การเกิดใหม่ของยักษ์ใหญ่การเงิน · khram
ตอนที่ 117
บทที่ 117 ผลประกอบการประจำปี 2015 ของเทียนเซิ่งแคปปิตอล
ช่วงนี้แพลตฟอร์มต่างๆ ในประเทศอย่างซอฟต์แวร์ตลาดหุ้นหลักๆ เถาปา เสวี่ยฉิว รวมถึงกลุ่มพูดคุยเรื่องหุ้นมากมายล้วนเงียบเหงาซึมเซา แทบจะไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ เลย
และในเวลานี้เอง มีมของเหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านหุ้นในปี 2008 ที่คอยปลอบใจนักลงทุนรายย่อยตั้งแต่ระดับกว่า 6,000 จุดไปจนถึง 1,600 กว่าจุด ก็กลับมาเป็นกระแสบนโลกออนไลน์อีกครั้ง
6,000 จุด มีเงินทองมากมายก็ยากจะซื้อกระทิงหวนกลับนะ!
5,500 จุด การปรับฐานระยะสั้นเพื่อล้างไพ่ก็เพื่อการพุ่งขึ้นที่ดียิ่งกว่า!
5,000 จุด จุดต่ำสุดระยะยาว กล้าๆ ซื้อเข้าเลย!
4,500 จุด ตลาดภาพรวมร่วงลงไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว!
4,300 จุด การชอร์ตเซลอันตรายมากนะ!
3,500 จุด ระดับจุดในปัจจุบันไม่ควรหลับหูหลับตาเทขายหนีตาย!
3,000 จุด ตลาดอากรแสตมป์ จุดต่ำสุดของนโยบายแล้วนะ!
2,500 จุด สถาบันแปดสิบเปอร์เซ็นต์มองว่าตลาดภาพรวมถึงจุดต่ำสุดแล้ว!
2,000 จุด ไม่มีทางหลุดแนวรับนี้ไปได้เด็ดขาด!
1,800 จุด ตลาดหุ้น A-Share สิ้นหวังแล้ว!
1,700 จุด ตลาดหุ้น A-Share ต้องรื้อทิ้งทำใหม่สถานเดียว!
นี่ นี่...นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย~~
หลายปีต่อมาในวันนี้ มีชาวเน็ตนำจุดต่ำสุดสารพัดรูปแบบที่ผู้เชี่ยวชาญบางคนคิดค้นขึ้น มารวมกันสร้างเป็นภาพปลอบใจสำหรับตลาดที่ร่วงลงฉับพลันถึง 5,178 จุดในครั้งนี้ และมันก็โด่งดังบนโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว ทำให้เพื่อนนักลงทุนที่รอดูเรื่องสนุกพากันเซฟเก็บไว้และแชร์ต่อ
5,000 จุด จุดต่ำสุดระดับทองคำ!
4,500 จุด จุดต่ำสุดระดับเพชร!
4,000 จุด จุดต่ำสุดระดับเด็กประถม!
3,500 จุด จุดต่ำสุดระดับเด็กทารก!
3,000 จุด จุดต่ำสุดระดับทารกในครรภ์!
2,500 จุด จุดต่ำสุดระดับตัวอ่อน!
...
ชาวหุ้นตลาดหุ้น A-Share ทำได้เพียงฝืนยิ้ม หาความสุขท่ามกลางความทุกข์เท่านั้น
กระดานหลักร่วงลงอย่างหนักถึง -25% ในเดือนมกราคม ส่วนกองทุนยิ่งดูไม่จืด กองทุนที่ร่วงหนักที่สุดในเดือนมกราคมทำสถิติร่วงลงอย่างน่ากลัวถึง -67.5% ผลประกอบการตลอดปีที่แล้วซึ่งเป็นรองแค่กองทุนผสมเติบโตเน้นคุณค่าเทียนเซิ่งอย่างกองทุนผสมเกิดใหม่ยี่ฟางต๋า กลับมีผลประกอบการในเดือนมกราคมรั้งท้ายเป็นอันดับรองบ๊วย
พอถึงปลายเดือน ทั่วทั้งตลาดก็แทบจะไม่เหลือคนรอดชีวิตแล้ว
แต่กองทุนผสมเติบโตเน้นคุณค่าเทียนเซิ่งกลับกลายเป็นหนึ่งในไม่กี่รายที่รอดชีวิตมาได้ แถมมูลค่าสุทธิที่เติบโตในเดือนมกราคมยังปิดบวกอย่างเหลือเชื่อ โดยพุ่งขึ้นสะสม +10.89% คว้าแชมป์ประจำเดือนมกราคมไปครอง
ผลประกอบการในเดือนมกราคมทำให้ลู่หมิงและกองทุนผสมเติบโตเน้นคุณค่าเทียนเซิ่งกลายเป็นจุดสนใจของทุกคนอีกครั้ง ความคึกคักในส่วนความคิดเห็นใต้กองทุนยังคงอยู่ในระดับสูงมาโดยตลอด
"ยอมใจเลยจริงๆ ตลาดแบบนี้กลับไม่ขาดทุน แถมยังทำกำไรได้อีกตั้ง 10 กว่าเปอร์เซ็นต์ นี่แหละนะกองทุนปีศาจเทียนเซิ่ง? รักเลยๆ!"
"เรื่องที่เจ็บปวดที่สุดในชีวิตก็คือตอนที่คุณเจอกองทุนดีๆ สักตัว แล้วอยากจะถือยาวๆ แต่กลับพบว่าในกระเป๋าเหลือเงินอยู่ไม่กี่หยวน ไม่มีทุนให้ลงแล้ว เฮ้อ~~!"
"ยังคงคำพูดเดิม คนที่เชื่ออี้เกอล้วนผ่านพ้นทั้งตลาดกระทิงและตลาดหมีจนรวยเละ ส่วนคนที่สงสัยอี้เกอล้วนผ่านพ้นทั้งตลาดกระทิงและตลาดหมีโดยได้แต่มองคนอื่นรวยเละ"
"ว่าแต่ 2,600 กว่าจุดเป็นจุดต่ำสุดระดับตัวอ่อนแล้ว ต่ำลงไปอีกจะใช่ 2,500 จุดจุดต่ำสุดระดับโมเลกุลไหม? 2,000 จุดจุดต่ำสุดระดับอะตอม? 1,500 จุดจุดต่ำสุดระดับควาร์ก? 1,000 จุดลึกจนมองไม่เห็นก้นเหว?"
"คนเก่งนี่หว่าพี่ชาย เหล่าหยางถึงกับร้องโอ้โหเลย"
"แม่งเอ๊ย อย่ามาทำหน้าตายตลกแถวนี้นะ กะจะให้ฉันขำจนตายแล้วมารับมรดกกองทุนปีศาจเทียนเซิ่งที่ฉันถืออยู่ใช่ไหม?"
"ฮ่าๆ~ โคตรบ้าเลยจุดต่ำสุดระดับอะตอม จุดต่ำสุดระดับควาร์กก็มา!"
"ทุ่มหมดหน้าตักไปเลยดิวะ กองทุนปีศาจเทียนเซิ่ง พระเยซูลงมาก็เอาไม่อยู่ ฉันบอกเลย! [โกรธ][โกรธ][โกรธ]"
"กองทุนปีศาจเทียนเซิ่งกลับมาเทรดวันที่ 3.16 ฉันก็เข้าเลย ถือยาวมาจนถึงวันนี้ ในที่สุดก็ได้สัมผัสรสชาติของการนอนรอรับชัยชนะ โคตรสะใจเลย"
"เชี่ย ฉันอิจฉาแล้วนะ นั่นมันเท่ากับกำไร 21 เท่าเลยนะ โคตรเถื่อน!"
"ความจริงพิสูจน์แล้วว่า กองทุนปีศาจเทียนเซิ่งเข้าตอนไหน ผ่านไปสักพักมันก็คือจุดต่ำสุด จะตอนไหนก็คือจุดซื้อ จะขายตอนไหนก็คือจุดขายหมู"
"แม่งเอ๊ย จะไปเล่นหุ้นบ้าบออะไรอีก ต่อไปถ้าเล่นหุ้นรายตัวขอสับมือทิ้ง!"
"อี้เกอคือความศรัทธาของฉัน!"
...
วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์
ตอนเช้าไม่ถึงแปดโมงลู่หมิงก็มาถึงบริษัทแล้ว
อันอี้โหรวเคาะประตูก่อนจะเดินเข้ามาในห้องทำงานของเขา "การตรวจสอบรายงานงบการเงินรวมประจำปี 2015 เสร็จสิ้นแล้วค่ะ รายงานประจำปีแสดงให้เห็นว่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2015 เทียนเซิ่งแคปปิตอลมีสินทรัพย์รวม 132,500 ล้านหยวน สินทรัพย์สุทธิ 130,900 ล้านหยวน ในปี 2015 มีรายได้จากการดำเนินงาน 21,600 ล้านหยวน กำไรรวม 19,133 ล้านหยวน กำไรสุทธิ 14,918 ล้านหยวน อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 69.06% และกำไรต่อหุ้น (EPS) อยู่ที่ 186.47 หยวนค่ะ"
อันอี้โหรวพูดจบก็วางเอกสารรายงานไว้บนโต๊ะทำงานของลู่หมิง ชายหนุ่มหยิบขึ้นมาเปิดดู
รายได้รวมในปีงบประมาณ 2015 ของเทียนเซิ่งแคปปิตอลอยู่ที่ 21,600 ล้านหยวน ในจำนวนนี้ 1,200 ล้านหยวนมาจากรายได้จากการดำเนินงานของกองทุนเทียนเซิ่งในเครือ โดยมีกองทุนผสมเติบโตเน้นคุณค่าเทียนเซิ่งเป็นผู้มีส่วนร่วมหลัก
ทว่ารายได้จากกองทุนรวมคิดเป็นเพียง 5.55% เท่านั้น รายได้ส่วนที่เหลือคือผลตอบแทนจากการลงทุนของเทียนเซิ่งแคปปิตอลเอง ซึ่งผลตอบแทนก้อนใหญ่มาจากกำไรจากการซื้อ Call Option ในต่างประเทศช่วงไตรมาสที่สี่ของปีที่แล้ว โดยมีการเปลี่ยนเป็นเงินสดจำนวน 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐนำกลับเข้ามาในประเทศ ส่วนเงินทุนที่เหลือยังคงซุ่มอยู่ในพอร์ตการลงทุนนอกประเทศโดยไม่ขยับเขยื้อน
และผลตอบแทนจากการลงทุนจำนวน 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐนี้ ถูกแบ่งปันร่วมกันระหว่างเทียนเซิ่งแคปปิตอลกับเหล่า LP อย่างเฉาอวิ๋นและว่านเซี่ยง เทียนเซิ่งแคปปิตอลได้รับส่วนแบ่งตามสัดส่วนเงินทุนของตนบวกกับค่าธรรมเนียมผลการดำเนินงานส่วนเกินเป็นจำนวน 2,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 13,300 ล้านหยวน ซึ่งปัจจุบันได้สะท้อนให้เห็นในงบกำไรขาดทุนแล้ว
หากไม่มีการลงทุนในต่างประเทศช่วงไตรมาสที่สี่ รายได้ในปีงบประมาณ 2015 ของเทียนเซิ่งแคปปิตอลคงไม่เกินหมื่นล้านหยวน
แต่ที่น่ากล่าวถึงก็คือ ขนาดสินทรัพย์สุทธิในปัจจุบันของเทียนเซิ่งแคปปิตอลนั้นมีมากกว่า 132,500 ล้านหยวนซึ่งเป็นสินทรัพย์สุทธิ ณ วันสิ้นงวดในรายงานประจำปีอยู่มาก ตัวเลขที่แท้จริงคือ 208,700 ล้านหยวน ขนาดสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นมาราวๆ 76,000 ล้านหยวนนี้ก็คือเค้กส่วนแบ่งที่เทียนเซิ่งแคปปิตอลได้รับจากการล้อมปราบกลุ่มทุนเก็งกำไรข้ามชาติเมื่อเดือนมกราคมปีนี้
การล้อมปราบกลุ่มทุนเก็งกำไรข้ามชาติทำกำไรสุทธิไปได้ทั้งหมดกว่า 220,000 ล้านหยวน ในจำนวนนี้ 76,000 ล้านหยวนเป็นรายได้ที่จัดสรรตามสัดส่วนเงินทุนของเทียนเซิ่งแคปปิตอล ส่วนที่เหลือคือผลกำไรจากเงินทุนของเหล่า LP และหากในอนาคต LP เหล่านี้ต้องการถอนผลกำไรก้อนนี้ออกมา เทียนเซิ่งแคปปิตอลก็จะหักค่าธรรมเนียมผลการดำเนินงานส่วนเกินอีก 20% จากจำนวนนั้น
ต้นทุนการดำเนินงานที่ใหญ่ที่สุดของบริษัทคือต้นทุนทรัพยากรบุคคล ปัจจุบันเทียนเซิ่งแคปปิตอลมีพนักงานเกือบ 600 กว่าคน ตลอดทั้งปี 2015 จ่ายเงินเดือนไปมากกว่า 2,000 ล้านหยวน คิดเป็นเงินเดือนเฉลี่ยต่อปีที่สูงกว่า 350,000 หยวน
อุตสาหกรรมการเงินเป็นอุตสาหกรรมที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดในบรรดาอุตสาหกรรมทั้งหมด ในปี 2015 เงินเดือนเฉลี่ยต่อปีของอุตสาหกรรมการเงินสูงถึง 114,800 หยวน แต่ผลตอบแทนที่เทียนเซิ่งแคปปิตอลมอบให้นั้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยของบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกันถึง 3 เท่า
ประชากรวัยแรงงานในประเทศมีมากกว่า 800 ล้านคน ผู้ที่ทำงานในสายการเงินมีสัดส่วนไม่ถึง 1% แต่กลับสร้าง GDP ได้ถึง 8% อุตสาหกรรมการเงินเป็นอุตสาหกรรมยอดฮิตในปัจจุบันจริงๆ อุตสาหกรรมที่มีผลตอบแทนเทียบเคียงกันได้ก็มีเพียงแค่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือก็คือพวกที่ทำไอทีเท่านั้น
ผลประกอบการของเทียนเซิ่งแคปปิตอลฉบับนี้โดดเด่นสะดุดตาอย่างไม่ต้องสงสัย หากบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ขนาดกำไรสุทธิของปีที่แล้วจะเป็นรองเพียงเหมาไถ (กำไรสุทธิ 15,503 ล้านหยวน) ซึ่งสามารถจัดอยู่ในอันดับที่ 32 ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดในตลาดหุ้น A-Share ได้เลย
ความสามารถในการทำเงินนั้นไร้ข้อกังขา
ที่สำคัญที่สุดก็คือ ด้วยความที่เป็นบริษัทการลงทุน การตกแต่งงบกำไรขาดทุนจึงเป็นเรื่องง่ายดาย แค่เปลี่ยนผลกำไรออกมาเป็นเงินสด อยากจะทำตัวเลขเท่าไหร่ก็ทำได้ แต่ลู่หมิงไม่มีทางทำแบบนั้นแน่นอน สินทรัพย์ประเภทหุ้นต้องปล่อยทิ้งไว้ให้มูลค่าเพิ่มขึ้น
อันอี้โหรวเห็นเขาวางเอกสารรายงานลงจึงเอ่ยถาม "ต้องเปิดเผยข้อมูลสู่ภายนอกไหมคะ?"
ปัจจุบันเทียนเซิ่งแคปปิตอลยังไม่ใช่บริษัทจดทะเบียน จึงไม่จำเป็นต้องประกาศรายงานทางการเงินของตนให้ภายนอกรับทราบ ลู่หมิงส่ายหน้า "เก็บไว้ก่อน เอาไว้ใช้ตอนเข้าตลาดทางอ้อม"
เรื่องการเข้าตลาดหลักทรัพย์ทางอ้อมก็กำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น ในฐานะผู้ช่วย อันอี้โหรวก็คอยรายงานความคืบหน้าให้เขาทราบเป็นระยะ
แฟนสาวตัวน้อยส่งมอบเอกสารรายงานประจำปีงบประมาณเสร็จก็จากไป ส่วนลู่หมิงก็ไม่ได้อยู่ว่างๆ ตอนนี้เขากำลังอ่านเอกสารรายงานการวิจัยที่ทีมวิจัยของบริษัทส่งมาให้อย่างรวดเร็ว บริษัทส่วนใหญ่ที่ถูกนำมาวิจัยล้วนเป็นบริษัทที่ลู่หมิงเจาะจงเลือก
แม้จะมีความได้เปรียบจากความทรงจำในชาติก่อน แต่ก็ยังต้องทำความเข้าใจสถานการณ์จริงในปัจจุบัน การทำวิจัยให้ดีและมีความมั่นใจอยู่ในใจ จะช่วยไม่ให้เกิดการประเมินที่ผิดพลาด
บริษัทบางแห่งเขาก็ยังต้องไปดูด้วยตัวเอง อย่างเช่น พินตั๋วตั๋ว
อุตสาหกรรมที่ทำการวิจัยก็มีหลากหลายรูปแบบ ทั้งเซมิคอนดักเตอร์ ผลิตภัณฑ์เคมี ทองคำ โลหะหายาก อุปกรณ์แหล่งจ่ายไฟ การผลิตเครื่องดื่ม การแปรรูปอาหาร และอื่นๆ
...







