ตู้โดยสารสั่นไหว หนวดมังกรอันยาวเฟื้อยของมังกรจูหลงบกพลิ้วไหวอยู่ภายนอกหน้าต่าง ความเร็วของมันค่อยๆ เพิ่มขึ้น ก้าวขาพยุงผู้โดยสารบนหลัง ลอดผ่านระหว่างภูเขาใหญ่สองลูก ในลำคอเปล่งเสียงคำรามของมังกรดังกึกก้องจนหูแทบหนวก
มังกรจูหลงกำลังเดินทางผ่านเขตไร้มนุษย์ เสียงมังกรคำรามข่มขวัญเหล่าภูตผีปีศาจที่หลบซ่อนอยู่ในเขตไร้มนุษย์
มีคนเดินมาตรวจป้ายหยกของพวกเขา ซูหยุนถึงเพิ่งรู้ว่าป้ายหยกนี้น่าจะเป็นตั๋วสำหรับขึ้นรถ
ใต้หน้าต่างรถมีที่นั่งสองแถว แต่ละแถวนั่งได้สามคน ฝั่งตรงข้ามของซูหยุนยังมีเด็กหนุ่มท่าทางองอาจผ่าเผยนั่งอยู่คนหนึ่ง คิ้วกระบี่ตาดั่งดวงดาว หน้าตาหล่อเหลาเกลี้ยงเกลาและเปี่ยมไปด้วยความมีชีวิตชีวา
เสื้อผ้าบนร่างของเขาก็หรูหรางดงามยิ่งนัก สองข้างปกเสื้อมีลายปักหงส์ทอง ริมสาบเสื้อก็มีลายปักวิหคทองคำเทียมรถลากดวงตะวัน
"หมาป่าขาวพวกนั้น เป็นปีศาจจากเขตไร้มนุษย์เทียนซื่อหยวน แปลงกายเป็นคนเข้ามาทำงานรับจ้างในเมือง"
เด็กหนุ่มคนนั้นคล้ายกำลังพูดกับพวกเขา และคล้ายกำลังพึมพำกับตัวเอง กล่าวว่า "หลายปีมานี้ ปีศาจในเมืองมีเยอะขึ้นเรื่อยๆ ความสงบเรียบร้อยก็วุ่นวายขึ้นทุกที เมื่อไหร่ถึงจะกำจัดปีศาจพวกนี้ให้สิ้นซากได้เสียที?"
ซูหยุนถามด้วยความสงสัย "สหาย คนเรามีทั้งดีและเลว ปีศาจเองก็มีทั้งดีและเลว เหตุใดจึงต้องกำจัดปีศาจ แทนที่จะกำจัดคนเลวและปีศาจเลวเล่า?"
เด็กหนุ่มคนนั้นหันหน้าไปทางอื่นไม่มองเขา พร้อมแค่นเสียงหัวเราะหยัน "เจ้าขึ้นรถมาจากเขตไร้มนุษย์ ข้างกายพาเด็กมาด้วยสี่คน ดูแล้วก็คงเป็นปีศาจจำแลงกายมาเป็นคนเหมือนกัน หากทำเรื่องชั่วร้ายล่ะก็ อย่าให้ตกมาอยู่ในมือข้าก็แล้วกัน..."
ฮวาหูกระซิบเสียงเบา "เสี่ยวหยุน เจ้านี่ต้องเพิ่งออกมาจากโรงเรียนหลวงแน่ๆ ในหัวมีแต่ความคิดประหลาดๆ เรื่องปราบปีศาจกำจัดมารเต็มไปหมด"
เด็กหนุ่มคนนั้นพลันหน้าแดงก่ำ เส้นเลือดดำปูดโปนบนหน้าผาก ปากก็พร่ำพูดวนไปวนมาอยู่แค่ประโยคที่ว่า "ปราบปีศาจกำจัดมาร" "กำจัดมารพิทักษ์มรรคา"
ซูหยุนมองภาพนั้นพลางอมยิ้มบางๆ
ด้านข้างเขา หลีเสี่ยวฝานกำลังแลบลิ้นเลียหน้าต่าง
หน้าต่างเป็นหน้าต่างกระจกหลิวหลี เย็นเฉียบ ซ้ำยังโปร่งใส สามารถมองเห็นทิวทัศน์ภายนอกได้
จิ้งจอกบ้านนอกอย่างพวกเขาเคยเห็นของแบบนี้เสียที่ไหน รู้สึกเพียงว่าเลียแล้วเหมือนได้กินลูกอมก็ไม่ปาน
เด็กหนุ่มฝั่งตรงข้ามทนไม่ไหวในที่สุด เอ่ยว่า "เลิกเลียได้แล้ว นั่นมันกระจก ไม่ใช่น้ำตาล!"
หลีเสี่ยวฝานก้มหน้า นั่งอย่างน้อยเนื้อต่ำใจอยู่ตรงนั้น ท้ายที่สุดเด็กหนุ่มคนนั้นก็ใจอ่อน โยนความคิดปราบปีศาจกำจัดมารทิ้งไป ค้นกระเป๋าสัมภาระอยู่ครู่หนึ่งจนเจอลูกอมสองสามชิ้น วางบนโต๊ะแล้วเลื่อนไปตรงหน้าหลีเสี่ยวฝาน เอ่ยว่า "กินนี่ซะ นี่คือลูกอมนมม้าที่ข้าซื้อจากเมืองหยางเฉิงนอกด่านมาให้น้องสาว เหนียวติดฟันนิดหน่อยนะ"
ฮวาหูเอ่ยเสียงเบา "ยังไม่ขอบคุณพี่ชายเขาอีก?"
หลีเสี่ยวฝาน หูปู้ผิง และชิงชิวเย่ว์ เจ้าตัวเล็กทั้งสามลุกพรวดขึ้นยืนพร้อมกัน โค้งคำนับอย่างพร้อมเพรียง และเอ่ยเป็นเสียงเดียวกันว่า "ขอบคุณพี่ชาย!"
เด็กหนุ่มคนนั้นหน้าแดงอีกรอบ ทำตัวไม่ถูก เอ่ยซ้ำๆ ว่า "เอ๊ะ เอ๊ะ รีบเลิกทำแบบนี้เถอะ... ถ้าน้องสาวข้ารู้ความเหมือนพวกเจ้าก็คงดี ยัยเด็กนั่นมันคือพญามารจอมทรมานคนมาเกิดชัดๆ!"
ซูหยุนและฮวาหูสนิทสนมกับเด็กหนุ่มคนนั้นอย่างรวดเร็ว เด็กหนุ่มคนนั้นมีนามว่าหลี่มู่เกอ เป็นชาวซั่วฟาง บัณฑิตของสำนักศึกษาเหวินชางแห่งซั่วฟาง เพิ่งจะกลายเป็นผู้ใช้จิตวิญญาณได้ไม่นาน ครั้งนี้ออกไปหาประสบการณ์นอกด่าน ฝึกฝนวิชาศักดิ์สิทธิ์แห่งจิตวิญญาณ เพราะใกล้ช่วงสิ้นปีแล้ว จึงเดินทางจากนอกด่านกลับบ้านเพื่อฉลองปีใหม่
"หมาป่าขาวพวกนั้น เป็นปีศาจหมาป่าในเขตไร้มนุษย์ กำลังไปทำงานรับจ้างที่เมืองหยางเฉิงนอกด่าน"
หลี่มู่เกอกล่าวว่า "หลายปีมานี้การที่ปีศาจจำแลงกายเป็นคนเข้าไปทำงานในเมืองถือเป็นเรื่องปกติมาก เรื่องแบบนี้ในซั่วฟางก็มีถมไป เมื่อก่อนทางการยังสอดส่องดูแล แต่ต่อมาก็หลับตาข้างลืมตาข้าง ปีศาจทำงาน ค่าจ้างที่ให้ก็ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แต่ทำงานราวกับถวายชีวิต ทางการเองก็ยินดีที่ได้เห็นภาพนี้ จึงไม่ได้ขับไล่พวกมัน"
ซูหยุนวางใจลง เขาเคยรับปากสามีภรรยาเฒ่าโก่วไว้ว่าจะปกป้องความปลอดภัยของพวกฮวาหูในถิ่นของมนุษย์ เดิมทีเขากังวลว่าคนในเมืองจะพบว่าพวกฮวาหูเป็นปีศาจแล้วพากันไล่เข่นฆ่า
การที่ฮวาหูตามเขาเข้าเมืองมา ความจริงแล้วเตรียมใจพร้อมตายไว้แล้ว
มิตรภาพฉันเพื่อนร่วมเรียนนี้ ทำให้ซูหยุนซาบซึ้งใจเป็นพิเศษ
ท้องฟ้าภายนอกค่อยๆ มืดสลัวลง ทันใดนั้นมังกรจูหลงก็อ้าปากกว้าง มีลูกแก้วมังกรลอยออกมาจากปาก หยุดนิ่งอยู่ระหว่างริมฝีปาก แสงไฟจากลูกแก้วมังกรสว่างเจิดจ้าดั่งคบเพลิง สาดส่องไปเบื้องหน้าไกลหลายสิบลี้จนสว่างไสวราวกับกลางวัน
ซูหยุนเบียดไปริมหน้าต่างเพื่อดูทิวทัศน์
เห็นเพียงมังกรจูหลงเดินไปตามเทือกเขา หลุดพ้นจากเขตพายุหิมะเทียนซื่อหยวนแล้ว ภูเขาลูกใหญ่เบื้องหน้ามีเงาดำทะมึน สูงตระหง่านยิ่งนัก
มังกรจูหลงถึงกับปีนป่ายขึ้นไปตลอดทาง ไม่นานก็มาถึงยอดเขา
ตอนที่มังกรจูหลงบิดตัวเลี้ยว ซูหยุนสามารถมองเห็นตู้โดยสารข้างๆ ได้
ตู้โดยสารเหล่านั้นบ้างก็เป็นเรือนไม้สองชั้น ในศาลาบนชั้นดาดฟ้ามีผู้ใช้จิตวิญญาณยืนอยู่ ในมือถือโคมไฟที่สว่างไสวเป็นอย่างยิ่ง แสงไฟพุ่งวาบราวกับเสาที่แทงทะลุท้องฟ้ายามราตรี สาดส่องไปยังรอบทิศทาง
ซูหยุนอาศัยแสงไฟมองไป พลันอุทานด้วยความประหลาดใจเบาๆ เห็นเพียงในความมืดกลับยังมีบางสิ่งบินว่อนส่งเสียงพึ่บพั่บอยู่ในอากาศ ความเร็วรวดเร็วยิ่งนัก พุ่งทะยานเข้าหาตู้โดยสาร แต่พอถูกแสงไฟของผู้ใช้จิตวิญญาณสาดส่อง ก็บินหนีไปอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่อยู่ในความมืดนั้น ไม่รู้ว่าเป็นตัวอะไร ซูหยุนมองอยู่ครู่หนึ่งก็ยังแยกแยะไม่ออก
เขาเห็นเพียงเสื้อผ้าขาดวิ่นบางตัวบินอยู่บนท้องฟ้า แต่ภายใต้เสื้อผ้านั้นคืออะไรกลับมองไม่เห็นชัดเจน
"ที่นี่คือชายขอบของเขตไร้มนุษย์แห่งเก่า"
หลี่มู่เกอกล่าวว่า "สิ่งที่บินอยู่บนฟ้าคือหุ่นเชิดเยี่ยนซือ หลังจากผู้ใช้จิตวิญญาณตายลง หากจิตวิญญาณยังคงยึดติดกับร่างที่ตายแล้วของตนไม่ยอมจากไป ก็จะกลายเป็นของประหลาดแบบนี้ เสื้อผ้าขาดๆ พวกนั้น ก็คือเสื้อผ้าที่พวกเขาสวมใส่ตอนยังมีชีวิต ว่ากันว่า ในเขตไร้มนุษย์แห่งเก่ามีผู้ใช้จิตวิญญาณตายไปไม่รู้ตั้งเท่าไหร่"
หูปู้ผิงสั่นสะท้าน เอ่ยเสียงสั่นว่า "ถ้าอย่างนั้นใต้เสื้อผ้าก็คือ..."
"โครงกระดูก"
หลี่มู่เกอเสริมว่า "โครงกระดูกที่บินได้"
เด็กน้อยทั้งสามกอดกันกลมตัวสั่นงันงก มองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความหวาดกลัว
หลี่มู่เกอหัวเราะ "ไม่ต้องกลัว บนรถมังกรจูหลงจะมีผู้ใช้จิตวิญญาณประจำรถเสมอ ผู้ใช้จิตวิญญาณในศาลาพวกนั้นก็คือผู้รับผิดชอบความปลอดภัยของตู้โดยสาร โคมไฟของพวกเขาคืออาวุธเทพจิตวิญญาณ เอาไว้สะกดข่มหุ่นเชิดเยี่ยนซือโดยเฉพาะ"
หูปู้ผิงยิ่งหวาดกลัวหนัก ชี้ไปนอกหน้าต่างพลางร้องว่า "ปรมาจารย์วานรสาม!"
หัวใจของซูหยุนเต้นระรัว รีบหันไปมองนอกหน้าต่าง เห็นเพียงวานรขาวตัวสูงหนึ่งจ้างยืนเปลือยกายอยู่บนหลังคาเรือนหลังหนึ่งของรถมังกรจูหลง ในมือถือกระบองเหล็กฮุ่นเถี่ยกระแทกฟาดออกไป กระบองหมุนควง วานรขาวสามตัวพุ่งทะยานออกไป ฟาดทำลายศาลาด้านข้างจนแหลกละเอียด!
ผู้ใช้จิตวิญญาณในศาลาหลังนั้นถือโคมไฟกำลังรับมือกับหุ่นเชิดเยี่ยนซือ คาดไม่ถึงว่าจะถูกกระบองเหล็กฮุ่นเถี่ยของมันกระแทกเข้าที่หน้าอก จนจับโคมไฟไว้ไม่อยู่ ร่างลอยกระเด็นร่วงหล่นลงจากรถมังกรจูหลง
ผู้ใช้จิตวิญญาณคนนั้นแผดเสียงร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนา ก่อนจะถูกหุ่นเชิดเยี่ยนซือที่บินร่อนอยู่ในความมืดมิดทีละตัวๆ จับตัวไว้ แล้วลากหายเข้าไปในท้องฟ้ายามราตรีอันมืดมิด
ภายในตู้โดยสารเกิดความโกลาหลขึ้นในทันที ผู้โดยสารแตกตื่นลนลาน เมื่อไม่มีผู้ใช้จิตวิญญาณคอยขับไล่หุ่นเชิดเยี่ยนซือ เกรงว่าโครงกระดูกสวมเสื้อผ้าพวกนั้นคงจะบุกเข้ามาในตู้โดยสาร แล้วพวกเขาทั้งหมดก็จะต้องเอาชีวิตมาทิ้งในปากของหุ่นเชิดเยี่ยนซือแน่!
นับตั้งแต่จักรพรรดิหยวนก่อตั้งโรงเรียนหลวงจนถึงปัจจุบันก็ผ่านมาสี่สิบแปดปีแล้ว แต่คนที่เคยเข้าเรียนในโรงเรียนหลวงก็ยังมีไม่มาก คนส่วนใหญ่เรียนรู้แค่การอ่านออกเขียนได้ คนที่สามารถกลายเป็นผู้ใช้จิตวิญญาณได้จึงยังคงมีน้อย
คนในตู้โดยสารนี้ส่วนใหญ่ก็เป็นเพียงคนธรรมดา เมื่อเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ ชั่วขณะหนึ่งต่างก็คิดอะไรไม่ออก
"ปรมาจารย์วานรสามถึงกับตามล่ามาอีกแล้ว!"
ซูหยุนใจหายวาบ ลุกพรวดขึ้นยืน กำลังจะเอ่ยปาก หลี่มู่เกอก็ลุกขึ้นยืนในเวลาเดียวกัน เอ่ยอย่างรวดเร็วว่า "ผู้ใช้จิตวิญญาณประจำรถตายแล้ว ต้องมีคนคอยเฝ้าโคมไฟ ไม่อย่างนั้นทุกคนจะต้องถูกหุ่นเชิดเยี่ยนซือกินหมดแน่! ศิษย์น้องซูหยุน..."
ซูหยุนเดินออกไปด้านนอก เอ่ยเสียงขรึม "ศิษย์พี่มู่เกอ ท่านคอยเฝ้าโคมไฟ วานรคลั่งตัวนั้นมาตามหาข้า ข้าจะจัดการมันเอง!"
หลี่มู่เกอชะงักไปเล็กน้อย รีบตามเขาไป
ซูหยุนเดินออกจากตู้โดยสาร "พี่รอง ปู้ผิง พวกเจ้ามาคุ้มครองคนในรถ!"
ฮวาหูฮึกเหิมขึ้นมา ถอดเสื้อกันหนาวตัวนอกออก เอ่ยเสียงขรึม "เสี่ยวฝาน ปู้ผิง เสี่ยวเย่ว์ พวกเจ้าเฝ้าตู้โดยสารตู้นี้ไว้ ข้าจะไปที่ตู้โดยสารที่ไม่มีผู้ใช้จิตวิญญาณคุ้มกันนั่นเอง! ห้ามให้หุ่นเชิดเยี่ยนซือเข้ามาได้เด็ดขาด เข้าใจไหม?"
"เข้าใจแล้ว!"
เด็กน้อยทั้งสามพากันถอดเสื้อผ้าหนาเตอะตัวนอกออก หูปู้ผิงและหลีเสี่ยวฝานเฝ้าอยู่หัวรถและท้ายรถ ชิงชิวเย่ว์เฝ้าอยู่ตรงกลาง
ก่อนหน้านี้เด็กน้อยที่ปีศาจจิ้งจอกน้อยทั้งสามจำแลงกายมานั้นหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ทั้งยังแฝงความไร้เดียงสาอยู่บ้าง แต่ตอนนี้กลับดูเยือกเย็นและสุขุมผิดปกติ
—จิ้งจอก ก็เป็นสัตว์ร้ายชนิดหนึ่งเช่นกัน
ตอนนี้เด็กน้อยทั้งสามได้เข้าสู่สภาวะล่าเหยื่อแล้ว!
ซูหยุนพลิกตัวกระโดดขึ้นไปบนดาดฟ้าตู้โดยสาร ลมหนาวพัดกระหน่ำ เสียงลมบนหลังคารถดังหวีดหวิว ลมเย็นยะเยือกพัดแทรกผ่านคอเสื้อเข้าไปถึงลำคอ
"หยวนซาน! ข้าอยู่นี่!" ซูหยุนตะโกนก้อง
ปรมาจารย์วานรสามถือกระบองเหล็กฮุ่นเถี่ย กำลังก้มตัวหมอบอยู่หน้าต่างรถ มองลอดเข้าไปในตู้โดยสารเพื่อค้นหาร่องรอยของเขา
เมื่อได้ยินเสียงของเขา วานรเฒ่าตัวนี้ก็ร่างกระตุก หันขวับมามอง แล้วค่อยๆ ยืดตัวขึ้นยืนตรง
หลี่มู่เกอกระโดดตามขึ้นมา มองไปยังปรมาจารย์วานรสาม พลันรู้สึกใจสั่นสะท้าน "ปีศาจตัวนี้ช่างแข็งแกร่งนัก รับมือยากซะแล้ว!"
ปรมาจารย์วานรสามมีมัดกล้ามเนื้อเต็มตัว ปริมาณกล้ามเนื้อมากกว่าคนปกติถึงหนึ่งเท่าตัว ความแข็งแกร่งและมวลกระดูกของมัน ความสามารถในการสูบฉีดเลือดของหัวใจ ความยาวนานของลมหายใจ ก็ล้วนเหนือกว่ามนุษย์อย่างเทียบไม่ติด!
นั่นหมายความว่า มันเกิดมาก็แข็งแกร่งกว่ามนุษย์แล้ว เกิดมาพลังปราณเลือดก็เต็มเปี่ยมยิ่งนัก ช่วงแขนยาวกว่า พลังโจมตีและพลังระเบิดรุนแรงกว่า รัศมีการโจมตีก็กว้างกว่า!
ปีศาจรูปร่างคล้ายมนุษย์ชนิดนี้ ยังมีสติปัญญาสูงส่ง ยิ่งรับมือยากเข้าไปใหญ่!
"ศิษย์น้องซูหยุน ระวังตัวด้วย!"
หลี่มู่เกอพุ่งพรวดเข้าหาปรมาจารย์วานรสาม ทันใดนั้นก็กระโดดลอยตัวขึ้น ข้ามศีรษะของปรมาจารย์วานรสามไป
ในจังหวะเดียวกับที่เขากระโดดขึ้น ปรมาจารย์วานรสามก็ออกแรงกระแทกกระบองเหล็กฮุ่นเถี่ย วานรขาวสามตัวพุ่งทะยานออกไป ตะครุบเข้าใส่หลี่มู่เกอที่อยู่กลางอากาศ
หลี่มู่เกอเร่งพลังปราณเลือด วิชาศักดิ์สิทธิ์แห่งจิตวิญญาณของเขาพลันปรากฏขึ้นทันที ทว่าเหนือศีรษะกลับมีกระบี่เล่มหนึ่งลอยอยู่ ตรงด้ามกระบี่มีพู่ห้อยยาวเฟื้อย
กระบี่เล่มนั้นปรากฏขึ้นมาหลังจากถูกพลังปราณเลือดหล่อเลี้ยง หลี่มู่เกอคว้ากระบี่ไว้ในมือ ร่ายรำเพลงกระบี่กลางอากาศ ประกายกระบี่วูบไหว ก็เห็นกระบี่ยาวทีละเล่มพุ่งออกมาจากปลายกระบี่ ร่ายรำกระบวนท่าที่แตกต่างกัน เข้าปะทะกับวานรขาวทั้งสามตัวนั้น!
หลี่มู่เกอทุ่มเทจิตใจทั้งหมดไปที่กระบี่ ดังนั้นวิชาศักดิ์สิทธิ์แห่งจิตวิญญาณของเขาจึงเป็นวิชากระบี่ วิทยายุทธ์ที่เขาฝึกฝนในขั้นสร้างรากฐานล้วนกลายเป็นรอยประทับเพลงกระบี่ ประทับอยู่บนวิชาศักดิ์สิทธิ์แห่งจิตวิญญาณของเขา
เมื่อเขาร่ายรำเพลงกระบี่ วิทยายุทธ์เพลงกระบี่สมัยสร้างรากฐานก็จะถูกร่ายรำตามออกมาด้วย ประกายกระบี่แทงออกไป กระบี่ยาวทีละเล่มพุ่งทะยานออกจากกระบี่ เพลงกระบี่สารพัดรูปแบบพรั่งพรู เฉียบคมหาใดเปรียบ!
แม้หลี่มู่เกอจะต้านทานวานรขาวทั้งสามตัวนั้นไว้ได้ แต่ก็ถูกกระแทกจนท่อนแขนชาหนึบ ในใจตื่นตระหนก "พลังปราณเลือดของปีศาจตัวนี้ช่างมหาศาลเกินไปแล้ว!"
เขายังไม่ทันร่วงลงพื้น อีกด้านหนึ่ง เสียงระฆังดังกังวานขึ้น ซูหยุนได้ใช้วิชาศักดิ์สิทธิ์แห่งจิตวิญญาณแล้ว ระฆังทองเหลืองปรากฏขึ้น ร่างกายดั่งวานรคลั่ง ก้าวเท้ายาวๆ พุ่งเข้าหาปรมาจารย์วานรสาม!