แหล่งไข่มุกทอง ภายในป่าไผ่
หลินจิ้งและกระรอกใบสนเมื่อเหนื่อยก็ล้อมวงนั่งสมาธิพักผ่อน ดูดซับพลังปราณฟ้าดินเพื่อฟื้นฟูเรี่ยวแรง พอกลับมามีพลังอีกครั้งก็ทุ่มเทให้กับการตัดไม้ต่อ
หลังจากที่ศิษย์พี่ผู้ดูแลป่ามาตรวจสอบ หลินจิ้งก็รู้สึกว่าเวลาที่เหลืออยู่ของพวกเขาคงมีไม่มากแล้ว ทั้งสองฝ่ายต่างมีลางสังหรณ์ว่าอีกไม่ช้าอาจมีวิกฤตครั้งใหญ่มาเยือน
และแล้วก็เป็นไปตามคาด หลังจากนั้นพวกเขาทำงานต่อได้ไม่นาน บนท้องฟ้าก็มีรุ้งยาวสองสายพาดผ่าน ก่อนจะร่อนลงมาในป่าไผ่และมาหยุดอยู่ตรงหน้าพวกเขา
ผู้มาเยือนคือ... ชายชราชุดคลุมสีฟ้าผู้มีสีหน้าดำทะมึน และชายชราชุดคลุมสีดำผู้มีสีหน้าประหลาดใจระคนสงสัย
"ท่านผู้เฒ่าอวี้... แล้วก็ท่านผู้เฒ่าโม่? ท่านกลับมาแล้วหรือขอรับ?"
หลินจิ้งและกระรอกใบสนเห็นผู้มาเยือนก็มีสีหน้าประหลาดใจ
เวลานี้ ท่านผู้เฒ่าอวี้เห็นไผ่วิญญาณเกลื่อนกลาดเต็มพื้นก็รู้สึกปวดฟันขึ้นมาตงิดๆ
นี่คือ... สิ่งที่ศิษย์ขอบเขตกลั่นลมปราณขั้นที่หนึ่งกับกระรอกใบสนขอบเขตกลั่นลมปราณขั้นที่สามสามารถทำได้งั้นหรือ?
เขาไม่ได้เสียดายศิลาวิญญาณจริงๆ นะ ประเด็นหลักคือ... การสร้างมังกรไผ่กลไก มันไม่ได้ใช้วัสดุมากมายขนาดนี้เลย!
"สิ่งเหล่านี้... พวกเจ้าเป็นคนตัดทั้งหมดเลยหรือ?" ท่านผู้เฒ่าโม่มองไปที่ใบไม้บินสีแดงซึ่งกระรอกใบสนกอดเอาไว้ พลางอุทานด้วยความประหลาดใจ และค้นพบความไม่ธรรมดาของใบไม้บินใบนี้ในทันที
พืชวิญญาณชนิดพิเศษ!
ไม่ทราบสายพันธุ์
เมื่อมีสิ่งนี้ สำหรับกระรอกใบสนแล้วก็เหมือนกับผู้บำเพ็ญเพียรได้หยิบจับของวิเศษ มันสามารถเพิ่มพูนพลังเวทได้จริงๆ ทว่า หลินจิ้งและกระรอกใบสนไปเอาใบไม้นี้มาจากไหนกัน?
ยิ่งไปกว่านั้น การขว้างใบไม้บินเช่นนี้ย่อมต้องสิ้นเปลืองพลังงานอย่างมหาศาลสำหรับกระรอกใบสนที่ยังมีตบะไม่สูงนัก ไผ่ที่มากมายขนาดนี้ นี่คือการตัดไม้แบบหามรุ่งหามค่ำเลยหรือเปล่า?
ช่างเป็นความมุมานะอะไรเช่นนี้
ทันใดนั้น... ท่านผู้เฒ่าโม่ก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ หัวใจเต้นระรัว!
"เรียนท่านผู้เฒ่า... ใช่ขอรับ" หลินจิ้งตอบ "เพื่อไม่ให้กิจกรรมในเทศกาลมังกรผงาดต้องล่าช้า หลายวันมานี้ข้ากับกระรอกใบสนไม่กล้าอู้งานแม้แต่น้อย วันหนึ่งพวกเรานอนแค่สองชั่วยามเท่านั้น"
"ฮ่าๆๆๆ! ดีมาก!" วินาทีต่อมา ท่านผู้เฒ่าโม่หัวเราะลั่น ก่อนจะตบไหล่ท่านผู้เฒ่าอวี้แล้วกล่าวว่า "เฒ่าอวี้ ดูสิว่าศิษย์ที่ข้าพามานั้นขยันขันแข็งพอไหม ข้าเดาว่าไผ่วิญญาณเยอะขนาดนี้คงพอให้เจ้าสร้างมังกรกลไกแล้วล่ะ เช่นนั้นก็ให้เขากลับไปพักผ่อนเถอะ"
"เจ้าอย่าลืมมอบรางวัลภารกิจให้ครบถ้วนล่ะ..." พูดจบ เขาก็ก้าวไปข้างหน้า เรียกเมฆหมอกมาม้วนเอาตัวหลินจิ้งและกระรอกใบสนจากไป ทิ้งให้ท่านผู้เฒ่าอวี้ยืนทำหน้าเหวออยู่เพียงลำพัง
"มารดามันเถอะ! ต้องเป็นเพราะโม่หวูหยาตาเฒ่าบัดซบนี่แอบสอนพิเศษให้เจ้ากายาอมตะคนนี้แน่ๆ! ไม่อย่างนั้นกระรอกใบสนขอบเขตกลั่นลมปราณขั้นที่สามจะทำได้ถึงขนาดนี้ได้อย่างไร" ท่านผู้เฒ่าอวี้สบถเบาๆ "ไผ่วิญญาณเยอะขนาดนี้ เอาไปสร้างมังกรไผ่ระดับสร้างรากฐานยังพอเลย"
"เทศกาลมังกรผงาดปีนี้ ใครก็อย่าหวังว่าจะได้อยู่อย่างสงบสุขเลย! ข้าจะเพิ่มความโหดให้พวกเจ้าเอง!"
...
ลานเรือนศิษย์สายนอก
ท่านผู้เฒ่าโม่พาหลินจิ้งกลับมา เขาเอาแต่พิจารณาหลินจิ้งและกระรอกใบสน ก่อนจะหยั่งเชิงถามว่า "ใบไม้บินสีแดงนี้ พวกเจ้าได้มาจากไหน?"
หลินจิ้งตอบ "ท่านผู้เฒ่าโม่ ใบไม้บินสีแดงนี้... กระรอกใบสนใช้ฤทธิ์เดชสร้างขึ้นมาเองขอรับ หลังจากที่ข้าทำพันธสัญญากับมันได้ไม่นาน เผ่าพันธุ์ของมันก็เกิดการกลายพันธุ์! ศิษย์คาดเดาว่า มันอาจกลายพันธุ์ไปในทิศทางของสัตว์วิเศษอย่างที่ท่านเคยกล่าวไว้!"
"สัตว์วิเศษ..." ลมหายใจของท่านผู้เฒ่าโม่เริ่มถี่กระชั้น ใบหน้าแดงก่ำพลางกล่าว "เป็นเช่นนั้นจริงๆ สินะ"
"ขอรับ" หลินจิ้งพยักหน้าแล้วกล่าว "พวกเราเฝ้ารอให้ท่านผู้เฒ่าโม่กลับมาตลอดเลยขอรับ ขอถามหน่อยว่าสภาพของมันเช่นนี้... ปกติหรือไม่?"
ท่านผู้เฒ่าโม่เงยหน้าขึ้น หัวเราะร่วนออกมา
"ล้มเหลวมาหกคู่แล้ว ในที่สุดครั้งนี้ก็สำเร็จเสียที ฮ่าๆๆๆๆๆ..."
บ้าเอ๊ย!
เมื่อเห็นท่าทางราวกับคนเสียสติของท่านผู้เฒ่าโม่ หลินจิ้งและกระรอกใบสนก็ก้าวถอยหลังไปพร้อมกันหนึ่งก้าว
ครู่ต่อมา ท่านผู้เฒ่าโม่ก็หันกลับมาจ้องมองหลินจิ้งและกระรอกใบสนอีกครั้ง แล้วถามว่า "ฤทธิ์เดชพรสวรรค์ของมันคืออะไร?!"
หลินจิ้งตอบ "เนตรเซียนหลิวหลีขอรับ มีคุณสมบัติเปลี่ยนหินเป็นทอง สามารถนำทรัพยากรระดับต่ำจำนวนหนึ่งมาสังเคราะห์เป็นทรัพยากรระดับสูงที่มีคุณสมบัติอีกแบบได้!"
"เนตรเซียนหลิวหลี?" ท่านผู้เฒ่าโม่กล่าว "ใบไม้บินสีแดงนี่ ก็คงถูกสังเคราะห์ขึ้นมาจากเนตรเซียนสินะ"
"ขอรับ!"
"แสดงให้ข้าดูสักรอบได้หรือไม่?" ท่านผู้เฒ่าโม่มองไปที่กระรอกใบสน
และเมื่อกระรอกใบสนได้ยินดังนั้น มันก็ทำท่าทางหอบเหนื่อยขึ้นมาทันที ร่างกายโอนเอนราวกับจะล้มพับ สายตาที่มองท่านผู้เฒ่าโม่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า
"ก็จริง ตัดไผ่วิญญาณย่อมต้องสิ้นเปลืองเรี่ยวแรงของพวกเจ้าไปอย่างมหาศาลแน่" พูดจบ เขาก็หยิบขวดหยกออกมา เทโอสถสีขาวเม็ดหนึ่งแล้วโยนให้กระรอกใบสน
"นี่คือโอสถ 'ยาเม็ดบำรุงวิญญาณ' กินเข้าไปแล้ว สภาพของเจ้าจะฟื้นฟูกลับคืนสู่จุดสูงสุดได้!"
"จี๊?!" กระรอกใบสนรับมาด้วยความดีใจ แล้วเคี้ยวยาเม็ดบำรุงวิญญาณกลืนลงไปดังกร้วม วินาทีต่อมา พลังของโอสถก็แปรเปลี่ยนเป็นสายธารแห่งพลังปราณไหลเวียนไปทั่วทุกส่วนของร่างกาย สิ่งที่คาดไม่ถึงก็คือ หลังจากกินโอสถเม็ดนี้เข้าไป พลังวิญญาณของกระรอกใบสนไม่ได้แค่ฟื้นฟูกลับมาสมบูรณ์เต็มเปี่ยมเท่านั้น แต่ดวงตาของมันยังมีแสงสีเขียววนเวียน กลิ่นอายพลังพุ่งพรวด และทะลวงเข้าสู่ขอบเขตกลั่นลมปราณขั้นที่สี่ได้ในรวดเดียว!
นอกเหนือจากนั้น หลินจิ้งผู้มีพันธสัญญาทางสายเลือดกับกระรอกใบสน ในที่สุดก็สัมผัสได้ถึงสิ่งที่เรียกว่าการตอบสนองจากสัตว์ในพันธสัญญา เมื่อกระรอกใบสนทะลวงระดับ เลือดในกายของเขาก็พลุ่งพล่าน พลังปราณในร่างพวยพุ่ง ระดับตบะก็พุ่งทะลวงกำแพงขอบเขตกลั่นลมปราณขั้นที่หนึ่ง และบรรลุถึงขอบเขตกลั่นลมปราณขั้นที่สองในรวดเดียวเช่นกัน!
ทะลวงระดับทั้งคู่!
สำหรับการทะลวงระดับของกระรอกใบสน ท่านผู้เฒ่าโม่ไม่ได้รู้สึกแปลกใจมากนัก ไม่ต้องพูดถึงการ "บำเพ็ญเพียร" อย่างหนักหน่วงในป่าไผ่และพรสวรรค์ของตัวมันเอง แค่คำว่าสัตว์วิเศษ... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับสัตว์วิเศษ เขาก็ไม่แปลกใจทั้งนั้น!
เมื่อทะลวงถึงขอบเขตกลั่นลมปราณขั้นที่สี่ กระรอกใบสนก็กลับมามีสภาพที่เปี่ยมล้นไปด้วยพลังใจอีกครั้ง เดิมทีมันคิดจะไปสังเคราะห์ใบไม้บินสีแดงอีกสักใบ แต่จู่ๆ มันก็พบด้วยความประหลาดใจว่า ถั่ววิญญาณที่ปลูกไว้ในลานเรือนก่อนหน้านี้ใกล้จะสุกงอมเต็มที่แล้ว
เมื่อเห็นเช่นนั้น กระรอกใบสนที่อยากรู้เหลือเกินว่าหากสังเคราะห์ถั่ววิญญาณแล้วจะได้ผลลัพธ์เช่นไร ก็รีบไปเก็บเกี่ยวและแกะเปลือกถั่ววิญญาณอย่างรวดเร็ว สองเม็ด สี่เม็ด หกเม็ด... ไม่นานนัก ถั่ววิญญาณกว่าร้อยเม็ดก็ถูกรวบรวมจนเต็มพื้น
"ถั่ววิญญาณ พืชวิญญาณพื้นฐาน มีสรรพคุณเหมือนข้าววิญญาณ เมื่อกินเข้าไปแล้วสามารถช่วยเติมเต็มพลังปราณได้เล็กน้อย" เมื่อเห็นดังนั้น ท่านผู้เฒ่าโม่ก็พยักหน้า
ส่วนกระรอกใบสนก็เริ่มประทับเนตรเซียนหลิวหลีใส่ถั่ววิญญาณ!
มันเองก็ไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือไม่
แต่ยังดีที่โชคเข้าข้าง เนตรเซียนหลิวหลีของกระรอกใบสนเปล่งประกายแสงเซียนเจิดจ้า กองถั่ววิญญาณสีน้ำตาลที่ดูคล้ายเม็ดถั่วลิสงบนพื้นถูกแสงสีมรกตห่อหุ้มในทันที จากนั้น... มันก็ถูกสังเคราะห์กลายเป็นถั่ววิญญาณสีเขียวหนึ่งเม็ดที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นและเปี่ยมไปด้วยพลังปราณ!
"ท่านผู้เฒ่าโม่ นี่แหละขอรับเนตรเซียนหลิวหลี ทว่านี่เป็นการสังเคราะห์ถั่ววิญญาณครั้งแรกของกระรอกใบสน จึงยังไม่รู้ว่าถั่ววิญญาณเม็ดใหม่นี้... จะมีสรรพคุณอย่างไร" หลินจิ้งพิจารณาถั่ววิญญาณสีเขียว เขารู้สึกว่า... มันดูหอมมาก และต้องเป็นของบำรุงขนานเอกอย่างแน่นอน
ดูจากสภาพที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตแล้ว อาจมีสรรพคุณในการรักษาอาการบาดเจ็บ ทำให้หลินจิ้งนึกถึง "ถั่วเซียน" ขึ้นมา
"อืม" ท่านผู้เฒ่าโม่สะบัดแขนเสื้อ ปีศาจหมีดำตัวหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นกลางลานเรือนในสภาพงัวเงีย
"เจ้านาย มีอะไรหรือ" ปีศาจหมีดำเอ่ยปากถาม ดูเหมือนว่าเมื่อครู่มันกำลังนอนหลับอยู่
"ตรงนั้นมีของดีอยู่ เจ้าลองไปชิมดูสิ" ท่านผู้เฒ่าโม่ชี้ไปที่ถั่ววิญญาณสีเขียวบนพื้น
"อะไรนะ? ข้าขอดูหน่อย!" ปีศาจหมีดำชะงักไป จมูกของมันขยับฟุดฟิด ก่อนจะรีบหยิบถั่ววิญญาณสีเขียวขึ้นมาใส่ปากทันที
วินาทีต่อมา
ตู้ม!
ถั่ววิญญาณระเบิดออก อานุภาพไม่ธรรมดาเลย ถั่ววิญญาณที่กลายพันธุ์แล้วกลับมีสรรพคุณเป็นระเบิดพลังปราณ ไม่สามารถนำมากินได้