ขนาดเงินทุนของกองทุนผสมแนวหน้าเทียนเซิ่งโกลบอล QDII เมื่อเทียบกับตลาดต่างประเทศแล้วถือว่าไม่ใหญ่เลยจริงๆ มีแค่ประมาณ 1.35 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วก็เป็นแค่เศษเงินของเทียนเซิ่ง QDIE เท่านั้น
ลู่หมิงเล่นตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะหลังจากที่เงินทุนมีขนาดถึงหลักหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เขาก็เล่นแต่หุ้นใหญ่เท่านั้น หุ้นใหญ่พวก Google, เอ็นวิเดีย, แอมะซอน และเฟซบุ๊ก
แถมยังไม่ทุ่มหมดตัวในหุ้นตัวเดียวง่ายๆ การไปแย่งเงินในถิ่นคนอื่นแล้วยังทำตัวห้าวหาญดุดันขนาดนี้ ถ้าเขาไม่ดึงปลั๊กเน็ตคุณออกก็คงเสียชื่อเจ้าถิ่นแย่
ดังนั้น การกระจายความเสี่ยงไปในหุ้นใหญ่จึงปลอดภัยกว่า เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะยอมให้ตลาดทุนหุ้นอเมริกาทั้งตลาดมากดดันคุณเพียงเพราะเงินหมื่นล้านของคุณ ตราบใดที่ไม่ใช้เลเวอเรจ โดยพื้นฐานแล้วก็ไม่มีความเสี่ยง อเมริกาต้องการรักษาตลาดกระทิงในระยะยาว นี่คือจุดตายของพวกเขา
ผลลัพธ์ที่แย่ที่สุดก็คือการอายัดทรัพย์สินของคุณจนไม่สามารถซื้อขายได้ชั่วคราว แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะยึด เพราะในตลาดทุนของประเทศก็มีเงินทุนต่างชาติอยู่เป็นจำนวนมาก หากคุณมายึดทรัพย์สินที่ถูกกฎหมายของผมโดยไม่มีเหตุผล ผมก็จะยึดของคุณบ้าง
ไม่ว่าจะเป็นแอมะซอน, ไมโครซอฟท์, Google... หุ้นใหญ่เหล่านี้ในอนาคตล้วนเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับล้านล้านดอลลาร์ แนวโน้มระยะยาวคือแนวโน้มขาขึ้น สิ่งนี้ไม่อาจย้อนกลับได้ เพราะเทคโนโลยีกำลังพัฒนา บริษัทอเมริกันที่ครองจุดสูงสุดทางเทคโนโลยีเหล่านี้ย่อมต้องพุ่งทะยานอย่างแน่นอน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความต้องการของใครคนใดคนหนึ่ง
มีเพียงสถานการณ์เดียวเท่านั้นที่สามารถหยุดเครื่องเกี่ยวความมั่งคั่งของลู่หมิงได้ นั่นก็คือการแบนบริษัทของเขา ไม่ให้เขาเข้ามา!
เรียบง่ายและรุนแรง ถ้าบอกว่าการดึงปลั๊กเน็ตเป็นพวกอันธพาล การแบนเขาโดยตรงก็คือพวกหน้าด้านแล้ว เล่นไม่เป็นสับปะรด แบบนี้น่าอายยิ่งกว่าการยอมแพ้เสียอีก
อีกทั้งยังไม่สามารถแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้ ลู่หมิงอยู่ในประเทศ เปลี่ยนชื่อปลอมหรือแม้แต่สั่งการซื้อขายทางไกลโดยตรง แบบนี้ก็ไม่มีทางแก้ เว้นแต่ตลาดทุนอเมริกาเหนือจะห้ามชาวต่างชาติลงทุน ซึ่งเรื่องแบบนี้ยิ่งเป็นไปไม่ได้เลย
หลังจากสั่งการกับฉีเหวยเสร็จสิ้น ทั้งสองก็ทยอยออกจากห้องประชุมไป ในเวลานี้ A-Share ได้เปิดตลาดแล้ว
การวางแผนกลับจากชอร์ตเป็นลองในตลาดต่างประเทศ การลองหุ้นกลับไม่ใช่แหล่งที่มาของกำไรหลัก Call Option มูลค่าสามพันล้านดอลลาร์สหรัฐนั้นต่างหากที่เป็นกอบเป็นกำ
ตัวอย่างแบบฉบับของ Call Option เช่น การจ่ายค่าพรีเมียมสามพันล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อรับสิทธิ์ในการซื้อหุ้นไมโครซอฟท์ในอนาคตด้วยมูลค่าเจ็ดหมื่นห้าพันล้านดอลลาร์สหรัฐ หากมูลค่าตลาดของหุ้นเพิ่มขึ้นเป็นหนึ่งแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ใช้สิทธิ์! กำไรสองหมื่นสองพันล้านดอลลาร์สหรัฐ หากเพิ่มขึ้นเป็นสองแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ใช้สิทธิ์! กำไรหนึ่งแสนสองหมื่นสองพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ยิ่งขึ้นก็ยิ่งกำไร ในทางทฤษฎีแล้วผลตอบแทนนั้นไร้ขีดจำกัด
หากหุ้นไมโครซอฟท์ร่วงลงอย่างหนัก ก็สละการใช้สิทธิ์ ขาดทุนสูงสุดเพียงสามพันล้านดอลลาร์สหรัฐ
แต่ในนี้มีปัญหาหนึ่งเข้ามาเกี่ยวข้อง การใช้สิทธิ์หมายความว่าต้องเตรียมเงินทุนก้อนใหญ่ขึ้น เมื่อหุ้นของไมโครซอฟท์เพิ่มขึ้นเป็นสองแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ การจะทำกำไรผ่านการใช้สิทธิ์ก็ต้องเตรียมเงินเจ็ดหมื่นห้าพันล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อใช้สิทธิ์ซื้อหุ้นมูลค่าสองแสนล้านก่อน แล้วจึงค่อยขายออกไปถึงจะได้กำไรหนึ่งแสนสองหมื่นสองพันล้านดอลลาร์สหรัฐนั้นมา โดยยังไม่คำนวณต้นทุนการทำธุรกรรม
ทรัพย์สินทั้งหมดมีแค่สามพันล้านดอลลาร์สหรัฐ เห็นได้ชัดว่าไม่มีทางใช้สิทธิ์ได้
ต่อให้ลู่หมิงจะมีเงินทุนจำนวนนี้ก็เห็นได้ชัดว่าเขาจะไม่ไปใช้สิทธิ์จริงๆ หรอก นั่นเป็นวิธีเล่นที่ค่อนข้างทื่อ วิธีเล่นที่แท้จริงคือการซื้อถูกขายแพงของค่าพรีเมียมต่างหาก
เมื่อราคาหุ้นสูงขึ้น ราคาของค่าพรีเมียมก็จะผันผวนตามไปด้วย
เมื่อหุ้นไมโครซอฟท์ยังไม่ถึงสองแสนล้านก็คาดการณ์ล่วงหน้าว่าจะขึ้น ย่อมต้องแบกรับความเสี่ยงที่มากขึ้น แต่ถ้าใกล้จะถึงสองแสนล้านดอลลาร์สหรัฐแล้วค่อยมาซื้อสิทธิ์นี้ ก็ต้องเสียต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ธรรมชาติแล้วราคาค่าพรีเมียมในเวลานี้ก็จะปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย
การดำเนินการซื้อถูกขายแพงของค่าพรีเมียมโดยตรงก็ไม่จำเป็นต้องสำรองเงินทุนสำหรับการใช้สิทธิ์ แค่ทุ่มเงินทุนทั้งหมดไปที่ค่าพรีเมียมก็พอ
อันที่จริง ลู่หมิงซื้อ Call Option ก็เพื่อหวังผลกำไรจากการปรับตัวขึ้นของค่าพรีเมียมในภายหลัง
เมื่อราคาหุ้นปัจจุบันของหุ้นตัวหนึ่งอยู่ที่ 22 หยวน ค่าพรีเมียมคือ 0.7 หยวน เมื่อราคาหุ้นปรับตัวขึ้นเป็น 28 หยวน ค่าพรีเมียมก็อาจจะพุ่งสูงขึ้นเป็น 1.5 หยวน หากขายสิทธิ์นี้ในเวลานี้ อัตราผลตอบแทนจะสามารถสูงถึง +114.28% ในขณะที่ผลตอบแทนจากการลองราคาหุ้นในช่วงเวลาเดียวกันจะมีเพียงประมาณ +27.27% เท่านั้น
เป้าหมายหุ้นอเมริกาที่ลู่หมิงเลือกลอง หุ้นใหญ่สิบกว่าตัวนั้น ผลตอบแทนรวมในอีกหนึ่งปีข้างหน้าอย่างมากก็ประมาณ 70% หากไม่คำนวณต้นทุนการทำธุรกรรมก็คือเจ็ดพันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ในขณะเดียวกันก็ซื้อ Call Option มูลค่าสามพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งในอนาคตมีโอกาสทำกำไรได้หลายเท่าตัว
ตราบใดที่ราคาหุ้นสูงขึ้น ค่าพรีเมียมของ Call Option ก็ต้องสูงขึ้นตาม ลู่หมิงรู้ดีว่าหุ้นบริษัทอเมริกันใหญ่ๆ ไม่กี่ตัวที่เขาเลือก ในอนาคตจะต้องมีแนวโน้มขาขึ้นอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นแอมะซอนหรือ Google ล้วนมุ่งหน้าสู่มูลค่าตลาดระดับล้านล้านดอลลาร์ทั้งสิ้น
……
วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ จิ่นซิ่วเฉียวเยวี่ยน
เช้าตรู่ ลู่หมิงที่เพิ่งตื่นนอนกำลังทาครีมโกนหนวดอยู่หน้ากระจกในห้องน้ำ อันอี้โหรวหาวด้วยสีหน้างัวเงียเกียจคร้าน หยิบแปรงสีฟันและยาสีฟันเตรียมตัวล้างหน้าแปรงฟัน
ลู่หมิงชำเลืองมองแฟนสาวตัวน้อยในกระจก แล้วพูดขึ้นมาว่า "ทางบริษัทผมบอกกับเสี่ยวมานไว้แล้ว วันนี้ไม่ต้องไปทำงานแล้วนะ กลับบ้านไปฉลองปีใหม่เจอพ่อแม่กับผมเถอะ ผมรับปากแม่ไว้แล้วว่าปีนี้ต้องพาผู้หญิงกลับบ้านให้ได้"
แฟนสาวตัวน้อยที่เดิมทีมีใบหน้างัวเงีย พอได้ยินคำพูดนี้ก็ตาสว่างขึ้นมาทันที ดวงตากะพริบปริบๆ จ้องมองลู่หมิง ผ่านไปครู่หนึ่งใบหน้าเล็กๆ ก็แดงระเรื่อ "จริงเหรอคะ? กะทันหันจัง แอบตื่นเต้นนิดหน่อย..."
ลู่หมิงหยิบมีดโกนขึ้นมาโกนหนวด พร้อมกับบ่นอุบอิบว่า "ตอนคุณหลอกพ่อตัวเองก็ไม่เห็นจะตื่นเต้นเลย"
อันอี้โหรวค้อนขวับทันที "ทำไมถึงชอบพูดเรื่องที่คนเขาไม่อยากฟังอยู่เรื่อยเลย!"
ลู่หมิงยิ้มๆ ไม่ได้ตอบอะไร
ตอนนั้นเอง จู่ๆ อันอี้โหรวก็ทำหน้าบึ้งตึง จ้องมองลู่หมิงด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ "เมื่อกี้คุณเรียกใครนะ? เสี่ยวมาน? เรียกซะสนิทสนมเชียว?"
ลู่หมิงถือมีดโกนหนวดอย่างมั่นคง เขาตัดสินใจเดิมพันตรงนั้นเลยว่าเธอจะเข้าใจไปในทางตรงกันข้าม จึงตอบกลับไปอย่างราบเรียบว่า "ไม่ใช่แค่สนิทสนมหรอกนะ ไม่กลัวที่จะบอกคุณเลยว่าผมกับเธอมีอะไรกันตั้งนานแล้ว"
อันอี้โหรวอึ้งไปเล็กน้อย พอได้สติก็หัวเราะคิกคักพูดว่า "ฉันก็แค่พูดไปเรื่อยแหละย่ะ ฉันมั่นใจในเสน่ห์ของตัวเองมากนะ ไม่เชื่อหรอกว่าคุณจะถูกหล่อนแย่งไปได้"
พูดจบ อันอี้โหรวก็ไปล้างหน้าแปรงฟัน
"ทำอะไรให้มันเร็วๆ หน่อย อย่ามัวชักช้า เก้าโมงเราจะออกเดินทาง" ลู่หมิงพูดจบก็หันหลังเดินออกจากห้องน้ำ ตอนที่หันหลังกลับไป บนใบหน้าก็ปรากฏรอยยิ้มอย่างโล่งอก
น่าตื่นเต้นชะมัด!
ลู่หมิงยอมรับว่าเมื่อกี้ก็แค่เสี่ยงดวง แต่เขาดันเดาถูก
โลกใบนี้มักจะแปลกประหลาดและขัดกับความเป็นมนุษย์แบบนี้แหละ ลู่หมิงพูดความจริงแท้ๆ เป็นความจริงที่ไม่อาจจริงไปกว่านี้ได้อีกแล้ว แต่อันอี้โหรวกลับคิดว่าเขากำลังพูดประชด และลบล้างความคิดในใจไปในพริบตา
นี่แหละความสำคัญของการทำอะไรสวนทาง
ลู่หมิงเปลี่ยนชุดสำหรับออกไปข้างนอก ถือกระเป๋าเซฟสีเงินขาวเข้ามาในห้องนอน เปิดตู้เซฟในห้องนอนแล้วหยิบธนบัตรเงินสดใบละร้อยหยวนใหม่เอี่ยมเป็นปึกๆ ออกมาใส่ไว้ในกระเป๋าเซฟ
กลับบ้านเกิดไปฉลองตรุษจีน แน่นอนว่าต้องใช้เงินไม่น้อย แต่เงินแค่นี้สำหรับลู่หมิงแล้ว แค่ความผันผวนในตลาดทุนเพียงศูนย์จุดศูนย์กี่เปอร์เซ็นต์ก็ได้มาแล้ว
ตั้งแต่ติดอันดับมหาเศรษฐีและถูกสื่อรายงานข่าวอย่างครึกโครม ทางบ้านเกิดก็คงจะรู้กันหมดแล้ว ตอนนี้ข้อมูลข่าวสารรวดเร็วขนาดนี้ ทุกหมู่บ้านมีอินเทอร์เน็ต มีไฟฟ้า มีถนนเข้าถึง ขอแค่มีคนเดียวที่ดูข่าวแล้วรู้ แป๊บเดียวก็คงจะรู้กันทั้งหมู่บ้าน
ลู่หมิงเองก็ขี้เกียจไปจัดการเรื่องจุกจิกพวกนี้ โยนเงินให้พ่อแม่ไปจัดการความสัมพันธ์ระหว่างญาติพี่น้องเพื่อนบ้านพวกนี้เองดีกว่า
ประมาณเก้าโมงยี่สิบนาที ในที่สุดอันอี้โหรวก็แต่งตัวเสร็จ ลู่หมิงรอเธอตั้งสี่สิบกว่านาทีเต็มๆ
ออกจากประตูวิลล่า ลู่หมิงมือหนึ่งถือกระเป๋าเซฟ อันอี้โหรวควงแขนอีกข้างของเขา
คนขับรถหลี่เฉิงเย่าเห็นลู่หมิงถือกระเป๋าอยู่ในมือ ก็รีบเดินเข้าไปพูดว่า "บอสครับ ผมถือให้ครับ"
ทั้งสองขึ้นรถประจำตำแหน่งมายบัค คนขับรถเอากระเป๋าไปไว้บนรถแล้วกลับไปที่เบาะคนขับ สตาร์ทรถแล้วขับออกจากจิ่นซิ่วเฉียวเยวี่ยน
……







