"ดีมาก" ฉีเซี่ยพยักหน้า "ฉันต้องรอดชีวิตออกไปจากที่นี่ให้ได้ ถ้ามีใครมาขัดขวางฉัน ผลที่ตามมาจะร้ายแรงมาก"
คำพูดประโยคนี้ทำเอาทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ตกใจกลัวไม่น้อย ท้ายที่สุดแล้วแววตาของฉีเซี่ยก็เหมือนกับฆาตกรไม่มีผิด
ดูเหมือนว่าเขาจะกล้าฆ่าคนจริงๆ
แม้แต่เฉียวเจียจิ้นที่มักจะทำหน้าทะเล้นอยู่เสมอก็ยังมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาในตอนนี้
คำถามหนึ่งผุดขึ้นมาในใจของเขาอย่างอดไม่ได้...
ตกลงแล้วฉีเซี่ยเป็นคนแบบไหนกันแน่?
เมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ ทุกคนก็ลุกขึ้นยืนอย่างว่าง่ายราวกับลูกแกะ แล้วเดินไปรวมตัวกันอยู่หลังแผ่นเหล็ก
เมื่อฉีเซี่ยเห็นดังนั้นจึงค่อยๆ ปล่อยมือ ชายวัยกลางคนกับไอ้แว่นที่ยังคงขวัญหนีดีฝ่อต่างประคองกันและกันเอาไว้
ฉีเซี่ยรู้ว่าจุดประสงค์ของตัวเองบรรลุผลแล้ว ตอนนี้เขาคือผู้นำเพียงคนเดียวของกลุ่มนี้
"คุณจะทำยังไงให้ทุกคนรอดชีวิตไปได้?" หญิงสาวรูปร่างอวบคนหนึ่งถามขึ้น
"อธิบายได้ด้วยคำพูดเดียว" ฉีเซี่ยตอบช้าๆ "คำตอบก็คือ 'เหยี่ยวจับลูกไก่' "
"เหยี่ยว... จับลูกไก่เหรอ?" ทุกคนดูเหมือนจะไม่ค่อยเข้าใจนัก
"ตอนนี้มีครบทั้งสามบทบาทแล้ว" ฉีเซี่ยยื่นมือออกไปชี้หมีดำที่อยู่ไม่ไกลแล้วพูดว่า "เหยี่ยว"
จากนั้นเขาก็ชี้ไปที่ผู้ชายสองคนและผู้หญิงห้าคนที่มีสภาพทุลักทุเล แล้วพูดว่า "ลูกไก่"
สุดท้ายก็มองไปที่เฉียวเจียจิ้นแล้วเรียก "แม่ไก่"
"แม่ไก่บ้านแกสิ..." เฉียวเจียจิ้นพูดด้วยสีหน้ารังเกียจ "เปลี่ยนชื่ออื่นไม่ได้หรือไงวะ?!"
ตอนนี้ทุกคนเริ่มเข้าใจขึ้นมาบ้างแล้ว
แผ่นเหล็กบนพื้นนั้นหนักมาก หากต้องการใช้มันเพื่อป้องกันหมีดำ วิธีที่ดีที่สุดคือการกลิ้งมันไปบนพื้น ทว่าพื้นที่ของแผ่นเหล็กมีจำกัดและความยืดหยุ่นก็แย่มาก หากผู้คนแยกย้ายกันไป สถานการณ์ก็จะกลายเป็นอันตราย
วิธีที่ดีที่สุดคือให้คนหนึ่งขยับแผ่นโต๊ะ ส่วนคนที่เหลือเข้าแถวตอนลึกตามหลังเขาไป
ในขณะที่ทุกคนกำลังคิดอยู่นั้น หมีดำก็ขยับเข้ามาใกล้แล้ว ตอนนี้ในดวงตาของมันดูเหมือนจะไม่มีเป้าหมายอื่นใดนอกจากจ้องมองไปที่เฉียวเจียจิ้นเพียงคนเดียว
"มาแล้ว!" ฉีเซี่ยส่งสัญญาณบอกเฉียวเจียจิ้นเสียงเบา
เมื่อเฉียวเจียจิ้นได้ยินดังนั้นก็รีบยืดขาทั้งสองข้างไปด้านหลังทันที ดันร่างกายทั้งหมดให้ตั้งเอียง แล้วใช้หัวไหล่ยันแผ่นเหล็กเอาไว้
วินาทีต่อมา หมีดำก็แกว่งขาหน้าอันล่ำสันฟาดลงบนแผ่นเหล็กอย่างแรง
"เคร้ง!"
เสียงดังกึกก้องดังขึ้น การโจมตีของหมีดำถูกสะท้อนกลับไป ทั้งมันและเฉียวเจียจิ้นต่างก็ผงะถอยหลังไปหนึ่งก้าว
โชคดีที่เฉียวเจียจิ้นตั้งท่าป้องกันไว้ล่วงหน้า มิฉะนั้นแม้การโจมตีครั้งนี้จะทำลายแผ่นเหล็กไม่ได้ แต่ก็มากพอที่จะบดขยี้เขาจนแบนเป็นเนื้อบด
เมื่อทุกคนเห็นท่าไม่ดี จึงรีบขยับแถวให้ชิดกันมากขึ้น
ผู้ชายสี่คนยืนอยู่ด้านหน้าของแถว ส่วนผู้หญิงห้าคนยืนอยู่ด้านหลัง
ชายวัยกลางคนก็จับเสื้อของฉีเซี่ยเอาไว้อย่างว่าง่ายเช่นกัน
"นี่ ไอ้ขี้โกง การโจมตีแบบนี้จะมาอีกกี่ครั้ง...?"
ฉีเซี่ยมองดูนาฬิกาบนผนังที่อยู่ไกลออกไปแล้วพูดว่า "วางใจเถอะ เหลืออีกแค่เจ็ดนาทีเท่านั้น"
"เจ็ด..." เฉียวเจียจิ้นชะงัก "เวรเอ๊ย นี่มันเพิ่งจะเริ่มเองไม่ใช่หรือไง?!"
"ความอดทนของหมีดำไม่ได้ดีนักหรอก" ฉีเซี่ยกล่าว "ฉันไม่เชื่อว่ามันจะโจมตีอย่างต่อเนื่องในเวลาที่เหลืออยู่ แค่ทนให้ผ่านช่วงแรกไปได้ก็พอแล้ว อย่าชะล่าใจไป"
หมีดำปรับเปลี่ยนท่าทางของมันเล็กน้อย และขยับตัวไปด้านข้างอย่างต่อเนื่อง
ฉีเซี่ยก็ดึงเสื้อของเฉียวเจียจิ้นเพื่อควบคุมทิศทางของเขา ทำให้แผ่นเหล็กกลิ้งไปบนพื้น
การกระทำนี้ทำเอาหมีดำถึงกับไปไม่เป็น
ถึงแม้มันจะมีพละกำลังมหาศาลที่ทำลายล้างได้ แต่ท้ายที่สุดแล้วมันก็ไม่ใช่นักล่าสายความเร็ว จึงไม่สามารถเปิดฉากโจมตีจากด้านข้างได้ทันที ทำได้เพียงขยับร่างอันใหญ่โตของตัวเองไปมาอย่างต่อเนื่อง
ทว่าไม่ว่ามันจะขยับไปที่ตำแหน่งใด แผ่นเหล็กก็จะหันหน้าเข้าหามันเสมอ
"ฮึ่ม—"
หมีดำส่งเสียงคำรามต่ำอย่างต่อเนื่อง มันเดินวนรอบทุกคนจนครบหนึ่งรอบแล้ว แต่ก็ยังคงหาช่องโหว่ที่จะโจมตีไม่ได้
ความจริงแล้ว 'เหยี่ยวจับลูกไก่' มีวิธีแก้ทางที่ง่ายมาก นั่นก็คือ 'เหยี่ยว' เปลี่ยนทิศทางกะทันหัน อย่างเช่น 'เหยี่ยว' ที่เคลื่อนที่ไปทางขวามาตลอดจู่ๆ ก็เปลี่ยนไปทางซ้าย แถวของ 'ลูกไก่' ก็จะถูกจับคนที่อยู่รั้งท้ายได้เนื่องจากความเฉื่อยในการเคลื่อนที่
นี่คือกลยุทธ์ที่ทุกคนเล่นกันมาหลายครั้งในวัยเด็ก ฉีเซี่ยไม่เชื่อว่าหมีดำตรงหน้าจะคิดหาวิธีที่ฉลาดแบบนี้ได้ในเวลาอันสั้น
"ดีมาก... ดีมาก..." ฉีเซี่ยพึมพำกับตัวเอง "ยันเอาไว้แบบนี้แหละ..."
ตอนนี้ทุกคนต่างจับต่อๆ กัน แม้ว่าแถวจะยาวมาก แต่ก็รักษาระยะห่างที่ปลอดภัยจากหมีดำได้อย่างสมบูรณ์
"วิธีของนายอาจจะได้ผลจริงๆ ก็ได้..." เฉียวเจียจิ้นพูดเสียงเบา "แค่ฉันรู้สึกเหนื่อยไปหน่อย..."
"ทนอีกนิด" ฉีเซี่ยกล่าว "หกนาทีกว่าๆ เดี๋ยวก็ผ่านไปแล้ว"
"แต่ยังไงฉันก็ไม่ได้กินข้าวมาวันกับคืนนึงเต็มๆ แล้วนะ ฉัน..."
"มาแล้ว!!" ฉีเซี่ยตะโกนลั่น
เฉียวเจียจิ้นรีบปรับจุดศูนย์ถ่วงทันที เขากดร่างกายทั้งหมดให้ต่ำลง แล้วปะทะเข้ากับหมีดำอีกครั้ง
"เคร้ง!!"
เรี่ยวแรงในครั้งนี้เห็นได้ชัดว่ามากกว่าครั้งก่อน เฉียวเจียจิ้นเกือบจะถูกกระแทกจนล้มคว่ำไปพร้อมกับแผ่นเหล็ก
"ไอ้หมีบอดนี่มันไม่จบไม่สิ้นจริงๆ!!" ชายวัยกลางคนตะโกนด้วยความตึงเครียด "นี่! พ่อหนุ่มที่อยู่หน้าสุดน่ะ ยันเอาไว้ให้ดีๆ นะเว้ย!"
"มึงก็ลองมาเสือกยันเองดูสิวะ!" เฉียวเจียจิ้นด่าอย่างหงุดหงิด เขารู้สึกเพียงว่าทั่วทั้งร่างถูกกระแทกจนเจ็บปวดไปหมด กระดูกราวกับจะหลุดออกจากกัน
เมื่อหมีดำพบว่าการโจมตีสุดกำลังของมันยังคงไม่สามารถทำลายแนวป้องกันได้ มันก็ดูโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมาก
เห็นแค่มันชะงักอยู่กับที่ครู่หนึ่ง แล้วเริ่มถอยหลังไปอย่างช้าๆ
"สถานการณ์เป็นไงบ้าง?" ไอ้แว่นถาม "มันถอดใจแล้วเหรอ?"
ฉีเซี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล
ถอยหลัง?
"แย่แล้ว!"
จู่ๆ เขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงรีบย่อตัวลงต่ำทันที เข้าไปช่วยเฉียวเจียจิ้นดันแผ่นเหล็กเอาไว้ แล้วหันไปพูดกับชายวัยกลางคนว่า "นี่! คุณมาคุมทิศทางที!"
"หา?"
แม้จะไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่ชายวัยกลางคนก็รู้ว่าแผ่นเหล็กตรงหน้าเป็นตัวแทนชีวิตของทุกคน ย่อมไม่กล้าชักช้า ทำได้เพียงเลียนแบบท่าทางของฉีเซี่ยเมื่อครู่นี้ ดึงเสื้อของทั้งสองคนเพื่อควบคุมทิศทางของแผ่นเหล็ก
เป็นไปตามที่ฉีเซี่ยคาดการณ์เอาไว้ การที่หมีดำถอยหลังไม่ได้หมายความว่ามันถอดใจ แต่เป็นการเตรียมวิ่งเพื่อเพิ่มแรงปะทะ
"มันเตรียมจะทุ่มสุดตัวแล้ว" ฉีเซี่ยมองเฉียวเจียจิ้นที่อยู่ข้างกายแล้วพูดว่า "ถ้าครั้งนี้เราป้องกันไว้ได้ โอกาสรอดชีวิตของเราก็มีถึงแปดเก้าส่วน"
"นายพูดแบบนี้ก็เหมือนไม่ได้พูดนั่นแหละ" เฉียวเจียจิ้นส่ายหน้าอย่างจนใจ "ปัญหาของพวกเราตอนนี้คือไม่รู้ว่าจะทนรับมันได้หรือเปล่านี่สิ!"
หมีดำถอยหลังไปอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งถึงริมผนัง
ชายวัยกลางคนที่ควบคุมทิศทางอยู่ตลอดเห็นภาพนี้แล้วก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย
แค่การโจมตีอยู่กับที่ของหมีดำก็รุนแรงถึงตายแล้ว หากมันเพิ่มการวิ่งเข้ามาด้วย แล้วทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดลงมา ลำพังแค่แผ่นเหล็กแผ่นนี้จะสามารถต้านทานการพุ่งชนอย่างรวดเร็วของมันได้หรือ?
"ไอ้อ้วน!" เฉียวเจียจิ้นตะโกนลั่น "ตอนที่มันเริ่มโจมตีก็อย่าลืมบอกด้วยล่ะ!"
ทว่าตอนนี้ชายวัยกลางคนกลับทำราวกับไม่ได้ยินอะไรเลย ลูกตาของเขากลอกไปมาอย่างรวดเร็ว ราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่
หมีดำฝนกรงเล็บหน้าของมันกับพื้น จู่ๆ ก็เริ่มเร่งความเร็ว
เมื่อเห็นดังนั้นชายวัยกลางคนก็ไม่ลังเลอีกต่อไป เขาละทิ้งทุกคนแล้ววิ่งตรงไปที่ลานกว้างด้านหลังทันที
"นี่... แก!" เฉียวเจียจิ้นยังไม่ทันได้ด่า ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นมาเสียก่อน ทำได้เพียงรีบกดร่างกายให้ต่ำลงอย่างลุกลน
ตอนนี้ไอ้แว่นก้าวออกมาข้างหน้า ดึงเสื้อของฉีเซี่ยแล้วตะโกนลั่น "ทิศทางไม่ค่อยถูก! ไปทางขวาอีกหน่อย!!"
ฉีเซี่ยกับเฉียวเจียจิ้นเบิกตากว้างพร้อมกัน "ปรับทิศทางไม่ทันแล้ว! ยันเอาไว้!"
สิ้นเสียง ทั้งสองคนก็รู้สึกเหมือนถูกรถบรรทุกที่วิ่งมาด้วยความเร็วพุ่งชน ร่างกายของตัวเองถึงกับลอยละลิ่วขึ้นไปในอากาศพร้อมกับแผ่นเหล็ก ปลิวถอยหลังไปครึ่งเมตรอย่างควบคุมไม่ได้ ก่อนจะร่วงกระแทกพื้นอย่างแรง
การพุ่งชนในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ทั้งแถวล้มระเนระนาด แต่ยังกระแทกจนแผ่นเหล็กล้มลงมาทับร่างของพวกเขาทั้งสองคนอีกด้วย