ปิดหน้า?"
"อ้อ..." เจียงเซี่ยลูบหน้าตัวเอง "เมื่อกี้ปิดแล้ว ตอนที่ถูกลากเข้ามาหน้ากากมันหล่นอยู่ข้างนอกน่ะ"
เมื่อเห็นสีหน้าของเจียงเซี่ยดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ หญิงสาวที่เดิมทีก็กึ่งเชื่อกึ่งสงสัยในตัวตนผู้ตื่นรู้ของเจียงเซี่ยอยู่แล้ว จึงล้วงเอาขวดแก้วสีขาวใบเล็กออกมาจากกระเป๋าแล้วโยนไปให้เขา
"รับไป ดื่มซะ!"
"นี่คือ..." เมื่อมองดูของเหลวใสสีขาวในขวดแก้ว เจียงเซี่ยก็พอจะเดาออกลางๆ ว่าข้างในนั้นคืออะไร
"เหล้า เหล้าขาวดีกรีแรง!" หญิงสาวตอบ