อันที่จริง สำหรับเหลิ่งปิ่งกั๋วแล้ว เขาไม่ได้สนใจเฝิงเซี่ยวเฉินมากนัก เขาไม่ได้เห็นฉากที่เฝิงเซี่ยวเฉินพูดคุยอย่างฉะฉานกับเมิ่งฝานเจ๋อ จึงยากที่จะจินตนาการได้ว่าทำไมเมิ่งฝานเจ๋อถึงได้ให้ความสำคัญกับชายหนุ่มคนนี้นัก ทว่าในเมื่อเมิ่งฝานเจ๋อแนะนำเฝิงเซี่ยวเฉินมาให้เขาถึงที่ เขาก็ไม่อาจปฏิเสธได้ ดังนั้นตั้งแต่เมื่อคืนวาน เขาก็ได้คิดหาวิธีจัดการกับเฝิงเซี่ยวเฉินเอาไว้แล้ว
เมื่อได้ยินเฝิงเซี่ยวเฉินเอ่ยถาม เหลิ่งปิ่งกั๋วก็ทำมือส่งสัญญาณให้อู๋ซีหมิน อู๋ซีหมินเข้าใจความหมายจึงลุกขึ้นเดินออกจากห้องไป ไม่นานเขาก็หิ้วก้อนเหล็กก้อนหนึ่งกลับมา เขาวางก้อนเหล็กนั้นลงกลางห้อง จากนั้นก็พยักหน้าให้เหลิ่งปิ่งกั๋ว แล้วกลับไปนั่งที่เดิม
"เสี่ยวเฝิง ลองมาดูสิว่าเจ้านี่มันคืออะไร" เหลิ่งปิ่งกั๋วชี้ไปที่ก้อนเหล็กก้อนนั้นพลางพูดกับเฝิงเซี่ยวเฉิน
เฝิงเซี่ยวเฉินกวาดตามองแวบหนึ่งแล้วตอบว่า "นี่คือวาล์วไฮดรอลิกใช่ไหมครับ"
"อืม ไม่เลว" เหลิ่งปิ่งกั๋วเอ่ยชมเรียบๆ วาล์วไฮดรอลิกเป็นอุปกรณ์ในระบบไฮดรอลิกที่ใช้สำหรับปรับอัตราการไหล แรงดัน และทิศทางของของเหลว ซึ่งมีการใช้งานอย่างแพร่หลายในงานวิศวกรรมเครื่องกล การจำวาล์วไฮดรอลิกได้ไม่ใช่ความสามารถที่ยอดเยี่ยมอะไรนัก แต่ถ้าเฝิงเซี่ยวเฉินจำไม่ได้แม้กระทั่งวาล์วไฮดรอลิก เหลิ่งปิ่งกั๋วก็ไม่มีความจำเป็นต้องพูดอะไรต่อ แค่ไล่เขาไปช่วยจัดเอกสารที่สำนักงานของโรงงานก็พอแล้ว
"คุณลองดูวาล์วไฮดรอลิกตัวนี้ให้ละเอียดหน่อย ดูซิว่ามันมีปัญหาอะไรหรือเปล่า" เหลิ่งปิ่งกั๋วพูดต่อ
เมิ่งฝานเจ๋อกับฉางเกินหลินที่นั่งอยู่ด้านข้างต่างก็ไม่ได้พูดแทรก เห็นได้ชัดว่าอยากจะทดสอบฝีมือของเฝิงเซี่ยวเฉินเช่นกัน เฝิงเซี่ยวเฉินลุกขึ้นเดินไปที่วาล์วไฮดรอลิกตัวนั้น นั่งยองๆ ลง พลิกดูสองสามที แล้วพูดว่า "น่าจะน้ำมันรั่วใช่ไหมครับ"
"หึๆ มีฝีมืออยู่เหมือนกันนี่ มองแวบเดียวก็รู้ปัญหาเลย" ท่าทีของเหลิ่งปิ่งกั๋วผ่อนคลายลงมาก โครงสร้างหลักของวาล์วไฮดรอลิกก็คือตัววาล์วและก้านวาล์ว ก้านวาล์วเสียบอยู่ในรูวาล์ว สามารถเคลื่อนที่ไปมาได้ภายใต้แรงกระทำจากภายนอก เพื่อควบคุมน้ำมันไฮดรอลิก เพื่อให้แน่ใจว่าก้านวาล์วจะเคลื่อนที่ได้อย่างราบรื่น ระหว่างก้านวาล์วกับรูวาล์วจะมีน้ำมันหล่อลื่นอยู่เล็กน้อย ส่วนภายในตัววาล์วจะมีน้ำมันไฮดรอลิก การที่เฝิงเซี่ยวเฉินดูออกว่าน้ำมันที่ซึมออกมาบนก้านวาล์วคือน้ำมันไฮดรอลิก ไม่ใช่น้ำมันหล่อลื่น ก็นับว่ามีความสามารถอยู่บ้าง
ฉางเกินหลินพูดแทรกขึ้นมาว่า "เสี่ยวเฝิง ในเมื่อคุณดูออกว่าน้ำมันรั่ว งั้นคุณพอบอกได้ไหมว่าสาเหตุที่มันรั่วคืออะไร"
"ก้านวาล์วสึกหรอครับ บนนี้มีรอยขีดข่วนที่ค่อนข้างชัดเจนอยู่ น้ำมันไฮดรอลิกซึมออกมาทางรอยขีดข่วนพวกนี้แหละ" เฝิงเซี่ยวเฉินยกวาล์วไฮดรอลิกตัวนั้นขึ้นมา ดึงก้านวาล์วออก แล้วชี้ให้ฉางเกินหลินกับคนอื่นๆ ดู
"แล้วรอยขีดข่วนเกิดขึ้นได้ยังไงล่ะ" ฉางเกินหลินยังคงตั้งคำถามทดสอบต่อไป
เฝิงเซี่ยวเฉินมองวาล์วไฮดรอลิกในมืออีกครั้งแล้วตอบว่า "รูวาล์วมีข้อบกพร่องในการผลิตครับ ถ้าผมเดาไม่ผิด น่าจะเกิดการฝังตัวของเม็ดทรายในระหว่างกระบวนการขัดเงารูวาล์ว พอขัดเงาเสร็จก็ไม่ได้ทำความสะอาดให้หมดจด ทรายคอรันดัมที่ฝังอยู่ในรูวาล์วก็เลยขูดก้านวาล์วจนเป็นรอย"
"ผู้เฒ่าเฝิงสอนคุณเรื่องนี้ด้วยเหรอ" สีหน้าของฉางเกินหลินฉายแววประหลาดใจ การดูออกว่าวาล์วไฮดรอลิกน้ำมันรั่ว อาจอธิบายได้ว่ามีประสบการณ์ การพบรอยขีดข่วนบนก้านวาล์ว ก็เป็นสิ่งที่คนมีสายตาเฉียบแหลมสักหน่อยพอมองออก แต่การสามารถบอกถึงข้อบกพร่องทางเทคนิคการผลิตได้ ถือเป็นการแสดงออกของคนที่รู้จริง ต้องรู้ก่อนว่า องค์กรขนาดใหญ่อย่างหลินเป่ยเครื่องจักรกลหนัก ยังหาคนที่มองปราดเดียวแล้วรู้สาเหตุนี้ไม่ได้เลยแม้แต่คนเดียว
หลินเป่ยเครื่องจักรกลหนักไม่ได้ผลิตชิ้นส่วนไฮดรอลิกเอง วาล์วไฮดรอลิกตัวนี้จัดซื้อมาจากบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนประกอบเฉพาะทางแห่งหนึ่งในมณฑลหมิงโจวที่ชื่อว่าโรงงานเครื่องมือไฮดรอลิกซินหมิน ตอนที่ติดตั้งวาล์วไฮดรอลิกบนรถขุด ในตอนแรกก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ผ่านไประยะหนึ่งก็เริ่มมีอาการน้ำมันซึมออกมาเล็กน้อย การทำงานของชิ้นส่วนไฮดรอลิกอาศัยแรงดันจากน้ำมันไฮดรอลิกภายใน หากน้ำมันไฮดรอลิกรั่วซึม แรงดันภายในก็จะค่อยๆ ลดลง ทำให้ชิ้นส่วนไฮดรอลิกทำงานได้ไม่แม่นยำ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของเครื่องจักรทั้งคันในที่สุด
หลินเป่ยเครื่องจักรกลหนักได้ส่งจดหมายถึงโรงงานเครื่องมือไฮดรอลิกซินหมิน เพื่อแจ้งเรื่องวาล์วไฮดรอลิกน้ำมันซึม โรงงานซินหมินเองก็จัดการอย่างเด็ดขาด ส่งวาล์วไฮดรอลิกตัวใหม่มาให้สองตัวโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง ตัวหนึ่งสำหรับเปลี่ยนแทนตัวที่เสีย ส่วนอีกตัวเก็บไว้เป็นอะไหล่สำรอง ข้อเท็จจริงพิสูจน์แล้วว่าการกระทำของโรงงานซินหมินนั้นมีวิสัยทัศน์ก้าวไกลมาก วาล์วไฮดรอลิกตัวใหม่ที่เปลี่ยนเข้าไปทำงานได้ระยะหนึ่งก็เกิดอาการรั่วซึมแบบเดียวกันอีก โชคดีที่ยังมีอะไหล่สำรอง จึงไม่ทำให้เสียงาน
วาล์วไฮดรอลิกตัวหนึ่งราคาไม่เท่าไหร่ แต่การเปลี่ยนวาล์วไฮดรอลิกกลับเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมาก อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาครึ่งค่อนวัน รถขุดคันหนึ่งต้องหยุดชะงักเพื่อเปลี่ยนอะไหล่บ่อยๆ เรื่องแบบนี้ไม่มีลูกค้าคนไหนพอใจหรอก ครั้งนี้เหลิ่งปิ่งกั๋วก็เพิ่งกลับมาจากสถานที่ทดสอบรถขุดในภาคอุตสาหกรรม โดยพกวาล์วไฮดรอลิกที่ถูกถอดเปลี่ยนก่อนหน้านี้ติดตัวมาด้วย เขาได้แจ้งให้รองหัวหน้าวิศวกรของโรงงานที่ชื่อเผิงไห่หยางเดินทางมาที่เมืองหลวงแล้ว เตรียมจะให้เขาพกวาล์วไฮดรอลิกตัวนี้ไปที่มณฑลหมิงโจวสักรอบ เพื่อเจรจากับโรงงานซินหมินให้รู้เรื่อง ไม่ว่ายังไงก็ต้องให้อีกฝ่ายผลิตสินค้าที่มีอายุการใช้งานทนทานกว่านี้มาให้ได้
เมื่อวานเฝิงเซี่ยวเฉินเสนอต่อเมิ่งฝานเจ๋อว่าเงื่อนไขในการวิจัยและพัฒนารถขุดรุ่นใหม่ยังไม่พร้อม เหตุผลสำคัญประการหนึ่งก็คือระบบชิ้นส่วนประกอบยังไม่สมบูรณ์ อะไหล่หลายชิ้นมีคุณภาพไม่ผ่านเกณฑ์ เขาคิดว่าควรจะทุ่มเทแรงกายแรงใจแก้ปัญหาเทคนิคการผลิตของอะไหล่เหล่านี้ก่อน ยกระดับคุณภาพอย่างรอบด้าน แล้วค่อยมาพิจารณาเรื่องการวิจัยและพัฒนารุ่นใหม่
เมิ่งฝานเจ๋อประทับใจในความคิดของเฝิงเซี่ยวเฉิน เมื่อไปปรึกษากับฉางเกินหลินที่โรงพยาบาล ต่างก็รู้สึกว่านี่เป็นแนวทางที่ถูกต้อง ดังนั้นจึงพากันมาที่สถานีจัดซื้อประจำเมืองหลวงของหลินเป่ยเครื่องจักรกลหนัก เพื่อหาเหลิ่งปิ่งกั๋วมาปรึกษาหารือเรื่องนี้ด้วยกัน ประจวบเหมาะกับที่เหลิ่งปิ่งกั๋วกำลังปวดหัวเรื่องวาล์วไฮดรอลิกอยู่พอดี พอได้ฟังเรื่องราวจากเมิ่งฝานเจ๋อ ก็รู้สึกว่ามีเหตุผลอยู่บ้าง เขาถามว่าใครเป็นคนเสนอความคิดนี้ จึงได้รู้จักชื่อของเฝิงเซี่ยวเฉินด้วยประการฉะนี้
เมิ่งฝานเจ๋อเป็นคนรักคนเก่ง การที่เขาได้รับความเคารพอย่างมากในแวดวงอุตสาหกรรมทั้งหมด ก็เป็นเพราะเขารักและปกป้องคนเก่ง มีบุคลากรระดับบริหารหลายคนที่เขาเป็นคนค้นพบและสนับสนุนให้เลื่อนตำแหน่ง ตอนนี้ผู้บริหารเหล่านั้นล้วนกลายเป็นกำลังสำคัญในทุกสาขาอาชีพ ซึ่งก็ส่งผลให้สถานะของเมิ่งฝานเจ๋อสูงขึ้นตามไปด้วย หลังจากที่เขาได้คุยกับเฝิงเซี่ยวเฉิน เขาก็เชื่อมั่นว่าชายหนุ่มคนนี้มีอนาคตที่สดใสรออยู่ จึงตั้งใจแน่วแน่ว่าจะแย่งตัวเขามาจากมือของหลัวเสียงเฟยให้ได้ เขาเสนอแนะให้เหลิ่งปิ่งกั๋วรับเฝิงเซี่ยวเฉินเข้าร่วมในการทดสอบรถขุดขนาด 12 ลูกบาศก์เมตรในภาคอุตสาหกรรม เพื่อประเมินความสามารถของเฝิงเซี่ยวเฉินระหว่างการทำงาน เหลิ่งปิ่งกั๋วไม่สะดวกใจที่จะปฏิเสธ จึงคิดไอเดียขึ้นมาได้ นั่นก็คือให้เฝิงเซี่ยวเฉินไปเป็นเพื่อนเผิงไห่หยางในการเจรจากับโรงงานเครื่องมือไฮดรอลิกซินหมิน
ตามความคิดของเหลิ่งปิ่งกั๋ว ในเมื่อนายเฝิงเซี่ยวเฉินพร่ำบอกว่าจะต้องจัดการเรื่องอะไหล่ให้ดีไม่ใช่เหรอ งั้นก็ดี นายไปช่วยพวกเราแก้ปัญหาคุณภาพของวาล์วไฮดรอลิกซะเลยสิ โรงงานเครื่องมือไฮดรอลิกซินหมินไม่สามารถผลิตวาล์วไฮดรอลิกคุณภาพสูงออกมาได้ นายจะมีวิธีที่ดีอะไรบ้างล่ะ
แน่นอนว่าก่อนที่จะส่งเฝิงเซี่ยวเฉินไปที่โรงงานซินหมิน เหลิ่งปิ่งกั๋วยังต้องหยั่งเชิงเขาดูก่อนว่าเขามีฝีมือแค่ไหนกันแน่ ถ้าเฝิงเซี่ยวเฉินไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวาล์วไฮดรอลิกคืออะไร เหลิ่งปิ่งกั๋วก็คงส่งเขาไปที่โรงงานซินหมินไม่ได้ เรื่องเฝิงเซี่ยวเฉินเสียหน้าน่ะเป็นเรื่องเล็ก แต่ถ้าทำให้โรงงานซินหมินรู้สึกว่าหลินเป่ยเครื่องจักรกลหนักไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ถึงได้ส่งคนโง่เง่ามาเจรจา นั่นล่ะที่จะเป็นปัญหา
หลังจากที่เฝิงเซี่ยวเฉินดูออกว่าวาล์วไฮดรอลิกมีปัญหาน้ำมันรั่ว เหลิ่งปิ่งกั๋วก็ตัดสินใจยอมรับเขาแล้ว คำถามสองข้อที่ฉางเกินหลินถามนั้นไม่ใช่สิ่งที่เหลิ่งปิ่งกั๋วอยากจะถาม โดยเฉพาะคำถามเรื่องเทคนิคการผลิต เหลิ่งปิ่งกั๋วรู้สึกว่ามันคือหลุมพรางชัดๆ
ในยุคนั้นคุณภาพของชิ้นส่วนไฮดรอลิกที่ผลิตในประเทศโดยทั่วไปยังไม่ผ่านเกณฑ์ อาการน้ำมันรั่วเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไป สาเหตุที่ชิ้นส่วนไฮดรอลิกน้ำมันรั่วมีมากมาย อาจเป็นเพราะขนาดการผลิตของรูวาล์วกับก้านวาล์วไม่พอดีกัน หรืออาจเป็นเพราะองค์ประกอบทางเคมีของน้ำมันไฮดรอลิกกับซีลกันรั่วไม่เข้ากัน สรุปก็คือ ถ้าไม่ใช่คนที่ทำงานในสายนี้ ก็ยากที่จะบอกสาเหตุที่แน่ชัดได้
การที่ฉางเกินหลินตั้งคำถามกับเฝิงเซี่ยวเฉิน ก็เพื่ออยากจะทดสอบภูมิหลังของชายหนุ่มคนนี้ ทว่าเฝิงเซี่ยวเฉินก็เป็นแค่เด็กหนุ่มอายุ 19 ปี ทั้งยังไม่เคยคลุกคลีในโรงงานมาก่อน อาศัยเพียงทฤษฎีที่ปู่ผู้เก่งกาจสอนมาให้บ้างนิดหน่อย จะไปเชี่ยวชาญรายละเอียดทางเทคนิคได้สักแค่ไหนเชียว
เขาคาดไม่ถึงเลยว่า เฝิงเซี่ยวเฉินจะเป็นเหมือนยาสารพัดนึก เรื่องที่เกี่ยวกับการผลิตเครื่องจักรกล หากจะหาเรื่องที่เฝิงเซี่ยวเฉินไม่ค่อยเชี่ยวชาญสักเรื่อง เกรงว่าคงไม่ใช่เรื่องง่าย ปัญหาแค่วาล์วไฮดรอลิกน้ำมันรั่ว จะไปทำให้ผู้อำนวยการแผนกกลยุทธ์ของสำนักงานอุปกรณ์เครื่องจักรกลหนักในยุคหลังคนนี้จนปัญญาได้อย่างไร
ในยุคหลัง เพื่อเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ที่ต้องพึ่งพาชิ้นส่วนไฮดรอลิกจากผู้อื่น สำนักงานอุปกรณ์เครื่องจักรกลหนักเคยจัดแคมเปญใหญ่เพื่อยกระดับคุณภาพชิ้นส่วนไฮดรอลิก และเฝิงเซี่ยวเฉินก็คือผู้รับผิดชอบแคมเปญใหญ่นี้ เขาเคยไปเยือนโรงงานผลิตชิ้นส่วนไฮดรอลิกแทบทุกแห่งในประเทศ ณ เวลานั้น ร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาและพัฒนาเทคโนโลยีไปพร้อมกับช่างเทคนิคและคนงาน จนสั่งสมประสบการณ์มาอย่างโชกโชน อย่างโรงงานซินหมินที่ผลิตวาล์วไฮดรอลิกตรงหน้านี้ ในยุคหลังได้กลายเป็นบริษัทร่วมทุนไปแล้ว เฝิงเซี่ยวเฉินเคยไปที่นั่นหลายครั้ง และมีความสัมพันธ์อันดีกับผู้บริหารและพนักงานในโรงงานไม่น้อย
"เหล่าเหลิ่ง ตอนนี้คุณยังมีอะไรจะพูดอีกไหม"
เมิ่งฝานเจ๋อมองเห็นคำตอบจากสีหน้าของฉางเกินหลิน เขาดีใจมาก ดูเหมือนว่าความสามารถของเฝิงเซี่ยวเฉินคนนี้จะเก่งกาจกว่าที่เขาจินตนาการไว้เสียอีก ต่อไปชื่อเสียงเรื่องการมีสายตาเฉียบแหลมมองคนทะลุปรุโปร่งของเขาคงจะโด่งดังยิ่งขึ้นไปอีก เขาหันไปมองเหลิ่งปิ่งกั๋วแล้วเอ่ยถามยิ้มๆ
เหลิ่งปิ่งกั๋วแสร้งทำสีหน้าจนใจแล้วพูดว่า "ยอมแล้ว ยอมแล้ว มิน่าล่ะรัฐมนตรีเมิ่งถึงได้เป็นผู้นำ ส่วนเสี่ยวเหลิ่งอย่างผมทำได้แค่คอยรับใช้รัฐมนตรีเมิ่ง ถ้าพูดถึงความสามารถในการดูคนออกบอกคนเป็น ผมเรียนอีกยี่สิบปีก็คงตามไม่ทัน เอาเถอะ ผมยอมรับความพ่ายแพ้ ตำแหน่งรองผู้อำนวยการฝ่ายผลิตนี้ คงต้องเป็นของเสี่ยวเฝิงแล้วล่ะ"
"แบบนี้ไม่ได้จริงๆ ครับ ประสบการณ์ผมยังน้อยเกินไป ไม่สามารถทำให้คนอื่นยอมรับได้หรอกครับ" เฝิงเซี่ยวเฉินรีบปฏิเสธ
"ผอ.เหลิ่ง ให้คุณทำ คุณก็ทำไปเถอะ" เมิ่งฝานเจ๋อเอ่ยปาก "ผอ.เหลิ่ง อยากส่งคุณไปโรงงานซินหมิน เพื่อติดต่อแก้ปัญหาคุณภาพวาล์วไฮดรอลิกที่ไม่คงที่ ถ้าคุณไม่มีตำแหน่งที่ชัดเจน พูดอะไรไปก็ไม่มีใครฟังหรอก ตำแหน่งรองผู้อำนวยการในองค์กร ไม่ได้ถือว่าเป็นตำแหน่งที่สูงส่งอะไรนัก ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้คุณทำได้แค่เป็นพนักงานระดับปฏิบัติการที่ทำหน้าที่แทนผู้บริหาร ถือเป็นการแต่งตั้งชั่วคราวเท่านั้น"
"ก็ได้ครับ ในเมื่อรัฐมนตรีเมิ่งพูดแบบนี้แล้ว ถ้าผมยังปฏิเสธก็คงจะเสียมารยาท" เฝิงเซี่ยวเฉินรับคำ
"ปฏิเสธคงเสียมารยาท อืมๆ สมกับที่ได้รับการอบรมสั่งสอนมาจากครอบครัว พูดจามีศิลปะจริงๆ" ฉางเกินหลินเอ่ยชม
"งั้นก็ตกลงตามนี้ ทางฝั่งอธิบดีหลัว รบกวนรัฐมนตรีเมิ่งไปพูดให้หน่อยนะครับ บอกว่าเราขอยืมตัวเสี่ยวเฝิงมาใช้งาน ส่วนเรื่องการแต่งตั้งเสี่ยวเฝิง ผมจะรีบให้ทางสำนักงานโรงงานออกประกาศอย่างเป็นทางการให้เร็วที่สุด เหล่าอู๋ คุณไปจัดเตรียมห้องพักสักห้อง ให้เป็นหอพักของเสี่ยวเฝิงในเมืองหลวง ถึงเขาจะต้องไปหมิงโจวกับเผิงไห่หยาง แต่ระหว่างนั้นก็ยังต้องกลับมา ควรจะมีหอพักที่เป็นหลักเป็นแหล่ง"
เหลิ่งปิ่งกั๋วสมกับที่เป็นถึงผู้อำนวยการโรงงาน ทำงานได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว เพียงครู่เดียวก็จัดการสั่งการเรื่องราวทุกด้านจนครบถ้วน







