"เหล้า? เอาเหล้ามาให้ผมทำไม?" เจียงเซี่ยแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง ในใจภาวนาให้หลี่ซือถงรีบมาช่วยกู้สถานการณ์โดยเร็ว
"ดื่มซะ" หญิงสาวพูด
"ผมแพ้แอลกอฮอล์" เจียงเซี่ยส่ายหน้า
"เผ่ามารส่วนใหญ่พอดื่มเหล้าขาวที่แอลกอฮอล์สูงขนาดนี้เข้าไปจะคืนร่างเดิมทันที นายมีทางเลือกแค่ทางเดียว พิสูจน์มาว่านายไม่ใช่เผ่ามาร!"
เพื่อเอาชีวิตรอดในยุคที่วุ่นวายนี้ หญิงสาวเองก็ยึดถือความคิดแบบเดียวกับเจียงเซี่ย นั่นคือไม่ไว้ใจใครง่ายๆ อย่างเด็ดขาด
ยิ่งเจียงเซี่ยไม่ยอมดื่ม เธอก็ยิ่งสงสัยในตัวตนของเขา
เธอชูมีดโค้งขึ้น หันปลายแหลมไปทางเจียงเซี่ย เป็นการบอกใบ้ให้เขารีบพิสูจน์ตัวเอง
เจียงเซี่ยยังคงนิ่งเฉย
แค่เบียร์อึกเดียวเขาก็ยังรับไม่ไหว นับประสาอะไรกับเหล้าขาวดีกรีแรงขนาดนี้
ขืนดื่มเข้าไป ความลับได้แตกเดี๋ยวนั้นแน่
แต่ถ้าไม่ดื่ม ดูจากท่าทางของหญิงสาวคนนี้แล้ว หากเขาพิสูจน์ไม่ได้ว่าตัวเองไม่ใช่เผ่ามาร เธอคงไม่ลังเลที่จะใช้มีดฟันเขาให้ตาย!
จบสิ้นกัน!
บรรลัยแล้วไง!
มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น ทำไมถึงมีผู้ตื่นรู้มาอยู่ที่นี่ได้?
หลี่ซือถงนะหลี่ซือถง ทำไมคุณถึงยังไม่ออกมาอีก?
เมื่อสัมผัสไม่ได้ถึงกลิ่นอายของเผ่าพันธุ์เดียวกันในบริเวณใกล้เคียง เจียงเซี่ยก็ใจหายวาบ ไม่แน่ใจว่าหลี่ซือถงเผ่นหนีไปแล้วหรือเปล่า
"ถ้านายแพ้ ฉันจะพานายไปส่งโรงพยาบาล แต่ถ้านายไม่ดื่ม อีกสิบวินาที ฉันจะทำให้นายหัวหลุดจากบ่า!"
หญิงสาวพูดพลางขยับเท้า ไปขวางทางออกตรงประตูใหญ่ของวิลล่าไว้
เมื่อได้ยินดังนั้น เจียงเซี่ยก็รู้ว่าหากตนยังขืนลังเลต่อไป จะต้องทำให้หญิงสาวสงสัยแน่ๆ ดีไม่ดีเธออาจจะจับเขากรอกเหล้าเลยก็ได้!
ผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดคือเธอลงมือฆ่าเขาทิ้งเสียตรงนี้!
แต่ถ้าเทียบกับการเป็นฝ่ายตั้งรับ เจียงเซี่ยชอบเป็นฝ่ายรุกมากกว่า!
เมื่อเปิดฝาขวด กลิ่นแอลกอฮอล์ที่โชยมาปะทะหน้าก็กระตุ้นเส้นประสาทของเจียงเซี่ย เขารู้สึกว่าถ้าตัวเองกระดกรวดเดียวหมดขวด มีหวังได้คืนร่างเดิมตรงนี้แหงๆ
เขามองปลายมีดที่ชี้มาทางตนเอง แล้วตัดสินใจเด็ดขาด!
ตายเป็นตาย!
ดื่ม!
ถึงแม้ดื่มเข้าไปแล้วจะคืนร่างเดิม ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องแย่เสมอไป
หลังจากกลายร่างเป็นสัตว์ประหลาด พลังของเขาจะต้องแข็งแกร่งกว่าตอนนี้แน่นอน โอกาสรอดชีวิตจากการปะทะตรงๆ ก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย
เวลาแบบนี้จะเอาความหวังทั้งหมดไปฝากไว้ที่หลี่ซือถงไม่ได้
อีกอย่างเจียงเซี่ยก็ไม่คิดว่าตัวเองจำเป็นต้องสู้ตายกับผู้หญิงคนนี้ในวิลล่า เพื่อตัดสินแพ้ชนะ
แค่พุ่งตัวออกจากวิลล่าหลังนี้แล้ววิ่งหนีออกไปข้างนอกได้ โอกาสที่เธอจะตามมาก็มีน้อยมาก
เผ่ามารไม่อยากเปิดเผยตัวตน พวกผู้ตื่นรู้เองก็ยิ่งไม่อยากเปิดเผยเช่นกัน
ทว่าความเสี่ยงอันใหญ่หลวงที่เขาต้องแบกรับก็คือ ต่อให้หนีรอดไปได้ ตัวตนของเขาก็ถูกเปิดเผยอยู่ดี
แต่นั่นก็เป็นเรื่องหลังจากที่หนีรอดชีวิตไปได้แล้ว
ขอลองเดิมพันดูสักตั้ง!
(สายลับ! โคตรบัดซบเลย!)
เจียงเซี่ยสบถด่าความสามารถนี้ของตัวเองในใจอีกครั้ง
เขายกขวดเล็กๆ ขึ้นจ่อที่ริมฝีปาก เตรียมใจรับความรู้สึกเหมือนกระเพาะถูกแผดเผาด้วยกรดกำมะถัน
แต่เพียงครึ่งวินาทีก่อนที่เหล้าขาวดีกรีแรงในขวดแก้วจะไหลเข้าปาก ไฟในวิลล่าก็ดับพรึบลงกะทันหัน รอบด้านตกอยู่ในความมืดมิด!
วินาทีต่อมา เจียงเซี่ยก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของเผ่าพันธุ์เดียวกันกำลังพุ่งเข้ามาใกล้ด้วยความเร็วสูง!
เสียงคมมีดแหวกอากาศดังตามมาติดๆ คมมีดสีฟ้ากรีดวาดเป็นเส้นโค้งอันงดงามท่ามกลางความมืด!
การตวัดมีดนั้นรวดเร็วจนแสงสีฟ้าเชื่อมต่อกัน ราวกับดอกไม้สีฟ้าที่เบ่งบานในความมืดมิด!
หลี่ซือถง!
เจียงเซี่ยดีใจจนเนื้อเต้น รีบถอยกรูดไปด้านหลัง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันหวาดเสียวและเร้าใจแค่ไหน ในใจเขากล่าวขอบคุณบรรพบุรุษแปดชั่วโคตรของหลี่ซือถงไปแล้ว!
หลังจากเริ่มชินกับความมืด เจียงเซี่ยก็สังเกตเห็นว่าดวงตาของตัวเองเหมือนจะเกิดการกลายพันธุ์ขึ้นอีกครั้ง
เพราะทันใดนั้นเขาก็มองเห็นทุกสิ่งในความมืดได้อย่างชัดเจน ราวกับดวงตาถูกติดตั้งกล้องมองกลางคืนเอาไว้
หนวด!
หนวดจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังสะบัดแกว่งไปมาอย่างบ้าคลั่ง สายลมแรงที่แหวกอากาศดังขวับๆ ดังขึ้นระงม!
ต้นตอของหนวดเหล่านี้อยู่ที่มุมหนึ่งของวิลล่า ตรงนั้นมีสัตว์ประหลาดรูปร่างคล้ายมนุษย์ยืนอยู่ หนวดสามเส้นที่ยื่นออกมาจากปากมีส่วนปลายสัณฐานคล้ายกรวยน้ำแข็ง แหลมคมกริบ มือทั้งสองข้างกลายสภาพเป็นหนวดสองเส้นที่มีปลายรูปร่างเหมือนใบมีด และยังมีหนวดอีกสองเส้นยื่นออกมาจากแผ่นหลัง!
เห็นได้ชัดว่าความสามารถในการมองเห็นตอนกลางคืนของผู้ตื่นรู้นั้นสู้เผ่ามารไม่ได้ ยิ่งต้องมารับมือกับหนวดหลายเส้นในสภาพแวดล้อมที่มืดมิดขนาดนี้ นานเข้าผู้ตื่นรู้คนนั้นก็เริ่มจะต้านทานไม่ไหว
เสียงดังสนั่นหวั่นไหวเกิดขึ้นพร้อมกับเอวของเธอที่ถูกหนวดเส้นหนึ่งฟาดเข้าอย่างจัง ร่างของเธอลอยไปกระแทกกับตู้ปลาเสียงดังโครม ตู้ปลาทั้งใบแตกกระจาย เศษกระจกถูกกระแสน้ำพัดกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น
ร่างกายของผู้ตื่นรู้เปียกปอนไปหมด เธอกลิ้งตัวไปบนพื้นที่มีแต่เศษกระจกแตก เพื่อหลบหลีกหนวดที่โจมตีเข้ามาจากทุกทิศทาง
เธอไม่ได้กระเด้งตัวลุกขึ้นมายืนเท่ๆ เหมือนในทีวี!
แต่ทำเพียงกลิ้งตัวหลบ จากนั้นก็หาจังหวะคุกเข่าข้างหนึ่งลงบนพื้น มีดโค้งในมือตวัดขึ้นลงเพื่อปัดป้องหนวดเหล่านั้น แล้วค่อยๆ ลุกขึ้นยืนทีละจังหวะ
เพลงมีดของเธอเรียกได้ว่าอยู่ในระดับแนวหน้า จนแม้แต่เจียงเซี่ยที่มองดูอยู่ยังแอบอิจฉา
ขณะเดียวกันเขาก็ลอบนึกโชคดีที่หลี่ซือถงมาช่วยกู้สถานการณ์ไว้ได้ทัน ไม่อย่างนั้นต่อให้เขาดื่มเหล้าขาวดีกรีแรงขวดนั้นจนกลายร่างเป็นสัตว์ประหลาด ก็เกรงว่าจะหนีไม่รอดจากเพลงมีดระดับนี้อยู่ดี
"ช่วยด้วย!" ผู้ตื่นรู้คนนั้นตะโกนบอกเจียงเซี่ย
เจียงเซี่ยไม่ขยับเขยื้อน ถ้าจะให้ช่วยจริงๆ ดูเหมือนคนที่เขาควรช่วยน่าจะเป็นหลี่ซือถงมากกว่าไม่ใช่หรือไง?
เจียงเซี่ยอยากเป็นฝ่ายผดุงความยุติธรรม อยากกอบกู้โลกเหมือนพวกพระเอกในอนิเมะ แต่นั่นก็เป็นแค่ความคิด เป็นเพียงจินตนาการอันสวยหรู
เขารู้ดีแก่ใจว่าการต่อสู้ครั้งนี้ มีเพียงหลี่ซือถงเป็นฝ่ายชนะเท่านั้นถึงจะเป็นผลดีต่อเขา!
หากผู้ตื่นรู้เป็นฝ่ายชนะ จุดจบที่รอ "สายลับ" อย่างเขาอยู่ก็คงหนีไม่พ้นความตาย เขาไม่คิดว่าตัวเองจะอธิบายเรื่องที่เขาเป็น "สายลับ" ให้เธอเข้าใจได้หรอก!
เมื่อรู้ดีว่าในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ตนเองสู้ไม่ได้ ผู้ตื่นรู้คนนั้นจึงเริ่มถอยร่นไปทางประตูวิลล่า ยอมแลกกับการถูกโจมตีอย่างหนักหลายแห่งตามร่างกาย เพื่อเปิดประตูวิลล่าแล้วพุ่งตัวหนีออกไป!
หนวดที่โบกสะบัดอยู่กลางอากาศชะงักไปครู่หนึ่ง ดูเหมือนจะไม่มีความคิดที่จะตามออกไป
ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ!
ไม่กี่วินาทีต่อมา หนวดพวกนั้นก็หดกลับไป
เสียงของหลี่ซือถงดังขึ้น
"ดันปล่อยให้หนีไปได้ซะงั้น"
น้ำเสียงของเธอเจือไปด้วยความเจ็บใจและโกรธเคืองนิดๆ การที่เหยื่ออันโอชะหลุดมือไปทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดมาก
ผ่านไปไม่กี่วินาทีเธอก็พูดขึ้นอีก "ปิดประตูซะ"
รอจนเจียงเซี่ยปิดประตูแล้วหันกลับมา ภายในวิลล่าก็กลับมาสว่างไสวอีกครั้ง
หลี่ซือถงยืนอยู่กลางห้องนั่งเล่น กำลังเลียเลือดที่ติดอยู่บนมืออย่างเอร็ดอร่อย ลมหายใจของเธอหอบถี่ ราวกับสัตว์ป่าที่หิวโหยมานานได้ลิ้มรสเลือดเนื้อที่ห่างหายไปแสนนาน แววตาของเธอดูพึงพอใจอย่างถึงที่สุด
"อร่อยล้ำเลิศ... ไม่ผิดหวังจริงๆ... ไม่มีอะไรเทียบได้กับผู้ตื่นรู้เลย!"
สีหน้าหลงใหลคลั่งไคล้นั้นทำให้เจียงเซี่ยไม่กล้าเข้าไปใกล้ซี้ซั้ว กลัวว่าหลี่ซือถงจะยังไม่อิ่มแล้วจับเขากินแก้ขัด
"ทำไมจู่ๆ ถึงมีผู้ตื่นรู้โผล่มาได้ล่ะ?"
เจียงเซี่ยยืนถามอยู่ตรงประตู
ถึงแม้ดูเหมือนว่าวิกฤตจะคลี่คลายลงแล้ว แต่ผู้ตื่นรู้ที่หนีรอดไปได้ก็ดูเหมือนจะนำพาวิกฤตที่ใหญ่หลวงกว่ามาให้เขา
คนที่เพิ่งรอดตายมาหมาดๆ อย่างเขารู้สึกประหม่าจนริมฝีปากแห้งผาก หัวใจยังคงเต้นตึกตักไม่หยุด
จนกระทั่งเลียเลือดของผู้ตื่นรู้บนมือจนสะอาดหมดจด หลี่ซือถงถึงได้ลดมือลงอย่างเสียดาย สายตาของเธอมองไปยังหญิงสาวสัตว์ประหลาดหัวปลาที่นอนอยู่บนพื้น
ตอนนี้สัตว์ประหลาดหัวปลาได้กลับคืนสู่ร่างมนุษย์ปกติแล้ว หญิงสาวที่เดิมทีหน้าตาสะสวยระดับนางฟ้า หลังจากถูกเจียงเซี่ยแทงเข้าที่หน้าไปหนึ่งแผล สภาพเสียโฉมของเธอก็ดูสยดสยองน่ากลัว
"พุ่งเป้ามาที่ยัยนี่นั่นแหละ แต่ดันฟลุคมาเจอพวกเราเข้าพอดี" หลี่ซือถงตอบ
"งั้นตัวตนของผมก็ถูกเปิดเผยแล้ว จะไม่เป็นไรใช่ไหม?" เจียงเซี่ยถามด้วยความกังวลใจ
หลี่ซือถงมองเจียงเซี่ย เธอเองก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกัน
"ก็ต้องดูว่ายัยนั่นจะเพ่งเล็งนายหรือเปล่า แต่บาดแผลที่เธอได้รับก็ไม่เบา ในระยะเวลาอันใกล้นี้คงยังไม่เคลื่อนไหวอะไรหรอก"
พูดจบเธอก็เดินมาตรงหน้าเจียงเซี่ย หยิบขวดเหล้าขาวดีกรีแรงในมือเขาไป ดมกลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึก แล้วยกขึ้นมาพิจารณาดูตรงหน้า
"เธอเป็นคนฉลาด รู้ดีว่าไม่ควรไว้ใจใครง่ายๆ..."
"ทิ้งไปเถอะ เหม็นจะตายชัก..."
เจียงเซี่ยเอามือปิดจมูก กลิ่นแอลกอฮอล์ที่โชยออกมาจากปากขวดทำเอาเขารับไม่ไหวจริงๆ
"ทิ้งไปก็เสียของแย่สิ..."
หลี่ซือถงมองเจียงเซี่ย พร้อมกับเผยรอยยิ้มร้ายกาจ
เจียงเซี่ยกะพริบตาปริบๆ มองดูเหล้าสลับกับมองรอยยิ้มแฝงเจตนาร้ายของหลี่ซือถง จู่ๆ ลางสังหรณ์ไม่ดีก็ผุดขึ้นมาในใจ